cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย - ตอนที่ 42 ได้โปรดให้โอกาศอีกซักครั้งด้วยเถอะ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย
  4. ตอนที่ 42 ได้โปรดให้โอกาศอีกซักครั้งด้วยเถอะ
Prev
Next

บทที่ 2 ตอนที่ 16

 

    วันต่อมาหลังเลิกเรียน พวกเราได้มายังเขาวงกตเพื่อค้นหาเบาะแสของผู้สูญหายในทันที

 

「ที่นี่คือ เขาวงกตที่ซาโต้ โชโกะซังหายตัวไปสินะ」

 

    ผมก้าวเข้าสู่เขาวงกตแล้วมองไปรอบๆ

    ประเภทของพื้นที่เป็นประเภทป่า แสงอาทิตย์ตกดินส่องพอประมาณผ่านช่องว่างของต้นไม้ที่ขึ้นหนาช่วยให้ทัศนวิสัยสว่างขึ้น อุณหภูมิเหมือนฤดูใบไม้ผลิและมีสายลมพัดเย็นสบาย เป็นเขาวงกตที่พวกชอบเล่นสนุกโปรดปราน

    หากจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นในเขาวงกตแรงค์ F มันก็น่าจะเป็นตอนกลางคืนหรือมีสภาพอากาศที่ย่ำแย่อย่างเช่นฝน

    ตามที่คาดว่ามันเป็นเรื่องแปลกที่จะมีบุลคลสูญหายในสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การสำรวจแบบนี้ มันยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าต้องเป็นคดียิ่งขึ้นไปอีก

 

「ที่ซาโต้ โชโกะซังหายตัวไปนี่แค่เมื่ออาทิตย์ก่อนใช่รึเปล่า?」

「ค่ะ อิงจากเควส…..คนรู้จักมีความเป็นห่วงซาโต้ โชโกะซังที่ไปเขาวงกตเพียงคนเดียวแล้วไม่กลับออกมา พอ 2 วันให้หลังจึงทำคำร้องค้นหาส์」

「ถ้าจำไม่ผิด ดูพอจะมีประสบการณ์การเป็นนักผจญภัยอยู่บ้างใช่ไหม?」

「ตามบันทึกก็ประมาณ 1 ปีได้ส์ล่ะนะ」

 

    1 ปี…..จากประวัตินักผจญภัยแล้วมีความอาวุโสมากกว่าผมเสียอีก ขึ้นอยู่กับว่าลงเขาวงกตมากแค่ไหน แต่ก็น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เคยชินกับการออกคำสั่งการ์ดเพื่อโจมตีมอนสเตอร์ไปแล้ว

    ถึงจะเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยก็ไม่คิดว่าจะทำให้ต้องสูญหายในเขาวงกตแรงค์ F หรอก

    อย่างที่คิด เธอถูกใครบางคนโจมตีในเขาวงกตแห่งนี้ บางที…..โดยผู้ใช้หมาล่าเนื้อ

 

「…..ก่อนอื่นก็ อัญเชิญการ์ดออกมากันเถอะ」

 

    ถึงแม้ว่าที่ด้านหลังจะเป็นเกทให้กลับไปได้ แต่มันก็เป็นเขาวงกตที่คนร้ายอาจจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนซักแห่งก็เป็นได้

    จะเป็นการดีหากรีบทำการอัญเชิญการ์ดออกมาโดยเร็ว

    ผมนำการ์ดของยูคิออกมาจากกระเป๋า

    ที่ถูกวาดภาพอยู่บนนั้น คือสาวสวยที่ไม่รู้จักพร้อมกับชื่อที่คุ้นเคย

    ประมาณอายุน่าจะพอๆกับผม ผมสีน้ำตาลพร้อม meche สีเขียวเข้มถูกมัดเป็นหางม้า ดวงตากลมโตสดใสมีสีทองซีดราวกับดวงจันทร์ จ้องมองมาทางนี้ด้วยรอยยิ้มอันร่าเริงบนใบหน้า

 

    …..ตั้งแต่ตอนนั้นมาก็ได้ทำการค้นคว้ามากมาย แต่สกิลใหม่ที่ได้มาแทบทั้งหมดหาไม่เจอแม้แต่ชื่อ อันที่พอเกือบๆจะเดาได้มีแค่จ้าวอาณาเขตกับวิชานินจาขั้นสูง

    เจ้าวิชานินจาขั้นสูงพอจะทำการค้นคว้าได้ง่าย เพราะถือว่าเป็นสกิลท้องถิ่นของญี่ปุ่น

    สกิลท้องถิ่น คือสกิลพิเศษที่จะปรากฏบนมอนสเตอร์ในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งเท่านั้น

    วิชาเซียนของจีน, คาถาแม่มดของยุโรป, เวทรูนของสแกนดิเนเวีย เป็นต้น…..สกิลที่มอนสเตอร์ซึ่งปรากฏอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวนั้นเท่านั้นจะได้รับมา จะถูกเรียกว่าสกิลท้องถิ่นเพื่อแยกมันออกจากสกิลปกติ

   

    หนึ่งในลักษณะของสกิลท้องถิ่นคือ ไม่เหมือนกับสกิลปกติที่มีความหลากหลายน้อยกว่าแต่มีลักษณะที่เฉียบคม

    ในกรณีของวิชานินจา จะมีวิชาที่ทำให้ศัตรูสับสนอยู่หลากหลาย อย่างเช่นวิชาแปลงกายและวิชาแยกร่าง

    ยกตัวอย่าง วิชาวารี เป็นวิชานินจาที่ทำให้สามารถซ่อนตัวในน้ำและอยู่ใต้น้ำได้เป็นเวลานาน

    …..ตอนนี้พอมาคิดดูแล้ว วันนั้นที่ผู้ใช้หมาล่าเนื้อให้ไลแคนโทรปลอบโจมตีที่ทะเลสาปก็อาจจะมีวิชานินจาด้วยก็เป็นได้

    ต่อให้สกิลวิชานินจาเป็นสกิลส่วนน้อยที่มีครอบครองกันอยู่ไม่มาก แต่การที่หันหลังให้ทะเลสาปโดยขาดความระวังก็เป็นความผิดของผมเอง

 

    ต่อไปคือจ้าวอาณาเขต นี่เป็นสกิลที่ทำให้สามารถสร้างอาณาเขตขึ้นมารอบตัวเองโดยอิงตามพลังต่อสู้ของตน เป็นสกิลขั้นสูงที่รวมเอาตรวจจับตัวตน, พฤติกรรมรวมฝูง, และสกิลฟื้นฟูเข้าไว้ด้วยกัน ดูเหมือนว่าจะสามารถรับรู้ถึงตัวตนของศัตรูที่รุกล้ำเข้ามาภายในอาณาเขต, เพิ่มความสามารถของพรรคพวกทั้งหมด, และแม้แต่ฟื้นฟูความเสียหายกับความเหนื่อยล้าให้เล็กน้อย

    ข้อเสียก็คือขณะทำการสร้างอาณาเขต ตัวตนของยูคิจะถูกเผยให้ทราบไปทั่วพื้นที่โดยรอบ จะผลักไสศัตรูที่มีพลังต่อสู่ต่ำกว่ามากออกไป และดึงดูดศัตรูที่อยู่ในระดับเดียวกันหรือมากกว่า แล้วระยะของอาณาเขตก็สามารถแคบลงได้ขึ้นอยู่กับพลังต่อสู้ของศัตรูที่อยู่โดยรอบ

    แต่ถึงอย่างนั้นข้อดีที่ใช้ค้นหาศัตรู, เสริมความสามารถของพรรคพวกทั้งหมด, และการฟื้นฟู เป็นการชดเชยข้อเสียที่มากเกินพอ

 

    ถึงแม้จะมีอีกหลายอย่างที่รายละเอียดยังเป็นปริศนาอย่างผู้แท้จริงและทำลายขีดจำกัด เพียงแค่จ้าวอาณาเขตและวิชานินจาขั้นสูงนี้ก็มีพลังมากพอจะเปลี่ยนกลยุทธที่มีอยู่ก่อนหน้าได้ทั้งหมดแล้ว

    นี่มันทำให้ผมต้องคิดว่าถ้าหากมีสกิลพวกนี้อยู่ในตอนนั้น คงจะสามารถรับมือกับผู้ใช้หมาล่าเนื้อได้มากกว่านี้ก็เป็นได้…..

    และเพราะเหตุนั้น ยิ่งพลังที่ได้มายิ่งมากเท่าใด มันก็ยิ่งทำให้ผมกังวลว่านี่จะเป็นยูคิที่ผมรู้จักจริงๆงั้นเหรอ

    แต่มันก็จะเป็นที่ชัดเจนเมื่อได้เรียกเธอออกมาในตอนนี้แล้ว

 

「ออกมาเลย ยูคิ!」

 

    สลัดความลังเลแล้วอัญเชิญยูคิ

    มาพร้อมกับแสงสว่าง หญิงสาวตามภาพวาดได้ปรากฏตัวออกมา

    ส่วนสูง…..ประมาณ 160 ซม. อยู่ระหว่างเร็นกะกับเอลิซ่า ร่างกายเพรียวบางและมีความกระชับเหมือนนักกีฬา สวมเสื้อคอเต่าแขนกุดสีขาว ตัวเสื้อลอยสูงเผยให้เห็นกล้ามหน้าท้อง ตรงกันข้ามกับร่างกายช่วงล่างที่ถูกปกคลุมด้วยกางเกงขายาวสีดำทรงหลวม ไม่สามารถมองเห็นสัดส่วนได้

    เป็นเด็กสาวแสนสวยที่โดยรวมให้ความรู้สึกตื่นตัวกระตือรือร้น

 

「ยูคิ…..งั้นเหรอ?」

 

    ถึงแม้จะมีบรรยากาศแบบเดียวกันกับยูคิก่อนหน้า แต่เพราะว่าได้กลายเป็นเด็กสาวราวกับคนละคน ก็เลยถามไปอย่างพะวักพะวน…..

 

「ฮะ! มาสเตอร์!」

 

    ด้วยทั้งน้ำตาตรงหางตา…..ยูคิได้ขานตอบ

    ท่าทางอันอ่อนโยนนั้นและเสียงที่เหมือนกันกับตอนที่เป็นคูซี่

    อาจจะเพราะผมรู้สึกไปเองแต่เหมือนกับว่ามองเห็นหางกำลังส่ายไปมาอยู่ด้านหลังเลย

    ก่อนอื่นก็โล่งใจไปหน่อยนึง แล้วผมก็เปลี่ยนไปใช้ลิงค์เพื่อถามคำถามกับเธอ

 

『…..มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย? นี่กลายเป็นไลแคนโทรปไปตอนไหนกัน?』

『เรื่องนั้น…..ขอโทษฮะ ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน…..』

『งั้นเหรอ…..』

『ยิ่งไปกว่านั้น…..ขอโทษฮะ มาสเตอร์ มีแค่ผมที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลย…..』

 

    พอพูดแบบนั้นแล้ว ยูคิก็ก้มหน้าลงด้วยความคับข้องใจ

    ผ่านทางลิงค์ รู้สึกได้ถึงความเสียใจและความสมเพชต่อตัวเองที่ไม่มีทางเลือก นอกจากที่ต้องหนีแล้วทิ้งพรรคพวกเอาไว้ข้างหลัง…..

    แต่ว่า นั่นมัน…..

 

『ไม่หรอก นั่นไม่ใช่ความผิดของเธอเลย เป็นความผิดพลาดในการตัดสินใจของผมต่างหาก』

 

    คนที่ตัดสินใจผิดก็คือผม ที่ตัดสินใจทิ้งพวกเร็นกะเอาไว้เป็นเบี้ยแล้ววิ่งหนีก็คือผมอีก ทุกความรับผิดชอบเป็นของผมทั้งหมด

    ถ้าหากว่าเริ่มไปโทษความพ่ายแพ้ของตัวเองว่าเป็นเพราะการ์ดแล้วล่ะก็ ทั้งฐานะนักผจญภัยหรือแม้แต่ฐานะมนุษย์ก็คงได้จบลงไปหมดแล้ว

    นั่นมันคือ กำลังใจเล็กๆสุดท้ายที่ยังคงเหลืออยู่ของผมที่ต้องหนีอย่างไม่มีทางเลือก

    ทว่า แม้เป็นเช่นนั้นยูคิก็ยังคงส่ายหน้า

『ไม่ฮะ ต่อให้เป็นแบบนั้น ถ้าในตอนนั้นผมแข็งแกร่งมากกว่านั้นล่ะก็……….มาสเตอร์』

 

    ยูคิจ้องมาที่ผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแรงกล้า

 

『มีอะไรเหรอ?』

『ยังมีการ์ดไลแคนโทรป 2 ใบนั้นอยู่รึเปล่าฮะ?』

『อา ยังมีอยู่…..』

『ถ้าหากไม่ว่าอะไรแล้วล่ะก็ จะช่วยยกการ์ดนั้นให้ผมจะได้ไหมฮะ?』

『หา…..?』

 

    ถึงกับผงะไปแบบไม่ทันตั้งตัว

    เรื่องที่การ์ดอยากได้การ์ดมันเป็นสถานการณ์ที่แปลกประหลาด ไม่สามารถทำความเข้าใจได้

 

『เอ๋ ท-ทำไมล่ะ?』

『สกิลใหม่ของผม อัญเชิญวงศ์วานแท้จริง…..เป็นสกิลที่กลืนกินการ์ดอื่นแล้วจับมอนสเตอร์นั้นเข้ามาผสานฮะ』

『กลืนกินแล้วผสาน…..?』

『มาสเตอร์รู้เรื่องสกิลอัญเชิญวงศ์วานแบบปกติรึเปล่าฮะ?』

『อา』

 

    สกิลอัญเชิญวงศ์วาน คือความสามารถในการอัญเชิญมอนสเตอร์เฉพาะที่อยู่ในแรงค์เดียวกันหรือต่ำกว่าออกมาได้อย่างอิสระ โดยไม่จำกัดหรือจำกัดจำนวนตามรอบช่วงเวลาออกมาเป็นดั่งโทเค็น(token)

    ในกรณีแรกก็เช่นไฮโคโบลด์ ที่ทำการเรียกโคโบลด์ ใช้เวลาในการเรียกครั้งละ 1 ตัวแต่สามารถเรียกออกมาได้ไม่จำกัดจำนวน

    ในกรณีหลังก็เช่นซุยโค ที่เคยสู้มาแล้วในอดีต มีจำนวนที่สามารถเรียกออกมาได้จำกัด แต่สามารถเรียกออกมาจำนวนมากได้ในคราวเดียว อีกทั้งความสามารถโดยรวมจะมีมากกว่าหากเอาไปเทียบกับกรณีแรก

    นอกจากนี้ ลักษณะโดยรวมของโทเค็นทั้งหมดก็คือ มีพลังต่อสู้ที่ต่ำกว่าพลังต่อสู้ของเผ่าที่เป็นต้นแบบเท่านั้น, สกิลที่มีคือทักษะติดตัวเท่านั้น, อีกทั้งโทเค็นจะไม่สืบทอดความทรงจำหรือมีการเติบโต ก็ประมาณนี้

    พูดอีกอย่างคือ อัญเชิญวงศ์วานคือความสามารถในการเรียกอะไรบางอย่างที่คล้ายกับเงาของเผ่าที่ต่ำกว่า

    ทั้งหมดทั้งมวลคือสกิลที่เน้นไปที่ปริมาณมากกว่าเน้นคุณภาพ

    แต่ถึงอย่างนั้น ความสามารถที่ช่วยเพิ่มจำนวนพวกเดียวกันโดยที่ไม่สนขีดจำกัดการอัญเชิญของตัวเขาวงกตก็ถือได้ว่าน่าทึ่ง เหล่าการ์ดที่มีสกิลอัญเชิญวงศ์วานต่างก็มีราคาที่สูงด้วยกันถ้วนหน้า

    ในปัจจุบัน การ์ดที่มีสกิลอัญเชิญวงศ์วานแทบทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นทักษะติดตัว แล้วก็ยังไม่พบวิธีการที่จะให้เรียนรู้เป็นทักษะเรียนรู้ได้เลย

    จะมีในกรณีหายากมากๆ ที่เมื่อการ์ดดรอป จะมีปรากฏเป็นทักษะเรียนรู้มาเลยตั้งแต่แรก

    …..นี่ก็ เป็นสิ่งที่ผมรู้เกี่ยวกับอัญเชิญวงศ์วาน

 

『อัญเชิญวงศ์วานแท้จริงของผมจะแตกต่างไปจากอัญเชิญวงศ์วานปกตินิดหน่อยฮะ อย่างแรก อัญเชิญวงศ์วานจะสามารถเรียกมอนสเตอร์ได้โดยที่ไม่ต้องใช้สื่อกลางอะไร ในขณะที่อัญเชิญวงศ์วานแท้จริงต้องใช้การ์ดที่เป็นชนิดเดียวกัน อีกทั้งจำนวนโทเค็นที่สามารถเรียกได้จะเท่ากันกับจำนวนของการ์ดที่ถูกผสานเข้าฮะ』

『ฟุมุ…..』

 

    ต้องใช้การ์ดชนิดเดียวกัน พอเริ่มเรื่องมาก็เป็นข้อเสียเลยทำให้ผมรู้สึกกังวลนิดหน่อย แต่ก็ตัดสินใจฟังไปจนจบก่อนที่จะทำการตัดสินใจ

 

『ต่อไป โทเค็นปกติจะมีความสามารถอยู่ในขั้นต่ำที่สุดและไม่เติบโต แต่โทเค็นที่ผมเรียกมาจะมีความสามารถตามการ์ดที่นำมาผสาน แล้วยังสามารถเติบโตเหมือนการ์ดปกติด้วยการได้รับค่าประสบการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น เหมือนกับโทเค็นปกติที่ต่อให้ตายก็ไม่ใช่การลอส สามารถเรียกออกมาอีกครั้งได้เมื่อเวลาผ่านไปซักพักฮะ』

『เอาจริงดิ!?』

 

    ด้วยคำพูดของยูคิ ทำให้คราวนี้ผมไม่สามารถซ่อนความตกใจเอาไว้ได้

    สามารถสร้างโทเค็นที่เติบโตได้…..นี่มันเหมือนกับบอกว่าสามารถเรียกการ์ดอมตะได้เลย

    แบบนี่มัน เกินไปกว่าการเป็นการ์ดแล้วเข้าใกล้การเป็นมาสเตอร์แล้ว

    ไม่สิ ถ้าพิจารณาจากที่จำเป็นต้องใช้การ์ดเป็นสื่อกลางแล้ว นี่มันควรจะเรียกว่าสกิลประเภทการ์ดมาสเตอร์

    แข็งแกร่งเกินไปแล้ว…..สกิลระดับแรงค์ A…..อาจจะเกินไปหน่อย แต่ว่าแข็งแกร่งถึงระดับแรงค์ B ขั้นสูงได้เลย

 

『ช่วยบอกรายละเอียดมามากกว่านี้หน่อย』

 

    จากนั้นก็ได้ฟังรายละเอียดของอัญเชิญวงศ์วานแท้จริง โดยสรุปที่รู้มาตามด้านล่าง

 

    – เพื่อที่จะบันทึกเป็นโทเค็น จำเป็นต้องใช้การ์ดชนิดเดียวกัน การ์ดที่ถูกผสานแล้วไม่สามารถเอากลับคืนมาได้

    – ไม่เหมือนกับโทเค็นทั่วไป ตัวโทเค็นสามารถเติบโตได้เหมือนการ์ด เพียงแต่อัตราการเติบโตจะช้ากว่าการ์ดปกติ และเรียนรู้สกิลได้ยากกว่า

    – แม้โทเค็นจะตายก็ไม่ลอส เพียงแค่มีเวลาคูลดาวน์ (cool down)

    – ตัวโทเค็นสามารถได้รับสกิลจากร่างหลักได้ 1 อย่างแต่จะมีแรงค์ต่ำกว่า 1 ระดับ

    – จำนวนการ์ดที่สามารถบันทึกเป็นโทเค็นในปัจจุบันคือ 3 ใบ ไม่สามารถเกินกว่านี้ได้จนกว่าจะลบใบที่มีอยู่ก่อน จำนวนมีความน่าจะเป็นว่าสามารถเพิ่มได้ในอนาคต

    – ถ้าหากว่าปฏิบัติต่อโทเค็นไม่ดี มีแนวโน้มว่าจะได้รับสกิลต่อต้านเช่นเดียวกันกับการ์ดปกติ

    – เมื่อยูคิแรงค์อัพแล้วเผ่ามีการเปลี่ยนแปลง ตัวการ์ดที่ถูกผสานอยู่จะหายไป

 

    …..ข้อเสียมันก็มีอยู่ การที่ไม่สามารถเอาการ์ดคืนมาหลังจากผสานและพอแรงค์อัพจะหายไปเป็นอะไรที่เจ็บปวด แถมถ้าจัดการไม่เหมาะสมก็จะลงเอยด้วยสกิลต่อต้านอย่าง『ปิดกั้นจิตใจ』เหมือนอย่างเร็นกะแต่ก่อน

    แต่ว่า ยิ่งไปกว่านั้นคือโทเค็นสามารถเติบโตได้…..ไม่สิ การที่สามารถเรียกการ์ดที่ไม่มีลอสออกมาได้ถือว่าเป็นข้อดีมหาศาล

    เหนือสิ่งอื่นใด การที่สามารถเรียกออกมาได้เกินกว่าขีดจำกัดการอัญเชิญของเขาวงกตเป็นอะไรที่น่าดึงดูดมาก

    ไม่เพียงแค่ในเขาวงกตปกติ แต่ยังมีประโยชน์ในการแข่งของมอนโคโลด้วย

 

『แล้วสกิลอื่นๆล่ะ?』

『เกี่ยวกับผู้แท้จริง…..ขอโทษฮะ ไม่เข้าใจเลย』

 

    ยูคิ-ซึม-ก้มหัวลง ในหมู่สกิลนั้นชั่วขณะที่ได้รับมันมาจะมีทั้งที่เข้าใจวิธีใช้งานได้ทันที, ไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับมันเลย, และผสมด้วยกันทั้งคู่ มี 3 รูปแบบนี้

    รูปแบบแรกจะเป็นของสกิลเวทมนตร์และสกิลด้านเทคนิคเกือบทั้งหมด, รูปแบบที่ 2 เป็นพวกชนิดพิเศษอย่างสกิลผู้กล้า ตัวผู้แท้จริงดูจะเป็นชนิดพิเศษเหมือนกันกับสกิลผู้กล้า

    นอกจากนี้แล้ว สกิลแทบทั้งหมดสามารถนับได้เป็นรูปแบบที่ 3

 

『งั้นเหรอ…..แล้วทำลายขีดจำกัดล่ะ?』

『อ๊ะ ถ้าอันนี้พอจะเข้าใจอยู่นิดหน่อยฮะ ทำลายขีดจำกัดดูจะมีความสามารถในการเพิ่มค่าพลังต่อสู้ตั้งต้นและขีดจำกัดการเติบโตขึ้น 2 เท่า แล้วยังช่วยดึงพลังของบางสกิลออกมาได้มากกว่าปกติด้วยฮะ』

『2 เท่า! แบบนี้ไม่ใช่ว่าจริงๆแล้วเป็นแรงค์ B หรอกเรอะ!?』

 

    ไม่สิ ตัวแรงค์ B จะมีสกิลติดตัวที่แข็งแกร่งมากกว่าแรงค์ C อยู่ งั้นก็น่าจะเรียกว่าเป็นแรงค์ B ตกชั้น แต่ถึงยังไงมันก็หลุดกรอบของแรงค์ C ไปแล้ว

    ในทางตรงกันข้าม หากว่ายูคิสามารถสืบทอดสกิลเหล่านี้ได้ตอนแรงค์อัพล่ะก็ พลังจะเทียบเท่าได้กับแรงค์ A เลยทีเดียว

    อันตราย…..อันตรายเกินไปแล้ว ทั้งอัญเชิญวงศ์วานแท้จริงทั้งทำลายขีดจำกัด

    ความรู้สึกตื่นเต้นพุ่งขึ้นจากสันหลังจนขนลุกซู่

    ถ้าหากว่ามีพลังนี้อยู่ล่ะก็ คราวนี้รับมือผู้ใช้หมาล่าเนื้อได้แน่…..

    ในขณะเดียวกัน ในใจส่วนที่ยังคงความสงบไว้ได้ก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา

    พลังนี้แข็งแกร่งเกินไป เกินไปกว่าขีดจำกัดของสกิลธรรมดา โดยเฉพาะทำลายขีดจำกัดที่เบนออกไปจากระบบแรงค์ของการ์ด

    ถ้าหากว่าถูกล่วงรู้ตัวสกิล กลัวว่าจะเกิดปัญหาตามมา…..

    …..ควรจะ รายงานเรื่องสกิลใหม่ให้ทางกิลล์ไปดีไหม

    ทางกิลล์มีระบบการให้รางวัลเมื่อทำการรายงานเรื่องสกิลใหม่

    เป็นระบบที่มีไว้เพื่อทำให้การศึกษาการ์ดก้าวหน้าขึ้นไป แล้วก็ยังให้ทางกิลล์สามารถช่วยปกป้องตัวผู้รายงานได้อีกด้วย    

    ถ้าหากรายงานกิลล์ไป ทางนั้นก็อาจจะขอความร่วมมือให้ทำการทดสอบบางอย่าง แต่ในทางกลับกันก็จะช่วยปกป้องจากปัญหาหลายๆอย่างด้วย

    …..เว้นแต่ว่าทางกิลล์จะเป็นศัตรูเสียเอง

    ตัวกิลล์เองก็เป็นหน่วยงานของรัฐ ประเทศที่มีแต่ความสวยหรูมันไม่มีอยู่จริงหรอก ในเวลาฉุกเฉินมันก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกยึดเอาไป『พร้อมตัวผม』

    ควรจะเก็บเป็นความลับ หรือว่าไปรายงานด้วยตัวเองดี…..

 

「อาโน~ เป็นอะไรงั้นเหรอส์คะ? มีปัญหาอะไรรึเปล่า?」

 

    คงเพราะสงสัยที่ผมทำการพูดคุยผ่านลิงค์อยู่นาน อันนาก็เลยถามมา

    …..หยุดคิดอะไรเยอะแยะวุ่นวายไว้ตรงนี้ละกัน

 

「อา ไม่หรอก ไม่มีอะไร…..นั่นคือปาร์ตี้ของเธองั้นสินะ」

 

    บอกกับยูกิ『เดี๋ยวค่อยคุยเรื่องนั้นต่อทีหลัง』แล้วผมก็หันไปทางพวกอันนา ที่ตรงนั้นพวกเธอก็ได้อัญเชิญการ์ดออกมาแล้ว

    การ์ดของอันนาคือม้าสีขาวที่มาพร้อมปีกอันสวยงาม…..เพกาซัสล่ะ บางทีคงจะเป็นยูนิคอร์นตัวที่ได้สู้กันในการแข่งครั้งก่อนที่แรงค์อัพแล้ว

    ตัวเพกาซัลสวมบังเหียน, เชือก, และโกลนมาพร้อม เห็นได้ชัดว่าอันนามีรสนิยมในการขี่ม้า

    พอได้เห็นแบบนี้ ก็ตระหนักได้ว่าตัวเธอคือคุณหนูตัวจริง ถึงแม้ว่าตอนปกติเธอจะดูไม่เหมือนก็เถอะ

    คนรับใช้เอลฟ์ ม้าสีขาวเพกาซัส ลูกครึ่งสาวสวยลูกสาวประธานบริษัท ภาพสุดแสนจะสมบูรณ์แบบของอันนา เป็นปาร์ตี้ที่ตระการตาจริงๆ

    อีกด้านหนึ่ง ส่วนของโอริเบะนั้น…..

 

「อูอออ…..ไม่ว่าจะมองยังไงก็ขยะแขยง」

「อย่าพูดว่าขยะแขยงนะ! ซึ้ดจิน่ะทั้งแข็งแกร่ง, อ่อนโยน, ฉลาด, แล้วก็ภักดีด้วย!」

 

    พอผมไล่สายตาไป ก็เห็นสิ่งที่โอริเบะเรียกออกมา ส่วนทางอันนาก็ตัวสั่นขนลุกไปทั้งตัว

    โอริเบะจึงทำการประท้วงเธอกลับไป ดูอารมณ์เสียจริงจังอยู่นิดหน่อย

    …..แต่ว่า ถึงจะรู้สึกสงสารโอริเบะ แต่สำหรับผมเองต่อการ์ดของเธอนั้น…..ก็ต้องบอกว่าขยะแขยงเหมือนกัน

    ลำตัวที่กลมและส่วนท้องที่ใหญ่โต พร้อมด้วยขาทั้ง 8 ที่ยาวและบางแปลกๆ ขนลายเสือที่ขึ้นตามร่างกายไปทั่ว ส่วนที่อยู่บนหลังก็มีใบหน้าของหญิงชราดูน่าขนลุกติดอยู่

    สึจิงูโมะ(Tsuchigumo/土蜘蛛) นั่นก็คือชื่อของการ์ดที่โอริเบะเรียกออกมา

 

『มาสเตอร์ อย่าได้ใส่ใจไปเลย ชั้นไม่ติดใจอะไรหรอกค่ะ…..』

「ซึ้ดจิ…..」

 

    ถึงจะได้ยินคำพูดของอันนา สึจิงูโมะก็ยังคงยิ้มอยู่ โอริเบะมองเธอด้วยความเป็นห่วง

    เป็นการแลกเปลี่ยนที่อบอุ่นหัวใจระหว่างการ์ดและมาสเตอร์…..ให้บอกไปแบบนั้นไม่ได้จริงๆ

    สีหน้าของอันนาราวกับว่าได้เห็นฉากสุดสยองที่น่ากลัวยิ่งกว่าหนังสยองขวัญ ถึงขนาดน้ำตาเล็ดออกมา

 

「อุ๊บ…..รู้สึกคลื่นไส้…..」

「โอ่ย! นั่นมันหยาบคายเกินไปแล้วนะ!」

 

    อันนาที่ตัวโซเซแล้วป้องปาก คราวนี้โอริเบะเลยโกรธจริงๆ

 

「น-น่าน่า ใจเย็นๆก่อน อันนา…..มันเสียมารยาทนะที่ไปล้อเลียนหรือทำให้รู้สึกแย่กับการ์ดของคนอื่นน่ะ」

「อู…..ขอโทษส์ค่ะ ก็แค่…..」

 

    ถึงแม้ผมจะมีความรู้สึกใกล้เคียงกับอันนาแต่ก็ทำการปลอบพวกเธอ

    อันที่จริง มันถือว่าเป็นการเสียมารยาทอย่างรุนแรงที่ไปล้อเลียนการ์ดของคนอื่นภายในเขาวงกต

    ในบางครั้งมันถึงขึ้นนำไปสู่การดวลกันโดยใช้การ์ดด้วย การยั่วยุซ้ำหลายครั้งก็ถึงขั้นที่ต้องได้รับคำเตือนอย่างเข้มงวดจากทางกิลล์

    …..อย่างไรก็ตาม ในหมู่นักผจญภัยผู้หญิงก็มีอยู่จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่ทางสรีรวิทยานั้นไม่สามารถยอมรับมอนสเตอร์ที่มีหน้าตาชวนขนลุกอย่างสึจิงูโมะได้

    มีบางคนกล่าวว่าถ้าหากการไม่ล้อเลียนการ์ดของคนอื่นถือเป็นมารยาทที่ดีแล้วล่ะก็ การที่ไม่ใช้การ์ดที่เป็นการคุกคามคนอื่นก็ถือเป็นมารยาทที่ดีเช่นกัน

 

「ฟุ…..สมแล้วที่เป็นรุ่นพี่ เข้าใจดีสินะคะ มิน่าถึงได้ใช้กูล่า」

 

   พออันนาก้มหัวขอโทษแต่โดยดี ทางโอริเบะที่หายโกรธ ด้วยเหตุผลบางอย่างได้มองมาที่ผมพร้อมความรู้สึกดีๆให้

    …..ดูจะเป็นเพราะได้ใช้กูล่า เธอเลยดูมีความประทับใจที่ดีต่อผม

    สงสัยว่ากูล่าจะเป็นการ์ดที่คนทั่วไปหลีกเลี่ยงอยู่พอสมควรแหะ

 

「โดยส่วนตัวแล้วอยากให้กูล่าไปตามสายของเจียงซืออย่างเฮล หรือว่าราชินีอันเดดอย่างโยมตสึโอคามิ(黄泉津大神) แต่ก็นะ รางวัลจากงานแข่งเป็นแวมไพร์มันก็เลยช่วยไม่ได้ แวมไพร์เองก็เท่ด้วย」

「อา โอริเบะเนี่ยคือ…..ชอบแนวสยองขวัญงั้นเหรอ?」

「อืม…..ก็ นะ」

 

    พอผมถามคำถามไป โอริเบะดูจะรู้สึกตัวที่จู่ๆตัวเองก็เริ่มพูดแบบได้อารมณ์ก็เลยหน้าแดงแล้วเงียบไป

 

「ซาโยะน่ะชอบหนังสยองขวัญเอามากส์ การ์ดเองก็มีแต่อันเดดกับอะไรพวกนั้นส์」

「ด-เดี๋ยวเถอะ! อย่าเอามาแฉกันสิ!」

「ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอส์ แทนที่จะเป็นชั้นที่ไม่ชอบหนังสยองขวัญ ครั้งหน้าก็ชวนรุ่นพี่ไปดูซะเลย ไม่สิ เอาจริงๆ ขอเถอะ」

「คุ ยัยเพื่อนไร้ประโยชน์!」

 

    ดูเหมือนจะเพราะเธอโดนลากไปดูหนังสยองขวัญที่ไม่ชอบเอาเยอะมาก น้ำเสียงของอันนาเลยดูจริงจัง ทางโอริเบะก็สบถใส่

    ผมยิ้มแห้งๆให้เธอแล้วพูด

 

「ผมเองก็ชอบหนังสยองขวัญอยู่บ้างเพราะงั้นครั้งหน้าไปดูด้วยกันก็ได้นะ」

「เอ๋…..อะ…..ถ-ถ้ารุ่นพี่ยืนกรานว่างั้นล่ะก็…..」

「ซึนเดเระเรอะ」

 

    โอริเบะทำท่าทางเขินอาย ทางอันนาก็ตบมุขมา

    เอาล่ะ ได้เวลาละ…..

 

「ก็นะ เอาไว้คุยเรื่องนั้นกันทีหลังละกัน…..ได้เวลาไปกันแล้ว」

 

    พอผมพูดแบบนั้น ทั้ง 2 คนก็ทำหน้าเคร่งแล้วพยักหน้า

    สมแล้วที่เป็นนักผจญภัย 2 และ 3 ดาว สับเปลี่ยนได้ไว

    เห็นพวกเธอกำลังขึ้นขี่การ์ดของตัวเองผมจึงพยายามจะขึ้นขี่ยูคิเหมือนอย่างเคย แต่ก็ต้องหยุดชะงัก

    …..ในตอนนี้ยูคิมีร่างเป็นสาวสวยแล้ว ต่อให้กลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าก็ยังคงเดิน 2 ขาเหมือนกับมนุษย์

    ไม่เหมาะที่จะขึ้นขี่หลัง

    ช่วยไม่ได้ เอาดราโกเน็ตออกมาล่ะกัน

 

「ออกมา! ดราโกเน็ต」

 

    ตอบรับต่อเสียงเรียกของผม มังกรขนาดเล็กได้ปรากฏตัวออกมา

    ดราโกเน็ตที่โผล่ออกมา ทำการทักทายด้วยเสียงอันชัดเจนเหมือนอย่างเคย

 

「ดีใจจริงๆที่ปลอดภัยค่ะ มาสเตอร์!」

「อา กับดราโกเน็ตเองก็ต้องขอโทษด้วยที่จู่ๆก็เกิดอะไรแบบนั้นขึ้น」

 

    จากมุมมองของมังกรตัวเล็กนี่ หลังจากที่เพิ่งมาเป็นพรรคพวกได้ไม่ทันไรกลับต้องมาเกือบตาย จึงน่าจะมีความรู้สึกอะไรอยู่บ้าง แต่…..

 

「ไม่ค่ะ! ทางนี้ต่างหากที่ไม่สามารถเป็นกำลังให้ได้เลยที่ต้องขอประทานอภัยด้วย!」

 

    กลับกันเป็นถูกก้มหัวให้แทน

    นี่เองก็คงเป็นผลจากอุทิศตัวรับใช้สินะ จากมุมมองของมาสเตอร์แล้ว การที่ยับยั้งชั่งใจความเห็นแก่ตัวและจดจ่อกับการรับใช้นั้นถือว่าเป็นอะไรที่ดี แต่ก็กลัวว่าจะระเบิดอยู่นิดหน่อย

    ถึงจะมีขนาดเล็ก แต่ว่ากันว่ามังกรเป็นเผ่าที่มีความหยิ่งทระนงสูง อาจจะมีความเครียดที่สูงมากกว่ามอนสเตอร์อื่นๆเลย

    ในแง่หนึ่ง อาจจะต้องระมัดระวังให้มากกว่าเร็นกะหรือเมอาที่ดูเข้าใจง่าย

 

「…..งั้น ขอโทษด้วยแต่มาเริ่มกันเลยละกัน ขึ้นขี่หลังได้ไหม?」

「ค่ะ! รับทราบแล้วค่ะ!」

 

    จากที่ได้เรียนรู้มาเมื่อครั้งก่อน ทำการติดตั้งอานแบบง่ายๆสำหรับดราโกเน็ตลงไปก่อนแล้วขึ้นขี่ แล้วพอยูคิขึ้นตามมาด้านหลังผม กลิ่นหอมที่ไม่มีอยู่ตอนที่เป็นคูซี่ได้ลอยมา อีกทั้ง สัมผัสนุ่มๆด้วย…..

 

「? เป็นอะไรเหรอฮะ มาสเตอร์?」

「ม-ไม่ ไม่มีอะไรหรอก」

 

    ทำการส่ายหัวแล้วหันหน้าไปทางพวกอันนา

 

「เอาเป็นว่าตอนนี้ สำรวจไล่ไปตั้งแต่ชั้นบนไหม? เควสไม่ได้ระบุใช่ไหมว่าเหยื่อสูญหายไปแถวไหน?」

「…..ไม่ค่ะ ถ้าหากว่าเป็นการค้นหาบุคคลสูญหายทั่วไปก็คงทำแบบนั้นได้ แต่คราวนี้เป็นคดีที่เกี่ยวกับผู้ใช้หมาล่าเนื้อ เพราะฉะนั้น…..」

「มีความเป็นไปได้สูงว่าจะถูกบังคับให้หนีจากชั้นล่างสุดขึ้นมาทางบันได…..หมายความว่างั้นส์สินะ งั้นเริ่มสำรวจตั้งแต่ชั้นล่างกันเถอะค่ะ」

 

    ผมพยักหน้าแล้วให้ดราโกเน็ตมุ่งหน้าไปยังชั้นล่างสุด

 

 

 

    การเดินทางไปชั้นล่างสุดราบรื่นมาก

    สมแล้วที่เป็น 2 และ 3 ดาว มอนสเตอร์ระหว่างทางแค่เดินผ่านก็ตายแล้ว เนื่องจากว่าแค่ตื้นๆจึงใช้เวลาไม่มากก็สามารถมาถึงชั้นล่างสุดและจัดการจ้าวลงได้

 

「อืม อย่างที่คิดถึงแม้จะเป็นจ้าวแต่ในเขาวงกตแรงค์ F แล้วก็ไม่ต่างอะไรไปจากพวกกระจอกส์เลยนะคะ」

 

    อันนาพูดขณะที่จ้องมองร่างของจ้าวในชั้นล่างสุดโอมโมรากิ…..หรือจะให้ถูกคือหินเวท

    ใบหน้าของโอมโมรากิตอนที่ถูกยูคิซัดเข้าใส่ดูเหมือนจะมีความเศร้าที่อธิบายไม่ได้อยู่

 

「…..ผู้ใช้หมาล่าเนื้อก็ ไม่มีวี่แววการโจมตีในตอนนี้สินะ」

 

    ผมพูดขณะที่ทำการมองไปรอบๆ ทางโอริเบะก็พยักหน้า

 

「ก็นะ ผู้ใช้หมาล่าเนื้อปกติจะเล็งเป้าหมายที่มาคนเดียว เดาว่าถ้าเล็งที่ 2 คนหรือมากกว่า โอกาศที่จะหลบหนีไปได้ก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นมาก อีกทั้ง…..รุ่นพี่ได้ถูกอีกฝ่ายเล็งไปแล้ว เป็นธรรมดาที่อีกฝ่ายต้องคิดว่าการกลับเข้ามาที่เขาวงกตจะต้องมีเตรียมหนทางหลบหนีเอาไว้แล้วแน่ๆ เว้นแต่ตัวรุ่นพี่จะมีหลักฐานอะไรที่ชัดเจนเอามากๆ หรือเหตุผลที่เล็งรุ่นพี่ไว้นั้นมีความพิเศษ ก็ไม่คิดว่ารุ่นพี่จะถูกคนร้ายเล็งเป้าอีกหรอกค่ะ」

「งั้นเหรอ…..」

 

    มันก็จริง ถ้าคิดกันตามปกติแล้ว หากพยายามจะฆ่าใครแล้วคนๆนั้นกลับมาที่เขาวงกตอีกในทันที คนร้ายก็ต้องคิดว่ามีการวางแผนรับมืออะไรไว้แน่ๆ

    และในความจริง แม้จะเป็นการพึ่งพาอันนาแต่ก็ได้เตรียมการ์ดเวทมนตร์เอาไว้เพื่อหลบหนีแล้ว

    ข้อมูลที่ผมมีก็ไม่สามารถเชื่อมโยงไปที่ผู้ใช้หมาล่าเนื้อได้โดยตรง

    ส่วนเร็นกะ ถึงแม้ในมุมมองของพวกเราจะเห็นว่ามีความพิเศษอยู่ แต่ก็บอกไม่ได้ว่าจะไม่มีการ์ดอื่นที่เป็นเหมือนกันเลย

    ถ้าอย่างนั้นจะเป็นการฉลาดกว่าที่จะไปเล็งเป้าเหยื่อคนอื่นที่ไม่ทันสงสัย แทนที่จะมายุ่งกับผมมากไปกว่านี้

    ก่อนอื่นก็ในตอนนี้โล่งอกที่ไม่น่าจะถูกโจมตี แต่ก็เสียดายที่ในยามฉุกเฉินจะไม่สามารถใช้ผมเป็นตัวล่อเพื่อล่อคนร้ายออกมาได้

 

「เอาล่ะ…..กล่องน่าผิดหวังก็ ฮึบ อืม ก็แค่โพชั่นล่ะนะ…..จะว่าไปแล้ว เรื่องแบ่งของกันล่ะ?」

 

    พอผมเก็บของรางวัลจากการพิชิตเขาวงกต จู่ๆก็นึกขึ้นมาได้แล้วถามอันนา

 

「นั่นสินะส์ ของเล็กๆน้อยๆรุ่นพี่ก็เอาไปเลยก็ได้…..ก็อยากจะบอกแบบนั้นอยู่แต่ว่า เนื่องจากมันจะเป็นอะไรที่เกี่ยวพันไปถึงอนาคต เพราะงั้นจะถือโอกาศนี้พูดเลยละกัน」

 

    อันนาทำหน้าตาเคร่งเครียดแล้วพูด

 

「ชั้นจะใช้ระบบต่อหัวสำหรับรายได้อิงตามค่าธรรมเนียมสัญญาหลังจากหักค่าใช้จ่ายไปแล้วส์ค่ะ」

 

    พอจะเข้าใจว่าแบ่งกันหลังจากหักค่าใช้จ่ายแต่…..ค่าธรรมเนียมสัญญา?

    ขณะที่ผมเอียงคออยู่ โอริเบะก็ทำการอธิบายให้

 

「ระบบค่าธรรมเนียมสัญญา เป็นระบบที่มักจะถูกใช้กับทีมมืออาชีพ ในตอนที่มีการเชิญชวนผู้เล่นที่มีระดับฝีมือมากกว่าระดับเฉลี่ยของทีมนั้น ตอนเริ่มแรกจะมีการมอบเงินจำนวนหนึ่งให้เป็นค่าธรรมเนียมสัญญาก่อน จากนั้นจึงมีข้อตกลงที่จะแบ่งผลประโยชน์กันจากกิจกรรมที่จะทำกันในอนาคตค่ะ」

「อย่างงี้นี่เอง」

 

    มักจะได้ยินอยู่บ่อยๆว่าการแบ่งผลประโยชน์คือต้นตอของปัญหาสำหรับนักผจญภัยที่เป็นปาร์ตี้

    วิธีที่เหมาะสมที่สุดคือการหารกันตามจำนวนคนในปาร์ตี้ แต่ถ้าหากว่ามันมีความแตกต่างกันในกำลังรบภายในปาร์ตี้ขึ้นมา มันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดความแตกต่างกันในระดับการมีส่วนร่วมด้านกลยุทธ ทำให้เกิดความไม่พอใจสะสมขึ้นมาในปาร์ตี้

    แต่ทว่า หากค่าตอบแทนถูกแบ่งแยกตามระดับการมีส่วนร่วมล่ะก็ จะเกิดข้อถกเถียงกันอีกว่าจะคำนวณระดับการมีส่วนร่วมยังไง

    ถ้าจัดการศัตรูได้เยอะจะนับว่ามีส่วนร่วมเยอะงั้นเหรอ ถ้าแบบนั้นคนที่มีการ์ดที่เน้นพลังโจมตีรุนแรงก็ได้ประโยชน์สิ แล้วพวกที่มีส่วนร่วมใช้สกิลฟื้นฟู, สนับสนุน, หรือสกิลพิเศษล่ะจะประเมินกันยังไง ถ้าหากว่าสูญเสียการ์ดไปกลางทางจะนับการมีส่วนร่วมยังไงและได้รับการชดเชยไหม เป็นต้น ที่มาของปัญหามีมาไม่จบไม่สิ้น

    ปาร์ตี้ที่มีความตายตัวมาตั้งแต่ต้นอย่างชมรมนักผจญภัยในมหาวิทยาลัย ที่ซึ่งมีลำดับอาวุโสรุ่นพี่-รุ่นน้อง ดูจะมีความมั่นคง แต่ปาร์ตี้ทั่วๆไปของนักผจญภัยมือสมัครเล่นดูจะมีเรื่องอยู่มาก

    อีกทั้ง นอกเหนือไปจากหินเวทก็ยังมีเรื่องถกเถียงกันกับการแบ่งของดรอปพวกการ์ดและอุปกรณ์เวทอีก แล้วยังตอนที่ไปแลกเป็นเงินก็ต้องถูกภาษีไปด้วย การแบ่งรางวัลปาร์ตี้ก็ยังคงเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับนักผจญภัยอยู่ต่อไป

    ส่วนหนึ่งของเหตุผลที่ผมลุยเดี่ยวมาจนถึงป่านนี้ ก็เพราะว่าไม่อยากมีความสัมพันธ์ยุ่งยากกับคนอื่นๆนั่นแหละ

    พอเป็นแง่นั้นแล้ว คิดว่าระบบค่าธรรมเนียมสัญญาที่มอบเงินให้ในรูปแบบของค่าธรรมเนียมสัญญาในตอนแรก แล้วจากนั้นก็ให้ตกลงกันในรูปแบบต่อหัวดูจะเป็นความคิดที่ดีทีเดียว

    ก็นะ แต่ถึงอย่างนั้นก็คงต้องมีการพูดคุยกันอีกหลายๆอย่าง…..

 

「ก็ส่วนเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยค่อยมาคุยกันคราวหน้า แต่ในตอนนี้อยากให้เข้าใจว่านโยบายพื้นฐานของชั้นคืออยากจะจ่ายเป็นแบบต่อหัวเป็นพื้นฐานส์ค่ะ」

「โอ้ เข้าใจแล้ว」

 

    เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ใช่อะไรที่ควรจะมาคุยกันภายในเขาวงกตสินะ ผมพยักหน้าให้กับคำของอันนา

 

「เอาล่ะ ระวังตัวกันมาก็ตั้งนานแล้วแต่ดูท่าว่าผู้ใช้หมาล่าเนื้อจะไม่โจมตีมาเลย เพราะงั้นก็มาใจกล้าแยกกันเป็น 3 กลุ่มแล้วค้นหาในแต่ละชั้นกันเถอะ!」

「รับทราบ ถ้ามีอะไรก็จะติดต่อผ่านทางตรานะ」

 

    แบ่งแผนที่ออกเป็น 3 ส่วนง่ายๆ กำหนดพื้นที่ที่รับผิดชอบกันตามลำดับ

    พอผมได้อยู่คนเดียว ก่อนอื่นจึงทำการเรียกซุซูกะมาแทนที่ดราโกเน็ตเพื่อเพิ่มกำลังคน

    เนื่องจากซุซูกะมีรูปร่างเป็นมนุษย์จึงเหมาะสมมากกว่าในการค้นหาของชิ้นเล็กๆ

    …..จะว่าไปแล้ว ต้องทำการขอโทษซุซูกะด้วย

    ทั้งที่อุตส่าห์แนะนำมาก่อนจะลงชั้นล่างสุด แต่กลับถูกเมินไป

    ก่อนอื่นจะต้องขอโทษที่ไม่เชื่อเธอ

    คิดได้แบบนั้นแล้วจึงสลับตัวดราโกเน็ตเรียกเธอออกมา…..

 

「…..ฟุฟุ, ฟุฟุฟุ!」

 

    ด้วยเหตุผลบางอย่าง ซุซูกะปรากฏตัวออกมาพร้อมสีหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ

    เป็นรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยทำเอาสับสน

 

「เน่เน่ มาสเตอร์? มีอะไร อยากจะบอกกับชั้นรึเปล่าเอ่ย?」

 

    ซุซูกะถามผมมาพร้อมลากเสียงยียวน

    ย-ยัยนี่…..ถึงจะคิดอยู่ในใจ แต่ก่อนอื่นก็ก้มหัวให้ก่อน

 

「…..ครั้งนี้ต้องขอโทษด้วยที่ไม่สนใจคำแนะนำของซุซูกะซังแล้วเร่งลงไปชั้นล่างสุด จนทำให้เกิดความเสียหายมากมายครับ」

「คะฮะฮะฮะ! นั่นสินะ! นั่นสินะ!」

 

    -แปะแปะ-ซุซูกะทำท่าตื่นเต้นพร้อมปรบมือ ดูมีความสนุกสุดๆ ตามนิสัยของยักษ์

    ท่าทางแบบนั้น「อาเร๊ะ? หรือว่านี่ผมไม่จำเป็นจะต้องขอโทษก็ได้」ความคิดมันยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

 

「อ่า~ห์! ทั้งที่ชั้นอุตส่าห์แนะนำให้ถึงขนาดนั้นแล้ว แต่เพราะแบบนั่น ทั้งซาชิกิวาราชินั่นก็ด้วย…..อุบคุคุคุ จากนี่ไปก็คอยฟังที่ชั้นพูดให้ดีๆด้วยล่ะ  นะ เข้าใจนะ? 」

「…..คุ」

 

    ด้วยคำพูดถากถางของซุซูกะ ที่ทำได้ก็แค่กัดฟันอยู่ในใจ

    อย่างที่คิดว่ายัยนี่…..เป็นอัจฉริยะด้านกวนประสาทคนอื่น

    แต่ไหนแต่ไรแล้ว ไอ้ที่บอกว่าแนะนำมาเยอะขนาดนั้น แต่ที่แนะนำก็แค่「รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ」แล้วที่เอาแค่ตรงนี้มาใช้เพื่อร่ายยาวก็เลยรู้สึกหงุดหงิดน่าดู

    โดยเฉพาะ ท่าทางที่ดูจะมีความสุขอย่างเห็นได้ชัดกับการที่พรรคพวกมาตายไปก็ยิ่งไม่ช่วยอะไร

    …..แต่ถึงอย่างนั้น ที่ผมไม่ทำตามคำแนะนำก็เป็นเรื่องจริง

    อีกทั้ง เธอไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบต่อการตายของพวกเร็นกะ

    เพราะเหตุนั้น ต่อให้จะรู้สึกรำคาญขนาดไหนก็ต้องกัดฟันอดทนไป

 

「—-ซุซูกะซัง ไม่ใช่ว่ามีวิธีพูดแบบอื่นอยู่หรอกเหรอ?」

 

    ที่พูดออกมาอย่างเฉียบคมก็คือยูคิที่ทำการมองดูสถานการณ์อยู่อย่างใกล้ชิด

    สายตาที่ยูคิมองซุซูกะดูจะเต็มไปด้วยความโกรธเงียบๆซึ่งเป็นอะไรที่ไม่ปกติสำหรับเธอ

 

「พวกเร็นกะซัง เพื่อที่จะให้มาสเตอร์หนีได้จึงยอมสละตัวเอง ไม่คิดว่าควรจะเอาเรื่องนั้นมาหัวเราะเยาะนะฮะ」

 

    ยูคิที่เป็นแบบนั้นถูกซุซูกะจ้องมอง

 

「—-อ่า หล่อนเองในที่สุดก็ได้เป็นพวกเดียวกับพวก”พิเศษ”แล้วสินะ อ่าห์~ น่าอิจฉาจริงๆ จริงๆเลย น่าอิจฉา เอาเถอะ ถูกซาชิกิวาราชินั่นเลือกไปตอนไหนล่ะ? รู้อยู่แล้วล่ะว่ามันจะต้องเกิดขึ้นเข้าซักวันล่ะน้าาาาาาาาาาาา!」

 

    แล้วก็ถ่มน้ำลายออกมาด้วยความรังเกียจ

    อะไรล่ะนั่น? ซุซูกะพูดถึงเรื่องอะไรอยู่?

    ด้านยูคิเองก็ดูจะสับสนกับท่าทางของซุซูกะเช่นเดียวกัน

 

「เน่มาสเตอร์…..ถึงจะเห็นแบบนี้ แต่ชั้นเองก็ชอบมาสเตอร์เอามากๆเลยนะรู้ไหม?」

 

    ซุซูกะเข้ามาใกล้แล้วเกาะตัวผมไว้ กลิ่นหอมเย้ายวนที่เหมือนสามารถล่อลวงผู้ชายลอยมาเตะจมูก

 

「ดูค่อนข้างจะมีพรสววรค์เรื่องการ์ด ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่มีอะไรพิเศษเลย วิธีที่เข้าต่อสู้ด้วยความดิ้นรน…..มันช่างน่าสมเพชและงดงาม」

 

    ซุซูกะพูดในขณะที่ดวงตาเริ่มเปียกชื้น ความร้อนรุ่มเริ่มเพิ่มขึ้นสูง

 

「เพราะแบบนั้น…..มันจึงน่าเจ็บปวดที่จะต้องมาเห็นการแตกสลายไป เพราะการต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลของเหล่าคนพิเศษ」

 

    ความสงสาร, ความเห็นอกเห็นใจ, การขอความช่วยเหลือ…..ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ทำเอาผมต้องมนตร์สะกดและไม่สามารถขยับตัวได้

    นี่มันไม่ใช่ความรู้สึกแปลกๆที่เธอเคยใช้ แต่เป็นเสน่ห์ของตัวเธอเอง…..

 

「พวกคนพิเศษมักจะเรียกร้องความต้องการที่สูงจากคนธรรมดาที่อยู่รอบตัวพวกนั้น….. นั่นก็เพราะมันเป็นสิ่งที่พวกนั้นสามารถทำได้เป็นปกติ ถูกดึงดูดด้วยแสงที่พวกนั้นเปล่งออกมา เหล่าคนธรรมดาจึงพยายามทำเพื่อตอบสนองความต้องการของพวกนั้น แต่ไม่ว่าจะพยายามมากมายขนาดไหน สุดท้ายแล้วก็ต้องถูกทิ้งไป…..」

 

    มันเป็นเรื่องปกติที่มักจะได้ยินเหล่าคนที่มีความสามารถสูง ไปเรียกร้องมาตรฐานที่สูงจากคนที่อยู่รอบข้าง

    มันยังมีเรื่องที่บริษัทหนึ่งจู่ๆก็กลายเป็นบริษัทมืด หลังจากที่มีการแต่งตั้งคนมีความสามารถขึ้นเป็นประธาน

    แต่ว่าในน้ำเสียงของซุซูกะที่เธอพูดขณะที่ขมวดคิ้วอันสวยงามนั้นเข้าไว้ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้พูดถึงเรื่องทั่วไป แต่เป็นการความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเธอเอง

    เป็นเรื่องที่น่าแปลก ตัวการ์ดน่าจะสูญเสียความทรงจำทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนมือมาสเตอร์…..

    หรือว่าบางที เธอเองอาจจะมีประสบการณ์ในการดิ้นรนภายในมาสเตอร์ที่”พิเศษ” แล้วต้องล้มลงก็เป็นไปได้

    ถึงแม้จะสูญเสียความทรงจำ แต่ความรู้สึกในตอนนั้นอาจจะยังคงอยู่ในวิญญาณ

 

「กับคนหลากหลายรูปแบบแล้ว แต่ละคนก็มีรูปแบบการใช้ชีวิตของตนเอง จากที่ชั้นเห็น…..ในตอนนี้มาสเตอร์อยู่เกือบๆคาบเส้น พอใจแค่ตรงนี้แล้วไปทำเรื่องสนุกกับชั้นดีกว่าไหม? ไม่เป็นอะไรหรอก จะอยู่ด้วยจนถึงท้าย~ที่สุดของที่สุดเลยล่ะ」

「…………………………」

 

    ด้วยรอยยิ้มชวนหลงไหลแต่ว่าจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซุซูกะยั่วยวน

    บางที เป็นรูปแบบของเธอเอง ที่พูดออกมาเพราะว่าคิดถึงผม

    เพียงแต่แนวทางนั้นมันเป็นทางตรงข้ามกับพวกเร็นกะ

    ถ้าเร็นกะเป็นประเภทที่ให้กำลังใจและส่งเสริมการเติบโตของมาสเตอร์ล่ะก็ ซุซูกะก็คงเป็นประเภทที่คอยเบรกและปกป้องจากการกดดันตัวเองมากเกินไป

    การจะมองว่าอย่างไหนมีค่ามากกว่ากันนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ละคน

    สำหรับผม เอาจริงๆ…..รู้สึกสบายใจกับแนวทางของซุซูกะมากกว่า

    ดั้งเดิมทีผมก็มีนิสัยชอบเก็บตัว แทนที่จะเป็นการท้าทายเพื่อชัยชนะและการทำลายแล้ว เป็นประเภทที่ชอบตัวเลือกที่ปลอดภัยโดยปราศจากความสำเร็จหรือความล้มเหลวมากกว่า

    ก่อนหน้าที่จะมาเป็นนักผจญภัย ก็คิดว่าดีอยู่แล้วตรายเท่าที่มีเพื่อนฝูง ได้ไปโรงเรียน ได้เรียนต่อ มีงานทำ และถ้าเป็นไปได้ก็มีแฟนหน้าอกใหญ่ๆหน่อย

    พอแล้ว กับการหาเงินที่ได้จากการเป็นนักผจญภัย 3 ดาว มีได้ความเคารพอยู่ในระดับหนึ่ง ในแง่ของชีวิต ไม่มีความจำเป็นต้องดึงดันตัวเองไปมากกว่านี้

    ความคิดเรียบง่ายที่แค่รักษาสภาพที่เป็นอยู่ต่อไป ฟังดูน่าดึงดูดเสียจริง

    แต่ว่า

 

「ซุซูกะ…..ความรู้สึกของเธอนั้นเข้าใจแล้ว บอกตามตรงว่า ดีใจนะ แต่ว่า…..ได้ตัดสินใจไปแล้วว่าต้องการพยายามไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้」

 

    ตามคำของซุซูกะ ผมนั้นกับพวกพิเศษ…..กับเร็นกะ ถูกแสงที่เธอเปล่งออกมาดึงดูด

    นั่นก็จริง ไม่มีผิด

    แต่ว่า ในท้ายที่สุด นั่นมันก็เป็นความตั้งใจของผมเองเช่นกัน

    เป็นความต้องการของผมเองที่อยากจะเห็นสิ่งที่รออยู่ หลังจากที่ได้เดินไปพร้อมกับพวกเร็นกะ

    ซุซูกะจ้องมองเข้ามาที่ดวงตาของผม…..

 

「…..ฮ่า~~~~~」

 

    สุดท้ายก็ถอนหายใจยาว

 

「อย่างที่คิด เป็นชั้นไม่ได้สิน้า~…..เน่?」

「…..อะไรรึ?」

 

    ถึงแม้จะรู้สึกผิดเล็กน้อยกับซุซูกะที่ดูท่าทางหดหู่จริงๆแต่ก็ถามกลับไป แล้วเธอก็พูดขณะที่ดวงตาเปียกชื้น

 

「…..ถ้าเกิดบอกว่าหากเลือกชั้นแล้วจะให้ทำเรื่องลากมกได้เยอะๆเลยล่ะ?」

「!?!?」

 

    บ-บบบ, แบบนั้นมันขี้โกงนี่!

    ตัวผมพลุ่งพล่าน ผมมันไม่รู้เรื่องผู้หญิง ก็ผมมัน บริสุทธิ์ไงล่ะ มีมือขวาเป็นคนรัก มีชีวิตและเล่นมากับเพื่อนผู้ชาย แต่ว่าสำหรับเรื่องร่างกายของผู้หญิงแล้ว ก็สนใจไม่แพ้ใครหน้าไหนทั้งนั้น

    ไอ้เงื่อนไขสำคัญแบบนั้น อยากจะให้บอกออกมาก่อน!!! คำนำมันทำให้อะไรต่อมิอะไรแตกต่างกันมากเลยนะรู้ไหม!?

    ได้ทำเท่ไปแล้วกลับยกเรื่องแบบนั้นมาในตอนที่ถอยกลับไมไ่ด้เนี่ยคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเลย!!

 

「…..ว่า~ไปนั่น รู้อยู่หรอกน่าว่าต้องปฏิเสธอยู่แล้ว นั่นเพราะชั้นไม่มีเสน่ห์เหมือนกับยัยนั่นนี่นา~…..」

 

    ซุซูกะพูดราวกับเยาะเย้ยตัวเองแล้วกอดอก เนินอกมโหฬารที่ราวกับเป็นแตงโม 2 ลูกถูกบีบอัดเข้าด้วยกันถูกเน้นย้ำขึ้นมา ทำเอาดวงตาผมจ้องติดอยู่กับมัน

 

「ม-ไม่หรอก ก็ไม่รู้สินะ?」

 

    ถ้าหมายความอย่างที่พูดแล้ว มันก็น่าสนใจสุดๆเลย กับความเล็กของเร็นกะแล้วมันเทียบกันไม่เห็นฝุ่นเลย

    …..ได้โปรดขอโอกาศให้พิจารณาอีกซักครั้งจะได้ไหมเนี่ย?

    ก็นั่นไง ขนาดทรราชผู้ชั่วร้ายยังให้โอกาศเมลอสตั้งครั้งนึงเลย ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวให้คู่หูตะวันออก-ตะวันตกเป็นตัวประกันเลย

 

「…..มาสเตอร์」

「ห๊ะ…..!」

 

    ยูคิกำลังจ้องมองมาทางนี้ด้วยสายตาชวนอึ้ง…..!

    คุ…..สงสัยจะไม่มีทางเลือกนอกจากต้องถอยไปก่อนตอนนี้

 

「อา~ อะแฮ่ม…..ถ-ถ้างั้นซุซูกะ ขอโทษด้วย แต่ว่าช่วยค้นหาเบาะแสของผู้สูญหายหน่อยได้ไหม?」

「จ้าจ้า เข้าใจแล้ว~ ถ้าอย่างงั้น ไปก่อนล่ะนะ」

「อา ฝากด้วยล่ะ」

 

   พูดส่งท้ายขณะที่ซุซูกะออกไปค้นหาด้วยท่าทางไร้ชีวิตชีวา

    …..ปล่อยปลาใหญ่หลุดมือไปแล้ว สินะ

    ผมคอตกด้วยความผิดหวัง

 

 

 

【Tips】สกิลท้องถิ่น

    สกิลพิเศษที่จะปรากฏกับมอนสเตอร์ในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งเท่านั้น นอกจากวิชานินจาของญี่ปุ่นแล้ว ยังมีวิชาเซียนของจีนกับเวทรูนของสแกนดิเนเวีย

    ในอีกด้านหนึ่ง สกิลปกติที่สามารถได้รับโดยการ์ดทุกใบอย่างเช่น เวทโจมตีขั้นพื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง จะถูกเรียกว่าสกิลสากล

    สกิลสากลจะมีความหลากหลายมากแต่มีแนวโน้มที่จะอยู่ในรูปแบบบางอย่าง ในขณะที่สกิลท้องถิ่น จะไม่หลากหลายเท่าแต่มีประสิทธิภาพที่คมชัดกว่า

    อีกทั้งการ์ดที่มีสกิลท้องถิ่นอยู่มักจะมีถูกเรียกเป็น นินจา, คุโนะอิจิ, เซียน และอื่นๆ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก

 

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

สึจิงูโมะ(Tsuchigumo/土蜘蛛) ภูติผีจากตำนานของญี่ปุ่น มีลักษณะเป้นแมงมุมยักษ์

https://en.wikipedia.org/wiki/Tsuchigumo

 

เจียงซือ(Jiangshi) ผีดิบจากวัฒนธรรมจีน

https://en.wikipedia.org/wiki/Jiangshi

 

 

โยมตสึโอคามิ(黄泉津大神) จากตำนานของญี่ปุ่น อีกชื่อหนึ่งของเทพอิซานามิ เมื่อครั้งที่ได้สิ้นชีพไปแล้ว หลังเหตุการ์ณที่เทพอิซานากิหนีจากปรโลกและเทพอิซานามิให้คำว่าจะพรากชีวิตคน 1,000 คนทุกวัน

https://www.facebook.com/440625849641947/photos/a.462320564139142/639020539802476/?type=3

 

โอมโมรากิ(陰摩羅鬼) ภูติผีจากตำนานของญี่ปุ่น เกิดจากวิญญาณของคนตายที่ไม่ได้รับการสวดศพ มีลักษณะเป็นนกอัปลักษณ์

https://amorerana.com/articles/detail/onmoraki

 

 

ทรราชผู้ชั่วร้ายกับเมลอส จาก Run, Melos! เรื่องสั้นจากตำนานกรีกที่ถูกนำมาเขียนใหม่โดยดาไซ โอซามุ ในปี 1940 ถูกใช้เป็นหนังสือส่งเสริมการอ่านอย่างแพร่หลายในโรงเรียนของญี่ปุ่น

https://en.wikipedia.org/wiki/Run,_Melos !

 

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 42 ได้โปรดให้โอกาศอีกซักครั้งด้วยเถอะ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved