cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย - ตอนที่ 40 ความเสียหายโดยรวม 126 ล้านเยน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย
  4. ตอนที่ 40 ความเสียหายโดยรวม 126 ล้านเยน
Prev
Next

บทที่ 2 ตอนที่ 14

 

    —–ในขณะที่กำลังหลับใหล ก็ได้ยินเสียงพูดกับผม

 

『…..อยากจะจับไอ้เจ้าหมาเวรนั่นงั้นเหรอ?』

 

    น้ำเสียงท่าทางอวดดีแต่กลับฟังรื่นหู แล้วผมก็『มันแน่อยู่แล้ว』ตอบกลับไป

 

『บอกไว้ก่อน ต่อให้นายไม่ต้องทำอะไร ไอ้หมาเวรนั่นมันก็จะทำลายตัวเองไม่ช้าก็เร็ว จากที่ชั้นเห็น มันไม่มีอนาคตที่เจ้านั่นจะหนีไปได้เลย ไม่สิ ควรจะพูดว่าไม่มีความคิดที่จะหนี…..』

 

    ไม่สำคัญ นี่มันเป็นเรื่องของความตั้งใจ ผมที่ทอดทิ้งพวกเร็นกะราวกับเบี้ยแล้ววิ่งหนี ถ้าหากปล่อยให้มันจบแบบนี้ ผมก็คงจะต้องวิ่งหนีไปตลอด แบบนั้น จะเป็นการบิดเบือนเส้นทางของผม

    ถ้าเอาตามแบบเร็นกะ ก็จะกลายเป็นพวกที่เอาแต่วิ่งหนี

    ถ้าหากคนร้ายถูกจับได้โดยที่ผมไม่มีส่วนเกี่ยวด้วยแล้วมันก็ดีไป ในทางกลับกัน อาจจะมีบทบาทเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ก็เป็นได้

 

『คุคุคุ…..อย่างงี้นี่เอง หัวดื้อรึ ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้ เอาเถอะ พยายามเข้าละกัน ตัวนายจะไปได้ไกลแค่ไหน…..จะขอมองดูผ่านดวงตานั่นละกัน』

 

    รู้สึกเหมือนมีบางอย่างเข้ามาใกล้แล้วสัมผัส และแล้วก็ลืมตาตื่น

 

 

    ตอนเช้า คือสิ่งที่น่าหดหู่สำหรับทุกคน

    เว้นเสียแต่จะชอบไปโรงเรียนหรือทำงานเอามากๆ การที่ต้องสู้กับความง่วงและเตรียมตัวออกจากบ้านเป็นอะไรที่ยุ่งยาก

    เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่ความตื่นเต้นจะลดต่ำลง

    โดยเฉพาะ—-

 

『—–เกี่ยวกับการหายไปของเขาวงกต ขณะนี้ยังคงไม่มีการยืนยันรายละเอียดใดๆ ทีมวิจัยระดับชาติได้มาถึงยังบริเวณเกิดเหตุแล้ว แต่ก็ได้แค่ยืนยันว่าเขาวงกตได้หายไปเป็นที่แน่นอน หากว่าสามารถหาสาเหตุของการหายไปของเขาวงกตได้ล่ะก็ จะมีความเป็นไปได้ที่จะสามารถควบคุมจำนวนเขาวงกตได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั่วทั้งโลกให้ความสนใจ

    ข่าวต่อไป เมื่อวันก่อนตอนประมาณ 14 นาฬิกา เด็กชายนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ผู้ซึ่งได้มาตั้งแคมป์ริมแม่น้ำกับผู้ปกครอง ได้จมน้ำเสียชีวิต กระแสของแม่น้ำว่ากันว่ามีความสงบโดยรวม แต่จะลึกและเชี่ยวมากขึ้นเมื่อเข้าสู่กึ่งกลาง—-』

 

    —-ถ้ามารายงานข่าวน่าหดหู่แบบนี้ตั้งแต่เช้ามันก็ยิ่งทำให้รู้สึกแย่มากขึ้นอีก

 

「ฮ่า…..」

 

    หันหน้าออกมาจากจอ TV แล้วถอนหายใจเล็กน้อย

    …..ที่ผมถูกโจมตีในเขาวงกตก็ผ่านมาแล้ว 3 วัน

    TV มีแต่ข่าวการหายไปของเขาวงกตตั้งแต่เช้ายันค่ำ ไม่น่าแปลกใจ นั่นเพราะมันเป็นครั้งแรกของโลกที่เขาวงกตได้หายไป

    ตอนแรกผมก็หวั่นๆในการรายงานของสื่อเพราะว่าผมไปอยู่ในเขาวงกตที่ได้หายไป แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีปรากฏ บางทีตำรวจกับกิลล์คงจะปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลให้ แต่ถ้าหากว่ามีการสัมภาษณ์ก็คงตอบอะไรไม่ได้อยู่ดีนอกจาก『ไม่รู้อะไรเลย』

 

    ในอีกด้านหนึ่ง เรื่องการหายตัวไปภายในเขาวงกตบ่อยครั้งมีถูกพูดถึงเล็กน้อย

    แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นฝีมือของฆาตรกรต่อเนื่องที่โจมตีนักผจญภัย…..กลับบอกเป็น「จำนวนของผู้ที่ไม่ได้กลับมาจากเขาวงกตแรงค์ต่ำมีเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นขอให้นักผจญภัยระมัดระวังตัว โดยเฉพาะให้หลีกเลี่ยงการลุยเดี่ยว」ประมาณนี้

    นี่เป็นเพราะจากแค่คำให้การของผมเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ที่สูญหายรายอื่นๆ มาจากฝีมือของคนร้ายรึเปล่า แถมหากประกาศว่าเป็นฝีมือคนร้าย ก็เกรงว่าตัวคนร้ายจะไปซุ่มเก็บตัว

    เนื่องจากว่าผมไม่รู้เรื่องอะไร มันจึงเป็นธรรมชาติที่ทางประเทศจะคิดว่าผู้โจมตีคือคนที่กุมกุญแจของการหายไปของเขาวงกตเอาไว้ มันจึงสมเหตุสมผลที่จะระมัดระวังเพื่อที่จะจับตัวให้ได้

    ทว่าเนื่องจากได้มีผู้คนสูญหายไปจำนวนมากแล้ว ทางกิลล์และตำรวจจะละเลยไม่ออกคำเตือนเลยก็ไม่ได้ และนี่ก็คงจะเป็นแค่การเตือนอย่างเป็นทางการ

    ในฐานะคนที่ถูกโจมตีจริงๆ อยากจะให้เจาะลึกและออกคำเตือนมากกว่านี้…..ช่วยไม่ได้ที่จะคิดแบบนั้น แต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรได้เพราะมันเกี่ยวพันถึงอนาคตของมนุษยชาติ

    สุดท้ายแล้ว ในฐานะนักผจญภัยที่ตามระเบียบทั่วไปแล้วตัวคุณมีหน้าที่รับผิดชอบตัวเอง เดาว่ามันก็เป็นอะไรที่ช่วยไม่ได้

    ถ้าไม่ไปลงเขาวงกต แค่นี้ก็สามารถหลีกเลี่ยงอันตรายได้แล้ว

    ขณะที่กำลังกินขนมปังปิ้งพลางคิดอะไรแบบนั้นอยู่ จู่ๆคุณแม่ก็พูดขึ้นมา

 

「……นี่ลูก จะไปโรงเรียนนี่ไม่เป็นอะไรแล้วเหรอ? เพิ่งจะได้ออกจากโรงพยาบาลมาเมื่อวานเองนี่」

 

    ได้เห็นแววตาแสดงความเป็นห่วงของคุณแม่ ผมก็รู้สึกเจ็บแปร๊บและรู้สึกผิดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบกลับ

 

「ไม่เป็นไรแล้วครับ เพราะว่าได้หยอดน้ำเกลือและพักผ่อนก็เลยดีขึ้นแล้วล่ะ」

「แต่ว่าที่ถึงกับล้มพับไปเพราะโหมหนักเกินหลังจากลงไปในเขาวงกตไม่ใช่เหรอ?」

「อา~ นั่นมัน…..เพราะว่านอนไม่ค่อยหลับจากที่ต้องไปทำการค้างคืน แล้วหลังจากไปเจอเข้ากับบ้านมอนสเตอร์ก็เลยเหนื่อยเท่านั้นเอง」

「ถ้าเป็นงั้นก็แล้วไปแต่…..งดเรื่องการไปเขาวงกตซักพักละกันนะ」

「เข้าใจแล้วครับ」

 

    ผมตอบสั้นๆ แล้วจัดการยัดแฮมกับไข่คำใหญ่เข้าปาก

    …..เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ผมกับครอบครัว「หลังจากพิชิตเขาวงกตได้ก็ล้มพับเพราะหักโหมมากเกินไป แล้วถูกพาไปที่โรงพยาบาล」อธิบายไปแค่นี้

    ไม่ใช่เพราะว่าทางตำรวจบอกให้ปิดปากเงียบเรื่องคดีเอาไว้…..เพียงแต่ถ้าหากบอกความจริงไป จะต้องถูกบอกให้เลิกเป็นนักผจญภัยแน่นอน

    ตามคาดหากเกิดได้ยินว่าตัวลูกชายเกือบจะถูกฆ่าโดยคนร้ายในเขาวงกตแล้วจะไม่ห้ามเลยเนี่ย พ่อแม่ผมคงจะไม่ใจกว้างมากถึงขนาดนั้น

    ตอนที่อยู่ในโรงพยาบาลก็รู้สึกเป็นห่วงว่าทางตำรวจจะบอกรายละเอียดไป แต่ไม่รู้ว่าทำไมทางตำรวจถึงไม่บอกอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์เลย เพราะแบบนั้นเลยตัดสินใจบิดเบือนความจริงไปได้อย่างสะดวก

    รู้สึกผิดนิดหน่อยที่ต้องโกหก แต่ว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ต้องการจะจัดการมันด้วยมือของตัวเอง

 

    …..แต่ถึงอย่างนั้น ผมเองก็ยังไม่มีความตั้งใจจะไปเริ่มนัดล้างตาในเร็วๆนี้อยู่ดี

    ในตอนนี้ที่สมาชิกหลักถูกทำลายไป จะให้ไปท้าทายกับคนที่มาโจมตีด้วยกำลังรบที่มีน้อยกว่าตอนนั้นมันยิ่งกว่าประมาท แต่เป็นแค่บ้าเท่านั้น

    ก่อนอื่น เป้าหมายเร่งด่วนก็คือการหาข้อมูลเกี่ยวกับคนร้าย และหาเงินให้มากพอที่จะชุบชีวิตพวกเร็นกะ

 

「…..แต่ว่า, อย่างต่ำๆก็เกินกว่า 100 ล้าน, งั้นเหรอ ฮ่า~…..」

 

    ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

    ราคาตลาดปัจจุบัน เอ็มพูซ่า ราคาต่ำสุดเริ่มต้นที่ 6 ล้าน, ซาชิกิวาราชิ เริ่มที่ 40 ล้าน, และแวมไพร์ผู้หญิง เริ่มที่ 80 ล้าน

    โดยรวม 126 ล้านเยน เป็นจำนวนที่แค่มองก็เวียนหัวแล้ว

    แถมนี่ยังเป็นราคาที่หากสามารถหาได้แบบต่ำที่สุดอีกด้วย ราคามันจะผันผวนไปตามความต้องการของตลาดและสกิลที่มี บอกตามตรงเลยว่าเป็นราคาที่อยู่่ในระดับโชคดีหากว่าได้มา

    โดยเฉพาะความสำเร็จของเร็นกะที่ทำให้ความนิยมของซาชิกิวาราชิมีมากขึ้น ทำให้ราคาตลาดโดยรวมเพิ่มสูง เป็นอะไรที่น่าเจ็บปวด

    อย่างไรก็ดี สิ่งของในปัจจุบันของผมที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้อย่างรวดเร็วแล้วก็ประมาณ 35 ล้านเยน รายละเอียดดังต่อไปนี้

 

    – รายได้จากมอนโคโล : ประมาณ 12 ล้านเยน

    – รางวัลหินเวทที่ได้จากการพิชิตที่ยังไม่ได้เอาไปขึ้นเงิน : ประมาณ 17 ล้านเยน

    – หินเวทที่ได้จากไอเทมดรอป : ประมาณ 6 ล้านเยน

    นอกเหนือจากนี้ยังมีอุปกรณ์เวทหลายชิ้นที่ได้จากการพิชิตเขาวงกตเรื่อยมา, การ์ดไลแคนโทรป 2 ใบ, การ์ดแรงค์ D อีกกว่า 100 ใบ นี่คือทรัพย์สินทั้งหมดของผม

 

    พอได้ยินว่าการ์ดแรงค์ D กว่า 100 ใบแล้วก็คงจะฟังเหมือนมันมีมูลค่ามาก แต่ในความเป็นจริงทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นการ์ดราคาถูกอย่างเช่น ไลแลปส์หรือออค ที่ถึงแม้จะขายให้กับกิลล์มันก็ไม่สามารถทำเงินได้มากมายนัก

    กุญแจสู่การคืนชีพพวกเร็นกะอยู่ที่ว่าจะหาคนมาซื้ออุปกรณ์เวทและการ์ดราคาแพงยังไง

 

「อืม งั้นก็คงได้เวลาไปแล้วล่ะครับ」

「เพิ่งจะฟื้นไข้มาก็ระวังตัวด้วยล่ะ」

 

    เสียงของคุณแม่บอกลา แล้วผมก็ออกจากบ้าน

    ขณะที่มุ่งไปโรงเรียน ก็คิดเกี่ยวกับเรื่องการแข่งมอนโคโลรอบต่อไป

    เนื่องจากการ์ดที่สามารถใช้ได้จำกัดอยู่แค่การ์ดสาวมอนร่างมนุษย์ ถ้าเป็นในตอนนี้จะไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งได้ ที่มีอยู่คือยูคิและซูซุกะ ยังต้องการการ์ดสาวมอนอีก 1 ใบ

    ทางที่ไวที่สุดก็คือการชุบชีวิตเมอาก่อน แต่ว่า…..การรวมกลุ่มของ CxDxD น่าเป็นห่วงเรื่องกำลังรบ

    อีกทั้ง พอเป็นแบบนี้แล้วก็อยากจะเพิ่มรอบการลงแข่งเพื่อที่จะหาเงินสำหรับการชุบชีวิต แต่…..จะปิดเรื่องที่เร็นกะกับเอลิซ่าลอสไปได้นานแค่ไหนกัน

    สาเหตุที่สถานี TV เลือกผมเข้าร่วมมอนโคโลก็เพราะว่าผมเป็นมาสเตอร์ของการ์ดดาวเด่นอย่างเร็นกะ

    ถ้าหากกลายเป็นว่าทำลอสไป ต่อให้สามารถชุบชีวิตได้ เรตติ้งของสถานี TV จะต้องร่วงแน่ๆ…..

 

「โอ้ อาจารย์ อารุ้ณสาวัสดิ์ รู้สึกดีขึ้นบ้างแล้วรึยัง?」

 

    พอเข้าใกล้โรงเรียน ก็มีเสียงที่คุ้นเคยทักมาทางด้านหลังด้วยความเป็นห่วง

 

「โอโน่เรอะ…..อรุณสวัสดิ์ ถ้าสภาพร่างกายก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ」

「หืม…..? แล้วทำไมสีหน้าไม่สู้ดีแบบนั้นล่ะ」

「อา…..」

 

    ผมมีคิดไปแว่บนึงว่าจะพยายามแสร้งไปเรื่องอื่น แต่ก็เปลี่ยนใจอย่างรวดเร็ว

    เจ้าหมอนี่เองก็…..ควรจะบอกเผื่อเอาไว้

 

「โอโน่ เอาหูเข้ามาใกล้หน่อยซิ」

「เอ๋~ แบบว่าน่าขยะแขยงยังไงไม่รู้สิ~ มันอะไรกันล่ะเนี่ย」

「เอาเถอะน่า จริงๆแล้ว เรื่องสาเหตุที่ผมต้องเข้าโรงพยาบาลน่ะ…..」

 

    ผมกระซิบข้างหูโอโน่ บอกเรื่องที่ถูกใครบางคนโจมตีภายในเขาวงกตแล้วหนีเอาชีวิตรอดมาได้

    ในตอนแรกโอโน่ก็ยิ้มแย้มอยู่ แต่ครู่เดียวก็ทำหน้าตาตึงเครียด

 

「…..จริงเหรอเนี่ย บาดแผล…..ดูจะไม่มี การ์ดล่ะ? ความเสียหายมากแค่ไหน?」

「เอ๋? อ-อา…..เร็นกะ, เอลิซ่า, เมอา 3 ใบน่ะ…..สำเนียงคันไซไปไหนแล้วล่ะ」

「เรื่องนั้นไม่ต้องไปสนมันหรอก! การ์ดแรงค์ C หลักถูกจัดการหมดเลยไม่ใช่รึไงกัน! เรื่องนี้ มีใครรู้อีกบ้างไหม?」

「ไม่ล่ะ นอกจากนายกับอันนาที่เป็นรุ่นน้อง」

「ก็หมายความว่า ยังไม่ได้พูดกับคนในชั้นเรียนที่เหลือใช่รึเปล่า?」

 

    พอผมพยักหน้า โอโน่ก็ถอนหายใจโล่งอกยาวๆ

 

「ฮ่าาาาาา~~…..ถ้างั้นก็เซฟแบบเกือบๆแล้วล่ะ คิทากาว่า…..ไม่สิ อาจารย์ เรื่องที่ว่ามานั้น อย่าเอาไปบอกคนอื่นอีกล่ะ กับพวกในชั้นเรียน โดยเฉพาะกับชิชิโด」

「ชิชิโด? ทำไมล่ะ?」

 

    พอผมถามไปแบบนั้น โอโน่ก็ทำสีหน้าประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด

 

「…..อาจารย์ พักนี้จะประมาทเกี่ยวกับเรื่องทางโรงเรียนมากไปหน่อยรึเปล่า? ก็เข้าใจอยู่หรอกนะว่าถ้าเทียบกับเรื่องนักผจญภัยแล้วมันก็เป็นแค่โลกเล็กๆ แต่…..ความแค้นของคนเรามันจะพุ่งเข้าใส่ตอนไหนก็ไม่รู้ใช่ไหม? นั่นเพราะในท้ายที่สุดแล้ว สัตว์ประหลาดที่น่ากลัวที่สุดในโลกนี้มันก็คือมนุษย์นี่แหละ…..」

「………………..」

 

    พอได้ยินคำของโอโน่ ผมก็-กึก-ถึงกับพูดไม่ออก

    นั่นเพราะ ผมเพิ่งจะรับรู้ถึงความน่ากลัวของสัตว์ประหลาดที่ถูกเรียกว่ามนุษย์เมื่อเวลาไม่นานที่ผ่านมาเอง

    ศัตรูทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์ นั่นก็คือมนุษย์เอง เรื่องนี้มันคือความจริงไม่ว่าจะเป็นในเขาวงกตหรือว่านอกเขาวงกต

    จริงด้วย โอโน่พูดถูกแล้ว นักผจญภัยมีความแข็งแกร่งแต่ก็แค่ภายในเขาวงกตเท่านั้น พอเป็นโลกภายนอก พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรไปจากมนุษย์ทั่วไป พลังที่จะพูดอะไรออกไป, พลังในด้านจำนวน, พลังของความคิดเห็นสาธารณะ

    ไม่เกี่ยวว่ามันจะมีอีกโลกหนึ่งของนักผจญภัย ยังไงเราก็ไม่สามารถเมินเฉยต่อโลกของโรงเรียนไปได้

    แต่ว่า…..ความแค้นของคน งั้นเหรอ

    ภายในใจของผม มีใบหน้าของมินามิยาม่าโผล่ขึ้นมาแว่บหนึ่ง

    ไม่น่า ไม่หรอกน่า…..

    อย่างที่คิดว่าคิดมากไปเอง ผมบอกเตือนกับตัวเอง

 

「…..ผมผิดเอง จะจำใส่ใจเอาไว้ล่ะกัน แล้ว กับชิชิโดนี่มันยังไง?」

「เรื่องที่เจ้าชิชิโดเล็งตำแหน่งท็อบของชนชั้นไว้มาซักพักเนี่ย รู้อยู่ใช่รึเปล่า?」

「อย่ามาดูถูกนะ แน่นอนว่ารู้อยู่แล้วล่ะ」

 

    ไม่คิดว่าจะมีใครในห้องเรียนของเราที่จะไม่รู้สึก นั่นเพราะความคิดที่จะมุ่งขึ้นไปของชิชิโดมันชัดขนาดนั้นเลย

 

「งั้นเรื่องที่ชิชิโอมองอาจารย์เป็นหนึ่งในศัตรูเนี่ย แน่นอนว่าก็รู้ด้วยใช่ไหม?」

「น-แน่นอน…..?」

 

    ขณะที่แกล้งทำเป็นรู้ ใบหน้าก็ผมก็กระตุก

    …..เอ๋? ชิชิโด กับผม? ทำไมล่ะ? ไม่ใช่ว่าหมอนั่นไม่ถูกกับชินโดอยู่หรอกเหรอ!?

 

「ฮ่า~ กะแล้วว่าต้องไม่รู้เรื่องสินะ」

 

    โอโน่มองผมแล้วก็ถอนหายใจยาว

 

「ก็นะ พูดให้ละเอียดหน่อยก็ รู้สึกว่าเป็นเป้าการโจมตีมากกว่าศัตรูแหละ」

「…..มันก็อย่างเดียวกันไม่ใช่เหรอไง?」

「ต่างกันอยู่นิดหน่อย ความเป็นศัตรูจะขึ้นอยู่กับอารมณ์ส่วนตัวเป็นหลัก แต่เป้าการโจมตีจะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ เข้าใจนะ? เดี๋ยวจะอธิบายตั้งแต่เริ่มให้ฟัง ในตอนนี้ มีอยู่ 5 คนที่มีพรสวรรค์ได้อยู่ในชนชั้นท็อปของห้องเราก็คือ ชิโนมิยะซัง, ชินโด, อิชิโจซัง, ชิชิโด, แล้วก็ตัวอาจารย์」

「หืม? แล้วอุชิคุระซังกับนายล่ะ?」

 

    กลุ่มชนชั้นท็อปของห้องพวกเรามันน่าจะเป็น ผม, ชิโนมิยะซัง, อุชิคุระซัง, ชินโด, แล้วก็โอโน่ 5 คนนี้นี่นา

    เพื่อตอบคำถามของผม โอโน่ก็ส่ายหน้าเงียบๆ

 

「ไม่ใช่หรอก การที่ได้อยู่ในกลุ่มชนชั้นท็อปมันไม่ได้หมายความว่าพวกเราคือชนชั้นท็อปเองซักหน่อย ก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่อุชิคุระซังเป็นแค่ตัวแถมของชิโนมิยะซัง ส่วนผมก็เป็นแค่ตัวแถมของอาจารย์เท่านั้นเอง」

「งั้นหรอกเหรอ?」

 

    ผมเอียงคอ

    ในฐานะคนที่รู้จักโอโน่และอุชิคุระซังซึ่งได้เป็นชนชั้นท็อปมาตั้งแต่ปีแรก เรื่องที่เล่ามามันเลยไม่ค่อยจะเข้าใจซักเท่าไหร่

 

「อืม ถ้าบอกแบบนี้น่าจะเข้าใจดีกว่ารึเปล่า? อาจารย์กับชิโนมิยะต่อให้ต้องไปอยู่ห้องอื่นก็สามารถไปอยู่ชนชั้นท็อปได้แน่ๆ แต่ว่าถ้าเป็นผมกับอุชิคุระซังไปอยู่ห้องอื่นที่ไม่มีอาจารย์กับชิโนมิยะซังแล้วล่ะก็ พวกเราอาจจะไม่ได้เป็นชนชั้นท็อปก็ได้ แบบนั้นแหละ」

 

    ถ้าแบบนั้นผมก็พอจะเข้าใจ อย่างงี้นี่เอง ต้องการจะสื่อแบบนั้นสินะ

    จริงที่ว่าถ้าอุชิคุระซังไปอยู่ต่างห้องจากชิโนมิยะซัง ก็จะมองไม่เห็นภาพว่าเธอได้เป็นชนชั้นท็อป เพราะถึงแม้ว่ารูปลักษณ์ของเธอจะเหมาะในการเป็นคนของชนชั้นท็อป แต่เธอก็ไม่มีลักษณะนิสัยที่ต้องการจะทำตัวเด่น เหตุผลที่เธอยังคงอยู่ในชนชั้นท็อปก็เพราะว่ามีชิโนมิยะซังคอยดึง

    ในกรณีของโอโน่จะตรงกันข้ามกับอุชิคุระซัง ถึงแม้ว่าตัวเขาจะมีความต้องการจะเป็นชนชั้นท็อป แต่เขามีเพียงแค่ความสามารถในการพูดเท่านั้น เป็นอาวุธที่ต้องอาศัยสิ่งรอบข้าง

    ถ้าหากว่ามีเพื่อนร่วมชั้นที่มีความสามารถในการพูดเทียบเท่ากับโอโน่ หรือตัวเขาถูกเกลียดจากสมาชิกชนชั้นท็อปคนอื่น มันก็เป็นเรื่องยากที่จะไปเข้ากลุ่มได้

    แม้จะมีอาวุธที่เรียกว่านักผจญถัย 2 ดาว ที่หาได้ยากภายในโรงเรียนอยู่ก็ตาม แต่เหตุผลที่สามารถใช้อาวุธนั้นได้ก็เพราะใช้ฉายาลูกศิษย์ของผมที่เป็นนักผจญภัย 3 ดาวที่ได้ไปโผล่ในมอนโคโล่เป็นปัจจัยสำคัญ

    แต่ว่า ชิโนมิยะซังที่ทำงานเป็นโมเดลลิ่งมือสมัครเล่นและมีเสน่ห์ดึงดูด, ชินโดที่เป็นหนุ่มหล่อและมีประวัติในวงการเทนนิส, และผมที่เป็นนักผจญภัยแล้วได้ไปออก TV ไม่ว่าจะไปอยู่ห้องไหนก็เป็นเรื่องปกติที่จะได้เป็นชนชั้นท็อป

 

「ถึงผมกับอุชิคุระซังจะได้เป็นชนชั้นท็อปในห้องนี้ แต่กับอิชิโจกับชิชิโดแล้วแตกต่างกัน พวกเขาสามารถจะเป็นชนชั้นท็อปของห้องไหนก็ได้นอกจากห้องนี้ การที่ชิโนมิยะซังกับชินโดอยู่ในห้องนี้พูดได้แค่คำเดียวว่าโชคไม่ดี

    อิชิโจซังกับชิโนมิยะซังเป็นโมเดลลิ่งมือสมัครเล่นเหมือนกัน สาเหตุที่ชิโนมิยะซังได้เป็นชนชั้นท็อปนั่นก็เพราะว่าเธอมีฝ่ายหญิงให้การสนับสนุนในห้องนี้มากกว่า

    ชิชิโดในอีกด้านหนึ่ง เป็นประเภทแยงกี้หัวโจกของโรงเรียน และในด้านของหน้าตาก็เหนือกว่าชินโดอีก แต่เหตุผลที่ชินโดได้เป็นชนชั้นท็อปก็เพราะความสามารถด้านเทนนิสที่สามารถไปได้ถึงระดับประเทศ….. และก็เพราะตัวอาจารย์ด้วย」

「ผม?」

「เอาตามความจริง ชินโดกับชิชิโดเป็นหนุ่มหล่อคนละประเภทกัน สามารถไปอยู่ในชนชั้นท็อปได้พร้อมกันด้วยซ้ำแต่….. ว่ากันตามตรง อาจารย์รู้สึกไม่ค่อยดีกับประเภทนักเลงอย่างหมอนั่นใช่ไหมล่ะ?」

「อา อืม…..ก็ถ้าเอาตรงๆนะ」

 

    บางทีมันคงจะเป็นนิสัยน่าเศร้าของคนคิดลบแหละ แต่ผมไม่ค่อยจะถูกกับคนหยิ่งๆอย่างชิชิโด

    ตามคาดว่าการที่ต้องรับมือกับสิ่งที่น่ากลัวกว่ามนุษย์จึงทำให้ไม่รู้สึกกลัวอะไรจริงจัง แต่มันก็ยังอึดอัดอยู่ดีที่ต้องอยู่ใกล้ๆกับคนที่คอยข่มคนอื่นอยู่ตลอดเวลา

 

「เดาว่าหมอนั่นคงจะอ่านความรู้สึกของอาจารย์ออก ทางชินโดเองก็เป็นประเภทนักกีฬาสดใสที่ชิชิโดไม่ชอบอีก เพราะแบบนั้นหมอนั่นก็เลยถอยออกมา แต่ว่าก็ไม่ได้ยอมแพ้เรื่องที่จะขึ้นไปสู่ชนชั้นท็อปเลย」

 

   อย่างงี้นี่เอง…..นั่นคือเหตุผลว่าทำไมชิชิโดถึงได้ถอยลงจากตำแหน่งชนชั้นท็อปสินะ

 

「เรื่องมาถึงตรงนี้ก็คงจะเข้าใจแล้วนะ ในความเป็นจริงของการต่อสู้เพื่อตำแหน่งชนชั้นท็อป มันไม่ใช่ 5 ต่อ 2 แต่เป็น 3 ต่อ 2 ขอแค่จัดการได้ 1 คนก็ทำให้ตัวเลขมาเท่ากันได้แล้ว แถมด้วยความจริงที่ทั้ง 3 คนนั้นจดจ่ออยู่แต่กับเรื่องโมเดลลิ่ง, กิจกรรมชมรม, และงานนักผจญภัย ซึ่งไม่ยึดติดกับชนชั้นห้องเรียนเลย ถ้าหากสามารถทำให้จำนวนเท่ากันได้แล้วล่ะก็ จะมีความเป็นได้อย่างมากที่จะพลิกกลับมา เพราะแบบนั้นถึงตกเป็นเป้าโจมตีไงล่ะ…..」

「หมายถึงผมอะนะ」

「ใช่แล้ว! ไม่เหมือนกับชิโนมิยะซังและชินโดที่มีหน้าตาดีเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ตัวอาจารย์ที่มีอาวุธแค่การเป็นนักผจญภัย จะต้องมองเห็นว่ามันคือโอกาศที่จะเอาไปใช้ประโยชน์ได้ล่ะ」

 

    …..ยังไงผมมันก็หน้าตัวประกอบ ถ้าหากเสียการ์ดไปก็เป็นแค่คนธรรมดานั่นแหละ

 

「ดูเหมือนว่าจะมีพยายามปล่อยข่าวลือแย่ๆอย่าง เป็นโอตาคุน่ารังเกียจที่เอาแต่สะสมการ์ดสาวมอนบ้างล่ะ, หรือว่าเป็นพวกหลงตัวเองหลังจากที่เพิ่งจะได้เป็นนักผจญภัยบ้างล่ะ แต่มันก็ไปได้ไม่สวย เริ่มได้ไปรากฏตัวในมอนโคโล แล้วตั้งแต่เริ่มงานนักผจญภัยก็เป็นที่นิยมในหมู่สาวๆมากขึ้นโดยให้เหตุผลว่าบรรยากาศเปลี่ยนไป…..」

「เอ๋? เอารายละเอียดเรื่องนั้นมาหน่อยซิ」

 

    ผมอึ้งกับความจริงที่ว่าเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ แต่โอโน่ก็หัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเมินไป

 

「ก็เป็นเพราะแบบนั้นแหละ จนถึงตอนนี้ ชิชิโดพยายามจัดการอาจารย์แต่ก็ไม่สำเร็จมาตลอด แต่ถ้าหากการ์ดแรงค์ C ถูกทำลายไปล่ะก็…..คงเข้าใจแล้วนะ?」

「…..อา ก็นะ แต่ไม่ใช่ว่าการ์ดแรงค์ C จะถูกจัดการไปจนหมดซักหน่อย ยังเหลืออยู่อีกตั้ง 3 ใบเลย」

 

    แต่ว่า 2 ใบในนั้นเอาไว้สำหรับเปลี่ยนเป็นเงิน ส่วนอีกใบก็แรงค์อัพไปตอนไหนก็ไม่รู้

    โอโน่ที่ไม่รู้เรื่องที่คิดในใจ ก็ทำหน้าตาหยั่งกับนกพิราบถูกหนังสติ๊กยิง

 

「ห๊ะ? ยังมีอีก 3 ใบ!? บอกเรื่องนั้นมาก่อนสิ! เป็นห่วงเก้อแล้วเนี่ย!」

 

    โอโน่พูดมาขณะที่เอามือมาวางบนไหล่ด้วยท่าทางจริงจัง

 

「แต่ถึงยังไง มันก็จะดีกว่าถ้าไม่พูดเรื่องที่สมาชิกหลักถูกทำลายไปล่ะนะ มันอาจจะมีคนเอาไปพูดลับหลังได้…..อาจารย์เองถ้าได้ยินอะไรแบบนั้นก็คงไม่ตลกด้วยใช่ไหมล่ะ?」

「ก็…..นะ」

 

    เรื่องที่สูญเสียการ์ดไปนั้นเป็นความผิดของผมเอง จะล้อเลียนอะไรไปก็ช่าง แต่ถ้าหากเอาความพยายามของพวกเร็นกะมาล้อเลียนล่ะก็…..ไม่มีความมั่นใจว่าจะสงบใจเอาไว้ได้

    ขณะที่คุยเรื่องพวกนี้อยู่ ไม่ทันรู้ตัวพวกเราก็มาถึงห้องเรียนแล้ว

    อาจจะเพราะยังเช้าตรู่ นักเรียนที่มาถึงยังคงมีบางตา

    ในกลุ่มชนชั้นท็อป มีเห็นอยู่แค่ชิโนมิยะซัง

    เธอกำลังทำหน้าง่วงซึมนั่งเล่นสมาร์ทโฟนอยู่ตรงที่นั่งของเธอ แต่พอเธอสังเกตุเห็นทางนี้ก็ทำการโบกมือให้

 

「อรุณสวัสดิ์ มาโร๊ะจิ…..กับโอโน่」

「อรุณสวัสดิ์」

「ผมเป็นตัวแถมรึไง」

 

    ชิโนมิยะซังหลบคำจิกกัดของโอโน่ไปอย่างงดงาม แล้วมองมาที่ใบหน้าของพวกเราพร้อมทำหน้าตางุนงง

 

「หายากนะเนี่ยที่มาโร๊ะจิกับโอโน่จะมาโรงเรียนด้วยกัน」

「บังเอิญเจอกันระหว่างทางมาโรงเรียนน่ะ…..แล้วอุชิคุระซังของทางนั้นล่ะ?」

 

    เป็นเรื่องแปลกของสาวๆที่มักจะอยู่ด้วยกันกลับอยู่แยกกัน…..ขณะที่พูดแบบนั้นก็ทำการมองหาไปรอบๆ ชิโนมิยะซังเห็นแบบนั้นก็ตกใจนิดหน่อย

 

「มาโร๊ะจินี่ก็ยังปลื้มชิซุกะอยู่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลยน้า~ ชิซุกะมีซ้อมช่วงเช้ากับวงเครื่องเป่าน่ะ ก็นั่นไง งานกีฬาใกล้มาถึงแล้วนี่」

「ไม่ใช่แบบนั้นซักหน่อย แต่ว่างั้นเองเหรอ งานกีฬาตอนเดือนพฤษภาสินะ」

 

    ผมตอบขณะที่ความตื่นเต้นลดลงไปบางส่วน

    งานกีฬา สำหรับผู้คนที่ไม่ค่อยชอบออกกำลังกายอย่างผมแล้ว ถือว่าเป็นอีเวนต์ที่ไม่น่ายินดีเท่าไหร่

    พอโอโน่เห็นผมเป็นแบบนั้น เขาก็พูดหยอกขึ้นมา

 

「อาจารย์ ไม่คิดว่างานกีฬาปีนี้จะสามารถทำออกมาได้ดีหรอกเหรอ? ตั้งแต่เป็นนักผจญภัยก็ฝึกมาตั้งเยอะเลยใช่ไหมล่ะ?」

「ก็มีวิ่งกับฝึกกล้ามเนื้ออยู่บ้าง แต่พูดกันตามตรงมันก็แค่เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางร่างกาย ไม่ได้ฝึกเพื่อเล่นกีฬาซักหน่อย」

「ถึงจะทำได้ดีก็คงมีแต่พวกน่าเบื่ออย่างมาราธอนหรือไม่ก็ซักเย่องั้นสินะ เอาเถอะ มันไม่มีความจำเป็นต้องกระตือรือร้นเรื่องงานกีฬาหรอก」

 

    ขณะที่พวกเรากำลังคุยกัน ชิโนมิยะซังที่กำลังฟังโดยเอามือเท้าคางเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง จู่ๆก็ถามคำถามผมมา

 

「…..เน่ อย่างที่คิด นักผจญภัยเนี่ยจำเป็นต้องมีพลังกายเยอะสินะ? แล้วก็ความรู้เรื่องการ์ดด้วย」

 

    เธอไม่ค่อยจะถามคำถามลงลึกเกี่ยวกับนักผจญภัยซึ่งไม่เข้ากับบุคลิคของเธอ ผมก็ตอบคำถามไปขณะที่มีความสงสัยในใจเล็กน้อย

 

「…..ก็ ถ้าเป็นเขาวงกตแรงค์ F แล้วล่ะก็ ขณะที่ไปลงสำรวจก็ถือว่าได้พลังกายขั้นต่ำกลับมาแล้ว ส่วนความรู้ก็ไม่จำเป็นต้องมีมากก็ได้แต่…..จู่ๆทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ?」

 

    เพื่อตอบคำถาม ชิโนมิยะซังก็เริ่มพูดเบาลงราวกับว่าเพื่อป้องกันไม่ให้เพื่อร่วมชั้นคนอื่นๆได้ยิน

 

「แบบว่า~ จริงๆแล้ว เมื่อวันก่อน ได้ถูกถามเรื่องจะรับเป็นนางแบบพิเศษ(Exclusive Model)ไหมนะสิ…..」

「โอ้~! ในที่สุด!」

「ทำได้แล้วนะ! ยินดีด้วย!」

 

    ทำการส่งเสียงเชียร์เบาๆกับโอโน่อยู่ 2 คน

    เอาตามตรงผมก็ไม่คุ้นเคยกับโลกของแฟชั่นนัก รู้เพียงแค่ว่าชิโนมิยะซังเป็นโมเดลลิ่งมือสมัครเล่น แต่ไม่ได้รู้ว่าเธอที่เป็นโมเดลลิ่งมือสมัครเล่นนั้นมีความสำคัญแค่ไหน

    แต่ว่า พอบอกว่าได้เป็นนางแบบพิเศษแล้ว แม้แต่ผมที่ไม่รู้ประสีประสาก็สามารถบอกได้ว่ามันจะต้องเหนือกว่าโมเดลลิ่งมือสมัครเล่นคนอื่นๆแน่นอน

    พวกเราแสดงความยินดีอย่างใจจริง แต่ทว่าชิโนมิยะซังดูเหมือนจะลำบากใจอะไรอยู่

 

「แหม…..นั่นมัน ไม่ใช่แค่เป็นนางแบบพิเศษน่ะสิ แต่กำลังพูดถึงการเป็นนางแบบนักผจญภัยน่ะ…..」

「นางแบบนักผจญภัย…..? ไอดอลนักผจญภัยเวอร์ชั่นนางแบบ? แบบ REIKA นั่นน่ะเหรอ?」

 

    —–REIKA ในตอนนี้คือไอดอลระดับท็อปที่เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนหนุ่มสาว

    ถึงแม้ว่าจะเป็นไอดอลแต่ก็มีพรสวรรค์ด้านนักผจญภัยที่มาพร้อมใบอนุญาต 4 ดาว เพราะแบบนั้นจึงถูกเรียกว่าไอดอลนักผจญภัย

    โดยดั้งเดิมแล้วเธอเป็นนักผจญภัยมืออาชีพ นับตั้งแต่ช่วงที่ยังเป็นมือสมัครเล่นเธอได้บันทึกการสำรวจเขาวงกต ตัดต่อเพื่อให้ดูง่ายขึ้น แล้วก็โพสลงในอินเตอร์เน็ต

    ภาพของสาวสวยระดับไอดอล บางเวลาก็ดูน่าขบขัน บางเวลาก็เป็นการผจญภัยเสี่ยงชีวิตในเขาวงกต และด้วยความสามารถด้านการตัดต่อก็ยิ่งทำให้ยอดผู้รับชมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

    เว็บไซต์สำหรับโพสวิดีโอ『My Tube』ต่างก็อัดแน่นไปด้วยวิดีโอที่เลียนแบบวิดีโอของเธอ และเหล่าผู้คนที่สำรวจเขาวงกตเพื่อจุดประสงค์ในการโพสวิดีโอได้ถูกขนานนามว่าดันเจี้ยนทูเบอร์(Dungeon Tubers)

    ตัวเธอที่เป็นเช่นนั้นก็ไม่มีทางที่พวกสื่อจะปล่อยไป ทำให้เธอเริ่มไปปรากฏตัวบน TV จากนั้นก็เริ่มร้องเพลง แล้วพอรู้ตัวอีกทีก็กลายมาเป็นไอดอล

    ทุกวันนี้ แนวดันเจี้ยนทูเบอร์ได้แพร่หลายไปทั่วโลกโดยมีจุดเริ่มต้นมาจากญี่ปุ่น และไม่ใช่เรื่องเกินจริงถ้าหากจะบอกว่า RAIKA มีชื่อเสียงโด่งดังในต่างประเทศมากยิ่งกว่านายกรัฐมนตรีเสียอีก

    ดูเหมือนว่าในโลกของสื่อบันเทิงเล็งเห็นถึงความนิยมนี้และมีความพยายามอย่างมากในการจะสร้าง REIKA คนที่ 2 และ 3 ออกมาให้ได้ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีคนที่มีความสามารถไหนที่จะทำตาม REIKA ได้โผล่มา

    ในคราวนี้ เรื่องที่ถูกคุยกับชิโนมิยะซังเอง บางทีแล้วก็คงเป็นหนึ่งในโครงการพวกนั้น

    แต่ว่า ไม่เหมือนกับ REIKA ตัวชิโนมิยะซังดั้งเดิมไม่ได้เป็นนักผจญภัย

    หรือก็คือ

 

「…..จะบอกว่าถูกขอให้เปิดตัวในฐานะนักผจญภัย จะได้เกิดเป็นคำติดปากว่าเป็นนางแบบนักผจญภัยแบบนั้นเหรอ?」

「ก็แบบนั้นแหละ」

 

    ไปมองหาสาวงามในหมู่ดันเจี้ยนทูเบอร์แล้ว แต่ก็หาคนที่อยู่ระดับ REIKA ไม่ได้เลย เพราะงั้นเลยตัดสินใจเปลี่ยนสาวงามไปเป็นนักผจญภัยแทน ก็เดาว่าคงเป็นอะไรแบบนี้

    …..อย่างงี้นี่เอง เข้าใจแล้วว่าทำไมท่าทีของชิโนมิยะซังถึงแตกต่างไปจากปกติ

 

「ไม่คิดว่าการให้คนมีความสามารถไปฝืนเป็นนักผจญภัยนี่มันมากไปหน่อยเหรอ?」

 

    โอโน่พูดพร้อมขมวดคิ้ว

    กฏหมายปัจจุบันของญี่ปุ่น「ห้ามมิให้บุคคลใดขัดขวางบุคคลอื่นที่มีความต้องการจะเป็นนักผจญภัย และห้ามมิให้บุคคลให้บังคับให้บุคคลอื่นเป็นนักผจญภัยเช่นกัน」ระบุเอาไว้แบบนั้น

    อาชีพของนักผจญภัยถือว่าเป็นสิ่งที่ใครจะเป็นได้ก็ด้วยความสมัครใจของตัวเองเท่านั้น

    ว่ากันว่ามันเป็นอิทธิพลที่ได้รับมาจากอเมริกา เป็นเจตนารมณ์ของผู้ที่สร้างอาชีพนักผจญภัยขึ้นมา

 

「ถ้าเอเจนซี่คิดจะเปลี่ยนคนมีความสามารถของตัวเองไปเป็นนักผจญภัยแบบนั้นจะเป็นปัญหาเอาได้ แต่ถ้าคนๆนั้นเป็นนักผจญภัยมาก่อนหน้าจะเข้าร่วมกับเอเจนซี่แล้วแบบนั้นก็ไม่เป็นปัญหา หมายความแบบนี้แหละ」

「อย่างงี้นี่เอง…..ว่าแต่ จะไปเป็นนักผจญภัยนี่มีเงินทุนแล้วเหรอ?」

「ค่าลงทะเบียนจะถูกจ่ายให้ล่วงหน้าจากงานแรก ส่วนการ์ดทางสำนักงานจะมีให้ยืม ถ้าหากว่าการ์ดลอสขณะทำงานจะไม่ต้องจ่ายค่าชดใช้ แต่ถ้าไปลอสในช่วงเวลาส่วนตัวจะต้องชดใช้ไป…..รู้สึกว่างั้นนะ」

『อืมม…..』

 

    ส่งเสียงครางอยู่กับโอโน่ 2 คน

    ว่ากันตามตรง เงื่อนไขในการเป็นนักผจญภัยมันค่อนข้างดีทีเดียว นั่นเพราะสามารถเป็นนักผจญภัยได้ฟรีๆ แต่นั่นมันก็สำหรับคนที่ต้องการจะเป็นนักผจญภัยมาอยู่ก่อนแล้วเท่านั้น สำหรับคนที่ไม่มีความสนใจจะเป็นนักผจญภัย มันก็อาจจะรู้สึกเหมือนว่าถูกบังคับให้ต้องทำอะไรเสี่ยงๆ

 

「…..โดยส่วนตัวแล้วชิโนมิยะซังคิดยังไงล่ะ?」

「ชั้น…..เอาจริงๆก็ทั้งน่าดึงดูดแล้วก็น่ากลัวด้วย เพราะอย่างที่คิดว่าผลตอบแทนระหว่างการเป็นโมเดลลิ่งมือสมัครเล่นกับการทำงานเต็มเวลามันต่างกัน ทางแมวมองเองก็บอกว่าถ้ารับข้อเสนอนี้ไป ผลตอบแทนก็จะยิ่งมากขึ้นจากการที่เป็นนักผจญภัย แถมหางานได้ง่ายขึ้นด้วย…..แต่พอได้มองดูมาโร่กับโอโน่แล้ว ก็คิดว่านักผจญภัยมันมีสเน่ห์จริงแต่มันก็ค่อนข้างน่ากลัวและอันตรายด้วย แบบนั้นแหละ」

「อย่างงี้นี่เอง…..」

 

    ถ้าเป็นแบบนั้นคำตอบที่ผมให้ได้ก็มีแค่อย่างเดียว

    ตอนอยู่ปีแรกได้ยินข่าวลือมาหลายครั้งว่าครอบครัวของชิโนมิยะซังมีฐานะไม่ค่อยร่ำรวยนัก

    คุณพ่อของเธอเสียไปตั้งแต่ชั้นประถมจากอุบัติเหตุ ส่วนคุณแม่แทนที่จะออกไปทำงานนอกบ้านก็จำเป็นจะต้องเลี้ยงดูน้องชายของเธอและทำแต่งานบ้าน

    ดูเหมือนว่า การที่เธอเริ่มเป็นโมเดลลิ่งมือสมัครเล่นก็เพราะว่าต้องการจะลดภาระค่าใช้จ่ายแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี

    ยังไม่เคยได้ยินคำยืนยันจากตัวเธอจริงๆ แต่ถ้าเกิดว่าข่าวลือเป็นจริงล่ะก็ ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าทำไมเธอถึงต้องการใช้ประโยชน์จากรางวัลที่น่าดึงดูด

 

「เอาจากข้อสรุป เรื่องที่ว่ามานั้น ปฏิเสธเต็มที่ไปเลยจะเป็นการดีที่สุด」

 

    ผมบอกออกไปอย่างชัดเจน โอโน่ที่อยู่ข้างๆก็พยักหน้าให้เงียบๆ

 

「จริงอะ? ทำไมเหรอ…..?」

 

    ชิโนมิยะซังถามมาขณะที่ขมวดคิ้วสวยๆนั่นเข้าไว้ด้วยท่าทางกังวล

    เอาล่ะ จะพูดโน้มน้าวไปยังไงดี ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจบอกเหตุการณ์ไปเล็กน้อย

 

「…..ไม่ค่อยอยากจะพูดเรื่องนี้ให้ใครฟังมากเท่าไหร่แต่ ดูเหมือนว่าพักนี้จะมีใครบางคนที่ออกล่าพวกหน้าใหม่ภายในเขาวงกตน่ะ」

「จริงดิ!?」

 

    ชิโนมิยะซังหน้าซีดเล็กน้อย

 

「แต่ว่าไม่เห็นมีออกข่าวอะไรแบบนั้นเลยนี่…..?」

「พอจะได้เห็นข่าวที่ว่ามีผู้คนจำนวนมากสูญหายไปในเขาวงกตแรงค์ต่ำบ้างรึเปล่า ถึงจะบอกว่าสาเหตุไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ดูเหมือนนั่นน่าจะเป็นอาชญากรรมจากฝีมือมนุษย์ แล้วต่อให้มันเป็นแค่ความผิดปกติของเขาวงกตก็ตาม ถ้าเป็นในตอนนี้ไม่ขอแนะนำให้เป็นนักผจญภัยอย่างเด็ดขาดเลย」

 

    …..ถ้าถึงขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมแพ้ ก็คงไม่มีทางเลือกแล้วบอกเรื่องที่ผมโดนโจมตีไป

    ต่อให้คุณสารวัตรขอให้ปิดเรื่องเงียบไว้ แต่ชีวิตของชิโนมิยะซังมันไม่สามารถหาอะไรมาทดแทนได้

    ผมตัดสินใจอย่างลับๆอยู่ในใจ…..

 

「งั้นก็ช่วยไม่ได้คงต้องยอมแพ้ไปล่ะน้า อา~ อุตส่าห์เป็นข้อเสนอที่น่าดึงดูดแล้วเชียว~」

 

    ชิโนมิยะซังแหงนหน้าขึ้นแล้วถอนหายใจ โล่งอกไปที ดูจะยอมแพ้ไปแล้ว หันหน้าไปมองกับโอโน่แล้วเอามือทาบอกด้วยความโล่งใจ

 

「ก็นะ ไม่ว่าจะอะไรมันก็ขึ้นอยู่กับชีวิตก่อนนั่นแหละนะ…..」

 

    ผมพูดไปขณะที่นึกย้อนถึงความผิดพลาดในครั้งนี้ของตัวเองที่มัวแต่มองผมประโยชน์ระยะสั้น จนทำให้สมาชิกหลักถูกทำลายไป

    ชิโนมิยะซังเหมือนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างจากท่าทางของผม แล้วแสดงท่าทางแปลกๆออกมา

    ในขณะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดขึ้นมานั่นเอง

 

「ทุกคนอรุณสวัสดิ์~」

「โอ้ อรุณสวัสดิ์!」

 

    อุชิคุระซังที่ฝึกซ้อมช่วงเช้าเสร็จและชินโดก็เข้ามา

    พอมองไปรอบๆ ก่อนที่จะรู้ตัวไป ที่นั่งทั้งหมดก็เกือบจะเต็มแล้ว และมีเวลาเหลืออีกแค่ 1 นาทีก่อนจะเริ่มโฮมรูม

 

「โอ๊ตโตะ ป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย งั้นชิโนมิยะซังถ้าหากว่ามีคำถามอะไรอีกก็ถามมาได้เลยนะ」

「อะ อืม ขอบใจนะ โอโน่ก็ด้วย」

「ผมเป็นตัวแถมอีกแล้วงั้นเรอะ」

 

    แยกตัวออกจากพวกชิโนมิยะแล้วไปนั่งที่ของตัวเอง

    เอาสมารท์โฟนออกมาดูเล่น(เครื่องสำรองสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น) แล้วก็ก็สังเกตุเห็นว่าได้รับข้อความมาจากอันนา

   

『หลังเลิกเรียน มารวมตัวชมรมนักผจญภัยกันเถอะ! สถานที่เป็นร้านอาหารครอบครัวเหมือนอย่างที่เคย, จากอันนา』

 

 

 

 

【Tips】ดันเจี้ยนทูเบอร์(Dungeon Tubers)

    คำเรียกทั่วไปของนักผจญภัยที่ลงสำรวจเขาวงกต โดยมีเป้าหมายเพื่อโพสวิดีโอลงบนเว็บไซต์สำหรับโพสวิดีโอ『My Tube』โดยส่วนใหญ่แล้วจะมี 1 ดาว ด้านรายได้ที่มาจากโฆษณาจากตัววิดีโอนั้นไม่ค่อยมาก แต่ก็มีบางคนที่สามารถทำรายได้มากกว่าระดับมืออาชีพทั้งๆที่มีแค่ 1 ดาวเท่านั้น

    มีดันเจี้ยนทูเบอร์หลายคนที่ทำบางอย่างแบบไม่สมเหตุสมผล หรือไปยุ่งเกี่ยวกับนักผจญภัยคนอื่นเพื่อเพิ่มคุณภาพของตัววิดีโอ ทำให้มักจะถูกนักผจญภัยที่ทำงานอย่างจริงจังไม่ชอบหน้า

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 40 ความเสียหายโดยรวม 126 ล้านเยน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved