cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย - ตอนที่ 38 โชคดีและโชคร้ายคือเชือกที่มัดรวมกันแน่น

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย
  4. ตอนที่ 38 โชคดีและโชคร้ายคือเชือกที่มัดรวมกันแน่น
Prev
Next

บทที่ 2 ตอนที่ 12 โชคดีและโชคร้ายคือเชือกที่มัดรวมกันแน่น

 

「บ้าเอ๊ย…..นี่เป็นคดีจริงๆงั้นเหรอเนี่ย แล้วไม่ใช่ว่าเป็นแค่เขาวงกตแรงค์ F หรอกรึ?」

 

    เมื่อรู้ตัวว่าการโจมตีนี่เกิดขึ้นจากมนุษย์ ที่แว่บขึ้นมาในหัวก็คือบทสนทนาที่มีกับอันนา

    ถ้ามีบางอย่างที่ไม่สามารถเกิดขึ้นเป็นปกติธรรมชาติปรากฏขึ้นมา สาเหตุก็ต้องมาจากภายนอก…..

    ตอนที่อันนาพูดและพยายามชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของคดี ผมก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

    การก่ออาชญากรรมต่อเนื่องโดยการหลอกเกทที่คุมเขาวงกต และกล้องรักษาความปลอดภัยของดันเจี้ยนมาร์ท เป็นอะไรที่มีความยากสูงเอามากๆ

    เพราะแบบนั้น เลยคิดไปว่าถ้ามีความสามารถแบบนั้นอยู่ล่ะก็ เอาไปใช้หาเงินทางอื่นจะดีกว่า

 

    ทว่า ในตอนนี้มันได้มาเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาจริงๆ ไม่มีที่ให้สงสัยแล้ว

    ไม่รู้หรอกว่าทำยังไง แต่เจ้าผู้โจมตีคนนี่ มีวิธีในการลบร่องรอยการก่ออาชญากรรมของตัวเองอยู่

    จากที่มองเห็น ยังไม่เจอตัวมาสเตอร์ บางทีคงจะใช้ลิงค์ในการควบคุมระยะไกล

    การควบคุมการ์ดระยะไกลด้วยลิงค์ สามารถใช้เพื่อโจมตีนักผจญภัยคนอื่นโดยแสร้งทำเป็นการโจมตีจากมอนสเตอร์ของเขาวงกตได้

    นี่คือสาเหตุว่าทำไมเทคนิคเกี่ยวกับลิงค์จึงถูกเก็บเป็นความลับต่อสาธารณะ

    เทคนิคที่เรียกว่าลิงค์นั้น มันมีความสะดวกมากเกินไปในเขาวงกต

    สาเหตุที่ไม่มีระบบตรวจคุณสมบัติมัน ก็เพราะถ้าใช้การ์ดอย่างชำนาญไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดก็จะได้มันมาเอง บางทีแล้วสิ่งที่ให้ความสำคัญคงเป็นการแพร่กระจายความรู้เกี่ยวกับมันมากกว่า…..

 

    แต่ไหนแต่ไร ถ้าเกิดมีนักผจญภัยถูกฆ่าในขณะที่คนๆนั้นกำลังทำการสำรวจอยู่ ทางตำรวจและกิลล์ก็ต้องมีการสืบสวน

    แล้วทันทีที่การสืบสวนเริ่มขึ้น ตัวคนร้ายก็จะเป็นที่แน่ชัด นั่นเพราะว่ามีมอนสเตอร์และอุปกรณ์เวทที่สามารถอ่านใจได้อยู่

    เพราะแบบนั้น การโจมตีภายในเขาวงกตจริงๆจึงมีน้อย…..เลยลดความระมัดระวังตัวลง

 

「……….ชิ」

 

    ไม่เหมือนกับมอนโคโลที่มีความปลอดภัย ความอาฆาตของจริงที่ทิ่มแทงผิวหนัง หัวใจเริ่มเต้นเร็วจนน่ารำคาญ

    ผมกำมือที่เริ่มจะสั่นเข้าไว้แล้วสูดหายใจลึกๆ ไม่เป็นไร ศัตรูมีการ์ดแรงค์ C 3 ใบ และมี 1 ใบบาดเจ็บ ส่วนทางด้านนี้มีแรงค์ B กับแรงค์ C อย่างล่ะ 1 ใบ และแรงค์ D 4 ใบ โอกาศชนะมีพอสมควร ถ้าในกรณีฉุกเฉินก็ยังมีการ์ดไลแคนโทรปที่ยังไม่ได้ใช้

 

『เร็นกะ, เอลิซ่า…..ก่อนอื่นจะใช้ซิงโครเพื่อจัดการตัวที่ไม่บาดเจ็บทั้ง 2 ตัวในคราวเดียวก่อน ยูคิ, เมอา, ซุซูกะ, ดราโกเน็ต ฝากจัดการปิดฉากไลแคนโทรปสีดำที่บาดเจ็บด้วย ขอโทษด้วยแต่ไม่มีเวลาออกคำสั่งให้ทางนั้น คิดว่าสถานะผิดปกติน่าจะคลายในไม่ช้าแล้ว ระวังตัวด้วย』

『รับทราบ!』

 

    เมื่อกลุ่มแรงค์ D เริ่มทำการโจมตี สนามรบที่หยุดนิ่งก็เริ่มขยับอีกครั้ง

    สิ่งแรงที่ขยับก่อนคือมนุษย์หมาป่าสีขาวที่ปรากฏมาตัวที่ 2 เป้าหมายการโจมตีคือเอลิซ่า เนื่องจากเร็นกะอยู่บนอากาศ เธอจึงน่าจะเป็นตัวเลือกเดียวสำหรับไลแคนโทรปที่ชำนาญการต่อสู้ระยะประชิด มันจู่โจมเธอด้วยกรงเล็บเงินที่สวมใส่อยู่ที่แขนทั้ง 2 ข้าง แล้วอาศัยจังหวะนั้น มนุษย์หมาป่าสำน้ำตาลแดงตัวที่ 3 ก็หายตัวไปราวกับว่าหลอมรวมไปกับความมืด

    ไอ้เจ้านี่ก็เป็นประเภทแอสซาซินงั้นรึ….. ผมพยายามกลั้นความอยากที่จะเดอะลิ้น แต่ในตอนนี้ตัดสินใจให้ความสำคัญกับการจัดการมนุษย์หมาป่าสีขาวก่อน

    ร่างของเอลิซ่าที่ถูกทำให้บาดเจ็บด้วยอาวุธเงิน ยังคงถูกความเจ็บปวดเข้าจู่โจม แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูจะไม่มีปัญหาด้านการต่อสู้อะไร อาจจะเป็นเพราะความแข็งแกร่งของประเภทอันเดด ถ้าหากใส่ใจมากเกินมันอาจจะไปขัดแข้งขัดขาแทนได้ ถ้างั้นจะคงการซิงโครไว้แค่เพื่อปลดปล่อยพลังต่อสู้

    ผีดูดเลือดกับมนุษย์หมาป่า มอนสเตอร์ทั้ง 2 ตัวต่างมีตำนานที่ใกล้ชิดกัน ในขณะที่แวมไพร์มีความสามารถที่จำแนกออกเป็นเวทมนตร์ ไลแคนโทรปจะมีความสามารถด้านการต่อสู้ระยะประชิดมากกว่า

    แม้แต่ในด้านของขนาดรูปร่างก็ยังมีความแตกต่างกันมากเกือบ 2 เท่า  มนุษย์หมาป่าสีขาวใช้ร่างกายท่อนบนเพื่อโจมตีมาจากด้านบนด้วยแขนอันแข็งแกร่ง

    การเคลื่อนไหวนั้นดูกระชับมากกว่าไลแคนโทรปป่าที่เคยสู้มาแล้วหลายครั้ง ดูแล้วมั่นใจว่าจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้อยู่แน่

    ในกรณีนี้ แม้ว่าเอลิซ่าจะมีศิลปะการต่อสู้เช่นกัน แต่ก็เสียเปรียบด้านรูปร่างและความสามารถด้านพละกำลัง

    ถ้าจะมีด้านไหนที่เธอเหนือกว่า นั่นก็คือ—-

 

「ชู่ว!」

 

    เอลิซ่าหายใจออกสั้นๆในขณะที่ใช้ฝ่ามือของเธอปัดท่อนแขนอันทรงพลังไปด้านข้าง การเคลื่อนไหวนั้นแม่นยำหาใครเปรียบและตรงจังหวะช่วงเวลาราวกับว่ามองเห็นอนาคต

   …..ข้อได้เปรียบของเอลิซ่าคือการเคลื่อนไหวอันแม่นยำและสัญชาตญาณ สกิลเคลื่อนไหวแม่นยำและสัญชาตญาณของเธอช่วยให้เธอสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมากกว่าคู่ต่อสู้ของเธอที่มีความสามารถทางกายเหนือกว่า

    มนุษยหมาป่าที่แขนพลาดเป้า ทว่ามันก็ไม่มีการสะดุดแม้แต่น้อย มุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง

    เข้าปะทะ การโจมตีและการป้องกันรวดเร็วจนสายตาของมนุษย์ตามไม่ทัน มนุษย์หมาป่าจู่โจมด้วยร่างกายและพละกำลัง ส่วนผีดูดเลือดตั้งรับด้วยการเคลื่อนไหวอันแม่นยำและสัญชาตญาณ คู่อาฆาตทั้ง 2 ฝ่ายที่ล้มลงก่อนคือ…..ผีดูดเลือดสาวที่บาดเจ็บ

    เอลิซ่าเอนตัวเล็กน้อยในขณะที่ป้องกันการโจมตีของมนุษย์หมาป่า บาดแผลที่อยู่ด้านข้างส่งผลให้แกนร่างกายไม่สมดุล ทำให้เป็นเรื่องยากเล็กน้อยที่จะตั้งรับ มนุษย์หมาป่าสีขาวไม่พลาดโอกาสนี้

    ลำแสงสีเงินส่องแสง การโจมตีที่เน้นความเร็วและมีพลังในระดับหนึ่ง

 

    มันเข้าตัดนิ้วมือ 3 นิ้วที่มือซ้ายของเอลิซ่า—-แล้วร่างของมนุษยหมาป่าก็ถูกดาวหางพุ่งทะลวง

 

    พริบตาที่มนุษย์หมาป่าโจมตีเอลิซ่า เร็นกะก็ทำการซุ่มยิงโจมตี

    ลำแสงดาวหาง 3 ลูก เข้าบดขยี้ขาขวา, แขนซ้าย, และตาขวาของมนุษย์หมาป่าที่สามารถหลบการโจมตีที่หัวไปได้

    ตาชั่งเริ่มเอนเอียงมาทางฝั่งนี้แล้ว

    ชั่วขณะที่คิดแบบนั้น ความมืดข้างหลังมันก็เริ่มแผ่ขยาย

    มนุษย์หมาป่าตัวที่ 3 ที่แอบซ่อนอยู่เปิดเผยเขี้ยวเล็บ ทางศัตรูเองก็มองหาช่องว่างที่จะจัดการเหยื่อเช่นกัน

    มนุษย์หมาป่าขนสีแดงปรากฏตัวขึ้นราวกับว่าแยกตัวออกมาจากค่ำคืนอันมืดมิด เหวี่ยงกรงเล็บเข้าใส่เพื่อหวังฉีกร่างผมเป็นชิ้นๆ

    แม้ว่าจะพยายามหลบ การเคลื่อนไหวของมนุษย์ก็เชื่องช้าหากเทียบกับมอนสเตอร์

    —-ทว่า

 

『อ่านออกหรอกน่า…..!』

 

    -วืด- แขนอันแข็งแกร่งของมนุษย์หมาป่าผ่านเหนือศรีษะไปขณะที่ผมลื่นล้ม

    เป็นเรื่องดีเกินกว่าจะเรียกได้ว่าแค่บังเอิญ แน่นอนว่าเป็นเพราะการอวยพรจากเทพีแห่งโชคลาภ

    ช่องโหว่ถูกสร้างขึ้นในชั่วขณะที่การโจมตีสังหารของมนุษย์หมาป่าน้ำตาลแดงถูกหลบได้

    ในตอนนั้นเอง ขณะที่เร็นกะกำลังจะโจมตี

 

『คิย๊าาาา!?』

『กั่กกก…..!?』

『ซุซูกะ!? ดราโกเน็ต!』

 

    ผ่านทางลิงค์ สามารถมองเห็นสภาพของกลุ่มการ์ดแรงค์ D

    เมื่อมองดูทางฝั่งนั้น ก็เห็นซุซูกะกับดราโกเน็ตมีบาดแผลฉกรรจ์ ซุซูกะถูกเฉือนจนหน้าอกเปิดออกกว้าง ส่วนดราโกเน็ตถูกฉีกปีกไปข้างหนึ่ง

    ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง มนุษย์หมาป่าสีดำก็มีบาดแผลเต็มตัวและกำลังหอบหายใจอย่างหนัก

    ได้ขอให้กลุ่มการ์ดแรงค์ D ช่วยกันจัดการมนุษย์หมาป่าตัวแรกที่ติดสถานะผิดปกติอยู่ แต่ดูเหมือนว่าพอถูกต้อนจนใกล้ตาย สถานะผิดปกตินั้นกลับส่งผลให้เกิดการโต้กลับอย่างรุนแรง

    บางที มันอาจจะมีสกิลที่ส่งผลในตอนที่ใกล้ตายก็เป็นได้…..

    ยูคิกับเมอารีบเข้าไปหยุดมันทันที แต่นี่ก็ถูกโจมตีอย่างหนัก

    ความเสียหายของซุซูกะและดราโกเน็ตอยู่ในระดับที่หากไม่กลับคืนสู่การ์ดในทันที หรือรักษาด้วยเวทมนตร์ฟื้นฟูแล้วล่ะก็สามารถลอสได้เลย โดยเฉพาะในส่วนของดราโกเน็ตที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้จะยิ่งไม่สามารถกลับคืนมาได้ ยูคิและเมอาเองก็บาดเจ็บมากถึงแม้จะไม่หนักเท่ากับอีก 2 ใบ

 

    …..ทำยังไงดี ใช้ฝนอมฤตดีไหม?

    ไม่ นั่นมันเป็นไพ่ตายที่สามารถใช้ได้แค่ครั้งเดียว อยากจะเก็บมันเผื่อเอาไว้ กับศัตรูระดับนี้ การ์ดแรงค์ D ไม่ค่อยจะมีประสิทธิภาพมากนัก ถ้างั้นแล้วเอาซุซูกะกับดราโกเน็ตกลับเข้าการ์ดก่อนดีกว่า

 

『ทำได้ดีมาก! ซุซูกะกับดราโกเน็ตกลับมาซะ!』

『ต้องขอประทานอภัย! จะทำการล่าถอยโดยเร็วที่สุดคะ!』

『ชั้นบอกแล้วใช่ไหม! ว่าให้กลับบ้านไปดีๆน่ะ!』

『หนวกหูน่า!? เข้าใจแล้ว! ผมมันพลาดเอง! เดี๋ยวจะขอโทษทีหลังเอง ตอนนี้กลับมาซะก่อน!』

 

    ในขณะที่ตะโกนใส่ซุซูกะที่ยังจะมายึดติดในเวลาแบบนี้ ก็เอาทั้ง 2 กลับคืนสู่การ์ด

 

『ยูคิกับเมอา ขอโทษด้วยแต่ฝากคอยสนับสนุนพวกเร็นกะที!』

『เข้าใจแล้ว!』

『รับทราบ! วางใจได้เลย!』

 

    ดีละ เท่านี้ก็เหลือแค่ 2 ตัว แถมอีกตัวก็บาดเจ็บอยู่ ถ้าไปได้สวยล่ะก็—-

 

『…..!?』

 

    …..ชนะได้

    ชั่วขณะที่เกิดความหวังแบบนั้นขึ้นมา มันกลับถูกบดขยี้ไม่มีชิ้นดี

    สิ่งที่ถูกส่งผ่านมาจากพวกเร็นกะก็คือความตกตะลึง กับความร้อนรน

    เบื้องหน้าสายตาของเธอ…..ก็คือศัตรูใหม่ที่ปรากฏตัวขึ้นมา

    สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่มีร่างกายกำยำของมนุษย์และศรีษะของสุนัขสีดำ ความสูงประมาณ 2 เมตร และถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในจำพวกมอนสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่โต แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างจนรู้สึกได้นั้น เทียบไม่ได้เลยกับไลแคนโทรป

    บรรยากาศในแว่บแรกก็เป็นที่ชัดเจนว่านั่นคือตัวตนที่อยู่สูงกว่า ใกล้เคียงกับเทพเช่นเดียวกันกับเร็นกะ ในตอนนั้นเองก็รู้ได้ถึงตัวตนที่แท้จริงของศัตรู

 

    ———-การ์ดแรงค์ B, อนูบิส(Anubis) เทพแห่งโลกหลังความตายจากตำนานของอียิปต์…..อีกทั้ง ยังมีการ์มอีก 3 ตัวติดตามมา

 

「คุ…..!」

 

    เผลอหลุดเสียงน่าสมเพชออกมาจากลำคอ

    นั่นมันอะไรกัน!!!! โธ่เว้ยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!

    อย่ามาล้อกันเล่นนะ! ทำไมต้องเอาการ์ดแรงค์ B ออกมาตอนนี้ด้วย!

    มีถึงการ์ดแรงค์ B อยู่แล้วก็อย่ามาทำเรื่องแบบนี้สิฟะะะะะะะ!!

    บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย บ้าเอ๊ย!!

 

    ความสิ้นหวังและความโกรธแพร่กระจายไปทั่วร่างราวกับพิษ เป็นครั้งแรกหลังจากห่างหายไปนานที่ขามันสั่นอย่างจริงจัง ไม่สามารถรวบรวมกำลังได้อย่างเต็มที่ เริ่มรู้สึกได้ถึงลางสังกรณ์แห่งความตาย

    จะชนะได้ไหม? ศัตรูมีแรงค์ B 1 ใบและแรงค์ C 5 ใบ ส่วนทางนี้มีแรงค์ B 1 ใบ, แรงค์ C 1 ใบ, แรงค์ D 2 ใบ…..แล้วก็แรงค์ C ที่ยังไม่ได้ใช้งานอีก 2 ใบ ถึงแม้ว่าจากจำนวนจะดูเท่ากันก็ตาม…..

    คิดอย่างใจเย็น แล้วก็ได้ข้อสรุป ไม่ไหว ชนะไม่ได้…..พลังต่อสู้ต่างกันมากเกินไป

    หวนคืนจิตวิญญาณของเร็นกะมีเวลาจำกัด เอลิซ่าบาดเจ็บ กลุ่มแรงค์ D ขาดกำลังรบ แรงค์ C ที่ยังไม่ใช้ยังไม่ถูกพัฒนาพลังต่อสู้ ยังไม่รู้วิธีใช้งาน อีกทางด้านหนึ่ง พลังต่อสู้ของศัตรูเป็นปริศนา อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้เรื่องกำลังเสริม

    ไม่มีทางอื่นนอกจากหนี แต่ จะหนีได้รึเปล่า…..?

 

『จะทำเช่นไรดี มาสเตอร์เอ๋ย』

『…..ถอนตัว』

『ยังไงกันล่ะ?』

『น-นั่นมัน…..』

 

    จากตรงนี้มันเหลือแค่หนทางเดียวที่จะหนีไปได้ แต่ว่า ก็ลังเลที่จะพูดมันออกมา

    ตัวผมที่เป็นเช่นนั้น ถูกเร็นกะมองมาอย่างเงียบๆ

    แววตาที่มองมาเช่นนั้น ทำให้นึกได้ถึงคำพูดที่เธอพูดมาก่อนหน้า

 

    —-สำหรับพวกชั้นแล้วชื่อคือ หลักฐานว่าพร้อมที่จะสละชีวิตไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตามเพื่อมาสเตอร์ ใช่ไหมล่ะ?

 

「…..คุ!」

 

    ตัดสินใจไปแล้ว

    …..แต่ว่า อา…..ถึงจะเป็นแบบนั้น…..ก็มีแค่เรื่องนั้น ที่ไม่อยากจะพูดออกมา

 

『———-เร็นกะ, เอลิซ่า, เมอา ฝากหยุดพวกมันด้วย ผมกับยูคิจะมุ่งไปที่เกท…..ไม่สิไปที่พื้นที่ปลอดภัย』

 

    นี่คือ หนทางเดียวที่จะรอด

    จากตรงนี้ มี 2 หนทางที่จะหนีไปได้คือบันไดที่ไปสู่ชั้นบนสุดกับเกท แต่ว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าศัตรูจะรออยู่ที่เกท ถ้าหากคิดกันตามปกติแล้วล่ะก็ ถ้าเหยื่อจะหนีก็คงจะไปที่เกท

    ทว่าพวกเรามีขลุ่ยของฮาเมลิน มันมีข้อเสียที่สามารถใช้ได้แค่ภายในพื้นที่ปลอดภัยเท่านั้น และกินเวลานานในการใช้งาน แต่หากศัตรูวางตาข่ายดักไว้รอบๆเกท นี่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะหนีได้

    ปัญหาคือศัตรูจะยอมปล่อยไปง่ายๆรึเปล่า

    เพื่อที่ผมจะสามารถหนีไปได้อย่างปลอดภัย จำเป็นจะต้องหยุดมันเอาไว้ตรงนี้

    แบบนั้นมันก็เหมือนกับบอกว่าให้กลายเป็นหมากใช้แล้วทิ้งซะ แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องออกคำสั่งนั้นไป

    ผมหลบสายตาด้วยความอึดอัด แต่ว่าพวกเร็นกะกลับยิ้มร่าออกมา

 

『เยส, มาสเตอร์ โปรดรักษาตัวด้วย』

『ช่วยไม่ได้น้า…..คอยให้รางวัลมาทีหลังละกันนะ』

『วางใจได้เลย…..โอ้ เวลาแบบนี้มันต้องพูดว่ายังไงนะ ถ้าจำไม่ผิด…..ปล่อยที่นี่ให้ชั้นจัดการแล้วล่วงหน้าไปก่อนเลย ใช่รึเปล่า?』

『เร็นกะ…..ยัยบ้า นั่นมัน…..ปักธงตายแล้ว』

 

    ในขณะได้รับการเยียวยาจากความคิดของพรรคพวกที่ส่งผ่านมาทางลิงค์ ผมก็พยายามที่จะอัญเชิญการ์ดไลแคนโทรปออกมาเพื่อหวังจะว่าจะช่วยได้บ้างเป็นอย่างน้อย

    นี่น่าจะช่วยลดช่องว่างในด้านกำลังรบได้ส่วนหนึ่ง

    …..แต่ว่า

 

『นั่นไม่จำเป็นหรอก』

 

    เร็นกะใช้สายตาห้ามผมเอาไว้

 

『แต่ อย่างที่คิดว่าแค่ 3 ใบมัน…..』

『ไม่มีอะไรยืนยันว่าศัตรูจะไม่ไล่ตามไป เก็บมันเผื่อเอาไว้เถอะ』

『เข้าใจแล้ว…..』

 

    แม้แต่ในตอนนี้พวกเร็นกะก็ยังห่วงความปลอดภัยของผม พยายามกลั้นดวงตาที่เริ่มจะเกิดภาพเบลอแล้ว-กึด- ขึ้นขี่หลังยูคิ

 

『…..ไปล่ะนะ!』

『ค่ะ มาสเตอร์!』

「ฟู่—-ต้องหนีให้ได้!」

 

    เมื่อผมพยายามที่จะหนี พวกอนูบิสก็เข้าจู่โจม

    เร็นกะยืนขวางอยู่ตรงนั้น แล้วพูด

 

「ไม่ยอมให้ผ่านไปหรอก ต่อให้ต้องตายก็ตาม!」

 

    ในขณะที่ได้ยินเสียงของการต่อสู้อันดุเดือดดังมาจากทางด้านหลัง ผมก็เพ่งการซิงโครกับยูคิแล้ววิ่งตรงไปยังพื้นที่ปลอดภัย

    จากตรงนี้ไป ไม่มีอะไรที่ผมสามารถทำได้อีกแล้ว ที่ทำได้มีแค่เฝ้าดูพวกเร็นกะกระเสือกกระสนผ่านลิงค์

    ทางฝั่งอนูบิสไล่ต้อนโดยอาศัยความห่างชั้นอย่างล้นหลามของพลัง แต่ทางฝั่งพวกเร็นกะสู้โดยอาศัยความร่วมมือของทั้ง 3 รวมเป็นหนึ่งเดียว

    ระหว่างที่เมอาขัดขวางด้วยสถานะผิดปกติ เร็นกะก็โจมตีด้วยพลังการยิงที่สูง และเอลิซ่าคอยปกป้อง

    ทว่าเมื่อเทียบกับทางฝั่งอนูบิสที่เหนือกว่าทั้งคุณภาพและปริมาณแล้ว แถมทางด้านเร็นกะที่หากปล่อยให้พวกมันหลุดไปได้แม้แต่ตัวเดียวก็เป็นเรื่องแย่ จึงถูกไล่ต้อนมาเรื่อยๆ…..

 

『…..อา อย่างที่คิดเลย ชั้นมัน…..อ่อนแอสินะ』

 

    ครู่หนึ่งหลังจากเริ่ม ที่ล้มลงก่อนก็คือการ์ดแรงค์ D เพียงใบเดียว เมอานั่นเอง

    ไม่ว่าจะใส่ความพยายามเข้าไปมากแค่ไหน ไม่ว่าจะมีความตั้งใจจะสู้มากเพียงใด ความเป็นจริงอันแสนโหดร้ายของพลังต่อสู้ก็จะมาขวางหน้า

 

『แต่ว่า….จะให้ชั้นไปเฉยๆเนี่ย เห็นทีคงจะไม่ได้หรอกนะ!』

 

    แต่ถึงอย่างนั้น….. ปีศาจฝันตัวน้อยก็แสดงความมุ่งมั่นออกมาจนถึงท้ายที่สุด

 

『อาาาาาาา! เร็นกะะะะะ!』

 

    เมอากระอั่กเลือด ร้องคำราม ในตอนนั้นเอง การ์ดที่อยู่ตรงหน้าอกก็เรืองแสงออกมาเล็กน้อย

    มันคือ แสงที่เปล่งออกมาเมื่อการ์ดได้รับสกิลใหม่

    ไม่มีเวลาที่จะตรวจสอบมัน แต่ก็สามารถรู้ประสิทธิภาพของมันได้ในทันที

 

『…..อา พยายามได้ดีมาก ที่เหลือ ปล่อยให้ชั้นเอง!』

 

    เร็นกะ ถูกห่อหุ้มไปด้วยไอหมอกสีดำ ผิวหนังเริ่มเหี่ยวย่นและบวม เส้นผมที่เงางามกลายเป็นสีขาวราวกับหญิงชรา

    เทพธิดา 2 ภาค…..อีกภาคหนึ่งของคิชโชเต็ง เทพีแห่งความโชคร้ายและภัยพิบัติ กลายร่างเป็นโคคุอันเท็น

 

『—-โลกามลายสูญยามราตรี』

 

    เร็นกะพูดด้วยเสียงอันแหบแห้งที่ราวกับลำคอถูกบดขยี้

    นี่ก็คือ ด้านตรงข้ามของ【ฝนอมฤต】ของคิชโชเต็ง สกิลเฉพาะตัวของโคคุอันเท็น

    ฝนสีดำโปรยปรายโดยมีเร็นกะเป็นศูนย์กลาง

    การ์มและไลแคนโทรปที่โดนเข้าเริ่มบิดตัวด้วยความเจ็บปวด ฝนแห่งพิษและโรคร้าย นั่นก็คือตัวตนที่แท้จริงของฝนสีดำ

 

『ไร้สาระ! คิดว่าของแบบนี้จะทำอะไรข้าได้งั้นเรอะ!』

 

    ทว่า อนูบิสที่เป็นมอนสเตอร์แรงค์ B และเทพแห่งโลกหลังความตาย น่าจะมีความทนทานต่อสถานะผิดปกติสูง ถึงแม้ว่าจะเจ็บปวดเล็กน้อย มันกลับดูไม่ได้ผลมากนัก

    แล้วจากนั้นเร็นกะก็ยิ้มเยาะราวกับจะบอกว่ามันจะเป็นแบบนั้นจริงๆงั้นเหรอ

 

『เพราะฉะนั้นแล้ว จากตรงนี้แหละ…..เมอา』

『ตาย, ซะ…..』

 

    มิตรภาพร่วมมือ—-『หากสาปแช่งใครก็ต้องเตรียมหลุมไว้ 2』x『โลกามลายสูญยามราตรี』

 

    ในตอนนั้นเอง -เปรี๊ยะ- เกิดเสียงคล้ายของแตกดังขึ้นมาจากตรงหน้าอก

    ต้นเสียงคือการ์ดของเมอา เมื่อนำออกมาดู ก็พบว่าภาพวาดที่อยู่บนการ์ดของเมอาได้หายไป ตัวการ์ดทั้งใบกลายเป็นสีซีเปีย

    นี่หมายความว่า เมอาได้ลอสและกลายเป็นโซลการ์ดแล้ว

    แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะเปล่าประโยชน์

 

『คุ!? อ๊ากกก!?』

 

    จู่ๆ เลือดก็ทะลักจากทั่วร่างของอนูบิส บาดแผลของมันดูประหลาด ราวกับว่าความเจ็บปวดที่เมอาได้รับถูกส่งกลับคืนไปหาอีกฝ่าย

    พวกการ์มที่ไม่บาดเจ็บกลายเป็นบาดเจ็บอย่างหนัก ส่วนไลแคนโทรปที่บาดเจ็บอยู่แล้วก็ได้รับความเสียหายมากจนหยุดเคลื่อนไหว แม้แต่อนูบิสเองก็ได้รับบาดแผลที่ลึกพอดู

    ในเวลาเดียวกัน เร็นกะที่ใช้พลังจนหมดก็กลับคืนสภาพสู่ซาชิกิวาราชิ

 

『…..ได้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดของสหายชั้นรึยังล่ะ』

『ไอ้เจ้าแรงค์ B จอมปลอม!』

 

    เร็นกะยิ้มเยาะในความสำเร็จ พวกอนูบิสโกรธจัดพุ่งเข้าโจมตีพร้อมๆกัน

 

「เมอา…..!」

 

    -กึด-กัดฟันแล้วเกาะตัวยูคิเอาไว้แน่น

    ในช่วงเวลาสุดท้าย ที่สามารถรับรู้ได้จากเมอาก็คือ ความเสียใจที่ตัวเองต้องเป็นคนแรกที่ถูกจัดการ

    ไม่ได้มีร่องรอยของความแค้นใดๆต่อผมที่ทอดทิ้งเธอราวกับเบี้ย มีแค่ความรู้สึกกังวลในความไร้ความความสามารถของตัวเอง และพรรคพวกที่ยังคงเหลืออยู่

    สิ่งนี้กลับยิ่งทำให้ใจของผมปวดร้าวยิ่งกว่าการตำหนิด่าทอเสียอีก

 

『มาสเตอร์…..ต้องขอ, ประทานอภัยอย่างสูง, ได้โปรด, รักษาตัวด้วย』

 

    ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ในคราวนี้เป็นเอลิซ่าที่จากไป

    เธอคอยเป็นโล่ให้แก่เร็นกะจนถึงท้ายที่สุดของที่สุดจริงๆ สูญเสียแขนขวา, หน้าอกถูกคว้านออก, ที่ท้องเป็นรู, ส่วนหัวหายไปกว่า 3 ส่วน…..ล้มลงไปกับพื้นด้วยร่างกายสภาพรุ่งริ่งซะยิ่งกว่าตอนที่เป็นกูล

    แต่ว่าไม่มีใครที่คิดว่าร่างกายนั้นน่าเกลียดแม้แต่น้อย ไม่สำหรับพวกเราที่เป็นพรรคพวก

    รอยแผลที่ไม่อาจจะมองได้ตรงๆ จำนวนมากมาย มันคือความรู้สึกที่มาจากใจจริงของเธอที่มีต่อพรรคพวก

 

「เอลิซ่า…..!」

 

    ความคิดของเธอในตอนที่กำลังลอสก็ยิ่งบีบหัวใจ

    ตอนที่เธอกำลังจะตาย สิ่งที่อยู่ในหัวของเธอมีแค่ผมและเหล่าพรรคพวก

    มาสเตอร์จะหนีไปได้อย่างปลอดภัยรึเปล่า, ตัวเองยื้อเวลาเอาไว้ได้มากพอไหม, ต้องขอโทษด้วยที่ไม่สามารถปกป้องเมอาเอาไว้ได้, ช่างน่าเสียดายที่ไม่สามารถอยู่ปกป้องเร็นกะได้จนถึงท้ายที่สุด

    หัวใจของเธอที่เป็นห่วงเหล่าพรรคพวกมากยิ่งกว่าตัวเองนั้น ยังคงเป็นอยู่เฉกเช่นเดียวกันตอนที่เป็นกูล

 

「อา บ้าเอ๊ย…..」

 

    เหล่าพรรคพวกของผมกำลังตายไป

    เหล่าพรรคพวกที่หล่อหลอมให้ผมมีตัวตนเป็นดั่งทุกวันนี้ ทีละคน ทีละคน…..

    น่าจะรีบถอนตัวทันทีที่รู้ว่าการโจมตีครั้งนี้เกิดจากน้ำมือมนุษย์แล้ว ถ้าหากทำแบบนั้น อาจจะต้องลอสการ์ดแรงค์ D ไปบ้าง แต่ก็คงไม่ถึงกับต้องถูกไล่ต้อนจนถึงจุดที่แทบถูกจัดการจนเกือบหมดแบบนี้

    ไม่สิ แต่ไหนแต่ไร ถ้าเกิดตอนนั้นฟังคำของซุซูกะแล้วกลับบ้านไปทันทีล่ะก็….. ถ้าเกิดเป็นผมตอนที่เพิ่งเริ่มเป็นนักผจญภัย หากแค่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อย ก็คงตัดสินใจถอยกลับ ทว่าพอเหล่าการ์ดเติบโต แล้วทุกๆอย่างเริ่มไปได้สวย มันก็เริ่มจะสูญเสียความระมัดระวังไป

    แม้แต่ตอนที่สมาร์ทโฟนเสียหายก็คิดว่าไม่ได้มีผลอะไรกับการต่อสู้กับจ้าวเลยบ้างล่ะ หรือถ้าในระหว่างที่กลับไปแล้วมีนักผจญภัยอื่นมาพิชิตเขาวงกตไปได้ก่อน ก็จะทำให้ที่อุตส่าห์ลงแรงไปตั้งเยอะเสียเปล่าบ้างล่ะ…..

    ผลลัพธ์จากการยึดติดในผลประโยชน์ระยะสั้น ทำให้ต้องมาสูญเสียเหล่าพรรคพวกคนสำคัญไปเกือบหมด

    ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก็เพราะความเย่อหยิ่งอวดดีที่พองโตขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

 

「ขอโทษ…..ขอโทษ…..」

「……….」

 

    ยูคิที่ตามปกติในเวลานี้จะคอยปลอบกลับไม่พูดอะไร นี่ก็เป็นรูปแบบความภักดีของเธอ ซึ่งสำหรับในตอนนี้แล้วรู้สึกขอบคุณมากกว่าสิ่งอื่นใด

    และแล้ว ในตอนที่มาถึงพื้นที่ปลอดภัยได้ในที่สุด

 

『อุทา, มาโร่…..』

 

    เสียงที่ 3 ดังขึ้น

    เสียงนั้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาลำบากแค่ไหนก็จะคอยตำหนิผม เสียงของคู่หูที่คอยสนับสนุนมาตลอด กำลังจะตาย

    ศัตรูที่เหลืออยู่ มีแค่อนูบิสตัวเดียวเท่านั้น

    พวกเร็นกะ ก้าวข้ามความเสียเปรียบ 5 ต่อ 3 ทั้งในด้านจำนวนและคุณภาพ รับหน้าที่ในการหยุดพวกมันเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์

    เพื่อพวกผม ด้วยการเสียสละอันมีค่าของพวกเธอ เพื่อให้มาถึงพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างปลอดภัย

    แต่ถึงอย่างนั้น…..

    ปลดปล่อยเสียงร่ำร้อง อารมณ์ที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูด เผาไหม้และพลุ่งพล่านอยู่ภายในอก

 

「อาาาาาาาาาาาาาาา!!!! บ้าเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยย!!!!」

 

    —–สิ่งที่ผมได้เห็นเมื่อมาถึงพื้นที่ปลอดภัยด้านหน้าบันได มันก็คืออนูบิสตัวใหม่และการ์มอีก 2 ตัว

 

    แม้จะยังกัดฟัน แต่เรี่ยวแรงทั่วร่างกายมันได้หายไปหมดแล้ว เมอา, เอลิซ่า, เร็นกะ…..

    ขณะที่ผมกำลังคอตกอยู่บนยูคิที่ตั้งท่าขู่คำราม อนูบิสก็พูดออกมา

 

『…..เอาคูซี่นั่นกลับเข้าการ์ด สละสิทธิการเป็นเจ้าของของการ์ดทุกใบและอุปกรณ์เวทแล้ววางไว้กับพื้นซะ รวมถึงโซลการ์ดด้วย 』

「…..ว่ายังไงน่ะ?」

『เร็วเข้าสิ! อยากจะถูกฆ่ารึไง!』

 

    อนูบิสใช้จิตสังหารเข้าจู่โจม ทำให้หัวของผมเย็นลงอย่างรวดเร็ว

    มาเรียกร้องเอาการ์ดตรงนี้เนี่ยนะ…..? นี่หมายความว่าเป็นแค่การปล้นงั้นเหรอ? ถ้าแบบนั้นแล้วทำไมต้องเอาทั้งยูคิกับโซลการ์ดด้วย?

    เรื่องสิทธิการเป็นเจ้าของในการ์ดทั่วไปแล้วพอเข้าใจได้ ถ้าหากมาสเตอร์ตายไปโดยที่ไม่ได้สละสิทธิ การ์ดมันก็จะหายไปด้วย แต่ว่า น่าจะรู้เรื่องสิทธิการเป็นเจ้าของการ์ดที่ถูกตั้งชื่อว่ามันไม่สามารถเปลี่ยนได้นี่นา…..

 

「…..การ์ดที่ถูกตั้งชื่อแล้วไม่สามารถโอนย้ายสิทธิการเป็นเจ้าของได้ใช่ไหม?」

『แน่นอนว่ารู้อยู่แล้ว เจ้าก็แค่ต้องทำตามที่ทางนี้บอกก็เท่านั้น』

「ต่อให้ทำตามที่บอกไป สุดท้ายก็ต้องถูกฆ่าอยู่ดี…..」

『ถ้าหากทำตามที่บอกล่ะก็ จะยอมปล่อยผ่านไป แต่ว่าต้องให้ใช้บันไดเพื่อขึ้นกลับไปล่ะนะ』

「…..อะไรนะ?」

 

    ถ้าหากทิ้งการ์ดและอุปกรณ์เวททั้งหมดเอาไว้จะยอมปล่อยไป? กลับขึ้นไป? ถ้าแบบนั้นผลลัพธ์มันก็เหมือนกัน ก็แค่ถูกฆ่าโดยมอนสเตอร์ระหว่างทางเท่านั้น….. ทำไมถึงไม่จัดการด้วยตัวเองไปเลย?

 

「แก ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร? ไม่ได้ทำเพื่อแค่ขโมยการ์ดใช่ไหม?」

 

    กับนักผจญภัยที่มีการ์ดระดับสูงขนาดนี้แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องก่ออาชญากรรมเพื่อขโมยการ์ดของคนอื่นเลย หนทางอื่นในการหาเงินอย่างถูกกฏหมายมันก็มี

    นี่คือความหมายของคำถามที่พูดไป แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะตอบหรอก

    กับคนร้ายแล้ว มันไม่มีความจำเป็นจะต้องอุตส่าห์อธิบายแรงจูงใจในการก่ออาชญากรรมให้ฟัง

    ถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะใกล้ตายแล้วก็ตาม…..

 

『หึ…..ต่อให้พูดไปก็ไม่มีทางเข้าใจถึงความปรารถนาอันสูงส่งนี่หรอก กับพวกแกที่หลงผิดคิดว่าพลังของการ์ดคือพลังของตัวเอง!』

 

    แต่ว่าผิดจากที่คาด อนูบิสตอบมาด้วยน้ำเสียงมีความสุข

    ราวกับว่าได้ถูกถามในสิ่งที่อยากจะตอบใจจะขาด ก็…..ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น

    …..ความปรารถนาอันสูงส่ง? หลงผิดคิดว่าพลังของการ์ดคือพลังของตัวเอง?

    ในตอนนั้นเองที่บางอย่างมันแว่บอยู่ในหัว

 

『เอาล่ะ พอกันได้แล้ว ส่งการ์ดและอุปกรณ์เวททั้งหมดมาซะ』

 

    ความคิดถูกขัดจังหวะโดยอนูบิสที่เริ่มแผ่จิตสังหารอีกครั้ง

 

「…..จนกว่าจะได้คำสัญญาว่าจะปล่อยให้ผ่านเกทด้านล่างสุดไปก็ไม่ทำให้หรอก」

 

    อันที่จริงแล้วต่อให้ถูกฆ่าก็ไม่มีความคิดที่จะมอบการ์ดของพวกเร็นกะให้ เพียงแต่พูดไปเพื่อค้นหาสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังทำ

 

『อย่าได้ใจให้มันมากนัก! ไอ้เจ้าหมาขี้แพ้! อยากจะถูกฆ่าตรงนี้เรอะ!』

「มันก็เหมือนกัน…..จะการถูกฆ่าตรงนี้ หรือขึ้นไปด้านบนแล้วตายคนเดียว」

 

    ทำไมถึงต้องยืนกรานให้ทิ้งการ์ดทั้งหมดเอาไว้

    ถ้าหากสามารถเข้าใจเรื่องนั้นได้ รู้สึกว่าจะสามารถเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของศัตรูได้

    แต่ทว่า ดูเหมือนการฝืนดิ้นรนของผมจะไปสะกิดเส้นประสาทของศัตรูเข้า

 

『…..พอกันที ถ้าหากพูดมาถึงขนาดนั้นแล้วก็จะฆ่าทิ้งซะตรงนี้ตามที่ต้องการเลย』

 

    -วืด- แล้วอนูบิสก็ค่อยๆขยับร่างกายช้าๆ จิตสังหารนั้นแตกต่างไปจากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง

    มาได้เท่านี้ งั้นรึ ถ้าอย่างนั้นคงต้องดิ้นรนให้ถึงที่สุดของที่สุดแล้ว

 

「เข้าใจแล้ว จะส่งการ์ดให้…..」

 

    ผมพูดแล้วเอามือล้วงไปในกระเป๋า ไม่ใช่เพื่อจะมอบการ์ดให้อนูบิส แต่เพื่ออัญเชิญไลแคนโทรปที่ยังไม่ถูกใช้

    คงไม่มีทางชนะ แต่อย่างน้อยก็จะทำให้การ์มลอสซักตัว

    ถ้าไม่อย่างงั้นคงไม่มีหน้าไปเจอกับพวกเร็นกะที่ช่วยขัดขวางหรอก

 

「…..?」

 

    ในตอนนั้นเอง รู้สึกได้ถึงบางอย่างผิดปกติภายในกระเป๋า

    การ์ด ที่มีขนาดใหญ่กว่าการ์ดมอนสเตอร์กว่า 1 เท่าตัว มันคือการ์ดเวทมนตร์『ฉุกเฉิน』

    จะว่าไปแล้ว มีอะไรแบบนี้อยู่ด้วยสินะ เพราะว่าไม่คิดจะใช้งานมันก็เลยลืมไปซะสนิท

    อันที่จริง การ์ดเวทมนตร์『ฉุกเฉิน』คงจะไม่มีประโยชน์อะไรตรงนี้ นั่นก็เพราะตรงนี้คือชั้นล่างสุด ต่อให้ใช้『ฉุกเฉิน』ที่เป็นการเคลื่อนย้ายสุ่มไปยังชั้นที่ยังไม่เคยไป……………มันจะเป็นยังไง?

    การใช้งานล้มเหลวแล้วถูกปล่อยไว้อยู่ตรงนั้น?…..หรือว่า  『จะถูกโยนไปที่ไหนซักแห่งในชั้นที่เคยไปมาแล้ว』กัน?

    มันเป็น ความคิดที่ไม่มีทางคิดออกมาได้ตอนปกติ การที่จะใช้การ์ดเวทมนตร์『ฉุกเฉิน』ที่มีราคาแพง ในสถานที่ที่ไม่มีจุดให้เคลื่อนย้ายไป

    …..แต่ว่า มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง

    ยังไงสถานการณ์มันก็ไม่มีทางแย่ลงไปได้มากกว่านี้แล้ว ถ้างั้นการเดิมพันทุกอย่างเอาไว้กับการ์ดนี้ก็เป็นเรื่องดี

 

『เป็นอะไรไป! เร็วเข้าสิ!』

 

    อนูบิสตะโกนด้วยความหงุดหงิด ผมที่ไม่มีเวลาให้ลังเลจึงใช้งานการ์ดเวทมนตร์『ฉุกเฉิน』

 

「—-ใช้งาน『ฉุกเฉิน』!」

『หะ!?』

 

    ต่อหน้าอนูบิสที่ตกใจ ร่างของผมกับยูกิก็เปล่งแสง

 

『คิดว่าจะให้หนีเรอะ!』

 

    แม้ว่าเวทมนตร์จะใช้เวลาทำงานไม่ถึง 1 วินาทีก็ตาม อนูบิสก็ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

    ฆ่าทิ้งซะดีกว่าจะให้หนีไปได้! แล้วมือขวามันก็โบกสะบัด

    ผู้ที่มาขวางหน้าผมที่ไม่มีทางทำอะไรได้ คือพรรคพวกคนสุดท้าย ยูคินั่นเอง

    ขณะที่เลือดสดๆสาดกระเซ็นแบบสโลวโมชั่น พวกเราก็-วิ้ง-เกิดเสียงแล้วทำการเคลื่อนย้าย

 

 

 

 

「…..เตอร์…..ตื่นเถอะฮะ」

「…..อุ」

 

    มีใครบางคนกำลังเขย่าร่างกาย แล้วผมก็ฟื้นคืนสติ

    ดูเหมือนว่า จะหมดสติไป

    พอลืมตาขึ้นมา ก็พบกับยูคิที่ขนสีเขียวเปื้อนไปด้วยเลือดอยู่ตรงนั้น

   

「ยู…..คิ เป็นอะไรไหม?」

「ฮะ บาดเจ็บ…..นิดหน่อย แต่ถ้าจากที่เห็น ก็ไม่เป็นอะไรฮะ」

「งั้น, เหรอ…..รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะใช้โพชั่นให้」

 

    ขณะที่กำลังเอาโพชั่นขั้นกลางจากในเป้ออกมา ก็สังเกตุได้ถึงสิ่งรอบข้างเป็นครั้งแรก

 

「ที่นี่, คือ…..?」

 

    ตรงนั้นคือพื้นที่สีขาวโพลน มีทรงกลมจำนวนนับไม่ถ้วยล่องลอยอยู่ในอากาศ

    ในพื้นที่ขนาดเท่าโรงยิมของโรงเรียน มีทรงกลมคล้ายกับฟองสบู่ล่องลอยอนู่ในอากาศ และภายในนั้น…..

 

「…..การ์ด?」

 

    แต่ละอันมีการ์ดมอสเตอร์ที่ดูคุ้นตา

    แบทเทิลวูฟ, โคโบลด์, แฟรี่, วิล-โอ-วิสพ์, คาบังเคิล, คูซี่, เฮลฮาวนด์, ไลแลปส์…..

    พวกนี้ ไม่ว่าใบไหนก็เป็นการ์ดของเหล่ามอนเตอร์ที่ปรากฏในเขาวงกตแห่งนี้

    ขณะที่เทโพชั่นลงบนตัวยูคิ ก็ทำการมองดูด้วยความอัศจรรย์ใจ

    ขนาดของฟองสบู่แต่ละอันแตกต่างกันไป ถึงแม้จะเป็นการ์ดแบบเดียวกันก็ดูจะมีขนาดแตกต่างกันมากมาย

    ตาของผมเหลือบมองไปเห็นทรงกลมสีรุ้ง แล้วจู่ๆภาพทิวทัศน์ที่แตกต่างก็ปรากฏ

    มันเป็น ฉากที่เด็กตัวเล็กๆกำลังจมน้ำในแม่น้ำ เด็กผู้ชายอายุราวชั้นอนุบาลกำลังเล่นอยู่ตรงส่วนที่ตื้นของแม่น้ำ แต่เขากลับมุ่งไปส่วนที่ลึกกว่า แล้วก็ได้ถูกกระแสน้ำพัดไปจากที่ตรงนั้น คู่สามีภรรยาที่กำลังเตรียมบาร์บีคิวอยู่ข้างแม่น้ำจึงลนลานแล้วกระโจนลงแม่น้ำ แต่พวกเขาก็ไม่ทันเวลา…..

    ความเจ็บปวดของเด็กชาย ความร้อนรนและความกลัวของคู่สามีภรรยา ถูกรู้สึกได้โดยตรงราวกับว่าใช้งาน『ลิงค์』 ทำให้ผมครางออกมาเล็กน้อย

 

「อุ, คุ…..เมื่อกี้นี้มัน…..?」

 

    ราวกับว่า มันเป็นฉากที่ได้เกิดขึ้นจริงในโลกนี้ที่ใดที่หนึ่ง

    และในตอนที่ผมกำลังจะมองไปที่ฟองสบู่อันต่อไปนั่นเอง

 

「มาสเตอร์ นั่นฮะ」

 

    ยูคิชี้ไปที่ฟองสบู่

    ที่ตรงนั้น มีฟองสบู่ขนาดใหญ่มาก 2 อันอยู่คู่กัน พอเข้าไปใกล้ก็เห็นว่าแต่ละอันมีการ์ดไลแคนโทรปอยู่

    การ์ดด้านหนึ่งเป็นผู้ชาย อีกด้านหนึ่งเป็นผู้หญิง

 

「นี่มัน…..」

 

    พอยื่นมือไปทางฟองสบู่ใหญ่นั้น…..อันที่มีไลแคนโทรปผู้หญิงก็ -เป๊าะ-เกิดเป็นเสียงฟองสบู่แตก

    การ์ดไลแคนโทรปค่อยๆร่วงลงมา

 

【เผ่า】ไลแคนโทรป

【พลังต่อสู้】800

【ทักษะติดตัว】

    – ยามจันทราเต็มดวง

    – ชุดหมาป่า

    -การตื่นขึ้นของสัญชาตญาณ

 

【ทักษะเรียนรู้】

    – ผู้แท้จริง

    – ทำลายขีดจำกัด

    – อัญเชิญวงศ์วานแท้จริง

    – จ้าวอาณาเขต

    – วิชานินจาขั้นสูง

 

「ข-แข็งแกร่ง…..」

 

    นี่มันใช่ไลแคนโทรปจริงๆเหรอเนี่ย? ไม่เพียงแค่จะมีพลังต่อสู้เริ่มต้นมากกว่าไลแคนโทรปปกติถึง 2 เท่า ยังมีสกิลที่ไม่เคยเห็นมาก่อนอีกหลายสกิลด้วย

    ผู้แท้จริงมันเป็นสกิลแบบไหนกัน, ที่พลังต่อสู้สูงมากขนาดนี้เป็นเพราะทำลายขีดจำกัดงั้นเหรอ?, อัญเชิญวงศ์วานแท้จริงแตกต่างไปจากอัญเชิญวงศ์วานปกติรึเปล่า?

    และแล้ว ในตอนนั้นเอง

 

「อ-อะไรกัน…..!?」

「มาสเตอร์!」

 

    จู่ๆ แรงสั่นสะเทือนรุนแรงก็เข้ามากระแทกพวกเรา

    -เปรี๊ยะเปรี๊ยะ-รอยแตกปรากฏขึ้นในพื้นที่สีขาว ฟองสบู่ค่อยๆแตกไปทีละอัน

    รอยแตกแปรสภาพกลายเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ในทันที ที่ก้นบึ้งของมันเต็มไปด้วยความมืดมิด เหล่าการ์ดที่ร่วงลงมาจากฟองสบู่ถูกดูดเข้าไปภายในหุบเหวนั้น

 

「มาสเตอร์!」

 

    ภายในอ้อมแขนของยูคิ พวกเราพากันวิ่งหนีให้ห่างจากรอยแยก ทว่าพื้นที่สำหรับยืนก็ค่อยๆแคบลงเรื่อยๆ จนท้ายสุดก็จนมุม

    ในที่สุด พื้นที่ยืนสุดท้ายก็พังทลาย แล้วพวกเราก็ร่วงลงไปในหุบเหวพร้อมกับเสียงกรีดร้อง

 

 

 

 

【Tips】การ์ดเวทมนตร์

    ท่ามกลางอุปกรณ์เวทที่ปรากฏออกมาจากเขาวงกต มีสิ่งที่ทำให้แม้แต่มนุษย์เองก็สามารถใช้เวทมนตร์ได้ การ์ดเวทมนตร์นั้น คืออุปกรณ์เวทมนตร์แบบใช้แล้วทิ้งที่หาได้ง่ายที่สุด

    มีความสะดวดสบายที่เพียงแค่กล่าวชื่อเวทมนตร์ก็สามารถใช้งานมันได้ ช่วยให้ขอบเขตของการวางแผนเปิดกว้างขึ้น ถูกใช้งานเป็นหลักในมอนโคโล

    เวทมนตร์ที่อยู่ภายในการ์ดเวทมนตร์โดยหลักๆแล้วจะเป็นสิ่งที่มอนสเตอร์สามารถใช้งานได้ แต่ก็มีบางเวทมนตร์ที่ถูกยืนยันว่ามีแค่ในการ์ดเวทมนตร์เท่านั้น การ์ดเวทมนตร์『ฉุกเฉิน』เองก็เป็นหนึ่งในนั้น

    นอกจากนี้ ประสิทธิภาพของการ์ดเวทมนตร์เองก็ได้ถูกทดสอบแล้วอย่างถี่ถ้วน แน่นอนว่ามีการทดสอบใช้งาน『ฉุกเฉิน』ในชั้นล่างสุดแล้ว ผลก็คือ ไม่ถูกใช้งาน

 

 

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

โคคุอันเท็น(Kokuanten/黒闇天) เทพีแฝดผู้น้องของคิชโชเต็ง ในศาสนาพุทธ มีลักษณะเป็นดั่งด้านตรงข้ามของคิชโชเต็ง มีรูปโฉมที่อัปลักษณ์น่าเกลียด ควบคุมความโชคร้ายและภัยพิบัติ/

ปางที่ 7 ใน 9 ของมหาเทวี, กาลาราตรี ของฮินดู/

https://www.japanesewiki.com/Buddhism/Kokuanten.html

https://en.wikipedia.org/wiki/Kalaratri

 

 

หากสาปแช่งใครก็ต้องเตรียมหลุมไว้ 2 (人を呪わば穴二つ)

สำนวนญี่ปุ่น – หากต้องการจะสาปแช่งเพื่อสังหารใครซักคน ก็จำเป็นจะต้องเตรียมหลุมศพเอาไว้ 2 หลุม ทั้งของคนที่จะโดนสาปแช่ง และคนที่สาปแช่งเองด้วย หมายความว่า การที่คนๆหนึ่งจะไปทำร้ายใคร คนๆนั้นก็จะต้องได้รับความเจ็บปวดแบบเเดียวกันกลับมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง, การไปสาปแช่งคนอื่น ก็เท่ากันการสาปแช่งตัวเอง

https://kotobank.jp/word/人を呪わば穴二つ-611210

 

 

สีซีเปีย(Sepia) – สีน้ำตาลแดงซึ่งได้มาจากถุงหมึกของหมึกกระดอง (Cuttlefish)

https://www.facebook.com/sararueaipueai/photos/a.485918931541662/2728872350579631/?type=3&locale=th_TH

https://th.wikipedia.org/wiki/สีซีเปีย

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 38 โชคดีและโชคร้ายคือเชือกที่มัดรวมกันแน่น"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved