cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย - ตอนที่ 31 ฟังนี่นะ! มนุษยชาติจะสูญสิ้นแล้วล่ะ!

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย
  4. ตอนที่ 31 ฟังนี่นะ! มนุษยชาติจะสูญสิ้นแล้วล่ะ!
Prev
Next

บทที่ 2 ตอนที่ 5 

 

「แล้ว มันหมายความว่ายังไงกันแน่」

 

    หลังเลิกเรียน ผมอยู่กับอันนาที่ร้านอาหารครอบครัวใกล้โรงเรียน

    ในตอนนั้น อันนาทำให้ห้องเรียนเต็มไปด้วยวังวนแห่งความอยากรู้อยากเห็นและความสับสน แล้วพออาจารย์โฮมรูมมาถึงเธอก็จากไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจากก็บอกว่าหลังเลิกเรียนจะมารับอีก

    เป็นเรื่องยุ่งยากเอามากๆ สำหรับผม ทั้งห้องเรียนต่างพากันถามเรื่องความสัมพันธ์ที่ผมมีกับเด็กสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นแสนสวย

    ยิ่งพอมีบางคนที่รู้สึกตัวว่าอันนาเป็นลูกสาวของประธานดันเจี้ยนมาร์ทเรื่องมันก็ยิ่งร้อนขึ้นไปอีก เข้าขั้นบ้าคลั่งไปแล้ว

    พวกผู้ชายในห้องล้วนแล้วแต่มองผมด้วยสายตาที่สามารถฆ่าคนได้จากความอิจฉา ยุ่งเหยิงสุดๆเลย

    พออันนามารับตามที่สัญญาไว้ ผมก็รีบคว้าตัวเธอแล้ววิ่งหนีมาที่ร้านอาหารครอบครัวแห่งนี้

 

「โอ่ย ฟังอยู่รึเปล่า? นี่ผมต้องเจอเรื่องยุ่งยากมากมายก็เพราะเธอเลยนะ」

「เอ๋? อ๊า ขอโทษค่า ฟังอยู่ส์ๆ」

 

    อันนาที่เอาแต่มองไปรอบๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น เรียกคืนสติกลับมาแล้วก้มหัวให้

    เป็นอะไรไปอีกล่ะยัยนี่ ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะเคยมาร้านอาหารครอบครัวครั้งแรกซักหน่อย…..ไม่สิ บางที

 

「หรือว่า นี่จะเป็นครั้งแรกที่มาสถานที่แบบนี้?」

「แหม~ น่าอายจัง เพราะว่าพ่อกับแม่ปกป้องมากเกินไปนั่นแหละค่ะ」

 

    อันนาเกาหัวด้วยความเขิน

    เอาจริงดิ…..ไม่เคยมาที่ร้านอาหารครอบครัวมาก่อน ครอบครัวแบบนี้มีตัวตนอยู่จริงๆด้วย…..

    ผมขนลุกเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเด็กสาวคนนี้มาจากครอบครัวไฮโซของจริง

 

「เอ แล้วปกติไปทานข้าวที่ไหนล่ะ」

「ก็ไม่ค่อยได้ออกไปทานข้าวนอกบ้านตั้งแต่แรกอยู่แล้วส์ ปกติที่บ้านจะมีมัตสึโมโต้ซัง…..อะ เชฟคอยทำอาหารให้ทานอยู่ค่ะ」

「ช-เชฟงั้นสินะ」

 

    ถ้าเป็นงั้น ก็คงไม่ต้องออกไปทานข้างนอกหรอก

 

「มีตอนที่ออกไปทานข้างนอกปีละไม่กี่ครั้งก็เป็นสถานที่ที่ต้องจองล่วงหน้าเอาไว้ก่อนประมาณ 6 เดือนค่ะส์」

「ฮ-โฮโฮ่…..」

 

    ชัดเลย แม่สาวคนนี้เป็นคุณหนูตัวจริงเลยไม่ใช่รึไง

 

「ร-เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรอกค่ะส์ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า」

「อ-โอ้ นั่นสินะ เธอ เรื่องนั้นมันหมายความว่ายังไงล่ะ」

 

    จู่ๆก็จะมาตั้งชมรมนักผจญภัย นึกว่าเป็นบทนำของนิยายไลท์โนเวลที่ไหน แถมยังมาห้วนๆอีก

 

「ก็หมายความตามที่บอกนั่นแหละค่ะ ชั้นกับรุ่นพี่ พวกเรามาตั้งชมรมนักผจญภัยด้วยกันไหม ตามนั้นเลย」

「ไม่สิ ก็บอกว่าไม่เข้าใจว่านั่นหมายความว่าอะไร」

「ก็แหม~ แบบว่าตอนนี้ได้เป็นนักเรียนมัธยมปลายแล้ว แบบ ไม่ใช่ว่าอยากจะทำอะไรที่มันดูสมเป็นวัยรุ่นดูหน่อยเหรอ? แล้วการตั้งชมรมใหม่ ก็น่าจะดีเลยส์ไม่ใช่เหรอ?」

 

    กับอันนาที่ทำท่าทางเขินอาย ผมก็ยิ้มให้ราวกับว่าได้มองดูอะไรตลกๆแล้ว…..

 

「จ้า แยกย้ายได้」

「อ๊า กรุณารอซักประเดี๋ยวค่าส์!」

 

    อันนารีบห้ามผมที่กำลังจะลุกออกจากที่นั่ง

 

「นั่นไง อาหารมาแล้ว! นะ?」

「ช่วยไม่ได้น้า~」

 

    อาหารมาถึงพอดี ผมก็เลยจำใจต้องนั่งลง

    อาหารถูกจัดวางบนโต๊ะ ที่ผมสั่งไปก็คือ「ข้าวไข่ข้นออมไรซ์」กับเมนูข้างเคียงเป็นสลัดแซลมอนรมควัน

    ยังไงก็ตาม คิดว่าของที่อร่อยที่สุดของ Denim ก็คือออมไรซ์ล่ะ ไม่เหมือนกับออมไรซ์ที่ทำที่บ้าน หรือออมไรซ์จากร้านอาหารตะวันตกทั่วไป มันเป็นออมไรซ์ลึกลับที่สามารถหาทานได้แค่ที่ Denim เท่านั้น

    อันนาอีกด้านหนึ่ง ดูจะสั่งแฮมเบิร์กของช่วงเวลาจำกัดมา

 

「ทานละนะคะ…..โอ้! รสชาติแตกต่างจากแฮมเบิร์กที่ชั้นเคยทานเลยส์」

 

    กับอันนาที่ไม่แน่ใจว่ากำลังชมหรือติอาหารอยู่ ผมก็ถามคำถามขณะที่ทานไปด้วย

 

「แล้ว เหตุผลมีแค่นั้นจริงๆเหรอ?」

「ก็ นั่นก็เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่ง แต่ก็มีเหตุผลสำคัญอีกอย่างส์ ขอถามอะไรอย่างนึงก่อน รุ่นพี่มีวางแผนที่จะเป็นมืออาชีพในอนาคตอยู่รึเปล่าคะ?」

「แน่นอนอยู่แล้ว」

 

    ตอบในทันที สำหรับผู้ที่เป็นถึง 3 ดาวแล้ว มันไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยว่าเป็นพวกที่มุ่งมั่นจะเป็นมืออาชีพ

    หลังจากได้ยินคำตอบของผม อันนาก็ยิ้มอย่างพอใจ

 

「สมแล้วล่ะส์ นี่แหละถึงจะเป็นผู้ชายที่ชั้นตามหาอยู่ งั้น รุ่นพี่ก็คงจะรู้เงื่อนไขที่จะได้เป็นมืออาชีพแน่นอนอยู่แล้วใช่ไหมส์ค่ะ?」

「อา แน่นอน」

 

    ไม่เหมือนกับการเลื่อนระดับสู่ 3 ดาว ความยากในการเลื่อนระดับจะเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ 4 ดาวขึ้นไป

    ครอบครองการ์ดแรงค์ C อย่างต่ำ 8 ใบ, สถิติบันทึกการพิชิตเขาวงกตแรงค์ D มากกว่า 100 แห่ง, การสอบข้อเขียนด้านกฏหมายหลายข้อ, การสอบภาคปฏิบัติที่รวมถึงการต่อสู้จริงกับนักผจญภัยมืออาชีพ…..

    ไม่ว่าอย่างไหนก็ไม่สามารถทำเสร็จได้ในเวลาชั่วข้ามคืน

    อันที่กินเวลามากที่สุดก็คงจะเป็น สถิติบันทึกการพิชิตเขาวงกตแรงค์ D มากกว่า 100 แห่งล่ะมั้ง ความลึกของเขาวงกตแรงค์ D คือ 21 ~ 30 ชั้น เป็นความลึกที่ต่อให้ผมที่มีขลุ่ยของฮาเมลินก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แถมด้วยข้อกำหนดสำหรับการเลื่อนขั้นที่ต้องเป็นเขาวงกตที่ไม่ซ้ำกัน ในโตเกียวมีเขาวงกตแรงค์ D ประมาณ 40 แห่ง ด้วยตัวเลขนี้มันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ถึงความจำเป็นที่ต้องไปทำการสำรวจในจังหวัดอื่น

    อุปสรรคด้านจิตวิทยาที่ใหญ่ที่สุด อย่างที่คิดว่าต้องเป็นการสอบข้อเขียน อันนี้ได้ยินว่าระดับความยากของมันจะง่ายกว่าเมื่อเทียบกับการสอบภาคปฏิบัติ แต่ก็มั่นใจได้เลยว่าไม่ใช่แค่ผมแน่ที่พอได้ยินว่าเป็นการสอบข้อเขียนแล้วจะเกิดปฏิกริยาด้านลบเข้าให้

    ไม่ว่าจะอย่างไหนก็ต้องใช้เวลาและผมก็จะใช้เวลาค่อยๆทำมันไป เพราะยังไงซะ แม้แต่เงื่อนไขที่ง่ายที่สุดอย่างการครอบครองการ์ดแรงค์ C อย่างต่ำ 8 ใบก็ยังไม่ได้เลย

 

「งั้น รู้เรื่องนี้รึเปล่า? สถิติบันทึกการผจญภัย สามารถเอาแบบทีมมารวมด้วยได้」

「เอ๋ ไม่รู้มาก่อนเลย」

「ก็นะ ข้อมูลนี้ทางกิลล์ไม่ได้ประกาศเป็นทางการด้วยแหละส์ เพราะอย่างหนึ่ง มันมีข้อจำกัดในวิธีนี้อยู่」

 

    จากที่อันนาบอก

    ทางกิลล์นักผจญภัยมีสิ่งที่เรียกว่าระบบทีมอยู่ และดูเหมือนว่าทีมจะมีการประเมินที่ถูกแบ่งแยกออกจากการประเมินตัวบุคคล

    แม้ว่าตัวบุคคลจะอยู่ที่ระดับ 3 ดาว แต่ถ้าได้ไปเข้าร่วมในทีมระดับ 4 ดาว พวกเขาเหล่านั้นก็จะถูกมองเป็นนักผจญภัย 4 ดาวในกรณีที่ได้ทำกิจกรรมแบบทีมเท่านั้น อีกทั้งความสำเร็จที่ได้ในขณะทำกิจกรรมแบบทีม จะถูกเพิ่มเป็นความสำเร็จของตัวบุคคลไปด้วย

    หรือก็คือ ไม่ว่าจะเป็นการพิชิตเขาวงกตแรงค์ D 100 แห่งในแบบทีม หรือจะพิชิตเขาวงกตแรงค์ D 100 แห่งด้วยตัวเองคนเดียว มันก็ไม่มีปัญหากับการเลื่อนระดับ

    คนเดียวหรือหลายคน แทบไม่ต้องคิดเลยว่าอย่างไหนจะง่ายกว่ากัน นั่นเพราะขอแค่ดำเนินเรื่องไว้ก่อนล่วงหน้า ต่อให้กระจายกันไปสำรวจเขาวงกต มันก็ยังนับเป็นความสำเร็จด้วยหมด

 

「แต่ถ้าแบบนั้น หมายความว่าถ้าสร้างทีม 100 คนขึ้นแล้วแต่ละคนไปสำรวจ 1 แห่ง แบบนั้นก็เสร็จเงื่อนไขแล้วงั้นเหรอ?」

「ถ้าเป็นทีมแล้วใช้วิธีนั้นก็ไม่มีปัญหาส์ แต่ว่าถ้าออกจากทีมไปก็จะต้องกลับไปเป็น 3 ดาว เพราะงั้นสุดท้ายแล้วก็ไม่มีความหมายอยู่ดีคะ」

「หมายความว่าความสำเร็จที่ได้มาจากคนอื่นจะไม่ถูกนับเป็นผลงานส่วนบุคคลสินะ แล้ว จะตั้งทีมขึ้นมาทำไมล่ะ?」

「นั่นมันก็แน่อยู่แล้ว เพื่อจะได้ลงสำรวจเขาวงกตที่มีแรงค์มากกว่าแรงค์ดั้งเดิมตัวเองยังไงล่ะส์ ต่อให้ไปลงเขาวงกตแรงค์ D เยอะแค่ไหน มันก็ไม่ดรอปการ์ดแรงค์ C มาหรอก รู้อัตราดรอปของการ์ดแรงค์ C รึเปล่าค่ะ? 0.1 ใช่ไหมส์? ถ้าตั้งเป้าอยู่แค่เขาวงกตแรงค์ D ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็หาไม่ได้หรอกคะ」

「น-นั่นสินะ…..」

「…..?」

 

    นี่ได้การ์ดแรงค์ C จากเขาวงกตแรงค์ D มาแล้ว 3 ใบ ผมเลยได้แต่พูดตามน้ำไป

 

「…..ในกรณีนั้น ทางเดียวที่จะได้การ์ดแรงค์ C มาก็คือการซื้อส์ แต่นั่นก็เป็นกระทบด้านการเงินมากเกินไป และถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะหามาด้วยมือของตัวเองใช่ไหมล่ะคะ? ในกรณีนี่…..」

「ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปลงเขาวงกตแรงค์ C ซึ่งตรงจุดนี้ก็เป็นที่ทีมเข้ามาเป็นตัวแปรสินะ」

「ถูกต้องแล้วส์ และก็ดูเหมือนว่าจะขอแค่ให้ใครซักคนเครียการสอบก็ถือว่า OK แล้วเพราะแบบนั้นมันถึงเป็นที่นิยมยังไงล่ะส์」

「โฮ่!」

 

    สำหรับคนที่เกลียดการสอบอย่างผม ระบบนี้นับว่าช่วยได้มากเลย

    พอเห็นผมเป็นแบบนั้น อันนาก็ยิ้ม

 

「จะว่าไปแล้ว ชั้นผ่านการสอบข้อเขียนไปแล้ว เพราะงั้นที่เหลืออยู่ก็แค่การ์ด, สถิติ, กับภาคปฏิบัติค่ะส์」

「เอาจริงดิ!」

 

    ยัยนี่ ทำให้ผมประหลาดใจได้จริงๆเลย

 

「หรือก็คือ ถ้ามารวมทีมกับชั้น ที่ต้องทำก็แค่ลงเขาวงกตไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้เป็น 4 ดาวยังไงล่ะส์」

「อย่างงี้นี่เอง…..ไม่สิ เดี๋ยวก่อนเดี๋ยวก่อน ทำไมถึงมาคุยเรื่องตั้งทีมกับเธอล่ะ ที่ต้องทำก็แค่ไปเข้าร่วมกับทีมอื่นก็ได้ไม่ใช่เหรอ? 」

 

    อันนาฮึดจมูกเล็กน้อยให้กับคำพูดของผม

 

「จะทำแบบนั้นก็ได้แต่ทำไมถึงไม่ส์ทำงั้นสินะค่ะ?」

「แบบว่ารู้สึกไม่ชอบมาพากล หมายความว่ามีอะไรที่พูดยากงั้นเหรอ?」

「ก็นะ เป็นเฉพาะกับพวกผู้ชายนั่นแหละ ถ้าเกิดว่าเป็นสาวสวยอย่างชั้นไปก็คงได้เข้าร่วมอยู่หรอก แต่แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอกส์」

「…..อย่างงี้นี่เอง」

 

    เป็นที่ความรู้สึกสินะ

 

「โดยทั่วไปแล้ว ทีมไม่ใช่อะไรที่จะไปเข้าร่วมแต่เป็นอะไรที่ต้องสร้างขึ้นมาเองค่ะ ถ้าเกิดว่าทีมที่ไปร่วมที่ไม่ดีพอก็ยุ่งยากอีก แถมบางที่ยังมีการให้จ่ายค่าเข้าเอาไว้ล่วงหน้าอีกต่างหากส์」

「จิงดิ」

 

    ดูเป็นอะไรที่เฉพาะตัวน่าดูแหะ…..

    หมายความว่า

 

「ก็เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องทีมแล้ว แต่มันเกี่ยวข้องอะไรกับชมรมนักผจญภัยล่ะ」

 

    ไม่จำเป็นต้องทำให้เป็นกิจกรรมชมรม ที่ต้องทำก็แค่ผมกับอันนามารวมทีมกันเท่านั้น

 

「ก็ถ้าเอาแค่ตั้งทีมอย่างเดียวมันก็ใช่อยู่หรอกส์ค่ะ」

 

    อันนาพยักหน้า จากนั้นก็ทำสีหน้าจริงจังขึ้นมา

 

「…..รุ่นพี่พอจะรู้เรื่องทฤษฏีวันสิ้นโลกจากเขาวงกตรึเปล่าคะ?」

「ทฤษฏีวันสิ้นโลกจากเขาวงกต…..」

 

    มันก็คือ ทฤษฏีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการล่มสลายของมนุษยชาติ

    นับตั้งแต่ที่เขาวงกตปรากฏขึ้นมาบนโลกนี้ จำนวนของมันก็มีเพิ่มมากขึ้นอยู่ทั่วทั้งโลก

    แค่ในญี่ปุ่นที่เดียว แรกเริ่มเดิมทีมีเขาวงกตเพียงประมาณ 100 แห่ง แต่ใน 20 ปีที่ผ่านมา จำนวนกลับเพิ่มอย่างน่าตกใจถึง 7,000 แห่ง

    สาเหตุใหญ่ที่สุดก็เพราะแองโกลมัวร์ จำนวนของเขาวงกตเมื่อแองโกลมัวร์ครั้งที่ 1 ได้เพิ่มเป็น 1,000 แห่ง และในแองโกลมัวร์ครั้งที่ 2 เพิ่มเป็น 5,000 แห่ง หากอิงตามนี้ จะได้ทฤษฎีที่แพร่หลายกันว่าแองโกลมัวร์คือกระบวนการแพร่ขยายของเขาวงกต

    การเพิ่มขึ้นจะอิงตามจำนวนเขาวงกตทั้งหมด ซึ่งเมื่อเวลายิ่งผ่านไปก็จะยิ่งส่งผลกระทบมากขึ้น

    หลังจากแองโกลมัวร์ครั้งที่ 2 อัตราการแพร่ขยายของเขาวงกตที่จากเดิมมีประมาณ 10 แห่งต่อปี ถูกเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จำนวนที่เพิ่มขึ้นมากลายเป็น 2,000 ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

    หากประมาณการณ์ก็จะได้ 200 แห่งต่อปี ซึ่งนี่เป็นตัวเลขที่หากวันหนึ่งโรงเรียนหรือที่ทำงานของผมเองจะกลายไปเป็นเขาวงกตก็ไม่น่าแปลกใจเลย

    ในอีกด้านหนึ่ง มนุษยชาติกลับยังไม่ค้นพบวิธีที่จะทำลายเขาวงกตได้…..

    ว่ากันว่า ถ้าหากเกิดแองโกลมัวร์ขึ้นอีกหนึ่งครั้ง จำนวนของเขาวงกตจะเพิ่มขึ้นในทันทีอีกกว่านับหมื่น แล้วผลของมันก็จะทำให้จำนวนการเกิดขึ้นตามธรรมชาติเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่ากว่าตอนนี้…..

    ถ้าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่กลายเป็นว่าโลกจะเต็มไปด้วยเขาวงกตงั้นเหรอ?

    เมื่อถึงจุดหนึ่ง ความพยายามของมนุษย์ในการรับมือแองโกลมัวร์จะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป และมอนสเตอร์ก็จะทะลักออกมาจากเขาวงกตทั่วโลก

    ณ เวลานั้น มนุษยชาติก็จะสูญสิ้น

    …..นี่ก็คือทฤษฏีวันสิ้นโลกจากเขาวงกต

 

「เธอ เชื่อเรื่องนั้นด้วยเหรอ…..」

「อ้าวแหม รุ่นพี่ไม่เชื่อเหรอส์คะ?」

「จะบอกว่าไม่เชื่อเลยมันก็…..」

 

    จริงอยู่ว่าสามารถรับรู้ได้ถึงวิกฤติ จากเขาวงกตที่เพิ่มจำนวนไม่มีหยุดและความจริงที่ว่ายังไม่พบวิธีลบมัน

    ทว่า ไม่ใช่ว่าเขาวงกตจะล้นโลกใน 1 ปีหรือ 2 ปีซักหน่อย อีกทั้งในระหว่างนั้นมันก็น่าจะมีคนเก่งๆที่สามารถหาวิธีการลบมันออกมาได้

    มีของมีประโยชน์หลายอย่างที่ถูกค้นพบในเขาวงกต ไม่คิดว่าจุดจบมันจะแย่ขนาดนั้นหรอก

    ซึ่งนี่เป็นความคิดเห็นจากสาธารณะรวมถึงผมด้วย

 

「รุ่นพี่ นั่นมันเพราะพวกสื่อชี้นำให้คนคิดแบบนั้นต่างหากส์ล่ะค่ะ…..」

 

    แต่พออันนาได้ยินความคิดเห็นของผม เธอก็มองมาด้วยสายตาตกใจและสงสาร

 

「อ-อะไรกันล่ะ」

「ฟังส์นะคะ? โลกเนี่ยกำลังเป็นกังวลเกี่ยวกับเขาวงกตมากกว่าที่รุ่นพี่คิดเอาไว้อยู่ส์นะคะ ตรงๆเลยคือเหล่ามหาเศรษฐีของโลก ได้มองว่าการล่มสลายของอารยธรรมเนื่องจากเขาวงกตเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วส์ ทำไมการ์ดแรงค์ C และการ์ดแรงค์ B ราคาถึงไม่ลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ รู้รึเปล่าส์คะ?」

「เอ…..ไม่ใช่ว่าเพราะมีคนตั้งเป้าจะเป็นมืออาชีพมากขึ้นจนอุปสงค์มีมากกว่าอุปทานหรอกเหรอ?」

「นั่นมันก็แค่จากรายงานข่าวส์ค่ะ อุปสงค์เพิ่มขึ้นส์ก็จริง แต่อุปทานน่ะยิ่งเพิ่มขึ้นส์มากกว่าอีก นั่นก็เพราะจำนวนนักผจญภัยเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก คำตอบก็คือทางประเทศและมหาเศรษฐีต่างพากันกว้านซื้อหมดส์ ที่ออกมาสู่ตลาดนั้นก็แค่ส่วนเล็กๆของอุปทานเท่านั้น เช่นเดียวกันกับอุปกรณ์เวทค่ะ」

「เอาจิงดิ…..」

 

    ถ้าหากว่าเป็นคนธรรมดาทั่วไปมาพูดแบบนี้ล่ะก็ ผมก็คงได้หัวเราะกลับไปดังๆ

    ทว่าพอมันออกมาจากปากของลูกสาวเพียงคนเดียวของคนที่มีฐานะที่ติดอันดับคนที่รวยที่สุดในโลกแล้ว มันกลับมีแรงโน้มน้าวอย่างมากมายมหาศาล

 

「รุ่นพี่เคยคิดสงสัยบ้างไหมคะว่าทำไมเด็กมัธยมต้นถึงสามารถเป็นนักผจญภัยได้ถ้ามีความต้องการส์? ต่อให้มันมีอันตรายถึงแก่ชีวิต…..ถ้าเป็นตามปกติแล้วมันไม่มีทางถูกอนุญาตแน่ กับระบบแบบนี้」

「มันก็จริง…..」

 

    ก็เคยมีคิดตั้งคำถามกับการที่สังคมอนุญาตให้ผู้เยาว์เข้าสำรวจเขาวงกตที่มีความอันตรายแบบนี้ เพราะจากความจริงที่ว่าการตื่มสุราและสูบบุหรี่กลับยังคงถูกห้ามไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าถึงเพราะว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพอยู่เลย

 

「หรือก็คือ รัฐบาลกำลังมีความกังวลมากถึงขนาดนั้นส์ยังไงล่ะ เพื่อที่จะรับมือกับแองโกลมัวร์จึงอยากเพิ่มจำนวนนักผจญภัยให้มากขึ้นเท่าที่จะทำได้แม้จะเพียงเล็กน้อย ในอีกด้านหนึ่งก็ค้นหาวิธีการที่จะกำจัดเขาวงกต….. นี่ก็คือนโยบายปัจจุบันของประเทศทั่วโลกส์ ถึงจะไม่มีการออกข่าวก็เถอะส์ แล้วถ้าเกิดเข้าตาจนมากเข้า ไม่ใช่ว่าจะเริ่มทำอะไรอย่างการเกณฑ์ทหารหรอกเหรอส์คะ?」

「……………」

「มีกรณีหนึ่งอย่างการบุกเบิกดาวอังคารที่กำลังดำเนินการอยู่ แต่ระหว่างอย่างนั้นกับการล้นทะลักของเขาวงกต อย่างไหนมันจะเกิดก่อนกัน…..ต่อให้ทำสำเร็จทันเวลา มันก็ต้องมีขีดจำกัดที่สามารถอพยพไปได้ คนส่วนใหญ่จะถูกปล่อยให้อยู่บนดาวที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดสิ่งผิดปกติที่ทำให้แมลงสาปกลายพันธ์และอยู่อาศัยไม่ได้อยู่ ถึงตอนนั้นแล้วรู้ไหมคะว่าสิ่งที่ต้องทำคืออะไร?」

 

    ก่อนที่จะรู้สึกตัว คำลงท้าย ส์ ของอันนาก็หายไปแล้ว เดาว่าคงเป็นเพราะความจริงจังในตอนที่เธอพูด

    ผมกลืนน้ำลายแล้วตอบ

 

「การผ่าตัดบัคส์…..」

「จูวจู…..ไม่ใช่ล่ะ! ไม่สิ ถึงชั้นจะเป็นคนยกหัวข้อนั้นขึ้นมาเองหน้าตาเฉยก็เถอะ แต่ว่านี่เรื่องจริงจังนะค่ะ! จะว่าไปแล้วส่วนตัวชอบอดอลฟ์มากที่สุดค่ะ」

 

    จะว่าไปผมเองก็ชอบอดอลฟ์มากที่สุดเหมือนกัน

    พอถูกขอให้ตอบใหม่ ผมก็ตัดสินใจตอบอย่างจริงจังไปรอบนี้

 

「…..พลังที่จะปกป้องตัวเอง?」

「ใช่แล้วค่ะส์ และพลังนั่นก็ไม่ใช่เฉพาะแค่การ์ดเท่านั้น ยังหมายถึงพรรคพวกที่เชื่อใจได้อีกด้วย…..」

「เพราะงั้นก็เลยมาชวนโดยอ้างถึงกิจกรรมชมรม?」

「ไม่เคยได้ยินมาเหรอส์ค่ะ? เขาว่ากันว่าเพื่อนฝูงที่สร้างในช่วงชีวิตโรงเรียนจะกลายเป็นเพื่อนกันตลอดชีวิต เพื่อนที่เชื่อมต่อกันด้วยแค่ผลประโยชน์น่ะอ่อนแอ ที่ต้องการคือพรรคพวกที่มีสายสัมพันธ์คะส์ พวกเราจะรวบรวมเฉพาะเหล่าคนที่มุ่งมั่นจะเป็นมืออาชีพหรือสูงกว่านั้น แม้จะจบการศึกษาไปแล้วก็จะร่วมกันทำงานต่อไปเป็นทีม และด้วยการรับสมัครรุ่นน้อง พวกเราก็จะสามารถเพิ่มกำลังใหม่ๆเข้าไปได้ด้วย ถ้าหากคิดถึงอนาคตแล้ว กิจกรรมชมรมนี่แหละคะที่ดีส์ที่สุด」

「อืม~…..」

 

    รู้เรื่องที่พูดมา พอเข้าใจอยู่แต่ว่า มันดูเหมือนพยายามให้เหตุผลกับอะไรซักอย่าง

 

「แล้ว เหตุผลจริงๆล่ะ?」

「เอ๋ ไม่สิ ที่บอกเมื่อกี้ก็จริงแล้ว…..

「ก็ ถึงจะเป็นเรื่องจริงก็ตามทีแต่ว่า ถ้าที่ต้องทำมีแค่นั้นแล้วไม่ใช่ว่ายังมีอย่างอื่นที่ทำได้อยู่งั้นเหรอ? ไม่ใช่ว่ามันเป็นแค่เธอยึดติดกับเรื่องของชมรมหรอกรึ?」

「อุ」

 

    ประเด็นของผมดูสมเหตุสมผล อันนาผงะไปอย่างเห็นได้ชัด

    ดวงตาจ้องกันด้วยความเงียบ แล้วในที่สุดราวกับว่าคิดได้แล้วก็เริ่มเอ่ยปากพูดมาด้วยความเขินอาย

 

「…..ก็แบบ…..น่ะสิ」

「เอ๋? ว่าไงนะ?」

「!」

 

    เพราะฟังไม่ทันเลยถามอีกรอบ อันนาหน้าแดงไปถึงหูแล้วส่งเสียงดังขึ้นมา

 

「ก็บอกว่าอยากจะเริ่มชมรมใหม่ก็เพราะว่ามันดูเป็นเรียจูดีน่ะสิ!」

「อ-โอ้…..」

 

    ผมพยักหน้าให้ขณะที่พยายามทนเสียง-กิ๊ง-ที่ดังก้องอยู่ในหัว

 

「ก-ก็แบบพวกนิยายไลท์โนเวลอะไรนั่น มีการตั้งชมรมทำกิจกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน แล้วก็ดูสนุกกันมากส์เลย เพราะงั้น ชั้นเองก็คิดอยู่เสมอว่าอยากจะสร้างอะไรแบบนั้นบ้างตอนที่ขึ้นมัธยมปลาย…..」

「………………..」

 

    ขณะที่เธอกำลังพูดด้วยความเขินอายอย่างที่สุด ผมก็หลับตาลงเงียบๆ

    ผมนึกไปถึงตอนก่อนจะขึ้นมัธยมปลาย

    พอมาคิดดูแล้ว ก่อนจะขึ้นมัธยมปลายมา ผมก็นึกไปถึงความตื่นเต้นและวันสนุกๆตามมังงะหรือไลท์โนเวลที่กำลังรอตัวผมอยู่ด้วยเหมือนกัน

    ทว่าในความเป็นจริง มันไม่มีชมรมบ้าๆบอๆแบบในโลกของนิยาย ที่มีอยู่ก็แค่ชมรมธรรมดาๆน่าเบื่อ ไม่ได้มีประธานนักเรียนสุดเก่งกาจหรืออาจารย์ห้องพยาบาลสุดสวย

    เมื่อได้เข้าเรียนแล้วเรียนรู้ว่ามันไม่มีกิจกรรมชมรมหรือตัวละครแบบที่ปรากฏในวัฒนธรรมย่อย ผมก็「มันเป็นแบบนั้นสินะ」ทำใจกับมันได้ แต่มันก็จริงที่รู้สึกผิดหวัง

    นี่คิดจะสร้างกิจกรรมชมรมแบบมังงะหรือไลท์โนเวลจริงๆ งั้นรึ

 

「…..อืม ก็น่าสนใจดีนี่」

「เอ๋?」

 

    พอผมพึมพำไป อันนาที่กำลังคอตกก็เงยหน้าขึ้นมา

 

「ชมรมนักผจญภัย มาทำกันเถอะ」

「เอาจริงส์เหรอคะ!?」

「อา」

 

    ตั้งชมรมกับรุ่นน้องแสนสวย เป็นอะไรที่ดีและเต็มไปด้วยความเรียจูเลยนี่!

    แต่ไหนแต่ไรแล้ว ในโลกที่เขาวงกตและมอนสเตอร์มีตัวตนจริงๆอยู่ ไอ้การที่ไม่มีชมรมแบบในไลท์โนเวลเลยนี่ต่างหากที่แปลก

    ในแง่ของความเป็นไปได้แล้วมันก็ไม่ได้ต่ำอะไรเลย!

    มหาวิทยาลัยก็มี circle นักผจญภัย เพราะงั้นการที่ม.ปลายจะมีบ้างมันก็ไม่เห็นจะผิดแปลกตรงไหน

    ถึงจะไม่รู้ว่าโรงเรียนจะอนุญาตรึเปล่าก็เถอะ…..

 

「จากนี้ไปพวกเราก็คือชมรมนักผจญภัยล่ะ!」

「โออออออ้! ร-รุ่นพี่ เท่สุดๆไปเลยส์!」

 

    อันนาที่ความตื่นเต้นพุ่งถึงขีดสุด-ป้าบป้าบ-ตบโต๊ะรัวๆ

 

「ร-รุ่นพี่ จริงๆแล้วชั้น มีคิดชื่อของชมรมนักผจญภัยเอาไว้อยู่แล้วด้วย! ถ้าเรียกมันเลยแบบนั้นจะดูไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ค่ะ!」

「ว่าไงนะ? คิดว่าแค่ชมรมนักผจญภัยมันก็ดีอยู่แล้วแต่ ไหนลองว่ามาซิ」

 

    พอผมพยักหน้า อันนาก็ทำหน้าตาอวดดีแล้วพูด

 

「การพบกันเพื่อเตรียมพร้อมรับมือจุดจบของโลกไปพร้อมกับกับพรรคพวก หรือเรียกย่อๆว่า SOS…..」

「เงียบไปเลย」

 

 

 

 

 

【Tips】ทฤษฏีวันสิ้นโลกจากเขาวงกต

    ด้วยจำนวนเขาวงกตที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปีและไม่มีหนทางที่จะกำจัดมัน จนในที่สุดมาตรการรับมือแองโกลมัวร์จะไม่สามารถตามทันได้ แล้วไม่ใช่ว่าโลกก็จะเต็มไปด้วยมอนสเตอร์หรอกหรือ…..? นี่คือทฤษฏีการสูญสิ้นของมนุษยชาติ

    สิ่งที่ทำให้ทฤษฏีวันสิ้นโลกจากเขาวงกตแตกต่างไปจากทฤษฏีสบคบคิดไร้สาระก็คือ มันมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดขึ้นในความเป็นจริง

    เหตุผลที่รัฐบาลยินยอมให้แม้แต่นักเรียนกลายเป็นนักผจญภัยที่ต้องเสี่ยงชีวิต นั่นก็เพราะต้องการจะซื้อเวลา

    หลายประเทศต่างควบคุมสื่อก็เพื่อหลีกเลี่ยงความวิตกกังวลในหมู่ประชาชน แต่ในอีกด้านหนึ่งผู้มีอำนาจและเงินทองก็เตรียมการอยู่อย่างต่อเนื่อง สำหรับการล่มสลายของอารยธรรมที่กำลังใกล้เข้ามา

    เทอร์ร่าฟอร์มิ่งบนดาวอังคารเองก็เป็นหนึ่งในนั้น จูวจู

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

Denim ชื่อร้านอาหารในเรื่อง ของจริงไม่ทราบเหมือนกันว่าร้านไหน ที่ค้นเจอเป็นร้านพาสต้า กับบาร์ ไม่ใช่ร้านอาหารครอบครัว

 

แมลงสาปดาวอังคารจากเรื่อง Terra Formars

จูวจู เสียงร้องแมลงสาปในเรื่อง

https://en.wikipedia.org/wiki/Terra_Formars

 

ชมรม SOS จากเรื่องฮารุฮิ

https://en.wikipedia.org/wiki/Haruhi_Suzumiya

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 31 ฟังนี่นะ! มนุษยชาติจะสูญสิ้นแล้วล่ะ!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved