cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย - ตอนที่ 30 ลาก่อนนะคู่หูตะวันออก-ตะวันตก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย
  4. ตอนที่ 30 ลาก่อนนะคู่หูตะวันออก-ตะวันตก
Prev
Next

บทที่ 2 ตอนที่ 4 ลาก่อนนะคู่หูตะวันออก-ตะวันตก

 

「ฟุฮ้าวววว~~~」

 

    ตอนเช้า ขณะที่กำลังเดินไปโรงเรียนก็ต่อสู้กับความง่วงที่คืบคลานเข้ามา

    อากาศสดใสของฤดูใบไม้ผลิช่วยอบอุ่นร่างกายและมีอุณหภูมิที่เหมาะแก่การนอน

    เกิดความต้องการอย่างรุนแรงว่าอยากหยุดเรียนแล้วไปนอนที่ไหนซักที่

    ที่ลอยเข้ามาในหัวในช่วงเวลาแบบนี้ ทำไมถึงต้องไปโรงเรียนด้วย? นั่นคือคำถาม

    โรงเรียน คือสถานที่สำหรับเรียนรู้ หรือถ้าเอาเป็นรูปธรรมก็เป็นสถานที่เพื่อรับวุฒิการศึกษาแล้วไปมองหางาน

    ไม่ว่าคุณจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย หรือทำงานเลยหลังจบมัธยมปลาย คุณก็ต้องเรียนจบมัยมปลายก่อน

    แต่ว่าผมได้ตันสินใจเรื่องอนาคตแล้ว นักผจญภัยล่ะ นักผจญภัยไม่จำเป็นต้องมีวุฒิการศึกษา ซึ่งสามารถมองได้จากความจริงที่ว่าทำเงินได้เกินกว่า 10 ล้านเยนไปแล้วแม้ว่าจะยังเป็นนักเรียนม.ปลายก็ตาม

    หรือก็คือ ในด้านรายได้ ผมไม่จำเป็นต้องเรียนจบม.ปลายก็ได้ อันที่จริงไปเริ่มทำงานเต็มเวลาเลยมันจะได้กำไรมากกว่าด้วยซ้ำ

    พอคิดแบบนั้น มันก็ยิ่งทำให้การต่อสู้กับความง่วงแล้วไปโรงเรียนยิ่งเป็นเรื่องยุ่งยากมากขึ้น

    ก็นะ ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ก็ต้องไปอยู่ดีแหละ โรงเรียนเนี่ย

    นักผจญภัยมืออาชีพที่จบแค่ม.ต้น ถ้าเปิดตัวแบบนี้มีหวังได้โดนหัวเราะทั่ว internet แน่ พ่อกับแม่ก็คงไม่มีทางยกโทษให้อีก

    โรงเรียนไม่ได้เป็นสถานที่สำหรับการเรียนรู้เชิงวิชาการเท่านั้น มันยังมีเหตุผลอื่นอีก

    และยิ่งไปกว่านั้น…..

    พอผมสังเกตุเห็นร่างที่คุ้นตาด้านหน้าก็เริ่มวิ่งเบาๆ

    ส่งเสียงเรียกอย่างร่าเริงไปทางด้านหลัง

 

「อรุณสวัสดิ์ อุชิคุระซัง」

「อะ อรุณสวัสดิ์~ มาโร่คุง」

 

    พอเธอหันหลังกลับมาก็ส่งรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นมาให้ ซึ่งผมเองก็มีรอยยิ้มบานขึ้นบนใบหน้า

    …..และยิ่งไปกว่านั้น ที่โรงเรียนมีอุชิคุระซังอยู่ เพียงแค่นั้นก็คุ้มค่าที่จะไปแล้ว

 

     ฤดูหนาวหมดไป หลังจากปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิผมก็ได้ขึ้นเป็นปี 2 แล้วเนื่องจากการเปลี่ยนชั้นเรียน ทำให้ต้องกลับไปเป็นม็อบอีกครั้ง

    …..ไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น

    แน่นอนว่าผมยังคงอยู่ในชนชั้นท็อป

    ตามคาดว่าฉายาการเป็นนักผจญภัยที่ได้ไปออก TV เป็นเรื่องใหญ่

    แถมด้วยทั้งอุชิคุระซังและชิโนมิยะซังก็อยู่ห้องเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่จะคิดว่ามันคือโชคชะตา

    ปีที่แล้วได้เข้าร่วมกลุ่มไปตอนปลายปี เพราะงั้นเลยมีรู้สึกไม่ค่อยสบายใจอยู่พักหนึ่ง แต่จากนี้ต่อไปจะเปลี่ยนไปแล้ว

    คราวนี้ จะได้อยู่กลุ่มเดียวกันกับอุชิคุระซังตั้งแต่เริ่มเปิดเรียน

    บรรยากาศระหว่างการที่มาเข้ากลุ่มทีหลัง กับอยู่กลุ่มเดียวกันมาตั้งแต่แรกมันแตกต่างกันมาก

    อีกทั้ง ถึงแม้จะอยู่ท่ามกลางคนหน้าใหม่ๆ แต่เพราะพวกเราอยู่กลุ่มเดียวกันมาก่อนจึงสามารถเริ่มพูดคุยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าปีที่แล้ว

    …..น่าเศร้าที่คู่หูตะวันออก-ตะวันตกลงเอยไปอยู่ห้องอื่น แต่นอกเหนือจากนั้นแล้วถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับชั้นเรียนใหม่

    ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ระยะห่างระหว่างอุชิคุระซังก็จะค่อยๆสั้นลงเรื่อยๆด้วย…..!

    ผมแอบตัดสินใจอยู่ในใจ

 

「วันนี้ มีอะไรกันรึเปล่า?」

「เมื่อวานอาจารย์บอกว่าจะมีการตรวจสมรรถภาพร่างกายไง」

「อา~ นั่นสินะ」

 

    อุชิคุระซังพูดคุยอย่างเป็นกันเองขณะเดิน

    การได้เป็นเพื่อนกับเธอแล้วสามารถทักทายอย่างเป็นกันเองระหว่างเดินไปโรงเรียน เมื่อ 1 ปีก่อนคงเป็นได้แค่คิดเพ้อฝัน

    จนถึงตอนนี้ ที่ผมทำได้ก็แค่มองดูเธออยู่ห่างๆ ถ้าหากวาไม่ได้เป็นนักผจญภัยแล้วล่ะก็ ตอนนี้เองก็คงจะเป็นเหมือนเดิม และในปีถัดไปด้วย

    ถ้ามาคิดดู เดาว่าผมก็ค่อยๆก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นเรียจู

    …..ถึงจะยังไม่มีวี่แววว่าจะหาแฟนสาวตัวเป็นๆได้ก็เถอะ

 

 

    เมื่อก้าวเข้าห้องเรียนขณะที่คุยกับอุชิคุระซังไปด้วย นักเรียนในห้องเรียนส่วนใหญ่ก็มากันแล้ว

    …..ในช่วงเวลาขึ้นชั้นปีใหม่แบบนี้ จะเป็นตอนที่ความสัมพันธ์ของมนุษย์ถูกรีเซ็ตใหม่ในระดับหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก่อนคาบ HR ตอนเช้า มันก็นับว่าสำคัญ พวกที่ละเลยจุดนี้จะต้องพบตัวเองตกในสถานการณ์ลำบาก

    นี่ไม่เกี่ยวข้องกับชนชั้นห้องเรียนแต่อย่างใด เพราะมันเป็นการทำนายว่าคุณจะสามารถมีความสุขในช่วงเวลาอีก 1 ปีที่จะมาถึงนี้หรือไม่

    ยกตัวอย่าง หมอนั่นที่ก้มหน้านอนอยู่บนโต๊ะตรงนั้น…..ถ้ายังทำแบบนั้นต่อไป จะต้องอยู่โดดเดี่ยวไปทั้ง 1 ปีแน่ๆ

    ผมแอบเตือนเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่เคยพูดด้วยอยู่ในใจแล้วทำการมองไปรอบๆ

    ชั้นเรียนถูกเปลี่ยนมาแล้ว 1 อาทิตย์ ภายในห้องเรียนก็ดูจะมีการจับกลุ่มกันแล้วหลายกลุ่ม

 

    ที่ส่งเสียงคุยกันดังที่สุดอยู่น่าจะเป็นของกลุ่มชมรมกีฬา

    พวกเขาเหล่านี้มักจะถูกฝึกให้ส่งเสียงดังในช่วงการฝึกซ้อม ทำให้เสียงดังอย่างช่วยไม่ได้เลยสามารถบอกได้ง่าย

    กลุ่มนี้โดยพื้นฐานแล้วก็จะแบ่งเป็นชาย-หญิง แต่เอกลักษณ์ของกลุ่มนี้คือมักจะมีการพูดคุยกันไปมาทั้งชาย-หญิง

    เพราะแบบนี้ ไม่ใช่ว่านี่เป็นกลุ่มที่เข้าใกล้กับการเป็นเรียจูมากที่สุดหรอกเหรอ? นี่เป็นสิ่งที่ผมสงสัย

    และกลุ่มนี้ก็มักจะจองพื้นที่ริมหน้าต่างอยู่เสมอ

 

    ต่อไป กลุ่มของเด็กชาย-เด็กหญิงที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะประกอบด้วยชมรมวัฒนธรรมกับพวกกินพืชจากชมรมกลับบ้าน

    หน้าตามีผสมกันทั้งดูดีและดูไม่ดี โดยรวมแล้วก็เป็นทั่วๆไป

    เอกลักษณ์ของกลุ่มนี้ ด้วยบางเหตุผลทั้งชายและหญิงจะพยายามไม่พยายามเข้าหากันมากนัก แต่ก็ไมไ่ด้หมายความว่ามีเรื่องไม่ถูกใจอะไรกัน อันที่จริงจะเห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขามีความสนใจในเพศตรงข้าม

    แล้วบางทีอาจจะรู้สึกไม่ค่อยดีกับพวกชมรมกีฬาเพราะว่าไปจองพื้นที่ตรงกำแพงที่อยู่ตรงข้ามกัน

 

    ส่วนที่อยู่ตรงมุมห้องก็คือกลุ่มโอตาคุ เป็นกลุ่มน่าเศร้าที่มีแค่ผู้ชาย

    อาจจะมีโอตาคุผู้หญิงในห้องเรียนอยู่บ้าง แต่น่าจะไปอยู่ในกลุ่มผู้ใหญ่แทนที่จะมาอยู่ในกลุ่มโอตาคุ ซึ่งกลุ่มโอตาคุชายล้วนจะถูกบังคับให้โดดเดี่ยวตามธรรมเนียม

    เหตุผลที่อยู่ตรงมุมห้องก็เพราะที่นั่งของตัวเองถูกคนอื่นแย่งไป จึงไม่มีทางเลือกเว้นแต่ต้องไปอยู่ตรงนั้น

    น่าเศร้าแต่ว่าพวกเขาเป็นกลุ่มที่อยู่ในชนชั้นล่าง ผมเองตอนพักก็มีไปเล่นด้วยบ้าง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะโดนคนอื่นดูถูก แต่ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนดี

 

    นอกเหนือจากนี้ก็ยังมีที่อยู่กระจัดกระจายไปทั่วห้องโดยไม่มีใครคบ แต่คราวนี้จะยังไม่ขอพูดถึง พวกเขาเหล่านี้เลือกที่จะไม่อยู่ในกลุ่ม เป็นนักรบเดียวดาย

 

    ท้ายที่สุด ทั้งชายและหญิงที่คุยและหัวเราะให้กันที่ตรงกลางของห้องเรียน กลุ่มของชนชั้นท็อปพร้อมเหล่าตัวสำรองผู้ติดตาม

    คนของชนชั้นท็อป คือพวกที่มีหน้าตาโดดเด่น มีความสามารถแบบ only one ซึ่งผมเองก็ถูกรวมอยู่ในนี้ด้วย

    สมาชิกปัจจุบันมี ชิโนมิยะซังนางแบบมือสมัครเล่น, อุชิคุระซังเพื่อนสมัยเด็กและเพื่อนสนิทของเธอ, ผมนักผจญภัยที่มีความเคลื่อนไหวอยู่, ชินโดหนุ่มหล่อเอสของทีมเทนนิส, และโอโน่ดาวตลก

    ใช่แล้ว โอโน่เองก็อยู่ห้องเดียวกัน สงสัยจริงว่าทำไมคู่หูตะวันออก-ตะวันตกถึงไปอยู่คนละห้อง แต่หมอนี่กลับอยู่ห้องเดียวกัน…..เอาเถอะ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องใส่ใจหมอนี่

 

    เหล่าตัวสำรอง คือกลุ่มผู้คนที่ไวต่อแฟชั่นและเทรนด์ต่างๆ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ไม่มีหน้าตาหรือเซนส์ที่ดีมากพอจะไปอยู่ในท็อปได้

    กลุ่มตัวสำรองนี้ค่อนข้างจะซับซ้อนอยู่นิดหน่อย ซึ่งภายในยังแยกได้เป็น 2 แบบได้อีก คือ กลุ่มที่ทำตัวเป็นผู้ติดตามของชนชั้นท็อป กับอีกส่วนที่พยายามจะเอาตัวไปแทนที่ชนชั้นท็อป

    ส่วนแรกจะประกอบไปด้วยเพื่อนๆของชิโนมิยะซังและชินโดเป็นหลัก ส่วนหลังเป็นกลุ่มรวมชาย-หญิงที่นำโดยโมเดลมือสมัครเล่น อิชิโจ คาโอริ และหนุ่มหล่อลากดินชิชิโด

 

    …..ตามที่ได้เห็นไปนั้น กลุ่มของอิชิโจเองก็เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพมากพอจะเป็นชนชั้นท็อปได้ และอันที่จริงก็ได้เป็นชนชั้นท็อปไปแล้วในช่วงชั้นปีที่ 1

    ทว่าในชั้นเรียนใหม่ ทั้งชิโนมิยะซังและชินโด ทั้ง 2 คนที่กล่าวได้ว่ามีศักยภาพที่เหนือขั้นกว่า มาอยู่ในห้องเรียนเดียวกัน

    ส่งผลให้พวกเธอกลายเป็นตัวสำรอง…..หรือก็คือกลุ่มหมายเลข 2 ไป

 

    แน่นอนว่าพวกเธอมองชนชั้นท็อปเป็นศัตรู โดยอิชิโจมองชิโนมิยะ และชิชิโดมองชินโดเป็นพิเศษ

    ในอีกด้านหนึ่ง ทั้งชิโนมิยะซังและชินโดกลับไม่มีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยซักนิด ทางชิโนมิยะซังมองว่าอีกฝ่ายอยู่คนละระดับที่ต่ำกว่ามาก ส่วนชินโดที่มีนิสัยเป็นกลางก็ไม่รู้สึกถึงความประสงค์ร้ายเลยด้วยซ้ำ

 

    …..ชนชั้นห้องเรียนในวันนี้เองก็ยังคงซ้ำซ้อนอยู่เหมือนเคย

 

    ตอนอยู่ปี 1 ผมหักห้ามใจไว้ไม่ได้และต้องการจะเป็นชนชั้นท็อป แต่พอได้เป็นจริงๆแล้ว 「แบบนี้มันไม่ใช่」ความรู้สึกนี้กลับยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

    พูดกันตามตรง ในตอนนี้ผมไม่มีความสนใจในเรื่องของชนชั้นห้องเรียนอีกแล้ว ไม่ได้อยากจะโดนดูถูก แต่ก็ไม่อยากจะรักษาตำแหน่งนี้เอาไว้เลย เป้าหมายปัจจุบันของผมไม่ใช่การไปอยู่ด้านบนของชนชั้นห้องเรียน แต่คือการเป็นเรียจูแล้วก้าวไปข้างหน้าในฐานะนักผจญภัยให้ได้แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

    แต่ถึงจะพูดแบบนั้น จะให้เมินเฉยการสร้างความสัมพันธ์กับคนในห้องเรียนเลยเพราะว่าไม่สนใจมันก็ไม่ได้

    ความอิจฉาริษยา…..เชื้อไฟมันยังคงมีคุกรุ่นอยู่ทุกที่ ถ้าหากอยู่เฉยและปล่อยตัวตามสบายไปกับตำแหน่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน ที่จะรอในภายภาคหน้าก็คงเป็นการพังทลาย

    นั่นเป็น สิ่งที่แม้แต่ผมที่เอาตัวรอดมาจากหลากหลายสถานการณ์ก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงมันได้

    มันก็คือ การศึกษายังไงล่ะ

    สถานที่ที่เอาไว้เรียนรู้วิธีการหลีกเลี่ยงการถูกโดดเดี่ยว เมื่อถึงเวลาต้องออกจากกลุ่มของนักเรียนนี้แล้วไปยังกลุ่มอื่น….. นั่นก็คือโรงเรียน, ชนชั้นโรงเรียนยังไงล่ะ

    พอผมมองดูรอบห้องแบบผ่านๆและยืนยันได้ว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสมดุลอำนาจภายในห้องแล้ว ผมกับอุชิคุระซังก็เดินไปตรงกลางห้องเรียน

 

「โอ้ อาจารย์! อรุณสวัสดิ์เน่อ!」

 

    คนแรกที่กล่าวทักทายมาคือโอโน่ ชายผู้ใช้สำเนียงคันไซแปลกๆ

    เนื่องจากถูกเรียกว่าอาจารย์มาตั้งแต่ปีแรกทั้งๆที่ไม่ได้อนุญาต จนทำให้บทเป็นอาจารย์ของหมอนี่กลายเป็นความจริงที่แพร่ออกไป

    ขนาดที่ผมซึ่งเป็นเจ้าตัวบอกปฏิเสธไปก็ไม่สามารถแก้อะไรได้แล้ว

 

「อรุณสวัสดิ์ แล้วก็ไม่ใช่อาจารย์ซักหน่อย」

 

    แม้มันจะสายไปแต่ก็ต้องปฏิเสธไปก่อน ถ้าไม่ปฏิเสธชัดๆแล้วล่ะก็มันจะกลายเป็นยอมรับไป

    โอโน่ยิ้มกรุ่มกริ่มให้กับการขัดขืนเล็กน้อยของผม

 

「แหมแหม ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ในการเลื่อนระดับเป็น 2 ดาวของผมอยู่ล่ะนะ」

「อุ…..」

 

    เพราะทิ่มโดนตรงที่เจ็บจึงทำให้ผมพูดอะไรไม่ออก

    ใช่แล้ว ไปๆมาๆผมก็ได้ไปช่วยเจ้าสำเนียงคันไซของเก๊นี่นิดหน่อย

    ขายการ์ดแรงค์ D, E ที่ไม่ได้ใช้งานให้ในราคาที่ถูกกว่าตลาด แล้วก็สอนเรื่องอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ภายในเขาวงกตแรงค์ E…..

    อาจจะเพราะแบบนั้น หมอนี่จึงสามารถเป็น 2 ดาวได้ตอนช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ

 

「ไม่ค่อยจะรู้เรื่องนักผจญภัยเท่าไหร่หรอกแต่ การจะเป็น 2 ดาวได้นี่มันยากมากเลยเหรอ?」

 

    คนที่ถามมาก็คือ ชินโด โคอิจิ ที่มาเข้ากลุ่มเดียวกันหลังจากขึ้นปี 2 มา

    หนุ่มหล่อหน้าหวานตัวสูงให้อารมณ์สดชื่นพร้อมนิสัยดี แถมเป็นเอสชมรมเทนนิส สมกับเป็นยอดมนุษย์สมบูรณ์แบบ

    ราวกับว่าเป็นเรียจูในชีวิตจริงตามที่ผู้คนนึกภาพเอาไว้แบบเป๊ะๆ

 

「ใช่แล้วล่ะ! ดาวเดียวน่ะแค่จ่ายเงินไปมันก็ได้แล้ว แต่กับ 2 ดาวแล้วต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยเพราะต้องเข้ารับการสอบยังไงล่ะ」

 

    โอโน่ที่รับเอาคำของชินโดเข้าไปอย่างจริงจัง ก็เริ่มสาธยายถึงความยากในการเป็น 2 ดาว

 

「อย่างแรกเลย กับดักจะเริ่มโผล่มาในเขาวงกตของ 2 ดาว แล้วเนี่ยแย่สุดๆเลย ถ้าไม่มีบาเรียของการ์ดกับชุดเกราะก็ไม่รู้ได้ตายไปแล้วกี่รอบ….. ไม่ใช่ว่าอาจารย์เองก็เคยบอกว่าโดนลูกศรจากหน้าไม้ปักเข้ากลางอกหรอกเหรอ~?」

「หืม? อา…..」

 

    พอผมพยักหน้า เพื่อนร่วมชั้นที่อยู่รอบๆก็「โอ้!」กับ「แย่เลยน้า~」ส่งเสียงกัน

 

「ความลึกของเขาวงกตเองก็แตกต่างจากตอนเป็นแค่ 1 ดาว

    ไม่เหมือนกับเขาวงกตแรงค์ F ที่สามารถจบได้ในวันเดียว ของแรงค์ E จำเป็นจะต้องอยู่ค้างคืน ซึ่งมันทำให้ร่างกายของนักผจญภัยต้องรับภาระหนัก ผมเองที่ไปลงแรงค์ E ยังต้องใช้เวลาพิชิตถึง 3 วันแหนะ

    แถมนั่นไม่ใช่การลงรอบเดียวผ่านด้วย ต้องท้าทายมันจนผ่านได้ก็ปาไปรอบที่ 3 เลย พูดตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิก็คงผ่านไม่ได้หรอก」

「เห~ ใช้เวลามากขนาดนั้นเลยเหรอ」

「แถมไม่ใช่การออกแคมป์แต่เป็นภายในเขาวงกตที่มีมอนสเตอร์ด้วยใช่ไหม? ชั้นคงทำไม่ได้หรอก~」

 

    โอโน่ได้เหล่าเพื่อนร่วมชั้นแสดงปฏิกริยาตอบรับจึงพูดต่อ

 

「แล้วก็ไม่ใช่แค่นั้นนะ ภายในเขาวงกตแรงค์ E เลเวลของมอนสเตอร์เองก็เพิ่มขึ้นอย่างมากด้วย ถึงแม้กับมอนสเตอร์รายทางแล้วจะใช้แค่การ์ดแรงค์ D 1 ใบก็พอแล้วก็เถอะ

    แต่กับบอสที่เหมือนกันกับการ์ดแรงค์ D แถมตัวบอสยังได้รับพลังเสริมอีก ถ้าสู้ตัวต่อตัวไม่มีทางชนะได้เลย หรือก็คือ อย่างน้อยต้องใช้การ์ดแรงค์ D  2 ใบหรือที่แนะนำคือ 4 ใบเลยล่ะ

    ผมพอจะใช้การ์ดแรงค์ D 3 ใบที่เตรียมไว้จนเครียมาได้ ถ้าหากว่ามีน้อยกว่านั้น 1 ใบแล้วล่ะก็ อาจจะได้ลอสไปซักใบแน่ๆ」

「ลอสนี่…..การ์ดแรงค์ D ใบนึงราคาตั้งหลายล้านใช่ไหม? ฟิ้ว~」

「จะว่าไป เคยได้ยินคนพูดใน TV ว่าอัตราการผ่านของ 2 ดาวคือ 50% สินะ แถมด้วยกว่าครึ่งหนึ่งยังยอมแพ้เรื่องที่จะขึ้น 2 ดาวอีกต่างหากแหนะ」

「อย่างที่คิดนักผจญภัยนี่เงินดีแต่ความเสี่ยงเองก็สูงตามงั้นสิน้า~」

 

    หลังจากนั้นโอโน่ก็พูดเกี่ยวกับความลำบากของการสอบเลื่อนระดับ 2 ดาวต่อ

    ตรงนั้น รู้สึกได้ว่าสายตาที่เพื่อนร่วมชั้นมองไปที่โอโน่เริ่มจะค่อยๆเปลี่ยนไป

    จนถึงตอนนี้เพื่อนร่วมชั้นที่เพิ่งเปลี่ยนชั้นเรียนมายังคงไม่รู้เรื่องของโอโน่มากนัก ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมคนอย่างโอโน่ถึงได้ขึ้นไปอยู่บนชนชั้นท็อปได้

    เอาแบบไม่อ้อมค้อมเลยก็ เป็นไอ้อ้วนที่อยู่ในกลุ่มได้ก็เพราะมีเส้นสายกับพวกชิโนมิยะซังและผม….. นั่นก็คือสิ่งที่เพื่อนร่วมชั้นประเมินโอโน่ บรรยากาศในห้องเองก็เป็นแบบทุกคนต้องการจะไปแทนที่ตัวเขาให้ได้

    โอโน่เองก็รู้สึกตัวเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าจะเกิดขึ้นหลังเปลี่ยนชั้นเรียน

    ด้วยเหตุนี้โอโน่จึงพยายามเป็น 2 ดาวให้ได้ ถึงขนาดที่มาคุกเข่าขอร้องผมตอนช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ

    ในตอนนั้น…..ถึงกับตะลึงจริงๆ

    เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีใครซักคนมาคุกเข่าขอร้องจริงๆ ด้านอิมแพ็คของมัน…..ราวกับเป็นการข่มขู่ได้เลย

    ทว่าเพียงแค่นั้นก็สามารถรับรู้ความจริงจังของโอโน่ ผมจึงตัดสินใจช่วยเหลือหมอนี่ไป

    แล้วเขาก็สามารถผ่านการสอบ 2 ดาวได้อย่างงดงาม

    เท่าที่ผมรู้ คนที่จริงจังกับชนชั้นห้องเรียนมากกว่าใครก็คงหนีไม่พ้นโอโน่

 

「…..มาโระจิเองก็อุตส่าห์ลำบากไปช่วยอีก น่าจะปล่อยหมอนั่นเอาไว้คนเดียวน้า」

 

    ขณะที่โอโน่ถูกรายล้อมจากเพื่อนร่วมชั้น ชิโนมิยะซังก็กระซิบมา

 

「ก็นะ ผมเองก็ได้ประโยชน์หลายๆอย่างกลับมาแหละ」

 

    การ์ดที่ผมขายให้กับโอโน่ จะมีราคามากกว่าราคาขายตลาดอยู่ 20%

    หมอนั่นสามารถซื้อในราคาที่ถูกกว่าไปซื้อจากกิลล์ ส่วนผมก็ขายได้ราคามากกว่าการนำไปขายที่กิลล์ เป็นการแลกเปลี่ยนแบบ WIN-WIN

    แถมด้วย มีทำข้อตกลงเอาไว้โดยที่ในอนาคตโอโน่จะให้ลำดับความสำคัญในการซื้อการ์ดจากผมก่อนการไปซื้อกิลล์

    อีกทั้งการแลกเปลี่ยนไม่ได้ใช้เงินสด แต่เป็นการใช้หินเวทที่ได้มาจากเขาวงกตแทน

    ในการแลกเปลี่ยนเงินสด ปัญหาภาษีย่อมตามมาเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่พอเป็นหินเวทแล้วก็ไร้ปัญหา

    นั่นเพราะการคิดภาษีของนักผจญภัยจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อนำสิ่งที่รวบรวมมาได้ไปแปลงเป็นเงิน

    เมื่อผมขายหินเวทนั้นไปพร้อมกับซื้อการ์ดมาในเวลาเดียวกัน ก็จะได้ลดหย่อนภาษีตามจำนวนนั้น

    มันเป็นเทคนิคการประหยัดภาษีเล็กๆที่รู้กันดีในหมู่นักผจญภัย

    ในตอนนั้นเอง สายตาของผมก็ไปสบเข้ากับโอโน่พอดี หมอนั่นจึงยิ้มมา

 

「แหม~ อย่างที่คิดไว้เลยว่าโลกของนักผจญภัยเนี่ยแค่ต่างกันดาวเดียวก็ราวกับเป็นคนละโลกแล้ว แค่เปลี่ยนจาก 1 ดาวเป็น 2 ดาวก็มีความแตกต่างอย่างมหาศาลทั้งความเสี่ยงและผลตอบแทน ถ้าการเป็น 2 ดาวเป็นแบบนี้แล้ว สงสัยจังเลยว่าโลกของ 3 ดาวมันจะสุดยอดขนาดไหนน้า」

 

    ด้วยการชักนำของโอโน่ ผมก็รู้สึกได้ถึงสายตาของเพื่อนร่วมชั้นที่ค่อยๆเปลี่ยนไปจาก「ไม่ค่อยจะรู้จักมากแต่เป็นคนสุดยอดที่ได้ออก TV」ไปเป็นความเคารพอย่างจริงใจ

    อันนี้เองก็อาจจะเป็นการตอบแทนในรูปแบบของเขา เพียงเท่านี้ผมก็สามารถรักษาสถานะของตัวเองโดยไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องชนชั้นไปได้ราวปีนึง มันเป็นข้อความจากโอโน่เพื่อที่จะให้ผมสามารถจดจ่อกับการเป็นนักผจญภัยต่อไปได้โดยไม่ต้องมากังวลเรื่องยุ่งยากอย่างชนชั้นห้องเรียน

    ก็นะ เดาว่าเบื้องหลังก็คงอยากจะเสริมความแข็งแกร่งให้คนที่มาเป็นแบ็คอัพตัวเองนั่นแหละ

    ให้ตายสิหมอนี่เนี่ยน้า…..

    ขณะที่ผมยิ้มแห้งๆให้กับความเจ้าเล่ห์ของโอโน่ ประตูของห้องเรียนก็เปิดออกพร้อมเสียงดัง-แกร่ก-

    ทั้งห้องต่างหันไปมองด้วยความสงสัยว่าอาจารย์โฮมรูมจะมาแล้ว—-แต่ที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่อาจารย์ แต่เป็นเด็กสาวแสนสวยพร้อมผมสีแดงสดใส

    แม้ว่าตัวจะเล็กและเพรียวบางแต่ร่างกายก็โค้งเว้าตรงส่วนที่ควรมี ผิวที่ขาวและดวงตาสีฟ้าราวอัญมณีเป็นตัวแยกเธอออกจากชาวญี่ปุ่น ด้วยรูปลักษณ์อันสวยงามของเธอ รู้สึกได้ว่าเป็นความสวยงามในแบบลูกครึ่งญี่ปุ่นตามแบบที่ผู้คนชื่นชอบ

    …..เดี๋ยวนะ ใบหน้านั่น เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

    เด็กสาวผมแดงกวาดตามองไปรอบห้องเรียน แล้วพอเธอสบตาเข้ากับผม ใบหน้าก็แจ่มใสขึ้น

 

「รุ่นพี่! ไม่เจอกันนานเลยส์! แหม ตามหาซะแทบแย่」

 

    เธอตรงเข้ามาหาทำเอาผมเก็บซ่อนความตกใจเอาไว้ไม่ได้

    ท-ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่…..

 

「จำชั้นได้รึเปล่า? คาโน่ อันนาไงล่ะส์」

「อ-อา…..ไม่เจอกันนานเลย」

 

    ตั้งแต่การแข่งนั้นก็ไม่ได้เจอหน้ากันจริงๆอีกเลย แต่ก็ยังจำตัวตนได้อยู่เพราะบางครั้งบางคราวเธอจะมีทักมาทาง line ตามอารมณ์

    แต่ว่า…..

 

「ท-ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ?」

「หุหุ เห็นเครื่องแบบนี่แล้วยังเดาไม่ออกอีกเหรอส์?」

 

    พูดแล้วอันนาก็หมุนตัว พร้อมมองมาที่ผมด้วยหน้าตาอวดดี

 

「หรือว่า จะย้ายมาโรงเรียนเรา? เอ๋? ทำไมล่ะ?」

「นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว เพราะว่ามีรุ่นพี่อยู่ยังไงล่ะส์!」

『โอ้!?』

 

    ทั้งห้องส่งเสียงอื้ออึงจากคำของอันนา ทุกคนต่างพากันทำตาเป็นประกาย

    จู่ๆก็มีเด็กสาวลูกครึ่งแสนสวยเข้ามาหาถึงที่ห้องเรียนของรุ่นพี่แล้วบอก「ย้ายโรงเรียนมาเพื่อจะได้เจอคุณ」เท่านี้ก็สร้างอิมแพ็คได้อย่างมากแล้ว

    ผมนี่ถึงกับเกินคำว่าตกใจจนกลายเป็นเวียนหัว

    ไม่สิ เดี๋ยวนะ รอก่อน ขอเรียบเรียงความรู้สึกแป๊ป…..เอ๋? หรือว่า จะหมายถึงแบบนั้น?

    ในตอนที่จิตใจวัยรุ่นของผมกำลังจะควบคุมไม่อยู่นั้นเอง อันนาก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมา

 

「รุ่นพี่ มาตั้งชมรมนักผจญภัยด้วยกันกับชั้นเถอะ!」

 

 

 

 

 

【Tips】การจ่ายด้วยหินเวท

    เทคนิคที่ถูกใช้เมื่อมีการซื้อขายการ์ดกันระหว่างนักผจญภัย การซื้อขายการ์ดของนักผจญภัยจะถูกบันทึกไว้เป็นค่าใช้จ่าย แต่จะต้องเป็นสิ่งของที่ซื้อจากร้านขายการ์ดที่เป็นทางการอย่างเช่น กิลล์, หรือการประมูลออนไลน์อย่างเป็นทางการถึงจะถูกมองว่าเป็นค่าใช้จ่าย สิ่งของที่ซื้อขายระหว่างนักผจญภัยจะไม่ถูกมองว่าเป็นค่าใช้จ่าย ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าบางครั้งจะสามารถได้บางอย่างมาในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาด แต่สุดท้ายเมื่อถูกภาษีก็อาจจบลงที่ต้องจ่ายมากกว่าไปแทนได้

    เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องแบบนั้น จึงมีการคิดค้นการจ่ายด้วยหินเวทที่ใช้หินเวทมาแลกเปลี่ยนแทนการใช้เงินสด

    ตรงนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาษีขึ้นได้ แต่อีกด้านหนึ่งมันก็จะไปเพิ่มปัญหาอื่นๆขึ้นหลายอย่างเช่น เป็นการ์ดที่ถูกขโมยมา, หรือการเอาหินเวทปลอมมาผสม

    ทางที่ดีที่สุดจึงเป็นการใช้มันในการแลกเปลี่ยนกับคนรู้จักที่เชื่อใจได้เท่านั้น

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 30 ลาก่อนนะคู่หูตะวันออก-ตะวันตก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved