cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย - ตอนที่ 46 มิตร, เป็นกลาง, ศัตรู

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย
  4. ตอนที่ 46 มิตร, เป็นกลาง, ศัตรู
Prev
Next

บทที่ 2 ตอนที่ 20 

 

    หลังการแข่งขันก็เป็นโรงเรียน

    ขณะที่เดินไปโรงเรียนผมก็หาวไปด้วย

    การต่อสู้กับซูโนฮาร่าซังนั้นดุเดือดเอามาก ทำให้แม้จะเป็นวันหยุดเมื่อวานก็ยังรู้สึกเหนื่อยอยู่

    เดินไปอย่างช้าๆด้วยความรู้สึกขี้เกียจ…..

 

「โอ้~ส อาจารย์ อารุณซาหวัด」

「โอ~ โอโน่ อรุณสวัสดิ์」

 

    โอโน่-ตุ๊บ-แตะไหล่มาจากทางข้างหลัง จึงทำการแลกเปลี่ยนคำทักทาย

 

「มอนโคโล ได้ดูแล้วนะ น่าสนใจเลยล่ะ…..คุโนอิจินั่นได้มายังไงเหรอ?」

「เรื่องนั้นเป็นความลับ」

「อะไรกัน ขี้งกจุง~ ก็…..เอาเถอะ แล้วการสืบสวนมีอะไรคืบหน้าแล้วบ้างรึเปล่าล่ะ?」

「ไม่เลย…..」

 

    ผมส่ายหน้า โอโน่ก็พยักหน้ารับแล้วเริ่มทำการคุ้ยของในกระเป๋า

 

「เผื่อเอาไว้ ผมเองก็ได้ทำการสืบเรื่องคดีด้วยเหมือนกัน」

 

    ที่โอโน่ยื่นให้มาก็คือปึกเอกสารที่อยู่ในซองใส

    กระดาษหลายสิบใบอยู่ในแฟ้มแบบเจาะรู เต็มไปด้วยชื่อกับอายุ, ชีวประวัติอย่างย่อ, การโพสบน SNS ของบุคคลที่สูญหาย

 

「นี่มัน…..」

「นอกเหนือไปจากรายชื่อบุคคลสูญหายของเควสค้นหาแล้ว ได้ทำการค้นหาบน SNS เกี่ยวกับบุคคลที่มีการรับรู้ว่าไม่ได้กลับมาจากเขาวงกตแรงค์ F เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนที่สูญหายจะได้รับการออกเควสให้ แล้ว จำนวนทั้งหมดของคนที่เชื่อได้ว่าเป็นเหยื่อในคดีนี้ เท่าที่สามารถบอกได้…..มีมากเกินกว่า 100 คน」

「100…..」

 

    ถึงกับพูดไม่ออก จำนวนของเควสที่มีมอบให้ในโตเกียวมีประมาณ 10 ถ้าหากรวมกับกรณีที่ไม่ได้ทำเป็นเควสและที่ถูกถอนเควสออกไปแล้ว เคยคิดว่าน่าจะมีไม่เกิน 30

    แต่ว่า จำนวนขนาดนี้…..

 

「หรือว่า…..จะไม่ใช่แค่เหยื่อในโตเกียว แต่เป็นจากทั่วประเทศเลย?」

「อา ใช่แล้วล่ะ ตัวผู้ที่น่าจะเป็นเหยื่อเริ่มมีการปรากฏขึ้นมาครั้งแรกเมื่อประมาณ 1 ปีก่อนเห็นจะได้ ในตอนแรกยังคงเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่ามันเป็นคดีหรืออุบัติเหตุ แต่ว่าในระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จำนวนเหยื่อได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก เกือบทั้งหมดกระจุกอยู่ในแทบคันโต

    จากจุดนี้จึงเริ่มมีข่าวลือแพร่กันในหมู่นักผจญภัยที่สงสัยในเรื่องของจำนวนเควส อย่างไรก็ตาม เควสที่มีการปล่อยออกมามีประมาณ 30% ของจำนวนเหยื่อ ก็นะ เควสมันก็ไม่ได้ทำให้ฟรีๆ…..ในมุมมองของนักผจญภัยแล้วจะมีตัวแปรของการทำจิตอาสาเข้ามาอย่างมาก เพราะงั้นมันจึงไม่ใช่เสมอไปที่เควสจะถูกรับทำ」

 

    หมายความว่ามีจำนวนเหยื่อที่ไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะมากเกินกว่าที่พวกเราคิดเอาไว้สินะ…..

    แต่ว่า การที่จำนวนคนเสียชีวิตพุ่งไปเป็นเลข 3 หลักแล้วแต่ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ลงมือถูกปล่อยออกมาแล้วจัดให้มันเป็นแค่อุบัติเหตุ เป็นปรากฏการณ์ที่น่าประหลาด

    ความจริงที่ความเสียหายแพร่กระจายไปทั่วประเทศ หมายความว่าน่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่

    แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถจับได้แม้แต่หาง….. น่าจะเป็นการเหมาะสมถ้าหากจะคิดว่าอยู่ในระดับอิเรกูลาร์เอ็นเคาเตอร์ชนิดใหม่ได้เลย

    ที่พวกเรากำลังไล่ตามกันอยู่…..เป็นมนุษย์จริงๆงั้นเหรอ…..?

 

「แล้วก็…..นี่」

 

    โอโน่พลิกหน้าซองใส เปิดไปยังหน้าที่มีกระดาษโน๊ตแปะเอาไว้อยู่

    ในนั้นประกอบด้วยข้อมูลนักผจญภัยจำนวนหลายคน สิ่งที่แตกต่างไปจากเหยื่อรายอื่นๆก็คืออาชีพ พวกเขานั้นล้วนแล้วแต่เป็นนักผจญภัย 3 ดาว

 

「เนื่องจากจำนวนเหยื่อที่มีมาก ก็เลยคิดว่าเหยื่อไม่น่าจะมีแค่ในเขาวงกตแรงค์ F แต่เป็นแรงค์อื่นๆด้วย เลยทำการค้นหาดู หลังจากนั้น พอแน่ใจแล้วว่าไม่มีเหยื่ออยู่ในเขาวงกตแรงค์ E แต่ว่าในเขาวงกตแรงค์ D มีบางอย่างที่ดูคล้ายๆกันเกิดขึ้นอยู่」

 

    …..พอมาเป็นเขาวงกตแรงค์ D แล้ว ไม่เหมือนกับเขาวงกตก่อนหน้า ความเป็นไปได้ที่จะเกิดอุบัติเหตุจะพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ในบางกรณีอาจจะเสียชีวิตไปโดยที่ไม่มีเวลาส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินด้วยซ้ำ

    ด้วยเหตุนี้ หากมองผิวเผินจะเป็นการยากที่จะระบุได้ว่าอันไหนคืออุบัติเหตุอันไหนคือเหยื่อจากคดีนี้

    แต่ว่า…..

 

「การสูญหายในเขาวงกตแรงค์ D ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติอะไรนัก แต่ว่าถ้านักผจญภัยนั้นสูญเสียการ์ดและอุปกรณ์เวทไปทั้งหมด อีกทั้งเครื่องจักรถูกทำลาย แบบนั้นเรื่องราวก็จะเปลี่ยนไป…..ใช่ไหม?」

「อา」

 

    การ์ดที่ถูกลงทะเบียนความเป็นเจ้าของเอาไว้ จะหายไปเมื่อมาสเตอร์เสียชีวิต

    เพราะงั้น การที่มาสเตอร์ที่เสียชีวิตจะไม่มีการ์ดอยู่เลยซักใบจึงไม่ใช่เรื่องแปลก….. มองผิวเผินอาจจะคิดได้แบบนั้น แต่ว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่

    นั่นก็เพราะ มันเป็นเรื่องหายากที่นักผจญภัยจะลงทะเบียนความเป็นเจ้าของกับการ์ดทุกใบที่ได้มาระหว่างทาง

    การลงทะเบียนความเป็นเจ้าของการ์ดหรืออุปกรณ์เวทจำเป็นต้องใช้เลือดของเจ้าตัว แต่ถึงจะใช้แค่เพียง 1 หยดและต่อให้สามารถรักษาแผลได้ด้วยโพชั่นราคาถูกๆ มันก็มีคนจำนวนน้อยที่อยากจะเอาเข็มมาจิ้มตัวเองเพื่อการ์ดที่จะขายทิ้งในไม่ช้า

    ด้วยเหตุนี้ นักผจญภัยที่เสียชีวิตจึงมักจะมีการ์ดที่ยังไม่ได้ถูกใช้งานใดๆ และไม่ถูกลงทะเบียนความเป็นเจ้าของอยู่ตามกระเป๋า

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่เสียชีวิตในสถานการณ์ที่หนักหนา และไม่มีเวลาพอถึงขนาดที่ไม่สามารถส่งสัญญาณฉุกเฉินได้

    รวมเข้ากับข้อเท็จจริงที่ไม่มีอุปกรณ์เวทและเครื่องจักรถูกทำลาย มันจึงเป็นที่แน่ชัด

    จะว่าไปแล้ว พอถามโอโน่ว่าข้อมูลที่คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถรู้ได้อย่างเช่นที่การ์ดและอุปกรณ์เวทหายไป หามาได้ยังไง เขาก็「ลูกชายที่เสียชีวิตไปไม่มีการ์ดกับอุปกรณ์เวทอยู่เลย นักผจญภัยที่ไปเจอร่างของเขาจะต้องขโมยไปแน่ๆ」แหล่งข้อมูลดูจะเป็นโพสบน SNS จากครอบครัวของผู้เสียชีวิต

    พอมาเป็นสิ่งของจากนักผจญภัย 3 ดาวแล้ว สำหรับครอบครัวก็พอจะนับได้เป็นมรดกจำนวนหนึ่ง แล้วถ้าเกิดว่าไม่มีอะไรอยู่เลย ทางครอบครัวก็ต้องมีความสงสัยอย่างแน่นอน และพุ่งเป้าไปที่คนที่พบร่างและนักผจญภัยคนอื่นๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี บางครั้งอาจจะนำไปสู่การขึ้นศาล แล้วถ้าเกิดเหตุแบบนั้นมันก็จะต้องมีบันทึกหลงเหลือไว้อยู่

    อย่างงี้นี่เอง ผมอดไม่ได้ที่จะประทับใจว่ามีวิธีการสืบหาแบบนี้อยู่ด้วย

    แต่ว่า…..

 

「อย่างที่คิด แม้แต่เขาวงกตแรงค์ D ก็มีเหยื่ออยู่ด้วยเหมือนกันสินะ…..」

 

    เท่านี้ก็ชัดเจนแล้วว่านอกจากผมก็ยังมี『ข้อยกเว้น』อื่นที่โดนโจมตีอยู่อีก

    …..ที่สงสัยก็คือ เหยื่อเหล่านี้มีการ์ดอะไรที่พิเศษแบบเดียวกับเร็นกะรึเปล่า

    โอริเบะสันนิษฐานถึงสาเหตุที่ผมถูกโจมตีว่า เป็นการเล็งไปที่『อะไรบางอย่าง』ที่มีแค่ผมเท่านั้นที่มี ซึ่งนั้นทำให้ผมนึกไปถึงเร็นกะ

    แต่ว่า การที่มีเหยื่อรายอื่นอยู่เช่นนี้ หมายความว่าเร็นกะไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใช้หมาล่าเนื้อเล็งเอาไว้ตั้งแต่แรก หรือไม่ก็มีการ์ดพิเศษอื่นแบบเร็นกะอยู่

    เนื่องจากคิดเหตุผลอื่นที่จะทำให้ผมถูกโจมตีไม่ได้นอกจากเร็นกะ จึงคิดว่าเหตุผลน่าจะเป็นอย่างหลัง….. แต่ว่ามันเป็นการ์ดแบบไหนกันล่ะ อีกทั้งผู้ใช้หมาล่าเนื้อรู้ได้ยังไงว่ามีมันอยู่

    ปริศนายิ่งซับซ้อนมากขึ้น

 

「…..มีที่ทำเผื่อไว้ ไม่รู้ว่าจะมีความหมายอะไรรึเปล่าแต่สถิติอย่างพวกอายุและเพศของเหยื่อก็ได้ทำรวบรวมเอาไว้ด้วย กลุ่มที่มีเยอะที่สุดจะเป็นผู้ชายช่วงอายุราวๆ 20 แต่…..นี่เป็นกลุ่มช่วงอายุที่นักผจญภัยแทบทั้งหมดอยู่มันเลยไม่มีความหมายอะไร กว่า 80% เป็นนักผจญภัยที่เพิ่งลงทะเบียน เพราะงั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นการเล็งเป้าหมายไปที่เด็กใหม่ เหยื่อแทบทั้งหมดนอกจากที่เป็นเด็กใหม่แล้ว ก็มีที่อยู่ในเซอร์เคิลนักผจญภัย ถูกเล็งเป้าตอนที่ทำการสำรวจคนเดียว อาจจะเป็นตอนที่เริ่มคุ้นชินกับเขาวงกตแล้วลองทำการสำรวจด้วยตัวเอง」

「…..เซอร์เคิลนักผจญภัย?」

 

    ผมรู้สึกสะกิดใจจากคำนั้น แล้ว-พั่บพั่บ-ทำการพลิกไฟล์ดู

    …..จริงด้วย นอกเหนือจากเด็กใหม่ที่เพิ่งจะลงทะเบียนแล้ว คนที่ถูกโจมตีนั้นมีแค่ผู้ที่อยู่ในเซอร์เคิลนักผจญภัย

    แต่ว่า นี่มันแปลก ถ้าหากว่าเหยื่อไม่ใช่เด็กใหม่แล้วเป็นแค่คนที่โชคไม่ดีที่บังเอิญถูกเล็งตอนที่ทำการสำรวจคนเดียวล่ะก็ การที่ไม่มีคนที่ไม่อยู่ในเซอร์เคิลนักผจญภัยปะปนอยู่เลยก็เป็นเรื่องแปลก

    พูดอีกอย่างคือ เป้าหมายหลักของคนร้ายไม่ใช่แค่เพียงเด็กใหม่ แต่ยังมีผู้ที่อยู่ในเซอร์เคิลนักผจญภัยด้วย

    เพราะอะไรกัน -ชิ้ง- เกิดแสงวาบและไอเย็นวิ่งผ่านสันหลัง

    —-เพราะว่าสามารถรู้ถึงวันที่จะทำการสำรวจคนเดียวได้ง่าย

    ตัวคนร้าย ด้วยวิธีการบางอย่าง สามารถรับรู้ได้ว่าเมื่อไหร่ที่สมาชิกของเซอร์เคิลนักผจญภัยจะไม่อยู่ภายใต้การดูแลของรุ่นพี่อีกต่อไป…..!

 

「โอโน่…..มีอย่างนึงอยากให้ตรวจสอบดู」

「อะไรล่ะ?」

「เซอร์เคิลนักผจญภัยของเหยื่อเหล่านี้ อยากให้ตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวข้องอะไรกันกับสมาคมพระแม่ดาราไหม ทำได้รึเปล่า?」

 

    ด้วยคำถามของผม โอโน่จึงเผยรอยยิ้มออกมา

 

「นั่นมัน…..ประเด็นสำคัญเลยใช่ไหม?」

「อา」

「โย้ช! วางใจได้เลย อาจจะใช้เวลาซักหน่อยแต่จะตรวจสอบให้เอง」

 

    พึ่งพาได้จริงๆ เห็นว่าโอโน่รู้ถึงบัญชี SNS ของเพื่อนร่วมชั้นทุกคน แล้วยังถูกหวาดกลัวในฐานะไซเบอร์สตอล์กเกอร์อยู่ลับหลัง แต่ถ้าได้อยู่ฝ่ายเดียวกันแล้วล่ะก็เป็นที่พึ่งพาได้จริงๆ…..

    ผมรู้สึกดีใจที่มีหมอนี่มาอยู่ฝ่ายเดียวกัน

 

 

    ในขณะที่คุยกับโอโน่และค่อยๆเข้าใกล้ห้องเรียนอยู่ตอนนั้นเอง

    ผมก็เริ่มจะค่อยๆรู้สึกได้ถึงความอึดอัด

    ถ้าไม่ใช่ว่าผมทึกทักไปเอง…..แต่ว่ามัน รู้สึกเหมือนกับนักเรียนที่เดินผ่านสวนทางไปกำลังจ้องมองมาที่พวกเรา

    ตั้งแต่ที่ได้ไปโผล่อยู่ในมอนโคโล ผมก็ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงอยู่ภายในโรงเรียน

    เพราะงั้นจึงไม่แปลกที่จะมีคนมองมาทางผม ทว่าสายตาของวันนี้ รู้สึกได้ว่ามันแตกต่างไปจากทุกที

 

「…..บรรยากาศมันแปลกๆยังไงไม่รู้」

 

    โอโน่คงจะคิดเหมือนกันกับผมจึงทำการกระซิบมา

    ในตอนนั้นเองก็มีนักเรียนหญิงเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำมาทางด้านหน้า

    เป็นสาวสวยผมบลอนด์ทองตัดสั้น ผิวสีแทนกับใบหน้าที่แต่งแบบจัดเต็ม ใส่ต่างหูหลายอันอยู่ที่หูข้างหนึ่ง

    ผู้หญิงหมายเลข 2 ของห้องพวกเราเอง อิชิโจ คาโอริ

    พออิชิโจซังประสานตาเข้ากับพวกเรา เธอก็ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น

 

「โย่~ คิทากาว่า โอโน่ ‘รุณสวัสดิ์」

「อ-อา อรุณสวัสดิ์」

 

    เป็นเรื่องหายากที่คนจากกลุ่มของชิชิโดจะมากล่าวทักทาย….. ขณะที่คิดในใจอยู่แบบนั้นก็กล่าวทักทายกลับไป

 

「…..อารุณซาหวัด หายากน่ะเนี่ย ที่ทางนั้นจะเป็นฝ่ายกล่าวทักทายมา」

 

    โอโน่เองก็คงคิดเหมือนกัน จึงตอบไปด้วยน้ำเสียงจิกกัดเล็กน้อย

 

「…..ก็ไม่อะไรนิ? แม้แต่ชั้นเองถ้ามาเจอหน้าก็กล่าวทักทายได้อยู่แล้ว? ไม่ใช่ว่าเป็นทางนั้นหลบหน้าเองหรอกเหรอ? …..ยิ่งไปกว่านั้นเถอะ」

 

    หลังจากที่อิชิโจซังสวนคืนโอโน่ไปเบาๆ ก็หันหน้ามาแล้วยิ้มให้ผมอย่างอารมณ์ดี

 

「ได้ดูมอนโคโลแล้ว ถึงจะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการแข่งของคิทากาว่าแต่ก็แข็งแกร่งน่าดูเลยนะ เจ๋งไปเลยนี่」

「เอ๋? อ-อา ขอบใจ」

「แล้วก็ คราวหน้าออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันไหม? เป็นไปได้ก็แค่ 2 คนนะ」

「อ-เอ๋?」

 

    ขณะที่กำลังสับสนกับคำเชิญกะทันหัน อิชิโจซังก็ก้าวมาข้างหน้าเพื่อลดระยะห่างระหว่างพวกเรา

    โน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยแล้วมองช้อนขึ้นมาทางนี้…..

 

「เน่ ว่าไง…..?」

 

    แล้วถามมาด้วยเสียงกระซิบ

 

「อุ…..」

 

    กลิ่นนุ่มนวลของน้ำหอมลอยมาเตะจมูก และด้วยเสื้อที่ใส่แบบเปิดออกราวกับว่าจะเผยให้เห็นร่องอกลึกนั่น มันจึงช่วยไม่ได้ที่สายตาจะไปจับจ้องอยู่ที่หน้าอก

    อย่างที่คิด ถึงแม้หน้าอกของอิชิโจซังจะไม่ใหญ่เท่ากับของอุชิคุระซังแต่มันก็ยังใหญ่อยู่ดี….. ต้นขาเองก็อวบอั๋น ร่างกายของเธอเป็นประเภทที่พวกผู้ชายชอบ…..ด-เดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยว!

    -ห๊ะ-ได้สติกลับคืนมา นี่มัน เซ็นเซอร์ตรวจจับอันตรายมันเตือนออกมาว่าเป็นกับดักอย่างชัดเจน

    ทำไม ตัวเธอที่น่าจะอยู่ในฐานะศัตรูกลายๆในกลุ่มชนชั้นท็อปของพวกเรา จู่ๆถึงได้มาชวนไปเที่ยวเล่นด้วย

    อีกทั้งจนถึงตอนนี้ ระหว่างผมกับอิชิโจซังก็ไม่ได้มีการปฏิสัมพันธ์อะไรเลย อย่างมากที่สุดก็แค่แลกเปลี่ยนคำทักทายตอนที่สบตากัน นี่มันผิดธรรมชาติอย่างสุดๆเลย

 

「เอ็ตโต…..แบบว่ามันกะทันหันไปหน่อย」

「เหรอ? ก็คงงั้นล่ะมั้ง แต่ คิดอยู่เสมอนะว่าคิทากาว่าเนี่ยก็ดีไม่หยอกเลย」

「ก็เพราะอาจารย์รวยยังไงล่ะ」

 

    โอโน่พูดด้วยท่าทีเชิงหยอก แต่สายตานั้นไม่ได้หยอกตามด้วย

 

「โอโน่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเพราะงั้นช่วยอยู่เฉยๆไปจะได้ไหม?…..แล้ว ว่าไง?」

「อา~…..ขอโทษด้วย ตอนนี้ยังยุ่งๆอยู่น่ะ」

 

    ผมพูดแล้วทำการโค้งศรีษะให้

    ที่ระแวงอิชิโจซังอยู่ก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง แต่เรื่องที่ยังยุ่งอยู่ก็ไม่ได้โกหก

    ในตอนนี้ ไม่มีเวลาเหลือพอจะไปเล่นกับพวกสาวๆได้

 

「ฮ่า~…..เหรอ ก็นะ ช่วยไม่ได้」

 

    ด้วยคำปฏิเสธของผม อิชิโจซังก็พูดพลางถอนหายใจ

    ดูจะผิดหวังมากกว่าที่คาดเอาไว้ ทำเอาผมรู้สึกผิดขึ้นมาหน่อยๆ

 

「คือว่า」

「ขอพูดเอาไว้อย่างหนึ่งนะ」

 

    ขณะที่ผมกำลังจะพูด อิชิโจซังก็พูดขัดก่อน

 

「ว่ากันตามตรงเลย กับเรื่องชนชั้นโรงเรียนแล้วเนี่ยมันจะยังไงก็ช่าง แต่เป็นเพราะว่าเจ้าบ้าชิชิโดเป็นลิงที่ยอมไม่ได้ที่ใครคนอื่นจะไปอยู่บนยอดภูเขา ชั้นเองก็แค่อยากจะหาอะไรทำสนุกๆก็เท่านั้น ความจริงแล้วชั้นก็ไม่ได้เกลียดอะไรชิโนมิยะมากอย่างที่คนอื่นๆคิดกันด้วย มีหลายครั้งที่พวกเราเจอกันตอนถ่ายภาพก็คุยกันได้ปกติ ถ้าจะมีอะไรแล้วล่ะก็ มันก็เหมือนกับเป็นเพื่อนที่มีอะไรไม่เข้ากันบ้าง มันก็เท่านั้นเอง」

「……………….」

 

    การร่ายยาวกะทันหันทำเอาผมกับโอโน่ต้องมองหน้ากัน

 

「ก็ นี่คือจุดยืนของชั้นเอง ขอให้เข้าใจแค่นี้ก็พอ อา~ นอนละ…..จะไปห้องพยาบาลเพราะงั้นถ้าอาจารย์มาแล้วก็ฝากบอกด้วยล่ะ」

 

    พอพูดจบ อิชิโจซังก็เดินจากไป

 

「…..มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย」

「ไม่รู้สิ…..?」

 

    ขณะที่เอียงคอให้กับคำพูดของอิชิโจซัง พวกเราก็เข้าสู้ห้องเรียน

    ทันใดนั้นเอง สายตาของเหล่าเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมดก็จับจ้องมาทางนี้

    เป็นเหมือนอย่างทุกวัน ทว่าปัญหามันอยู่ที่ลักษณะของสายตา

    มีครึ่งหนึ่งที่อยากรู้อยากเห็น, ประมาณ 30% มองด้วยความเห็นห่วง, และสุดท้ายคือมองเหยียด…..สายตาดูถูกประมาณ 20%…..

    ไม่เหมือนกับตอนที่อยู่โถงทางเดิน สามารถมองเห็นลักษณะของสายตาได้อย่างชัดเจน บางทีอาจจะเพราะเป็นคนรู้จักด้วย

    สายตาที่เป็นห่วงมาจากกลุ่มชนชั้นท็อปกับพวกคนที่เป็นเพื่อนกัน และสายตาดูถูกมาจากพรรคพวกของกลุ่มชิชิโด

    ถึงแม้ว่าด้วยบรรยากาศของห้องเรียนที่ต่างไปจากเดิมจะทำให้ต้องขมวดคิ้ว ก็ทำการตรงไปที่กลางห้องแล้วแลกเปลี่ยนคำทักทายเหมือนอย่างเคย

    ดูเหมือนตอนนี้มีแค่กลุ่มตัวสำรองกับชินโดอยู่ มองไม่เห็นตัวชิโนมิยะซังกับอุชิคุระซังเลย

 

「อรุณสวัสดิ์」「อารุณซาหวัด」

「อรุณสวัสดิ์ โอโน่ คิทากาว่า…..ถึงจะยังเช้าอยู่แต่ว่าขอโทษด้วย ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องแย่ขึ้นมาหน่อยแล้ว」

 

    พอพวกเรากล่าวทักทาย ชินโดก็ทำหน้าเป็นห่วงแล้วพูดโดยใช้เสียงค่อย

 

「…..มันเกิดอะไรกันขึ้น? บรรยากาศในห้องดูแปลกๆ」

「อา แต่ไม่ใช่เพราะโอโน่หรอก…..」

 

    แล้วที่ชินโดมองมาก็คือ ผม

 

「…..นี่ผมไปทำอะไรผิดมางั้นเหรอ?」

「ไม่หรอก ไม่ได้ไปทำอะไร…..ก็แค่เริ่มมีข่าวลือแปลกๆกระจายออกมาประมาณเมื่อวานซืนได้」

 

    ในตอนที่ชินโดกำลังเกาแก้มทำท่าพูดยากอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นมาขัดบทสนทนา

 

「โย่ คิทากาว่า!」

 

    เสียงหนักแน่นเต็มไปด้วยความมั่นใจ

    พอหันไปทางต้นเสียง ก็ได้เห็นใบหน้าตามที่คาดไว้

 

「ชิชิโด…..」

 

    ผมไว้ยาวหวีเสยไปข้างหลัง ดวงตาที่ราวกับจ้องเขม็งที่ใครอยู่ตลอดเวลา ส่วนสูงเกือบ 190 ซม. แขนเสื้อที่ม้วนขึ้นทำให้เห็นกล้ามแขนและกำปั้นที่ดูหนา…..

    ชายหนุ่มที่ทุกลักษณะของเขามีร่องรอยของความรุนแรงแผ่ออกมา นั่นก็คือ ชิชิโด ไรโอ

    บนใบหน้าอันแข็งแรงของชิชิโด มีรอยยิ้มที่ดูซาดิสต์อยู่

 

「—-แก ลอสซาชิกิวาราชินั่นไปใช่ไหม?」

 

    คือสิ่งที่พูดมา

 

 

 

 

    ชิชิโดพูดด้วยเสียงที่ดังพอจะให้ทุกคนรอบๆได้ยิน ทำให้บรรยากาศภายในห้องเรียนตึงเครียดขึ้นทันที

 

「…..จู่ๆ ก็อะไรกัน」

 

    ทำไมหมอนี่ถึงได้ทำอย่างนั้น…..ขณะที่กำลังคิดอยู่แบบนั้น ชิชิโดก็ยิ้มจนเห็นฟันราวกับว่ากำลังสนุกอยู่

 

「แก ไม่ได้ใช้ซาชิกิวาราชิกับแวมไพร์ในมอนโคโลคราวนี้ใช่ไหมล่ะ? แล้วช่วงนี้ SNS ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวเลยด้วย ก็เลยมีข่าวลือว่าการ์ดอาจจะลอสเพราะไปทำพลาดซักอย่าง」

 

    มีข่าวลือ…..พูดออกมาว่างั้น แต่เอาจริงๆคงเป็นชิชิโดกับพรรคพวกที่เป็นคนปล่อยข่าวลือให้แพร่สะพัดซะมากกว่า

    ถ้าไม่งั้นแล้วข่าวลือก็คงไม่กระจายทั่วโรงเรียนได้เร็วขนาดนี้หรอก

    บางทีอาจจะมีใครบางคนในกลุ่มของเขาที่คอยตรวจเช็ค Twitter ของผมอยู่บ่อยๆ แล้วก็เกิดความสงสัยว่าทำไมช่วงนี้ถึงไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับพวกเร็นกะเลย

    แล้วพอรวมเข้ากับที่ไม่มีโผล่ในมอนโคโลเมื่อวันก่อน มันเลยทำให้เชื่อมั่นในเรื่องนี้

 

「…..แค่เห็นใบหน้านั่นก็รู้แล้วว่าเรื่องจริง」

 

    ชิชิโดจ้องหน้าผมแล้วยิ้มเยาะ

 

「…..สาเหตุที่ไม่ได้ใช้ซาชิกิวาราชิกับแวมไพร์ในการแข่งมอนโคโล ก็เพื่อทดลองใช้ไลแคนโทรปที่เพิ่งได้มาใหม่ ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้อัพเดด SNS ก็เพราะยุ่งอยู่กับการฝึก อย่ามาเดาสุ่มแปลกๆ ใส่ความกันสิ」

「ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแกเพราะงั้นเงียบไว้ แล้ว ว่ายังไงล่ะ?」

 

    โอโน่เห็นผมพูดไม่ออกจึงออกตัวพูดเพื่อปกป้อง แต่ชิชิโดพูดปัดทิ้งไปง่ายๆ แล้วถามคำถาม

    พอทำการมองไปรอบๆ ก็พบว่าทั้งห้องกำลังจับจ้องมาทางนี้ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็เป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถเลี่ยงที่จะไม่ตอบได้

    ผมสูดหายใจเข้าเล็กน้อยแล้วตอบ

 

「…..อา เป็นเรื่องจริงที่พวกเร็นกะลอสไป」

「อาจารย์…..!」

 

    โอโน่ทำหน้าตาเคร่งเครียดราวกับจะถามว่าทำไมถึงได้พูดออกไป ซึ่งแต่เดิมทีผมไม่ได้มีความตั้งใจจะพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

    ไม่มีความตั้งใจจะไปป่าวประกาศ แต่ก็ไม่มีความตั้งใจจะเพิกเฉยต่อความทุ่มเทของพวกเธอที่เสียสละชีวิตเพื่อให้ผมสามารถหนีได้

    —–แซ่กๆๆ

    ด้วยการยอมรับโดยตรงของผม ทำให้ภายในห้องเกิดความปั่นป่วน แถมยังมีบางคนเอาสมาร์ทโฟนออกมาแล้วโพสลง SNS แบบนี้คงได้แพร่กระจายไปทั่วโรงเรียนภายในวันพรุ่งนี้แน่ๆ

 

「ฮะฮ่า! เอาจริงดิ อ่าห์ ตอนที่บอกว่าเป็นผู้เล่นในมอนโคโลนี่ดูจะตื่นเต้นเสียเหลือเกิน แต่เท่านี้ก็จบเห่แล้วล่ะ」

「ทำไมถึงเป็นงั้นล่ะ ตัวอาจารย์เองก็ยังเป็นนักผจญภัย 3 ดาวอยู่ แล้วในมอนโคโลคราวนี้ก็มีไลแคนโทรปเป็นตัวชูโรง พวกนายทั้งหมดเองก็เห็นอยู่ว่าสามารถเอาชนะการ์ดแรงค์ B ได้」

 

    พอโอโน่พูดแย้งชิชิโดที่กำลังเยาะเย้ยผม บรรยากาศภายในห้องก็「มันก็จริง…..」เริ่มแพร่ออกไป

    แต่ว่าชิชิโอฮึดจมูกใส่แล้วแย้งกลับอย่างใจเย็น

 

「ก็นะ ในแง่ของนักผจญภัย 3 ดาวแล้วนั่นมันก็จริง แต่ว่า เวลาในการเป็นผู้เล่นมอนโคโลของเจ้าหมอนี่มันจบแล้ว สาเหตุที่เจ้าหมอนี่ถูกเชิญไปมอนโคโลก็เพราะผลกระทบจากซาชิกิวาราชินั่น ถ้าเกิดว่าพวกนั้นรู้ว่าทำลอสไปแล้วก็คงไม่เชิญไปอีกแน่ๆ」

 

    …..เรื่องนั้นมันก็จริงซะด้วย

    ผมสามารถเอาชนะการแข่งมาได้ก็จริง แต่หลังการแข่ง ทางรายการก็「คราวหน้าช่วยใช้ซาชิกิวาราชิด้วย」บอกมาว่างั้น

    นั่น เป็นการบอกเป็นนัยว่าคุณค่าของผู้เล่นในมอนโคโลอยู่ที่ตัวเรนกะ ไม่ใช่ผม

    ถ้าเกิดรู้ว่าเร็นกะลอสไปล่ะก็ ผมคงไม่ได้ถูกทางรายการเชิญไปอีกแน่

 

「สุดท้ายแล้ว ตัวคิทากาว่าเองไม่ได้มีดีขนาดนั้นไงล่ะ」

「…..ทั้งซาชิกิวาราชิและแวมไพร์นั่นต่างก็เป็นการ์ดที่ถูกตั้งชื่อ ต่อให้ลอสไปก็สามารถชุบชีวิตกลับมาได้ซักวันอยู่ดี」

「แล้วมันต้องใช้เงินกับเวลามากขนาดไหนเพื่อชุบชีวิตคืนมากันล่ะ แล้วก็ไลแคนโทรปนั่น คงจะทุ่มเงินไปเยอะเพื่อให้ได้มา ถ้าต้องเริ่มเก็บเงินจากศูนย์มันจะกินเวลาแค่ไหนกว่าจะชุบชีวิตซาชิกิวาราชิมาได้อีก? ครึ่งปี? 1 ปี? ไม่คิดว่าทางรายการจะรอนานมากถึงขนาดนั้นหรอก」

「……….」

 

    โอโน่เงียบลงพร้อมกับใบหน้าที่บูดบึ้ง

    อันที่จริง การแรงค์อัพของยูคิไม่ได้ใช้เงินเลยแม้แต่เยนเดียว เพราะงั้นแม้แต่เงินทุนในขณะนี้ ก็พอจะสามารถชุบชีวิตเร็นกะได้

    แต่ว่าคงไม่มีทางที่จะอธิบายเรื่องนั้นออกมาในที่นี้ได้ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือชิชิโดมีอำนาจในการโน้มน้าวสูงกว่า

    รายได้ของนักผจญภัย 3 ดาวทั่วไปโดยประมาณคือ 20 ล้าน – 40 ล้านเยน แน่นอนว่าค่าการ์ดและค่าใช้จ่ายต่างๆจะถูกนำไปหักลบออก ดังนั้นรายได้จริงๆจึงมีค่อนข้างต่ำ แต่รายได้ที่มาจากการลงสำรวจเขาวงกตก็จะประมาณนี้

    ภายในครึ่งปี ผมหาหินเวทกับเงินได้ที่ 35 ล้านเยน แต่นี่ก็เพราะว่ามีแหล่งรายได้สูงจากมอนโคโล และต้องขอบคุณขลุ่ยของฮาเมลิน ที่ถึงแม้ว่าจะยังเป็นนักเรียนอยู่ก็สามารถสำรวจเขาวงกตได้ราวกับเป็นมืออาชีพที่ทำงานเต็มเวลา และเหนือสิ่งอื่นใด การเพิ่มอัตราดรอปของเร็นกะ

    พูดอีกอย่างคือ ถ้าเอาตามสามัญสำนึกทั่วๆไป จะสามารถคาดเดาได้ว่าต้องใช้เวลา 1 ปีในการชุบชีวิตเร็นกะ

    ผมยังคงเป็นนักผจญภัย 3 ดาวอยู่ และจากมอนโคโลเมื่อวันก่อนที่ได้แสดงกำลังรบใหม่ยูคิ ก็คงจะไม่ร่วงจากชนชั้นห้องเรียน แต่อย่างน้อยๆ คงเป็นที่แน่นอนว่าอิทธิพลของผมจะลดต่ำลงจากการที่เสียฉายาผู้เล่นของมอนโคโล

 

    …..แต่ว่า ถึงจะเป็นแบบนั้น มันก็ไม่ได้หมายความว่าชิชิโดจะได้ภาคภูมิใจกับชัยชนะมากไปกว่านี้

    การที่อิทธิพลของผมลดลง มันไม่ได้หมายความถึงคุณค่าในตัวของชิชิโดจะสูงขึ้น

    จริงอยู่ว่าชิชิโดนั้นตัวสูง หุ่นล่ำ ร่างเพรียว และมีหน้าตาหล่อแบบนักเลง มันอาจจะเพียงพอสำหรับในหมู่ผู้หญิง แต่ในหมู่ผู้ชายแล้วเขาก็เป็นแค่แยงกี้หัวโจกในโรงเรียน

    แม้แต่ในห้องเราเองก็มีคนเกลียดอยู่พอสมควร เพราะงั้นการทำให้ผมต่ำลงก็ไม่ได้นำไปสู่การพลิกกลับของชนชั้นอะไรเลย…..

    ขณะที่ผมกำลังนึกสงสัย ชิชิโดก็เผยรอยยิ้ม

 

「คิทากาว่า ชั้นเองก็เป็นนักผจญภัยแล้วนะ」

「!!!」

「มีแผนจะขึ้น 2 ดาวในเร็วๆนี้ และวางแผนจะไล่ตามไป 3 ดาวให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ด้วย」

 

    อย่างงี้นี่เอง งั้นเหรอ นี่ก็คือที่มาของความมั่นใจของชิชิโดงั้นสินะ

    เดาว่าการที่ได้เห็นทั้งโอโน่และผมเป็น 2 ดาวและ 3 ดาวแล้ว ก็เลยคิดว่าคงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะไปให้ถึงระดับนั้นได้

    …..ดูถูกสินะ ดูถูกนักผจญภัยอยู่

    ก็นะ ในตอนแรกผมเองก็คิดว่าสามารถเป็น 3 ดาวได้ง่ายๆ ก็คงพูดเกี่ยวกับคนอื่นมากไม่ได้ แต่ในตอนนี้ที่ได้รู้ความจริง จึงช่วยไม่ได้ที่คิดว่ากำลังโดนดูถูกอยู่

    ถ้าคิดว่าทำได้ก็ลองดู…..ถ้าเป็นตอนปกติก็คงจะพูดไปแบบนั้น แต่ในตอนนี้มันอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่ดีนัก

    สบตากับโอโน่ เขาส่ายหน้าเล็กน้อยราวกับจะบอกว่าอย่าเลย…..จริงอยู่ว่า ต่อให้บอกไปก็คงไม่ถูกรับฟัง…..แต่มันก็อดไมไ่ด้ที่จะต้องให้คำแนะนำไป

 

「ชิชิโด」

「หา?」

「ตอนนี้อย่างเพิ่งเลยจะดีกว่า เวลามันไม่เหมาะ จำนวนของนักผจญภัยหน้าใหม่ที่ไม่กลับมาจากเขาวงกตพักนี้มันสูงขึ้นมาก—-」

「อุ๊บ! วะฮ่าฮ่าฮ่า!」

 

    ชิชิโอระเบิดหัวเราะออกมาราวกับว่ากลั้นต่อไปไม่อยู่แล้ว กลุ่มที่ติดตามชิชิโดเองก็พากันหัวเราะเสียงดังเช่นกัน

    ด้วยสิ่งนั้นเป็นจุดเริ่ม เพื่อนร่วมชั้นที่เป็นกลางบางคนก็เริ่มพากันหัวเราะ

    ไม่เหมือนกับจิตสังหารของมอนสเตอร์ ความมุ่งร้ายที่มาเกาะติดมนุษย์ค่อยๆซึมผ่านผิวหนังราวกับเหงื่อ…..

    ด้านโอโน่ก็กุมขมับแล้วถอนหายใจอยู่ปลายหางตา

 

「หมอนี้ สิ้นหวังแล้ว วะฮ่าฮ่าฮ่า! ถ้าชั้นเป็นนักผจญภัยมันจะเป็นปัญหามากงั้นสินะ!」

「ไม่ใช่ซักหน่อย อย่าได้ลงสำรวจเขาวงกตคนเดียวเด็ดขาด แม้แต่ในข่าวเองก็—-」

「อา~ พอได้แล้ว…..ถ้าเป็นแบบนี้มันก็จบแล้วล่ะ」

 

    พอถ่มน้ำลายส่งแล้วชิชิโดกับพวกก็จากไป

    หลังจากนั้น เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นก็แยกย้าย ในตอนที่กำลังไปก็「กากจริง…..」「เหมือนถูกหลอกลวงเลย~」「คำประกาศยุติบทบาทของคิทากาว่าล่ะ」พูดออกมาให้ได้ยิน

    จะมีก็แค่ชินโดกับเพื่อนร่วมชั้นฝ่ายพวกเราที่「เข้มแข็งเข้าไว้ ไม่เป็นอะไรหรอก ต่อให้การ์ดลอสก็สามารถผ่านมันไปได้」「รู้สึกไม่ค่อยดียังไงไม่รู้เนอะ~ ไม่ต้องคิดมากไปหรอก」「ชั้นเองก็เห็นข่าวอยู่ คงเป็นห่วงจริงๆใช่ไหม? เข้าใจดีเลยล่ะ」คอยพูดให้กำลังใจ

    รู้สึกขอบคุณคำพูดอันอบอุ่นหัวใจ แต่ก็รู้สึกได้ว่าชนชั้นของโรงเรียนได้ลดต่ำลงไปแล้ว

    ท้ายสุด โอโน่ก็เรียกพร้อมดัวยสีหน้าค่อนข้างประหลาดใจ

 

「…..อาจารย์ ใจดีเกินไปแล้ว ก็รู้อยู่ใช่ไหมว่าถ้าพูดไปมันจะเป็นแบบนี้?」

「โอโน่…..แต่จะไม่แนะนำอะไรเลยเนี่ยทำไม่ได้หรอก」

「ก็นะ นั่นมันก็…..แต่ไม่ว่าจะพูดหรือไม่พูด ผลลัพธ์มันก็ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะงั้นไม่พูดไปมันจะดีกว่า」

「………………..」

 

    มันก็จริง ที่โอโน่พูดมานั้นถูกต้อง อันที่จริง คำแนะนำของผมมันจะไปเพิ่มโอกาศที่ชิชิโดจะหัวรั้นและไม่หยุด ต่อให้เขาได้รู้ข้อมูลของบุคคลที่สูญหายไปก็ตาม

    โอโน่เห็นผมนิ่งเงียบไปก็เอามือมาวางที่ไหล่

 

「…..ก็นะ ยังไงในฐานะมนุษย์แล้วก็ทำให้เป็นที่ชื่นชอบมากขึ้นแหละ เอาเถอะ ปล่อยเรื่องตามเก็บกวาดให้ผมเอง ทางอาจารย์ก็ให้ความสนใจเรื่องจับคนร้ายไป」

「โอโน่…..」

 

    หมอนี่ เป็นคนดีขนาดนี้เลย…..แอบประทับใจอยู่นะเนี่ย

 

「นอกจากนี้ ชื่อเสียงที่ลดต่ำลงมาแล้วครั้งหนึ่ง พออาจารย์จับตัวคนร้ายได้ชื่อเสียงมันก็จะพุ่งทะยาน แล้วผมที่คอยสบับสนุนการสืบสวนและไม่ทิ้งอาจารย์ไปแม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ชื่อเสียงก็จะพุ่งทะยานตามไปด้วยไง~」

「โอโน่…..」

 

    หมอนี่ ไม่มีเปลี่ยนเลยจริงๆ…..

    แต่ว่า ก็นะ มันก็คือสิ่งที่โอโน่เป็นแหละ

    แล้วตอนนั้นเอง -ครืด-ประตูห้องเปิดออกกว้างแล้วชิโนมิยะซังกับอุชิคุระซังก็เดินเข้ามา

 

「อรุณสวัสดิ์」「อารุณซาหวัด」

「อรุณสวัสดิ์~ อะ มาโร่ มีเรื่องอยากจะถามนิดหน่อยแต่…..มีอะไรกันรึเปล่า?」

 

    ชิโนมิยะซังพูดขึ้นมาก่อนแต่ก็ต้องเอียงคอเนื่องจากรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างไปภายในห้องเรียน

 

「ก็นิดหน่อยแหละ แล้วอยากจะถามอะไรเหรอ?」

「อา~…..」

 

    พอผมถามคำถามไป ด้วยสาเหตุอะไรบางอย่างชิโนมิยะซังก็ทำท่าสับสนเล็กน้อยและอ้ำๆอึ้งๆ ตัวเธอที่เป็นแบบนั้น อุชิคุระซังก็เลยเข้าไปดึงแขนเสื้อ

 

「คาเอเดะจัง คิดว่าควรจะปรึกษาไปตรงๆจะเป็นการดีที่สุดนะ」

「อืม แต่ว่านา พักนี้ดูจะยุ่งๆกันอยู่ยังไงไม่รู้นะสิ…..」

 

    แบบว่าไม่ค่อยจะเข้าใจแหะ

 

「ถ้าหากว่ามีคำถามอะไรก็บอกมาได้เลย」

 

    พอผมพูดไปแบบนั้น ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากทางกลุ่มของชิชิโดซึ่งนั่งอยู่ห่างออกไป

 

「เลิกไปปรึกษาหมอนั้นจะดีกว่านะ! เพราะว่าเป็นไอ้กากที่ลอสกำลังรบหลักไปไงล่ะ!」

「ก็ากฮ่าฮ่าฮ่า!」

「ชิ! หนวกหูซะจริง ไอ้บวกบ้า! อย่ามาสอดตอนคนอื่นเขาคุยกันอยู่เซ่!」

 

    พอได้ยินการตอบโต้กันของกลุ่มชิชิโดและโอโน่แล้ว ชิโนมิยะซังกับอุชิคุระซังจึงมองผมด้วยความตกใจ

 

「เอ๋ ลอสกำลังรบหลัก จริงเหรอ?」

「นั่นหมายถึงพวกเร็นกะรึเปล่า?」

「อา…..อืม」

 

    พอทั้ง 2 คนเห็นผมพยักหน้าอย่างเก้ๆกังๆให้ ก็ต่างมองหน้ากันและกันแล้วพูดกระซิบ

 

「ท-ทำยังไงดีล่ะชิซุกะ…..」

「ไม่สิ แต่ว่ายังไงปรึกษาไว้ก็ดีกว่านะ」

「ไม่ได้หรอก ทำแบบนั้นไม่ไหว ไม่ว่าจะมองยังไงตอนนี้มันก็เป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดของมาโร๊ะจินะ….. 」

「เรื่องนั้น…..มันก็จริงอยู่ แต่ว่า…..」

 

    ได้ยินเสียงของทั้งคู่ไม่ค่อยชัด แต่จากความจริงจังที่แสดงออกบนใบหน้ามันทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี แล้วในขณะที่ผมกำลังจะเรียกพวกเธอตอนนั้นเอง

 

「อืม ‘โทษที ไม่มีอะไร ไม่ต้องคิดมากหรอก!」

 

    ชิโนมิยะซังหันกลับมาทางนี้แล้วพูดแบบนั้น

    แต่ว่า มาขนาดนี้แล้ว「อ่อ งั้นเหรอ」มันคงไม่มีไอ้บ้าที่ไหนคิดแบบนั้นหรอก

 

「ไม่สิ มันจะไม่มีอะไรไปได้ยังไง บอกมาเถอะไม่ต้องลังเล」

「แหม ไม่มีอะไรเลยจริ๊งจริง อันที่จริง ตัดสินใจว่าไม่คุยด้วยจะดีกว่า ชิซุกะเองก็เห็นด้วยใช่ไหม?」

「ก็…..ถ้าเป็นงั้นล่ะก็นะ…..」

 

    อุชิคุระซังดูจะเป็นห่วง แต่ก็-กึก-พยักหน้ารับ

    …..ถ้าให้เดา ชิโนมิยะซังคงจะพยายามทำอะไรที่ไปพัวพันกับความเสี่ยงบางอย่าง แล้วอุชิคุระซังก็เลยเป็นห่วงในจุดนั้น

    นั่นน่าจะเป็นสาเหตุที่ทั้งคู่มาโรงเรียนช้าด้วย

    อยากจะขุดไปให้ลึกกว่านี้อีกนิดแต่ คงจะเป็นเรื่องยากจากที่พวกเธอตัดสินใจตัดบทสนทนาเอง…..

    ขณะที่ผมกำลังเลอยู่ ชิโนมิยะซังก็เดินออกไปจากตรงนั้น

    ด้านอุชิคุระซัง มองสลับระหว่างชิโนมิยะซังกับผม…..

 

「…..เน่ วันนี้เองก็วางแผนที่จะไปรวมกลุ่มกับพวกสาวๆจากชมรมนักผจญภัยอีกใช่ไหม?」

「เอ๋?」

「ก็นั่นไง ร้านอาหารครอบครัวที่ไปกันอยู่ตลอด」

 

    นี่ถูกเห็นด้วยเหรอเนี่ย…..ตกใจอยู่นิดหน่อย แล้วก็ไม่รู้ทำไมถึงต้องพยายามหาข้อแก้ตัวอย่างลุกลี้ลุกรน

 

「แหม นั่นมันก็ กำลังประชุมวางแผนกิจกรรมที่จะทำในอนาคตน่ะ」

「อืม ดีแล้วล่ะ แล้ววันนี้เองก็จะไปอีกรึเปล่า?」

 

    แต่อุชิคุระซังก็ปล่อยผ่านอย่างเรียบง่ายแล้วใช้สีหน้าจริงจังถามมา

 

「อา~ ก็วางแผนไว้อยู่หรอก…..」

「งั้นเหรอ…..แล้วจะอยู่จนถึงค่ำเลยรึเปล่า?」

「อืม…..นั่นสินะ วันนี้อาจจะอยู่ถึงดึกนิดหน่อย」

 

    เพราะว่าอยากจะเอาของที่โอโน่ให้มาไปให้พวกอันนาดู ตอบไปขณะที่คิดอยู่แบบนั้น

 

「งั้นเหรอ…..ขอบใจนะ」

 

    แล้วอุชิคุระซังก็ออกจากไปด้วยสีหน้าโล่งอก

    ขณะที่ผมกำลังมองเธอเดินไป ก็ได้แต่เอียงคอสงสัยว่ามันหมายถึงอะไร

 

 

 

【Tips】รายได้ของนักผจญภัยมือสมัครเล่นในแต่ละแรงค์

    รายได้(ต่อปี) ของนักผจญภัยโดยทั่วไปในแต่ละแรงค์มีดังนี้

    – 1 ดาว : หลายแสน ~ ประมาณ 2 ล้านเยน

    – 2 ดาว : หลายแสน ~ เกินกว่า 10 ล้านเยน

    – 3 ดาว : 20 ล้าน ~ 40 ล้านเยน

 

    รายได้ของ 1 ดาวเป็นของกลุ่มประเภทรักสนุก แทบทั้งหมดคือนักศึกษามหาวิทยาลัยหรือพนักงานออฟฟิศที่มีงานเต็มเวลาอยู่แล้ว งานนักผจญภัยถือว่าเป็นแค่งานรองหรือไม่ก็เป็นการออกกำลังเล็กน้อยช่วงสุดสัปดาห์ สำหรับผู้มีความต้องการหาเงินอย่างจริงจังมักจะเพิ่มแรงค์ไป 2 ดาวอย่างรวดเร็ว

 

    จาก 2 ดาวไปจะเป็นการผสานของกลุ่มประเภทรักสนุก, ประเภทงานเต็มเวลา, และผู้ที่มุ่งมั่นจะเป็นมืออาชีพ กลุ่มประเภทงานเต็มเวลาคือผู้คนที่หมดไฟหลังจากได้ขึ้นเป็น 2 ดาว แต่ก็ยังมีรายได้อยู่ราวๆ 4 ~ 6 ล้านเยนต่อปีจากการพิชิตเขาวงกตหลายแห่งในแต่ละเดือน สนามรบหลักก็คือเขาวงกตแรงค์ F

    สำหรับผู้ที่มุ่งมั่นจะเป็นมืออาชีพ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะทำรายได้ได้มากกว่า 10 ล้านเยนต่อปี แต่เงินแทบทั้งหมดนั้นจะถูกนำไปลงทุนเพื่อการเป็น 3 ดาว จึงทำให้รายได้จริงๆมีน้อย และแตกต่างไปจากกลุ่มประเภทงานเต็มเวลาที่มีสนามรบหลักอยู่ที่เขาวงกตแรงค์ F มักจะทำการสำรวจในเขาวงกตแรงค์ E ที่มีอัตราการใช้งานการ์ดแรงค์ D สูง และยังมีโอกาศที่จะพบ อิเรกูลาร์เอ็นเคาเตอร์มากขึ้นซึ่งนำไปสูงอัตราการเสียชีวิตที่มาก

 

    3 ดาว กลุ่มประเภทรักสนุกเป็นศูนย์ ทั้งหมดคือผู้ที่มุ่งมั่นจะเป็นมืออาชีพหรือไม่ก็ประเภทงานเต็มเวลา ถึงแม้ว่าจะทำการค้างคืนในเขาวงกตแทบทุกวัน รายได้ที่มีก็ต่ำกว่าครึ่งที่อุทามาโร่ที่เป็นนักเรียนทำได้ นั่นเพราะเป็นการจัดทีมสำรวจหลายคน และไม่มีพรจากเร็นกะที่ช่วยเพิ่มอัตราดรอป

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 46 มิตร, เป็นกลาง, ศัตรู"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved