cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย - ตอนที่ 36 ช่างเป็นเรื่องโชคร้าย แต่เรื่องราวการผจญภัย ได้สูญหายไปแล้ว

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย
  4. ตอนที่ 36 ช่างเป็นเรื่องโชคร้าย แต่เรื่องราวการผจญภัย ได้สูญหายไปแล้ว
Prev
Next

『มาสเตอร์ ไบคอร์น 2 ตัวตรงไปทางนั้นแล้วค่ะ!』

『ทางนี้ยูคิฮะ! จำนวนของออคเกินกว่า 20 ไปแล้ว! กำลังเสริมของออคมีมาไม่หยุดเลย!』

『ทางนี้เร็นกะ! เจอไอ้เจ้าหมูป่าแล้ว! เข้าทำการจัดการ!』

『รับทราบ! ไบคอร์นเดี๋ยวทางนี้จะรับมือเอง! ยูคิกับเอลิซ่าฝากช่วยหยุดออคที! เร็นกะหลังจัดการบอร์ออคเสร็จแล้วให้ไปสนับสนุนพวกยูคิด้วย』

เช้าวันรุ่งขึ้น

พวกเราเริ่มทำการสำรวจต่อในตอนเช้าตรู่ และก็ต้องเจอเข้ากับการต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า

ภายในเขาวงกต ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆอย่างรวมเข้าด้วยกัน ในบางครั้งก็จะมีมอนสเตอร์จำนวนมากกว่าปกติหลายเท่าโผล่ขึ้นมา

โดยทั่วไปแล้ว ว่ากันว่าอัตราที่มอนสเตอร์ปรากฏภายในเขาวงกตนั้นจะตายตัว แต่ถ้าหากมีนักผจญภัยจำนวนมากบุกเข้าไปในชั้นเดียวกันพร้อมๆกัน หรือเกิดการ์ดลอสจำนวนมาก มันจะเป็นเหมือนการมอบ『สารอาหาร』ให้แก่เขาวงกต แล้วอัตราการปรากฏของมอนสเตอร์จะถูกเร่งขึ้น

พวกมอนสเตอร์ที่ถูกเพิ่มขึ้นมา จะกลับคืนสู่จำนวนปกติด้วยการฆ่ากันเองโดยที่มนุษย์ไม่ต้องทำอะไร แต่ถ้าหากมีใครก้าวเท้าไปสู้ชั้นนั้นก่อนที่จะลดจำนวน คนๆนั้นก็จะถูกจู่โจมโดยศัตรูกลุ่มใหญ่แบบไม่ทันตั้งตัว

นักผจญภัยจะเรียกชั้นที่มีเหล่ามอนสเตอร์ปรากฏเกินกว่าปกตินี้ว่า มอนสเตอร์เฮาส์(Monster House) บางครั้งมันก็ถูกเกลียด แต่บางครั้งก็ถูกนำไปใช้ประโยชน์

ในคราวนี้ ผมก้าวสู่ชั้นนี้โดยที่รู้ว่ามอนสเตอร์เฮาส์ได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว

เนื่องจากกำลังรบหลักถูกกับดักได้รับความเสียหายมาก ทำให้ต้องล่าถอยกลับโดยใช้การ์ดแรร์ระดับต่ำสละทิ้งจำนวนมาก นี่คือสิ่งที่นักผจญภัยที่เจอเมื่อคืน—-อาโอกิซังบอกมา

มอนสเตอร์เฮาส์ตามปกติแล้วเป็นอะไรที่ยุ่งยาก แต่มันก็ไม่ได้แย่ไปทั้งหมด

อย่างน้อยมันก็มีข้อดีอยู่ 2 อย่าง

「มาสเตอร์ กลุ่มแขกมาถึงกันแล้วน้า」

「เข้าใจแล้ว จะใช้ซิงโครล่ะนะ」

ซุซูกะที่อยู่เป็นคนคอยคุ้มกันผม บอกการมาถึงของศัตรู

เมื่อได้ยินที่พูด ผมก็เริ่มทำการผสานตัวเองกับเธออย่างเงียบๆ

ตัวผม อัตราที่สามารถดึงศักยภาพของเธอขึ้นผ่านการซิงโครมาได้นั้น มีไม่มาก

ทักษะของลิงค์ซึ่งรวมไปถึงซิงโคร ตัวความชำนาญและความผูกผันของการ์ดจะมีผลกระทบอย่างมาก

ได้ยินมาว่าถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว สามารถใช้ฟูลซิงโคร(Full Synchro)(อัตราการซิงโคร 99%) กับการ์ดที่เพิ่งซื้อมาได้เลย แต่สำหรับผมในตอนนี้ แม้แต่กับซุซูกะที่ตั้งชื่อให้ ยังทำได้แค่ประมาณ 60%

ทันทีที่การซิงโครสมบูรณ์ ไบคอร์น 2 ตัวก็แหวกฝ่าต้นไม้ต้นเล็กโผล่ออกมาจากในป่าลึก

ด้วยขนสีดำที่กลมกลืนไปกับความมืดตอนกลางคืน ลำตัวขนาดใหญ่ที่ราวกับหลุดออกมาจากโลกของมังงะกับความสูงเกินไปกว่า 2 เมตร ที่หัวมีเขาคล้ายของแพะงอกอยู่ 1 คู่

ขนาดใหญ่กว่าพวกเรา 2 เท่า จำนวนเองก็มากกว่า 『ผม/ซุซูกะ』ผ่อนคลายพละกำลังแล้วทำการตั้งท่าอย่างสงบ

แม้ว่าจะเป็นสกิลศิลปะการต่อสู้เหมือนกัน แต่ของเอลิซ่าจะเน้นไปทางศิลปะการต่อสู้ประเภทใช้แรงปะทะ ส่วนซุซูกะจะเน้นไปทางศิลปะการต่อสู้แบบยิวยิตสูและไอคิโด

ไม่เกี่ยงว่าสเตตัสจะต่างกันมากขนาดไหนก็ตาม กับศัตรูที่มีร่างใหญ่ใช้แค่กำลังพุ่งเข้ามาโดยไร้ซึ่งทักษะใดๆ ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวเลย

ถ้าจะให้กลัวก็คงต้องเป็น…..

「…..!」

ชั่วขณะที่เขาอันดูชั่วร้ายของไบคอร์นส่องแสงสลัว 『ผม/ซุซูกะ』ทำการหลบฉาก

แล้วในจุดที่ผมยืนอยู่ก่อนหน้า ก็ได้มีหอกสายฟ้าพุ่งผ่าน

ในขณะที่ยูนิคอร์นเชี่ยวชาญด้านการรักษาและสนับสนุนแล้ว ไบคอร์นจะเป็นเผ่าที่เชี่ยวชาญด้านการทำลายล้างและคำสาป

กับเวทมนตร์โจมตี แม้แต่ศิลปะการต่อสู้ของซุซูกะก็ไม่สามารถป้องกันได้

ไม่มีทางเลือกนอกจากมองให้ออกแล้วหลบ

ราวกับว่าอาศัยประโยชน์ที่ทางเราหลบการโจมตีสายฟ้าไปได้ ไบคอร์นอีกตัวก็ทำการพุ่งเข้ามาใส่ในช่วงเวลาที่ไม่พึงประสงค์

คาดการณ์แล้วว่าไม่สามารถหลบไปได้ 『ผม/ซุซูกะ』ทำการโจมตีไปซึ่งๆหน้า

ไบคอร์นหักตัวหลบ พยายามใช้กีบเท้าหนาๆเข้าเหยียบ

ในตอนที่ม้าขนาดใหญ่กว่า 2 เมตรหักเลี้ยว มันก็ราวกับว่าจู่ๆก็มีกำแพงมาก่อตัวขึ้นตรงหน้า

ก้าวข้ามความกลัวที่ก่อขึ้นมาเล็กน้อย 『ผม/ซุซูกะ』คว้าไปที่ข้อเท้าของไบคอร์นแล้วกระแทกฝ่ามือไปที่ข้อต่อ

ด้วยพละกำลังของยักษ์กับหลักการของคันโยก ขาขวาที่ใหญ่หนาของไบคอร์นก็หักออกราวกับกิ่งไม้แห้ง

กับไบคอร์นที่ล้มลงพร้อมกับร้อง ใช้ดาบมือเล็งไปที่ลำคอเพื่อจะตัดเส้นเลือดใหญ่—-ในขณะนั้นเอง

มีบางอย่างส่องแสงอยู่ตรงมุมสายตา

แย่แล้ว…..! ก่อนหน้าที่จะคิดอะไรได้ ใยแมงมุมเรืองแสงสีขาวจำนวนนับไม่ถ้วน เข้ามาพัวพันกับ『ผม/ซุซูกะ』ไว้

เวทมนตร์สถานะผิดปกติขั้นกลาง เมจิกเว็บ(Magic Web)

ขณะที่『ผม/ซุซูกะ』ตัวชาขยับไม่ได้ เขาของไบคอร์นที่ล้มลงอยู่ก็ได้เปล่งแสงสลัว

แย่ล่ะ! มาแล้ว!

ใช้แขนไขว้กัน -กึด-แล้วเตรียมรับมือ

ด้วยการถ่ายทอดพลังงานมาจากทางฝั่งมาสเตอร์ พลังต่อสู้ของซุซูกะยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก

เป็นการเสริมพลังที่ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย น่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นบ้าง

พอไบคอร์นได้เห็น『ผม/ซุซูกะ』ที่เป็นแบบนั้น ก็ราวกับว่ามันหัวเราะใส่

-กึก- แล้วไบคอร์นก็หันหน้าไปอีกทาง

ที่อยู่ปลายทางนั้นคือ『ผม/มาสเตอร์』ที่ไร้ซึ่งการป้องกัน

แย่, แล้ว…..!

สายฟ้าถูกปล่อยออกจากตัวไบคอร์นทำเอาทัศนวิสัยของผมกลายเป็นแสงสีขาว—-ก่อนหน้านั้นเสี้ยวหนึ่ง

「กรรรรร!」

จู่ๆเงาสีดำก็ร่วงลงมาบังด้านหน้าของผม

เงานั้นสามารถป้องกันสายฟ้าเอาไว้ได้ทั้งหมด จากนั้นจึงลอยพุ่งไปทางไบคอร์นที่ล้มลงอยู่ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

「…..ดราโกเน็ต!」

「กกกรู!」

นั่นคือมังกรขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 3 เมตร ด้วยลำตัวที่ราวกับว่าเป็นกิ้งก่าขนาดใหญ่ ห่อหุ้มด้วยเกล็ดและมีปีกค้างคาว พร้อมเขี้ยวและกรงเล็บอันแหลมคม เป็นมังกรตามแบบมาตรฐานที่คนญี่ปุ่นรู้จัก—-นั่นก็คือดราโกเน็ตล่ะ

พรรคพวกใหม่ที่ปกป้องผมจากการโจมตีสายฟ้าและเพิ่งจะขย้ำคอของไบคอร์นไป กำลังสยายปีกออกราวกับแสดงความภาคภูมิใจในความสำเร็จ

แบบนี้แล้วไม่ยอมแพ้หรอก…..!

ความคิดของผมกับซุซูกะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำให้การซิงโครยิ่งลึกมากขึ้นไปอีก

60%, 65%, 68% 70%….. อารมณ์ที่พุ่งขึ้นชั่วคราวทำให้อัตราการซิงโครเพิ่มมากขึ้นไปกว่าตอนปกติ

ใช้พละกำลังทั้งหมดฉีกเมจิกเว็บออกแล้ว『ผม/ซุซูกะ』ก็ทำการกระโจนเข้าใส่ไบคอร์นอีกตัว

ราวกับเพื่อจะขัดขวาง เขาของไบคอร์นก็ส่องแสง

ที่ถูกปล่อยออกมาคือ—-พายุน้ำแข็งที่โหมกระหน่ำ เวทมนตร์โจมตีขั้นกลาง, บลิซซาร์ด(Blizzard)

ภายในพายุน้ำแข็งที่ไม่สามารถหลบหนีได้ 『ผม/ซุซูกะ』ทำการฝ่าและเข้าไปใกล้ไบคอร์นขณะที่ร่างกายกำลังถูกฉีกกระชาก

ทางอีกฝ่ายเองก็เช่นกัน ตรงมาหาทางนี้ด้วยการกระโจนเข้าสู่บลิซซาร์ดที่ตัวเองเป็นผู้ปล่อยออกมา

เป็นการโจมตีแบบไม่คิดชีวิต คงจะคิดว่าเป็นหนทางเดียวจึงเตรียมตัวที่จะรับความเสียหายแล้วเล็งไปที่การแลกการโจมตีกัน

มีเงาหนึ่งพุ่งเข้าใส่จากทางด้านข้างร่างกายใหญ่โตของไบคอร์น

ทำได้ดีมาก! ดราโกเน็ต!

ขณะที่กล่าวชมน้องใหม่ที่ทำได้ดีมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ก็ได้ใช้พละกำลังจากทั่วร่างแล้วปลดปล่อยมือเข้าใส่อกของไบคอร์น

-ซวบ- 『ผม/ซุซูกะ』สอดต้นแขนเข้าไป แล้วคว้านเอา『สิ่งนั้น』ออกมา

-ตึกตัก ตึกตัก- 『สิ่งนั้น』กำลังเต้นเป็นจังหวะ ทำการขยี้มันให้อีกฝ่ายได้เห็น

ราวกับว่าเป็นการทำให้มันหยุดนิ่ง ไบคอร์นส่งเสียงโหยหวนแล้วค่อยๆหายไป

『ทางนี้เร็นกะ จัดการบอร์ออคและออคเสร็จแล้ว!』

『ทางนี้เมอา! ไม่มีวี่แววกำลังเสริม! การต่อสู้จบแล้ว!』

ในขณะเดียวกัน รายงานจากเหล่าการ์ดอื่นก็ทยอยเข้ามา

「ฟู่~~~~」

เมื่อได้ยินแบบนั้น ผมก็ออกจากการซิงโครกับซุซูกะ ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วนอนแผ่ไปบนพื้น

อา~ เหนื่อยจริงๆ

รู้สึกเหมือนว่าสู้ไปได้ 1 ชั่วโมงตั้งแต่ที่ลงมาในชั้นนี้

จำไม่ได้ว่าจัดการไปเท่าไหร่แล้ว

การใช้งานลิงค์อย่างต่อเนื่องทำเอาหัวมันร้อนไปหมด

ปล่อยความคิดให้หัวเย็นลงท่ามกลางสายลมตอนกลางคืน

「ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักค่ะ มาสเตอร์!」

ที่เรียกผมด้วยเสียงแหบเสน่ห์โทนต่ำ ก็คือดราโกเน็ตที่เพิ่งเข้ามาเป็นพวกได้เมื่อวาน

-ชิ้ง- ท่าทีที่นั่งตัวตรงแล้วจ้องมองมาทางนี้ ทำเอานึกถึงสุนัขทหารที่ถูกฝึกมา

「โอ้ ดราโกเน็ต เธอเองก็เหนื่อยหน่อยนะ ขอบใจมาก ช่วยไว้ได้มากเลย」

「คะ! เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับคำชมคะ!」

ดราโกเน็ตสยายปีกออก บางทีคงจะใช้แทนการทำความเคารพ

อันที่จริง น้องใหม่คนนี้ก็พยายามทำได้ดีอย่างเต็มที่

กับดราโกเน็ตตัวนี้ เพราะว่าเพิ่งจะเข้าร่วมก็เลยยังไม่สามารถใช้งานลิงค์ได้

ไม่สิ แทนที่จะบอกว่าไม่สามารถใช้ได้ ควรจะบอกว่าไม่อยากที่จะใช้งานมากกว่า

ลิงค์นั้น คือเทคนิคที่ใช้เชื่อมต่อจิตใจและความรู้สึก เพราะแบบนั้น การลิงค์กับการ์ดที่มีความผูกพันสูง จะมอบความรู้สึกน่าพึงพอใจที่คล้ายกับความอิ่มเอิบหรือสำนึกความเป็นเจ้าของให้แก่การ์ด แต่ถ้าเชื่อมต่อลิงค์กับการ์ดที่มีความผูกพันต่ำแล้ว จะเป็นการมอบความรู้สึกที่ไม่สบายและน่ารังเกียจอย่างรุนแรงแก่การ์ด

ด้วยเหตุนี้ ถ้าหากว่ามีความผูกพันกันในระดับหนึ่งแล้ว จะเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แต่ถ้าหากเชื่อมต่อลิงค์ทั้งๆที่ยังไม่ถึงระดันนั้นแล้ว จะทำให้ความผูกพันค่อยๆลดลง จนท้ายที่สุดก็จะได้รับสกิลประเภทต่อต้านอย่าง『ปิดกั้นจิตใจ』มา

สำหรับกราดิเอเตอร์ที่ใช้งานการ์ดในลักษณะใช้แล้วทิ้งเป็นกิจวัตร ดูเหมือนว่าแม้จะเป็นการ์ดใหม่เอี่ยม ก็ยังจะใช้งานลิงค์ไป แล้วพอจบการแข่งขันก็ทำการขายมันทิ้งในทันที แต่สำหรับผมแล้วทำไม่ได้หรอก มันไม่ใช้นิสัยของผม

ยิ่งดูจากรูปการณ์ ดราโกเน็ตตัวนี้ที่มีสกิลร่วงหล่นก็ยิ่งต้องได้รับความผูกพันมากยิ่งกว่าการ์ดอื่น

เพราะแบบนั้น จึงวางแผนที่จะค่อยๆสร้างความสัมพันธ์ไปอย่างช้าๆโดยที่ไม่ใช้ลิงค์ไปก่อนซักพัก

ถึงแม้จะเป็นใบเดียวที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มพรรคพวก แต่ดราโกเน็ตเองก็พยายามสู้อย่างหนักแม้จะมีพลังต่อสู้ที่ต่ำก็ตาม

อย่างตอนก่อนหน้านี้ ที่ป้องกันการโจมตีโดยตรงให้ผม และช่วยซุซูกะในการปิดฉาก

ผมได้ขอให้ตัวดราโกเน็ตบินไปรอบๆ และคอยสนับสนุนการ์ดอื่นๆในตอนที่คิดว่าจำเป็น

พูดอีกอย่างก็คือ ขอให้ดำเนินการไปตามวิจารณญาณของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าจะได้ผลดีเกินคาด

ลักษณะนิสัยและวิธีการต่อสู้ของการ์ดนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถตัดสินได้จากเพียงการมองดูสเตตัสของการ์ดอย่างเดียว

หากเป็นในแง่นั้นแล้ว ดราโกเน็ตใบนี้ก็ถือได้ว่ามีค่าเกินไปกว่าพลังต่อสู้ที่มีเลยทีเดียว

เจ้าพลังต่อสู้ที่ต่ำอันนี้เองก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นด้วย

เพียงแค่วันแรกที่มาเข้าร่วม พลังต่อสู้ก็เพิ่มขึ้นมาแล้วถึง 20

นี่ก็คือ 1 ในข้อดีของมอนสเตอร์เฮาส์

มอนสเตอร์เฮาส์นั้น มีสนามพลังพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้กำเนิดมอนสเตอร์จำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ในที่เดียว ในขณะที่มันมีความสามารถในการเพิ่มพลังต่อสู้ให้กับมอนสเตอร์ในเขาวงกตแล้ว ยังเพิ่มค่าประสบการณ์ที่ได้รับจากมอนสเตอร์แต่ละตัวนั้นด้วย แถมยังช่วยให้ค่าประสบการณ์แก่การ์ดเล็กน้อยโดยเพียงแค่เข้าไปอยู่ภายในมอนสเตอร์เฮาส์อีกด้วย

พูดอีกอย่างคือ มอนสเตอร์เฮาส์ก็เหมือนกับสถานที่ฝึกฝนอย่างหนึ่ง

แล้วก็ยังมีข้อดีของมอนสเตอร์เฮาส์อีก 1 อย่าง

『มาสเตอร์ เจอกล่องน่าผิดหวังแล้ว! ดูเหมือนจะโผล่มาระหว่างการต่อสู้เมื่อกี้นี้!』

มันก็คือสิ่งนี้ เมื่อจัดการศัตรูไปได้จนถึงจำนวนหนึ่งก็จะมีกล่องนาผิดหวังปรากฏออกมา

โดยทั่วไปในการสำรวจเขาวงกต กล่องน่าผิดหวังจะโผล่ออกมาภายในเขาวงกตรูปแบบห้องเล็กในชั้นใต้ดินเท่านั้น แต่ในมอนสเตอร์เฮาส์ กล่องน่าผิดหวังจะปรากฏออกมาเมื่อจัดการศัตรูได้ถึงจำนวนหนึ่ง

เนื่องจากของที่อยู่ภายในนั้นสุ่ม มันจึงไม่ค่อยคุ้มค่าที่จะสร้างมอนสเตอร์เฮาส์ขึ้นมาด้วยตัวเอง แต่ก็ถือว่ารู้สึกดีที่กล่องสมบัติมันการันตีที่จะปรากฏออกมา

ผมกับซุซูกะขึ้นขี่หลังดราโกเน็ตแล้วพยายามบินขึ้นไปบนฟ้า

「อุ!? น-นี่มัน…..」

ในตอนนั้นเอง ก็รู้สึกได้ถึงปัญหาที่คาดไม่ถึง

อย่างแรกเลย การขึ้นขี่ดราโกเน็ตมันรู้สึกไม่ค่อยสบายแบบคาดไม่ถึง

เกล็ดมัน-จึกจึก-จิ้มมาที่ขาหนีบกับต้นขาทำให้รู้สึกเจ็บเล็กน้อย วันนี้คงต้องอดทนไปก่อน แต่ดูท่าคงไม่มีทางเลือกแล้วต้องไปหาซื้ออานง่ายๆมาสวมซะแล้ว

เอาเถอะ เรื่องนั้นมันไม่เป็นอะไรหรอก แต่ปัญหาอีกอย่างก็คือความรู้สึกที่มาจากทางหลังนี่สิ

ใช่แล้ว สิ่งนั้นนั่นแหละ -ดึ๋งดึ๋ง- ไอ้ความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนกำลังส่งผ่านมาทางหลัง แถมด้วยกลิ่นหอมอีก…..

พอเหลือบตาไปมอง ก็ผสานตาเข้ากับซุซูกะที่กำลังหรี่ตาด้วยความซุกซนอยู่

「หืม? เป็นอะไรเหรอ~? มาสเตอร์?」

「ม-ไม่มีอะไรหรอก ดราโกเน็ต บินไปหากล่องน่าผิดหวังเลย!」

「รับทราบแล้วค่ะ!」

「ฟุฟุฟุ…..」

เห็นได้ชัดว่าเธอรู้ความคิดข้างในของทางนี้จึงมีท่าทางดูสนุก ผมหันกลับมาด้านหน้าอย่างเร่งรีบแล้วออกคำสั่งดราโกเน็ตเป็นการกลบเกลื่อน

ดราโกเน็ตตอบรับคำสั่ง ทำการออกวิ่งเล็กน้อยแล้วกระโดดขึ้น

ในช่วงเวลานั้นเอง ทั้งความเจ็บที่ต้นขาและความรู้สึกที่หลัง ทุกอย่างถูกลืมหายไปจนหมด

「สวดยอดด…..! ผม, กำลังบินอยู่บนฟ้าจริงๆ…..!」

แค่ชั่วพริบตาพิ้นดินก็อยู่ห่างไปไกล ลมแรงเข้ามาปะทะกับใบหน้า

ในตอนที่ลิงค์กับเร็นกะเคยคิดว่าได้มีความรู้สึกในการบินบนท้องฟ้าอะไรแบบนั้นไปแล้ว

แต่ว่าพอได้มาบินบนฟ้าด้วยร่างกายตัวเองจริงๆ มันกลับแตกต่างไปจากลิงค์โดยสิ้นเชิง…..หรือให้พูดคือเป็นเรื่องของความรู้สึก

ความรู้สึกของสายลมที่ตัดผ่านไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกที่ข้างในมันบีบอัดเข้าเรื่อยๆเมื่อพื้นดินค่อยๆห่างออกไป ถึงแม้ว่าจะเป็นเขาวงกตที่ได้สำรวจไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง การได้มองลงมาดูป่าตอนกลางคืนจากด้านบนกลับทำให้มันแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง พอเงยหน้ามองดูท้องฟ้าก็สามารถเห็นดวงดาวในท้องฟ้ายามราตรีที่แลดูกว้างและใกล้กว่าปกติ มันสร้างภาพลวงราวกับว่าผมได้แหวกว่ายอยู่ในทะเลแห่งดวงดาว

นี่มัน ดูจะเสพติดได้เลยนะเนี่ย…..

แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว

แค่ชั่วพริบตา พวกเราก็ได้มาถึงกล่องน่าผิดหวังแล้ว

เหล่าการ์ดใบอื่นก็มาถึงกันแล้วด้วย

พอพวกเราลงพื้น เอลิซ่าเป็นคนแรกที่เข้ามารับ

「มาสเตอร์ ขอบคุณสำหรับการลงแรง นี่คะ…..」

พอพูดจบเธอก็ยื่นของต่างๆที่ดรอปมาในการต่อสู้ครั้งนี้

การ์ดบอร์ออค 2 ใบ, ไบคอร์น 1 ใบ, เกรมลิน 1 ใบ, หินเวทอีกจำนวนมาก เยอะน่าดู

แต่ว่า…..

「มีเกรมลินด้วยงั้นเหรอ โชคดีไปที่ผมไม่ได้ไปเจอเข้า」

พอได้เห็นภาพของปีศาจน่าเกลียดตัวเล็กบนการ์ดแล้ว -โฮ่-ก็รู้สึกโล่งอก

การ์ดแรงค์ E เกรมลิน, เป็นการ์ดที่ถูกเกลียดอย่างที่สุดในหมู่นักผจญภัย

ความแย่ของมันถูกกระตุ้นมากขึ้นจากการที่มันสามารถปรากฏตัวได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเขาวงกตประเภทไหนหรือความลึกเท่าใด

กับมอนสเตอร์ทั่วไปที่จะปรากฏตัวในชั้นโดยยึดเอาตามความแข็งแกร่ง….. หยั่งกับว่าเป็นแมลงสาปจริงๆ

ในขณะที่คาบังเคิลเองก็ปรากฏตัวได้ทุกชั้นโดยไม่สนความแข็งแกร่งเช่นกัน แต่ทางนั้นถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี

ผมรู้สึกขอบคุณความโชคดีเล็กๆที่ทำให้ไม่ต้องมาเจอกับแมลงสาป แล้วหันความสนใจไปทางกล่องน่าผิดหวัง

เอาล่ะ ได้เวลาสนุกแล้ว

「เอลิซ่า ฝากด้วย」

「เยส, มาสเตอร์」

เอลิซ่าพยักหน้าพร้อมตอบกลับด้วยประโยคเดียวกันกับตอนที่เป็นกูล แล้วเริ่มทำการปลดกับดักด้วยการเคลื่อนไหวที่ไหลลื่นมากกว่าแต่ก่อน

หลังจากผ่านไปไม่ถึง 1 นาที -กริ๊ก- ก็มีเสียงนั้นดังให้ได้ยิน

แน่นอนว่าในตอนนี้เธอไม่มีทางที่จะทำพลาดแล้ว

เอาล่ะ มีอะไรอยู่ข้างในกัน? ทำการมองไปในกล่องน่าผิดหวังโดนที่ไม่คาดหวังอะไรนัก

『เอ๋…..!』

ช่วยไม่ได้ที่พวกเราจะอุทานด้วยความตกใจกัน

ภายในกล่องนั้น คือลูกแก้วสกิลที่กำลังส่องแสงสีเหลืองอยู่

สีเหลืองบ่งบอกถึงสกิลทางด้านเทคนิค เมื่อเทียบกับอุปกรณ์เวทราคาแพงระดับกลางๆแล้ว นับได้ว่าถูกรางวัลอย่างน่าดีใจ

「ทำได้แล้วนะคะ! ของดีล่ะ นายท่าน!」

「อ-โอ้」

แม้จะสับสนกับโชคดีที่คาดไม่ถึง แต่ก็เรียกคืนสติแล้วมาคิดเรื่องที่จะนำไปใช้กับใครดี

ด้านเทคนิค โดยทั่วไปแล้วไม่ว่าใครก็ถือว่าเป็นประโยชน์ กับไพ่ตายอย่างเร็นกะ, เอสอย่างเอลิซ่า, หรือไม่ก็นำไปใช้เพิ่มความสามารถให้กับเหล่าแรงค์ D ก็ได้

หลังจากคิดดูแล้ว ผมก็ตัดสินใจใช้กับเอลิซ่า

เธอมีสกิล『เอนกประสงค์』ที่สามารถพัฒนาด้านเทคนิคได้ ไม่มีทางที่จะเสียเปล่า

「โย้ช เอลิซ่า ให้เธอเอาไปใช้」

「แน่ใจแล้วเหรอค่ะ?」

เอลิซ่าตอบกลับมาด้วยความลังเล

เธอที่เคยได้รับเคลื่อนไหวแม่นยำไปแล้ว ถ้าหากว่าคิดในแง่ความเท่าเทียม ก็คงจะคิดว่าตัวเธอต้องถูกยกเว้นออกไป

「อา ต้องขอโทษทีแต่ว่าอันนี้คิดกันตามเหตุผลมากกว่าความเท่าเทียมล่ะนะ」

พอพูดไปแบบนั้นก็ทำการมองทุกคนที่อยู่รอบๆ แต่ก็ไม่มีใครแสดงท่าทีไม่พอใจอะไรออกมาเป็นพิเศษ

ให้เดาว่า เพราะรู้ว่าคนที่ทุ่มเทร่างกายให้กับปาร์ตี้นี้มากที่สุดก็คือเธอ

…..จะมีก็แค่ซุซูกะที่ดูเหมือนจะอิจฉาอยู่

หลังจากยืนยันแล้ว ในที่สุดเอลิซ่าก็ยิ้มอย่างมีความสุขออกมา

「ขอบพระคุณมากค่ะ…..จะขอตอบแทนความเมตตาในครั้งนี้คืนอย่างแน่นอนค่ะ」

「อ-โอ้…..」

ขณะที่พูด เอลิซ่าก็ลงไปคุกเข่าแล้วจูบลงไปที่ด้านหลังมือของผม

…..ตั้งแต่ที่กลายมาเป็นแวมไพร์ ตัวเธอก็มักจะทำอะไรที่ดูเป็นพิธีการแบบนี้เสมอ

ตัวเธอแต่เดิมมีความสนใจแบบนี้อยู่แล้วงั้นเหรอ หรือว่าเป็นอิทธิพลที่มาจากการแรงค์อัพเป็นแวมไพร์กัน…..

มันเป็นเรื่องยากที่จะบอกเธอให้หยุดเพราะรู้ว่าเธอมีความเคารพให้อย่างจริงใจ แต่มันก็ทำเอาผมรู้สึกจักจี้อยู่ทุกรอบ

การที่ผู้หญิงแสนสวยอย่างเธอมอบความเคารพให้ก็รู้สึกดีใจจริงๆอยู่…..ก็ดีใจ แต่บางครั้งก็รู้สึกหวั่นๆ

กับความรักของเอลิซ่า…..

「ถ้าเช่นนั้นแล้วขอใช้เลยนะคะ」

「อา….ไหนไหน? โอ้!」

นำการ์ดของเอลิซ่าออกมาแล้วตรวจสอบสกิลที่ถูกเพิ่มขึ้นมา พอได้เห็นสกิลที่ถูกสลักลงไปใหม่ก็ช่วยไม่ได้ที่ต้องอุทานด้วยความดีใจ

นั่นก็เพราะสกิลที่ได้รับมานับว่าเป็นสกิลที่ดีมากๆ

สัญชาตญาณ : มีประสาทสัมผัสที่แตกต่างไปจากประสาทสัมผัสทั้ง 5

คำอธิบายจากแอปมีความคลุมเคลือมาก แต่ว่าประโยชน์ของเจ้าสกิลนี้ได้ถูกรับรองมาแล้วจากนักผจญภัยหลายต่อหลายคน

สาเหตุก็เพราะ เจ้าสกิลสัญชาตญาณถูกเรียกว่าเป็นสกิลระดับที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับสกิลตรวจจับหลายๆ อย่าง เช่น ตรวจจับตัวตน, ตรวจจับแรงอาฆาต, ตรวจจับกับดัก, หรือแรงดลใจ

ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้แข็งแกร่งไปว่าการตรวจจับตัวตนแต่ก็สามารถตรวจจับตัวตนของศัตรูได้, แม้จะไม่แข็งแกร่งไปว่าการตรวจจับแรงอาฆาตแต่ก็สามารถรับรู้การโจมตีถัดไปหรือการโจมตีทีเผลอได้, ทั้งกับดักและวิญญาณเองก็ตรวจจับได้ ยิ่งถ้ามีสกิลเหล่านี้อยู่แล้ว มันก็จะเป็นการเพิ่มความสามารถของสกิลเหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

สกิลสัญชาตญาณมีความครอบคลุมเช่นนี้แหละ

ดีล่ะ ดีล่ะ! ตอนนี้มันอาจจะเป็นช่วงขาขึ้นก็เป็นได้

ระหว่างทางบังเอิญได้เจอกับนักผจญภัยแล้วได้พรรคพวกใหม่, มีมอนสเตอร์เฮาส์เกิดขึ้นอยู่ในทิศทางที่ต้องการ, กล่องน่าผิดหวังก็มีลูกแก้วสกิลโผล่มา

รู้สึกเหมือนว่าโชคมันกำลังไหลเข้ามาในทางที่ดีขึ้น

ตั้งแต่ที่ได้เจอกับเร็นกะ วันที่โชคดีแบบนี้มักจะมีโผล่มาประมาณเดือนละ 1 ครั้ง

ไม่แน่ว่าวันนี้ บางทีนะบางที…..

ผมรู้สึกตื่นเต้นกับความคาดหวัง

หลายชั่วโมงต่อมา

อีกเพียงแค่ไม่กี่ก้าว พวกเราก็จะมาถึงชั้นล่างสุด

เว้นเสียแต่จะเจอมอนสเตอร์เฮาส์ ถ้าเป็นในตอนนี้ มอนเตอร์แรงค์ D ไม่ใช่ปัญหาอะไรแล้ว

สิ่งเดียวที่ต้องระวังก็คือกับดักซึ่งมีระดับที่แย่มากกว่าเขาวงกตแรงค์ E 1 ขั้น แต่ด้วยเอลิซ่าที่พัฒนาขึ้นมากกว่า ก็สามารถจัดการผ่านไปได้

พวกกับดักที่ไม่สามารถจัดการด้วยสกิลสัญชาตญาณและปลดกับดัก คงจะไม่ได้เจอของแบบนั้นไปซักพัก

และแล้ว…..

「ในที่สุดก็ถึงแล้ว~~~」

เมื่อในที่สุดได้มาถึงบันไดที่จะนำไปสู่ชั้นสุดท้าย ผมเอามือกดลงไปที่เข่าแล้วสูดหายใจลึกๆ

ถึงจะสำรวจเขาวงกตนี้มาแล้วหลายรอบ แต่ก็ต้องรู้สึกหมดแรงเสมอเมื่อมาถึงชั้นสุดท้าย

ไม่ว่าคุณจะมีความคุ้นเคยกับเขาวงกตมากขนาดไหนก็ตาม แต่ระยะทางของมันก็ไม่ได้ลดลงไปแต่อย่างใด ซึ่งนั่นก็เป็นปัญหาคอขวดที่ใหญ่ที่สุดในการพิชิตเขาวงกต

「มาสเตอร์ นี่ค่ะ」

ขณะที่เหงื่อไหลหยดจากคางผม ผ้าขนหนูกับน้ำเกลือแร่ก็ถูกยื่นมาให้

สมแล้วที่เป็นเอลิซ่า เป็นผู้หญิงที่คอยเอาใจใส่อยู่เสมอเลย

「ขอบใจนะ」

ทำการเช็ดเหงื่อแล้วก็ -อึก-ดื่มน้ำเกลือแร่ลงไป

รสเค็มเล็กน้อยและความหวานที่กำลังพอดีแผ่ซ่านไปทั่งร่างกาย

「โอ่ย ถ้าจะหยุดพักล่ะก็ ทำหลังจากก้าวลงบันไดสิ นี่ยังไม่ถือว่าอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยนะ」

พอเห็นผมเป็นแบบนั้น เร็นกะก็พูดบ่นมา

มันคงจะดูเหมือนว่าผมผ่อนคลายขณะที่อยู่ต่อหน้าพื้นที่ปลอดภัย

อันที่จริงก็ต้องบอกว่า แม้จะไม่ทันรู้สึกตัวแต่ก็เผลอลดความระวังตัวไป

ถ้าเป็นผมอย่างทุกทีล่ะก็ ต่อให้รับขวดน้ำมาก็จะยังไม่เปิดมันจนกว่าจะก้าวลงบันไดแล้วเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัย

ก่อนหน้าที่จะถึงเส้นชัยมันอันตรายยิ่งกว่าระหว่างทางเสียอีก

「อา นั่นสินะ ‘โทษที…..」

「! มาสเตอร์!」

「ศัตรูค่ะ!」

「!?」

ขณะที่ผมกำลังพูดขอโทษเล็กน้อยกับเร็นกะ จู่ๆเอลิซ่ากับยูคิก็ส่งเสียงดังขึ้นมา

-ห๊ะ-หันมองรอบๆอย่างรวดเร็ว แล้วก่อนที่จะรู้สึกตัว มอนสเตอร์ก็โผล่ออกมาห่างแค่ไม่กี่เมตร

มันมีรูปลักษณ์ที่น่าขนลุก ราวกับแมวที่ถูกถอนขนจนหมดและมีปีกค้างคาวน่าเกลียดงอกขึ้นมา ทันทีที่รู้ว่ามันคืออะไร ก็รู้สึกได้ถึงรูขุมขนทั่วร่างมันขยายออก

แย่แล้ว, แย่แล้ว, แย่แล้ว! ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!? ใกล้ขนาดนี้แล้ว! ได้ไง! ปกปิดตัวตน!? หรือว่า—-เพิ่งจะ『ปรากฏขึ้น』เมื่อกี้นี่เองเรอะ!?

ขณะที่ความคิดหมุนวนด้วยความเร็วสูง ปากมันก็สั่งการคำสั่งที่เหมาะสมที่สุดออกไปแบบไม่รู้ตัว

「—-ฆ่าไอ้เจ้านั่นซ้าาาา!!!」

การโจมตีของเหล่าการ์ดถูกปลดปล่อยแทบจะทันทีที่ได้ยินคำสั่งของผม มอนสเตอร์นั่น…..เกรมลินเผยรอยยิ้มแล้วร่างกายก็เริ่มเปล่งแสง

-เปรี๊ยะ- เป็นเวลาเดียวกันกับที่เสียงแปลกๆส่งมาถึงหู รู้สึกได้ถึงคลื่นที่มองไม่เห็นถูกส่งผ่านไปทั่วร่างกาย เส้นขนทุกเส้นลุกตั้งชัน ไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีความเจ็บปวดแต่ว่า…..

「คิย๊าาาาาาาา!? ไม่น้าาาา!?」

โดยไม่ทันได้คิด ผมก็ร้องเสียงหลงราวกับผู้หญิงออกมา

「ห-หรือว่า…..อ๊าาาาาาา!?」

เร็นกะที่ได้ยินผมร้องก็ทำการร้องตาม

ขณะที่จ้องมองเกรมลินกำลังถูกเหล่าการ์ดฉีกเป็นชิ้นๆอยู่ ผมก็รีบนำสมาร์ทโฟนออกมาจากกระเป๋า

กดปุ่มเพื่อใช้งาน แต่สมาร์ทโฟนก็ไม่เปิดหรือปิดอะไรเลย

กล้องที่ถูกสวมใส่อยู่บนหมวกนิรภัยก็ด้วย…..เครื่องเกมที่เร็นกะใช้เล่นฆ่าเวลาก็ด้วย ทั้งหมดตายสนิท

「อาาาาา…..เซฟเกมของชั้น อีกแค่นิดเดียวก็จะผ่านได้แล้วเชียว…..」

เร็นกะลงไปคลาน 4 ขาอยู่กับพื้นพร้อมคอตก เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเศร้ามากขนาดนั้น

ไม่น่าแปลกใจ เพราะความพยายามที่อุตส่าห์ทำมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ได้อันตรธานหายไปในพริบตา

คงเป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก ที่ต้องสูญเสียข้อมูลเกมที่อุตส่าห์ลงแรงไปมากในช่วงเวลาพักจากการสำรวจเขาวงกต

เกมเมอร์ทุกคนย่อมรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดของ【ช่างเป็นเรื่องโชคร้าย แต่เรื่องราวการผจญภัย ได้สูญหายไปแล้ว 】

แต่ว่าผมเองก็เจ็บปวดด้วยเช่นกัน…..

นั่นเพราะ ข้อมูลเขาวงกตที่ผมซื้อมาตั้งแต่เริ่มเป็นนักผจญภัยมูลค่าหลายหมื่นหลายแสนเยน ได้ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น

「อุกกกกกกกี๊! โกหกใช่ไหมเนี่ย!?」

ใช้มือเกาหัวและบิดตัวไปมาด้วยความปวดร้าว

นี่คือสาเหตุใหญ่ที่สุดที่ว่าทำไมเกรมลินถึงได้เป็นมอนสเตอร์ ที่ถูกทั้งเหล่ามืออาชีพและมือสมัครเล่นเกลียดมากที่สุด

เกรมลินนั้น มีสกิลเฉพาะตัวในการทำลายอุปกรณ์จักรกล

ถ้าหากคิดว่าทำตัวโอเว่อร์กับแค่การที่มาร์ทโฟนกับกล้องถูกทำลายล่ะก็ แต่สำหรับนักผจญภัยแล้วการที่สมาร์โฟนถูกทำลายถือว่าเป็นเรื่องที่จริงจังมาก

อย่างแรกเลย นักผจญภัยแทบทั้งหมดต่างพึ่งพาสมาร์ทโฟนในการทำแผนที่ ดังนั้นขึ้นอยู่กับว่าถูกทำลายไป ณ ตรงไหน มันก็มีโอกาศที่จะหลงทางได้เลย

ใบอนุญาตนักผจญภัยเองก็เช่นกัน เพราะว่ามันมีส่วนของเครื่องจักรประกอบเข้าไว้ด้วย มันจึงอยู่ในขอบเขตสกิลของเกรมลิน ทำให้ไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้

ถ้าหากเกิดเหตุขึ้นล่ะก็ เว้นเสียแต่จะได้คัดลอกแผนที่ลงบนกระดาษล่วงหน้า หรือมีอุปกรณ์เวทในการเคลื่อนย้าย ก็จะไม่มีทางเลือกนอกเหนือไปจากรีบมุ่งกลับไปทางเข้าหรือทางออกก่อนที่เสบียงจะหมดลง

…..ก็สำหรับเรื่องนี้ เอลิซ่าซังสามารถจดจำเส้นทางเอาไว้ได้ทั้งหมด ถ้าหากสามารถถอยกลับไปจนถึงพื้นที่ปลอดภัยก็สามารถใช้ขลุ่ยของฮาเมลินจัดการที่เหลือได้

ปัญหาก็คือ ความเสียหายด้านการเงิน

ทางกิลล์ก็มีจำหน่ายแอปสารานุกรมที่มาพร้อมข้อมูลแผนที่, ไอเทม, สกิล, และอื่นๆอยู่…..มันมีราคาที่แพงมากและจำกัดการซื้อขายแบบครั้งต่อครั้ง ก็คือไม่สามารถไปดาวน์โหลดซ้ำอีกครั้งได้ ถ้าหากเปลี่ยนอุปกรณ์ใช้งานก็ไม่สามารถโอนถ่ายข้อมูลได้ด้วย

ด้วยเหตุนี้ เมื่อสมาร์ทโฟนถูกทำลาย ข้อมูลแผนที่เขาวงกตทั้งหมดที่ซื้อและพากเพียรสะสมมาจนถึงตอนนี้ก็ถูกลบหายไปหมด

จำนวนทั้งหมดขึ้นอยู่กับแรงค์ของนักผจญภัยแต่….. สำหรับผมแล้วก็หลายแสน สมาร์ทโฟนเองก็ราคาแพงเครื่องล่ะ 3 แสนเยน คิดโดยรวมแบบง่ายๆก็เกิน 1 ล้านเยนแล้ว

สาเหตุว่าทำไมสมาร์ทโฟนถึงมีราคาแพงนั่นก็เพราะ บาเรียที่สร้างขึ้นจากการ์ดไม่ได้ครอบคลุมไปถึงเครื่องแต่งกายที่สวมด้วย เพราะแบบนั้นมันจึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีความทนทานและไม่แตกหักต่อให้ถูกมอนสเตอร์โจมตี

สมาร์ทโฟนที่ผมมี ต่อให้ถูกโยนลงมาจากชั้นบนสุดของโตเกียวสกายทรี หน้าจอก็ไม่มีรอยร้าว, ต่อให้ทิ้งไว้ในอ่างน้ำทั้งคืนก็ไม่เป็นอะไร, หรือต่อให้เอาไปวางไว้บนเตาไฟตรงๆก็ไม่เสียหาย ถือได้ว่าเป็นผลงานชิ้นเอก จุดด้อยของมันมีแค่น้ำหนักที่มากและราคาที่แพง

แม้แต่กับสมาร์ทโฟนของทางทหารที่ขึ้นชื่อว่าแม้ช้างมาเหยียบก็ไม่แตก ก็ยังไม่สามารถสู้เกรมลินได้

ผลลัพธ์ ผมต้องมาเสียเงินไปกว่า 1 ล้านเยนในคราวเดียว

ทำอะไรไม่ได้นอกจากถอนหายใจ

ใครมันนะที่บอกว่าวันนี้เป็นวันโชคดี วันดวงซวยสิไม่ว่า…..

โชคช่วยอย่างเดียวคือ พอมาถึงจุดนี้ก็ไม่ต้องพึ่งสมาร์ทโฟนอีกแล้ว

รีบๆจัดการจ้าวแล้วไปหาซื้อสมาร์ทโฟนระหว่างทางกลับบ้านดีกว่า

ทำการสูดหายใจลึกๆอีกครั้ง แล้วในขณะที่กำลังจะไปต่อตอนนั้นเอง ก็รู้สึกได้ว่าซุซูกะมีท่าทางแปลกๆไป

ด้วยเหตุผลบางอย่าง กำลังจ้องมองตรงจุดที่เกรมลินสลายไป

「เป็นอะไรไปซุซูกะ มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ?」

ทำการมองไปรอบๆขณะเรียก แต่ก็ไม่เจออะไรผิดปกตินอกเสียจากหินเวทที่ตกมาตรงเกรมลิน

「อืม~? รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแปลกๆ หรือว่าไม่มีกันน้า…..」

「…..อย่างไหนกันแน่ล่ะนั่น? รู้สึกแปลกยังไงเหรอ?」

「อืม มันติดปัญหาตรงไม่รู้จะให้พูดว่าเป็นยังไงนี่สิ…..」

ดูเหมือนว่าซุซูกะเองก็ไม่มั่นใจในคำพูดของตัวเองเหมือนกัน

เพื่อความมั่นใจจึงลองใช้สายตาถามเหล่าพรรคพวกดู แต่ทั้งหมดก็ได้แต่เอียงคอ

…..หรือว่าจะเป็นซุซูกะคิดไปเอง

พอสรุปได้แบบนั้นแล้วกำลังจะไปต่อ

「…..เน่ มาสเตอร์ กลับกันแค่นี้เถอะ รู้สึกเหนื่อยยังไงไม่รู้…..」

「เอ๋…..?」

กลับ? ตรงนี้เนี่ยนะ?

ผมรู้สึกงุนงงกับข้อเสนอกะทันหันของซุซูกะ

「…..เร็นกะ รู้สึกไม่ดีอะไรตรงไหนรึเปล่า?」

「ชั้นเหรอ? ก็ไม่…..ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ พอดีว่าไม่ได้เห็นตอนที่เกรมลินถูกจัดการไปด้วยล่ะนะ…..」

เร็นกะตอบพลางเกาแก้มด้วยท่าทางอึดอัดเล็กน้อย

「อืม…..ไม่ล่ะ อย่างที่คิดว่ายังไม่กลับดีกว่า」

หลังจากคิดอยู่หลายวินาที ผมก็ปฏิเสธข้อเสนอของซุซูกะ

จริงอยู่ว่าได้รับความเสียหายที่คาดไม่ถึงจากเกรมลิน แต่ชั้นล่างสุดมันอยู่ตรงหน้าแล้วจึงไม่จำเป็นต้องใช้สมาร์ทโฟน สามารถฟื้นกำลังกายได้ด้วยเรส ไม่มีความจำเป็นต้องถอนกลับตรงนี้

ถ้าหากว่ากลับไปจากตรงนี้ครั้งหนึ่ง แล้วจ้าวถูกจัดการขณะที่กำลังพักผ่อนข้ามคืนอยู่ ความพยายามทั้งหมดก็จะสูญเปล่า ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในขลุ่ยของฮาเมลินจะหายไป แล้วก็ต้องเริ่มทำการสำรวจเขาวงกตใหม่ตั้งแต่ชั้นแรกอีกครั้ง

แบบนั้นจะเป็นความเสียหายที่ใหญ่มาก

…..ด้วยความจริงที่ว่าได้เจอกับนักผจญภัยอื่นภายในเขาวงกตแห่งนี้ซึ่งอาจพูดได้ว่าเหมือนผมจองเอาไว้ ไปกระตุ้นให้เกิดความกระวนกระวายขึ้นมาเล็กน้อย

สิ่งที่ต้องกังวลอย่างเดียวคือ ความเป็นไปได้ที่อิเรกูลาร์เอ็นเคาเตอร์จะรออยู่ที่ชั้นล่างสุด….. แต่มันก็เป็นอะไรที่ได้เตรียมพร้อมเอาไว้แล้วในตอนที่ตัดสินใจพิชิตเขาวงกตแรงค์ D

「ถ้าหากว่าไม่ได้มั่นใจอะไรเป็นพิเศษงั้นก็ไปต่อกันเถอะ ได้ใช่ไหม?」

「…..ค่า~」

ซุซูกะมีท่าทีไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าเชื่อฟัง

ขณะที่มองเธอที่เป็นแบบนั้น ก็เกิดความคิด『ถ้าหากว่าเป็นเร็นกะที่พูดแบบนั้นออกมา จะทำยังไงกันนะ』

ถ้าหากว่าเป็นงั้นล่ะก็ คงได้ตันสินใจกลับบ้านไปง่ายๆเลย

ที่แว่บเข้ามาในหัวคือ ความรู้สึกแปลกๆเมื่อวานที่『ผมไม่ใช่ตัวผมอีกต่อไป』

…..ไม่ ไม่เกี่ยวกันหรอก จริงอยู่ว่าเชื่อในสัญชาตญาณและลางสังหรณ์ของเร็นกะ แต่การมาถึงตรงนี้แล้วจะกลับบ้านไป มันไม่ใช่การตัดสินใจที่ปกติจะทำกัน

ไม่ใช่ว่า…..มีความไม่เชื่อใจที่อธิบายไม่ถูกต่อซุซูกะอยู่ซักหน่อย…..น่าจะเป็นแบบนั้น

ขณะที่เดินลงไปยังชั้นสุดท้าย ผมก็ย้ำบอกกับตัวเองไปเช่นนั้น

【Tips】มอนสเตอร์เฮาส์(Monster House)

อัตราการปรากฏและจำนวนสูงสุดของมอนสเตอร์ในแต่ล่ะชั้นนั้น โดยปกติแล้วจะมีค่าตายตัว ทว่าหากมีนักผจญภัยบุกไปในชั้นเดียวกันในเวลาเดียวกันจำนวนมาก, หรือเกิดการลอสของการ์ดจำนวนมาก 『สารอาหาร』จะถูกส่งให้แก่เขาวงกต อัตราการปรากฏของมอนสเตอร์จะถูกเร่ง และจำนวนมอนสเตอร์ทะลุขีดจำกัดสูงสุดแล้วล้นทะลักได้

สิ่งนี้ นักผจญภัยเรียกมันว่า『การกลายเป็นมอนสเตอร์เฮาส์』

ในชั้นที่เกิดการกลายเป็นมอนสเตอร์เฮาส์ เพียงแค่อยู่ภายในชั้นนั้นก็สามารถได้รับค่าประสบการณ์เล็กน้อย แถมด้วยเมื่อจัดการมันได้ค่าประสบการณ์ที่ได้รับก็เพิ่มขึ้นด้วย

อีกทั้ง กล่องน่าผิดหวังจะปรากฏเรื่อยๆเมื่อจัดการมอนสเตอร์ไปได้ถึงจำนวนหนึ่ง

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 36 ช่างเป็นเรื่องโชคร้าย แต่เรื่องราวการผจญภัย ได้สูญหายไปแล้ว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved