cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย - ตอนที่ 28 มีทฤษฏีที่ว่าใครที่มาเป็นการ์ดของผมคือพวกที่มีคาแรกเตอร์

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย
  4. ตอนที่ 28 มีทฤษฏีที่ว่าใครที่มาเป็นการ์ดของผมคือพวกที่มีคาแรกเตอร์
Prev
Next

บทที่ 2 ตอนที่ 2

 

『เวลาของค่ำคืนนี้ก็มาถึงอีกครั้งแล้วครับ! การต่อสู้ที่จำกัดแค่สาวมอนสเตอร์ร่างมนุษย์ แคทไฟท์! เหล่าสาวมอนที่สวยงามและน่ารัก มาห้ำหั่นกันอย่างงดงาม! การ์ดใบไหนกันที่จะเจิดจรัสและแข็งแกร่งที่สุด!

    ผู้บรรยายสดคือผม ยูยะ ซาโต้ ทางผู้ให้ความเห็นคือโปร 4 ดาว แชมป์เปี้ยนแคทไฟท์สมัยที่ 1 โทโร่มากุโร่ซังครับ

    ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับผู้เข้าแข่งขันรอบแรกกันครับ! จากทางประตูแดงที่ปรากฏออกมาคือผู้เข้าแข่งขันไซโต้ ชูซุเกะ! นักศึกษานักผจญภัยผู้ใฝ่ฝันจะเป็นมืออาชีพ สถิติจนถึงตอนนี้คือชนะ 3 แพ้ 3 ! คลื่นลูกใหม่ผู้มีอนาคตไกล!』

 

    เมื่อผู้ชมส่งเสียงเชียร์ ชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ก็ปรากฏตัว รูปร่างหน้าตาค่อนข้างดี แฟชั่นและทรงผมเข้าสมัย สีหน้าในตอนที่โบกมือให้กับผู้ชมเต็มไปด้วยความมั่นใจ

 

『โทโร่มากุโร่ซัง คิดยังไงกับผู้เข้าแข่งขันไซโต้ครับ?』

『คิดว่าเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ดีอยู่นะครับ

    ปาร์ตี้ประกอบด้วย แรงค์ C ไซเรน กับแรงค์ D อมาโซเนสและเนโกะมาตะ ให้อมาโซเนสที่มีความถึกสูงรับหน้าที่ตัวรับ, เนโกะมาตะเป็นตัวรุกแบบมีลูกเล่น, ไซเรนทำหน้าที่สนับสนุนอยู่ด้านบนแนวหลังสินะครับเนี่ย

    ถือว่าเป็นพื้นฐานแต่นับว่าโครงสร้างมั่นคงครับ ผู้เข้าแข่งขันหลายท่านที่เพิ่งเปิดตัวมักจะหลงทิศแล้วไปจดจ่ออยู่กับตัวรุก แต่รู้สึกได้ว่าผู้เข้าแข่งขันไซโต้ดูมีความสงบในการเคลื่อนไหวของเขา และการประสานงานก็ทำได้ดี

    โดยเฉพาะไซเรนที่เป็นประเภทบินได้ที่มีค่ามาก คิดว่ามีโอกาศสูงที่จะเก็บชนะได้ครบ 10 รอบแล้วท้าชิงแชมป์เปี้ยนครับ』

『อย่างงี้นี่เอง! ดูมีอนาคตไกลสินะครับ! ต่อไปที่ปรากฏตัวจากฝั่งประตูขาวก็คือผู้เข้าแข่งขันคิทากาว่า! วิธีการแรงค์อัพใหม่ในงานแข่งทัวร์นาเมนต์นักเรียน เบื้องหลังชัยชนะอันสดใสนั่น ยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำของผู้คนอยู่ใช่ไหมครับ? ถึงแม้ว่าจะเป็นนักผจญภัยมาแค่ครึ่งปี ก็มีอัตราการเติบโตกลายเป็น 3 ดาวอย่างไม่น่าเชื่อ! ราวกับเพื่อพิสูจน์ว่ามันไม่ใช่ลูกฟลุ๊กหรือเรื่องบังเอิญ ในการแข่งเปิดตัวเมื่อวันก่อนก็ได้คว้าชัยชนะไปได้อย่างน่าทึ่งครับ!』

 

    ขณะที่ความคาดหวังของเหล่าผู้ชมค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นตามการบรรยายแนะนำตัว เด็กผู้ชายหน้าตาธรรมดาก็ปรากฏตัวออกมาจากกลุ่มควันตรงประตูขาว

    สำหรับผู้ชมที่ไม่รู้จักคิทากาว่า อุทามาโร่แล้วนั้น จะมีสีหน้าตกใจจากที่ได้เห็นใบหน้าที่ราวกับเป็นคนธรมดา

    นี่เป็นนักผจญภัยหนุ่มที่เป็นที่พูดถึงในข่าวจริงๆเหรอ? กระซิบกันแบบนั้น

 

『โทโร่มากุโร่ซัง คิดยังไงกับผู้เข้าแข่งขันคิทากาว่าครับ?』

『นั่นสินะครับ เอาตามตรงเลยคือไม่ได้อยู่ในระดับนักเรียนแล้ว ซาชิกิวาราชิที่มีสกิลสุดพิเศษอย่างหวนคืนจิตวิญญาณ เป็นที่ดึงดูดความสนใจอย่างมากจนได้กลายเป็นหน้าปกของเขาไปแล้ว การ์ดอื่นๆเองก็มีความครบครัน ทั้งความสามารถด้านเทคนิคและความสามารถในการฝึกฝนที่สูง เป็นระดับที่ถ้ามีแมวมองจากทีมมืออาชีพมาหาก็ไม่น่าแปลกใจเลย』

『โออออ้! ถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ! ถ้างั้นแล้วโทโร่มากุโร่ซัง คาดว่าใครจะชนะในการแข่งขันครั้งนี้ครับ?』

『ฮะฮะฮะ! ที่พูดได้ทั้งหมดมีแค่นั้นแหละครับ เพียงแต่ อยากจะบอกว่าไม่ว่าฝ่ายไหนก็มีโอกาศจะชนะพอๆกันครับ』

『ใช้ตามองดูผล จะบอกว่างั้นสินะครับ! เช่นนั้นแล้ว เริ่มการแข่งได้ครับ!』

 

    ระฆังการแข่งดังขึ้น ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 ฝ่ายต่างผลัดกันอัญเชิญการ์ดออกมา

    ที่ผู้เข้าแข่งขันไซโต้เรียกออกมาคือ สาวงามผู้มีร่างกายท่อนบนเป็นหญิงสาวสวยที่มาพร้อมปีกและร่างกายท่อนล่างเป็นนางเงือก, นักรบหญิงแห่งพงไพรผู้มีร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างดีพร้อมสวมชุดขนสัตว์เยี่ยงคนเถื่อน, หญิงสาวสวยมนุษย์สัตว์ผู้มีหูแมวและหาง 2 เส้น

 

『โอออ้~~~~』

 

    การปรากฏตัวของสาวมอนสเจตอร์ที่เปิดเผยผิวพรรณทำให้ผู้ชมคึกคัก เหล่ามอนสเตอร์เองก็โชว์เสน่ห์ของตัวเองด้วยการเดินไปรอบๆสนามและโพสท่าเซ็กซี่ให้กับกล้อง

    มอนโคโล…..โดยเฉพาะกับแคทไฟท์ที่จำกัดเฉพาะสาวมอนสเตอร์ จะมีธรรมเนียมการให้แฟนเซอร์วิสเพื่อสร้างความบันเทิงแก่ผู้ชมในห้องส่งและทางบ้าน

    จากนั้น สายตาของผู้ชมก็หันไทางผู้เข้าแข่งขันอีกคน

    ด้วยความคาดหวังที่สูงว่าจะเป็นสาวมอนสเตอร์แบบไหนที่จะถูกอัญเชิญออกมา ที่ถูกเรียกออกมาใบแรกก็คือ ผีดูดเลือดสาวแสนสวย สวมชุดเดรสสีดำสนืทอันทำให้ผิวสีขาวซีดดูโดดเด่น ที่ผมบลอนด์ยาวเงางามหากสังเกตุดีๆจะพอว่ามีปอยผมสีดำแทรกผสมอยู่ ก่อให้เกิดความแตกต่างอันน่าดึงดูด

    ท่ามกลางผู้ชมที่ต้องเสน่ห์ที่ดูอันตรายแต่น่าหลงไหลของเธอนั้น ผู้ที่รู้ว่าตัวเธอดั้งเดิมคือกูลที่ถูกเรียกว่าเอลิซ่าต่างก็ส่งเสียงชื่นชมถึงการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

    แต่เดิมทีพื้นฐานของเธอมีความยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ทว่าความสวยงามของเอลิซ่ากลับถูกบดบังด้วยร่างกายที่เสื่อมสภาพไปของกูล

    มาในตอนนี้เธอได้วิวัฒนาการเป็นผีดูดเลือด ที่รู้จักกันว่าเป็นชนชั้นสูงของปีศาจ ในขณะที่ยังคงลักษณะดั้งเดิมบางอย่างเอาไว้ มันก็ได้กลายเป็นความงดงามอย่างลึกลับ

    เอลิซ่ามองผู้ชมที่อยู่รอบๆด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นเธอก็ค่อยๆนำขลุ่ยออกมาแล้วเริ่มเล่นมัน

    นิ้วมือที่ขาวราวกับปลาเต้นรำอยู่บนขลุ่ย แล้วเสียงเพลงอันไพเราะก็ถูกบรรเลง

    ขณะที่ผู้ชมรับฟังอยู่ด้วยความเงียบ มอนสเตอร์ตัวต่อไปก็ปรากฏ

    เด็กสาวผมสีเงินที่มีปีกของค้างคาว, หางของลา, และขาทองเหลือง—-เมอา ชุดที่สวมเป็นเบบี้ดอลที่มีบางจุดโปร่งใส ผสานเข้ากับร่างกายที่เกือบเป็นผู้ใหญ่ ถึงแม้จะไม่ควรมองแต่ก็ละสายตาไปไม่ได้ กับเสน่ห์ที่ชวนให้ผิดศีลธรรมอันนี้ที่เธอปล่อยออกมา

    ปีศาจฝันวัยเยาว์ทำสีหน้ายิ้มเยาะและเริ่มเต้นรำช้าๆไปทางผู้ชม

    ทั้งบทเพลงอันยอดเยี่ยมที่บรรเลงโดยผีดูดเลือดสาว กับการเต้นรำของปีศาจรุ่นเยาว์แต่ก็เย้ายวน จะเรียกว่าเป็นการแสดงชั้นเลิศก็ไม่เกินเลย

 

    ขณะที่เหล่าผู้ชมกำลังอยู่ในภวังค์ ในที่สุดการ์ดใบสุดท้ายก็ปรากฏตัว

    เด็กสาวซาชิกิวาราชิผู้มีบรยากาศของนักเลง สวมชุดกิโมโนสีแดงพร้อมผมสีดำเงาที่จัดอยู่ในทรงพังค์—-เร็นกะ

    การ์ดที่ได้ทำการแรงค์อัพโดยไม่ใช้การ์ดอย่างเป็นทางการใบแรกของโลก การ์ดชื่อดังที่แม้จะทำอะไรนิดหน่อยก็เกิดแรงกระเพื่อมในสังคมได้

    ขณะที่ผู้ชมตั้งหน้าตั้งตารอดูว่าเธอจะแสดงอะไรออกมาให้ชม—-เธอก็ชูนิ้วกลางขึ้น

   

「ไปตายซะ ไอ้พวกโรคจิต」

 

    รู้จักคำว่าแฟนเซอร์วิสไหมเห้ย

    ไม่ว่ายังไงก็ทำตามใจตัวเองเสมอเลย กับเจ้าซาชิกิวาราชิผู้ยึดมั่นในวิถีลูกผู้ชายตัวนี้

 

 

 

「—-ดูอา~~ไรอยู่เหรอ」

 

    พอได้ยินเสียงจากด้านหลังจึงหันกลับไป แล้วก็ได้เห็นใบหน้าเดียวกันกับที่อยู่บนหน้าจอกำลังมองผมมาด้วยความสงสัย

 

「กำลังดูการแข่งเมื่อวันก่อนน่ะสิ」

 

    —–เป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้วที่ได้เป็นนักผจญภัย พอฤดูใบไม้ผลิมาถึง ผมก็ได้เลื่อนชั้นเป็นปี 2 และกลายเป็นนักผจญภัย 3 ดาวอันเป็นจุดมุ่งหมายเริ่มต้น

    พอได้เป็นนักผจญภัย 3 ดาวแล้ว ในสายตาของสาธารณะก็จะมองคุณเป็นกึ่งมืออาชีพและเริ่มได้รับคำเชิญให้ไปออกรายการ TV อย่างมอนโคโล

    ที่ผมกำลังดูอยู่ตอนนี้ คือเทปบันทึกของการแข่งขันจากรายการ TV ของมอนโคโล 『แคทไฟท์』ที่ออกอากาศไปเมื่ออาทิตย์ก่อน

    ตั้งแต่ที่ชนะทัวร์นาเมนต์นักเรียน ผมก็ได้รับข้อเสนอจากสถานี TV อยู่ตลอดเวลา

 

    …..จริงๆแล้ว ผมไม่มีความคิดที่จะไปโผล่ในมอนโคโลอีกด้วยซ้ำ

    ตอนแรกที่ได้เป็นนักผจญภัยเคยมีเป้าหมายจะไปลงแข่งในมอนโคโลอยู่ แต่พอได้รับรู้ถึงความหนักหนาสาหัสของการแข่งขันจริงจากทัวร์นาเมนต์นักเรียนแล้ว ความชื่นชมของผมต่อมอนโคโลก็แตกสลายไม่มีชิ้นดี

    เอาง่ายๆเลยคือ กลัวยังไงล่ะ

    นั่นเพราะในทัวร์นาเมนต์นักเรียนครั้งนั้น ผู้เข้าร่วมงานแข่งขันในรุ่นมัธยมปลายหรือต่ำกว่า ประมาณ 40% ถูกทำให้ต้องถอนตัวไปจากสายอาชีพ

    อ้างอิงตามกฏของกิลล์นักผจญภัย นักผจญภัยที่ไม่ได้ถือครองการ์ดแรงค์ D หรือมากกว่าเป็นระเวลาเกินกว่า 1 ปี จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต

    สำหรับนักเรียนแล้ว จะมีแค่ไม่กี่คนที่สามารถซื้อการ์ดแรงค์ D ได้อีกครั้ง ต่อให้ไปขอร้องพ่อแม่ ก็มีแค่พ่อแม่ส่วนน้อยที่จะไปซื้อการ์ดแรงค์ D มาให้เด็กที่มาทำมันสูญเสียไปก่อนหน้า

    ผลลัพธ์ ผู้เล่นแทบทั้งหมดที่สูญเสียการ์ดแรงค์ D ไป ได้รับการยืนยันว่าต้องจบอาชีพ

    มันกลายเป็นปัญหาใหญ่และยังถูกนำไปออกข่าวด้วย หลังจากนั้น นักเรียนที่ไม่ได้เป็นนักผจญภัยอีกต่อไปก็ไม่มีที่ยืนภายในโรงเรียน, ต้องลาออกเพราะอาการช็อค พอมีการยืนยันถึงหลายกรณีแบบนี้เกิดขึ้น สถานการณ์ก็ยิ่งร้อนแรงขึ้นไปอีก

 

    สำหรับตัวผมนั้น แม้ในท้ายที่สุดจะจบลงได้ในรูปแบบที่ดีที่สุด แต่ถ้าหากทำอะไรผิดพลาดไปแม้เพียงนิดเดียว ก็มีโอกาศสูงที่จะต้องสูญเสียพวกเร็นกะไป

    เพราะว่าไม่คุ้มค่าที่จะเสี่ยง ดังนั้นจึงไม่คิดจะไปร่วมมอนโคโลอีกเป็นครั้งที่ 2

    แต่ ทางด้านสถานี TV ไม่คิดจะยอมสูญเสียตัวผม —-หรือเจาะจงเลยคือเร็นกะและพวกสาวมอนตัวอื่นๆ—- เพื่อดึงยอดเรตติ้งคนดูในขณะที่ยังเป็นกระแสอยู่ ทำให้มีการชักชวนอย่างมากมาย

    เมื่อรู้ว่าไม่มีทางหลีกเลี่ยงไปได้จนกว่าจะผมจะเลือกมาซักอย่าง ในหมู่นั้นจึงเลือก『แคทไฟท์』ที่มีเงื่อนไขที่ดีที่สุดและความเสี่ยงต่ำที่สุด

    ในหมู่รายการของมอนโคโล สาเหตุที่เลือก『แคทไฟท์』มีอยู่ 3 อย่างเลยคือ แนวคิด, ความเสี่ยงต่ำ, และรางวัล

 

    『แคทไฟท์』นั้น จำกัดการ์ดของผู้เข้าแข่งขันให้ใช้แค่สาวมอนสเตอร์เท่านั้น ด้วยแนวคิดที่จำกัดแค่สาวมอนสเตอร์นี้ เข้ากันกับผมเป็นอย่างดี

    ด้วยการจำกัดการ์ดที่มีอยู่มากมายให้เหลือเพียงการ์ดสาวมอน ถือได้ว่าเป็นแต้มต่ออย่างมากในการจัดเด็ค เพราะข้อมูลต่างๆของการ์ดสาวมอนต่างเป็นที่รู้จักและมีแพร่หลายไปทั่วโลก ทำให้ง่ายต่อการรับมือ

    อีกทั้ง การ์ดสาวมอนยังมีราคาที่สูงมากกว่าการ์ดอื่นๆที่อยู่ในแรงค์เดียวกัน ทำให้มีโอกาศน้อยที่จะมีการ์ดโกงแรงค์ที่แข็งแกร่งอย่างซุยโคที่เคยสู้ไปก่อนหน้าโผล่มา แทนที่จะซื้อการ์ดสาวมอนที่เก่งที่สุดในแรงค์นั้น สู้ไปหาซื้อการ์ดที่ไม่ใช่การ์ดสาวมอนในแรงค์ที่สูงกว่ามันจะถูกกว่า

 

    เด็คจริงจังที่ไม่มีข้อจำกัด กับเด็คสายโรแมนส์ที่จำกัดแค่สาวมอนสเตอร์ ถ้าถามว่าอันไหนมันสู้ด้วยง่ายกว่ากันก็ย่อมต้องเป็นอย่างหลังแน่นอน

 

    ในอีกด้านหนึ่ง การ์ดแทบทั้งหมดที่ผมมีอยู่ล้วนเป็นการ์ดสาวมอนอยู่แล้วตั้งแต่แรก จะมีแค่เพียงยูคิที่ไม่สามารถใช้ได้ แต่กับตัวประจำอย่างเร็นกะ, เอลิซ่า, และเมอายังอยู่ครบถ้วนดี

    2 ใบในนั้นเป็นการ์ดแรงค์ C เร็นกะเองก็เป็นแรงค์ B ที่มีข้อจำกัด เมอาที่มีแรงค์ต่ำกว่าอีก 2 ใบก็มีความเข้ากันได้ดีกับตัวหลักอย่างเร็นกะ

    พูดกันตรงๆเลยคือ มีพลังต่อสู้อยู่ในระดับที่สมกับเป็นกึ่งมืออาชีพแล้ว

    อันที่จริง การแข่งขันในเทปบันทึกนี่ก็เอาชนะมาได้ง่ายๆโดยไม่ต้องใช้หวนคืนจิตวิญญาณเลย

 

    เหตุผลอย่างที่ 2 คือ ใน『แคทไฟท์』การ์ดมีโอกาศลอสต่ำ

    ในรายการปกติของมอนโคโล 1 ในความบันเทิงคือการได้เห็นการ์ดลอส

    ความตึงเครียดขั้นสุดที่มาจากการต่อสู้ที่จ้องเอาชีวิตอีกฝ่าย ช่วงเวลาสุดท้ายของมอสเตอร์ที่กำลังลอส ใบหน้าสิ้นหวังของมาสเตอร์หลังจากสูญเสียการ์ดราคาแพง…..

    แม้มันจะเป็นรสนิยมที่แย่สุดๆ แต่มันก็เป็นความจริงที่คนจำนวนไม่น้อยมีความชื่นชอบมันราวกับว่ามันเป็นความตื่นเต้นที่แท้จริงของมอนโคโล

    แถมด้วย การเดิมพันผลลัพธ์ยิ่งทำให้เรื่องซับซ้อนมากขึ้นไปอีก

    รายการของมอนโคโลเป็นสื่อบันเทิง แต่ก็ยังมีการเดิมพันที่ดำเนินการโดยรัฐด้วย วิธีการเดิมพันและตัวคูณมีหลากหลาย เริ่มตั้งแต่การเดินพันผลการแข่งขัน ไปจนเดิมพันจำนวนการ์ดที่จะลอสในการแข่ง จำนวนของการ์ดที่ผู้ชนะเหลืออยู่ และอื่นๆ

    ถ้าเป็นแค่การเดินพันว่าใครจะชนะ การเติบโตในแง่ของการเดิมพันก็จะมีน้อยนิดและทำให้เบื่อง่าย เพราะแบบนั้นตัวแปรการลอสจึงมีความจำเป็นในการทำให้ผลลัพธ์มีความซับซ้อนมากขึ้นแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

 

    ในอีกด้านหนึ่ง 『แคทไฟท์』แทบจะไม่มีการ์ดลอสเลย เว้นเสียแต่จะเป็นอุบัติเหตุ

    นี่เป็นผลส่วนใหญ่มาจากนโยบายของผู้ผลิตรายการ『ป้องกันการลอสของการ์ดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้』ด้านผู้เข้าแข่งขันเอง『พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ทำให้การ์ดของอีกฝ่ายลอส』ต้องให้คำมั่นนี้

    ทำไมถึงต่างจากรายการของมอนโคโลทั้งหลาย ทำไม『แคทไฟท์』ถึงต้องป้องกันการลอสของการ์ด นั่นก็เพราะแนวทางที่แตกต่างกันของราายการ

    ในขณะที่รายการอื่นๆของมอนโคโลมุ่งเน้นไปที่การห้ำหั่นกันของมอนสเตอร์และการเดิมพันผลการแข่ง ใน『แคทไฟท์』คุณเพียงแค่อยากเห็นสาวมอนสเตอร์สวยๆงามๆมาสู้กัน แล้วถ้ามันเกิดมาฉากหลุดวับๆแวมๆโผล่แถมมาด้วยก็ยิ่งดี! นี่แหละคือประเด็นหลัก

 

    หรือก็คือ สำหรับผู้ชมของ『แคทไฟท์』แล้ว เรื่องการ์ดลอสไม่ใช่สิ่งน่าสนใจ กลับกันแล้วถ้าเกิดสาวมอนอันแสนล้ำค่ามาลอสไป มันจะเป็นเรื่องที่รับไม่ได้! นี่คือความคิดเห็นที่แท้จริง

    แล้วก็ เหตุผลธรรมดาๆอย่างเรื่องเงินเองก็ด้วย

    ราคาของสาวมอนสเตอร์มีค่าสูงกว่าการ์ดที่อยู่ในแรงค์เดียวกันอย่างมาก ถ้าเกิดจะให้เอาการ์ดแพงๆแบบนั้นมาสู้กันโดยคำนึงว่ามันจะลอสไป แบบนั้นผู้เข้าแข่งขันคงได้หายไปกันหมดแน่ๆ

 

    เหตุผลอย่างที่ 3 คือ ผลตอบแทนมันดี

    เงินจากการต่อสู้ในมอนโคโลจะถูกแบ่งได้ 2 ประเภทคือ ค่าตั๋ว, และเงินรางวัล

    สำหรับค่าตั๋ว ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับโดยคิดเป็นสัดส่วนเอาจากยอดตั๋วรับชมที่ขายได้ โดยที่ไม่สนว่าจะเป็นผู้แพ้หรือผู้ชนะ

    ทั้งสัดส่วนและจำนวนตั๋วที่ขายล้วนแตกต่างกันไปตามรายการ, แรงค์นักผจญภัย, และความนิยม แต่สำหรับระดับกึ่งมืออาชีพราคามาตรฐานก็จะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านเยน

    ทว่า สำหรับ『แคทไฟท์』ที่จำกัดเฉพาะสาวมอนสเตอร์ ราคาตั๋วจะมีราคาสูงมากกว่ารายการอื่น แต่ด้วยอัตราจำนวนผู้เข้าชมที่สูงมาก ขนาดที่ว่ารายการสามารถขายตั๋วได้หมดทุกรอบ

    หรือก็คือ ค่าตั๋วที่จ่ายให้กับผู้เข้าแข่งขันเองก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

    จำนวนนั้นก็ พุ่งไปถึง 2 ล้านเยน

    เนื่องจากที่ค่าตั๋วถูกจ่ายให้กับผู้เข้าแข่งขันไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เพียงแค่ไปร่วมลงแข่งแต่ละรอบก็ได้เงินมาแล้ว 2 ล้านเยน

    ใน『แคทไฟท์』ที่โอกาศการ์ดลอสต่ำ นี่นับว่าเยอะมาก

 

    ต่อไป เกี่ยวกับเงินรางวัล

    นี่คือ ส่วนหนึ่งของเงินเดิมพันที่วางบนตัวผู้เข้าแข่งขันนั้น จะถูกคืนให้กับผู้เข้าแข่งขันที่ชนะ

    รายได้ในมอนโคโลส่วนใหญ่จะมาจากเงินรางวัลนี้ ได้ยินมาว่ากราดิเอเตอร์(นักผจญภัยที่มีรายได้หลักจากมอนโคโล) ต้องตรากตรำอยู่ทุกวันเพื่อสะสมเงินให้มากที่สุดเพื่อตัวเอง

    ว่ากันว่ายิ่งการ์ดมีความเสี่ยงที่จะลอสมากเท่าใด เงินเดิมพันก็จะยิ่งสูงขึ้น ซึ่งก็โชคไม่ดีที่『แคทไฟท์』ไม่ได้มีการเดิมพันที่มากมายอะไรขนาดนั้น

    เพราะแบบนั้นเงินรางวัลจึงมีน้อยเมื่อเทียบกับรายการอื่นๆ แต่ก็ยังได้ประมาณ 3 ล้านเยนต่อรอบการแข่งขันอยู่

    ในการแข่งรอบที่แล้ว สามารถชนะแล้วก็ได้เงินรางวัลมา 4 ล้านเยน

    พอรวมกับค่าตั๋วก็นับเป็น 6 ล้านเยน

    นี่ก็คือ รายได้ที่ได้มาจาการแข่งรอบนี้

 

    แค่ไปลงแข่ง 1 รอบก็ได้มาแล้ว 5 ~ 6 ล้านเยน ตรงเลยๆคือ หวานหมูสุดๆ

    จะว่าไปแล้ว รางวัลจากการพิชิตเขาวงกตแรงค์ D 1 แห่งจะอยู่ที่ 630,000 – 900,000 เยน ถ้าหากขายไอเทมที่ดรอปตามทาง รายได้ก็จะมากกว่า 1 ล้านไปนิดหน่อย แล้วเขาวงกต 1 แห่งต้องใช้เวลาในการสำรวจหลายวันหลายคืน…..

    ด้านหนึ่งได้ประมาณ 5 ~ 6 ล้านเยนใน 1 วันโดยปราศจากความเสี่ยง  ในอีกด้านหนึ่งได้ประมาณ 1 ล้านเยนแต่ต้องเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเป็นเวลาหลายวัน ข้อดีที่มีความแตกต่างกันขนาดที่ไม่สามารถเทียบกันได้

    เพราะแบบนั้น คนส่วนใหญ่ที่ตั้งเป้าจะเป็นมืออาชีพจึงใฝ่ฝันจะเป็นกราดิเอเตอร์ มากกว่าที่จะไปเป็นศาตราจารย์(นักผจญภัยที่มีรายได้หลักมาจากการสำรวจเขาวงกต)

 

    แน่นอนว่าการเป็นกราดิเอเตอร์ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย

    อย่างแรกคือ มีผู้ที่เป็นกึ่งมืออาชีพมากกว่ามืออาชีพ และคุณไม่สามารถจะแข่งขันกันได้ตามใจชอบ มีใบสมัครมากมายเข้ามาสำหรับช่องว่างในการแข่ง 1 ช่อง ด้วยเหตุนี้จึงมีการว่าจ้างผู้จัดการที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะขึ้นด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง และยังมีเอเจนซี่ที่จัดหางานในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกราดิเอเตอร์ด้วย

    อย่างไรก็ดี มันเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยม เพราะแบบนั้น การทำตัวแปลกๆเพื่อสร้างคาแรคเตอร์, พยายามจัดเด็คในรูปแบบสุดโต่ง, และบางครั้งก็ใช้กลยุทธราดน้ำมันเข้ากองไฟ ทั้งหมดก็เพื่อดึงดูดความสนใจจากสาธารณะ

 

    ต่อให้พยายามอย่างที่สุดจนได้ลงแข่ง แต่ถ้าแพ้เงินที่ได้ก็จะเป็นแค่ค่าตั๋ว แล้วถ้าหากลอสการ์ดไปแม้แต่ใบเดียวก็จะขาดทุน ถ้าหากมันเป็นการ์ดแรงค์ C กว่าจะเอากลับคืนมาได้ก็ใช้เวลากว่าหลายเดือน

    ต่างไปจากศาตราจารย์ที่สามารถไปเขาวงกตและหาเงินเมื่อไหร่ก็ได้ตามใจ กราดิเอเตอร์ที่มีงานที่การเตรียมตัวให้พร้อมก็นับว่าเป็นการต่อสู้อย่างหนึ่งแล้ว ห่างไกลกับคำว่าอิสระไปมากนัก

    ถึงแม้ว่าตัวผมในปัจจุบันจะมีความนิยมสูงอันเนื่องมาจากเร็นกะ แต่ท้ายที่สุดก็จะถูกชาวโลกหลงลืมไปแล้วไม่ถูกเชิญไปลงแข่งอะไรอีกแน่ๆ

 

    การที่มันเป็นแบบนั้น ก็นะ ดีแล้ว

    นั่นเพราะในตอนนี้ไม่มีความคิดที่จะมุ่งเป้าเป็นกราดิเอเตอร์

    อันที่จริง การที่ได้ออกไปผจญภัยกับเหล่าการ์ด แม้ว่ามันจะเป็นการเสี่ยงชีวิต รู้สึกได้ว่าศาตราจารย์เหมาะกับตัวเองมากกว่า

    ถึงจะพูดแบบนั้น แต่รายได้จากมอนโคโลมันหอมหวนก็เป็นเรื่องจริง

    จนว่าจะเบื่อกับมันก็อยากจะทำเงินให้มากๆในการแข่ง『แคทไฟท์』

    เพื่อการนั้น มันจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้า…..

 

「เร็นกะ เธอนี่น้า นิ้วกลางมันไม่ได้นะ นิ้วกลางน่ะ」

 

    ถึงจะบอกแล้วบอกอีกเรื่องแฟนเซอร์วิส แต่พอเป็นเจ้านักเลงซาชิกิวาราชิตัวนี้แล้ว…..

    ผมหันความสนใจไปที่เร็นกะที่กำลังเอาข้อศอกมาวางพิงบนไหล่ของผมแล้วยื่นหน้ามามองแท็บเล็ต

 

「ช่ายช่าย! ชั้นกับเอลิซ่าอุตส่าห์พยายามสร้างบรรยากาศแต่เธอดันมาทำเสียหมดเลย」

 

    เมอาสบโอกาศจากคำพูดของผมแล้วทำการต่อว่าเร็นกะ ใบหน้าของเธอดูเปล่งประกายด้วยความดีใจในสถานการณ์นี้ที่สามารถต่อว่าเร็นกะออกมาได้แบบเปิดเผย

    เธอกับเอลิซ่าลงทุนไปฝึกฝนการเล่นเพลงและเต้นรำมาเพื่อการแข่งขันครั้งนั้น เพราะงั้นพวกเธอจึงมีสิทธิจะต่อว่าออกมา

    แต่ว่าพอพูดถึงเร็นกะแล้ว มันก็เป็นแค่ลมที่พัดผ่านไป

 

「หึ ไม่รู้ด้วยหรอก~ ทำไมชั้นจะต้องไปทำอะไรเอาอกเอาใจพวกมนุษย์ด้วย? ไม่มีความจำเป็นเลย」

 

    ออกมาละ ความเกลียดชังมนุษย์ของเร็นกะ

    ถึงแม้จะเห็นว่าเปิดใจให้มากถ้าเทียบกับตอนแรกที่ได้เจอกัน แต่สำหรับซาชากิวาราชิตัวนี้เกลียดมนุษย์เป็นพื้นฐานอยู่

    โดยเฉพาะ นักผจญภัยที่ใช้งานการ์ดราวกับเครื่องมือทิ้งขว้าง และผู้ชมมอนโคโลที่สนุกกับการได้ดูการ์ดเข้าห้ำหั่นกัน ถือเป็นเป้าหมายของความเกลียดชังเลย

    พูดกันตามตรง ผมที่เข้าร่วมการแข่งของมอนโคโลเธอก็ไม่ได้แสดงความสนใจอะไร จนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับมัน

    เหตุผลหลักเลยอาจจะมาจาก『แคทไฟท์』มีโอกาศที่จะลอสต่ำ และในตอนนี้ไม่มีความต้องการจะเป็นกราดิเอเตอร์ แต่โดยรากฐานแล้วอาจจะมาจากบุคลิกภาพแบบแมคคิเวลเลียนของเธอ

    ในแว่บแรกจะดูเหมือนว่าเธอเป็นคนตรงและเห็นอกเห็นใจผู้อื่น แต่ในอีกด้านหนึ่งเธอยังสามารถคำนวณกำไรและขาดทุนออกมาได้จากใจเย็น

    การตัด 1 เพื่อรักษา 10 เป็นอะไรที่สามารถตัดสินใจได้อย่างแน่นอน แต่สำหรับเธอแล้ว หากเพื่อรักษา 6 ก็สามารถตัด 5 ทิ้งได้อย่างง่ายดาย

    ที่ไม่คัดค้านเรื่องที่ผมลงแข่งทัวร์นาเมนต์นักเรียน ก็เพราะมีข้อดีตรงการ์ดแวมไพร์และการเติบโตในด้านมาสเตอร์ของผม ในรอบชิงชนะเลิศเองก็ยังยอมรับการลอสด้วยตนเองและใช้ประโยชน์จากมันเพื่อให้ผมเติบโตอีก

    ที่ในตอนนี้ไม่ต่อต้านการไปปรากฏตัวในมอนโคโล ก็เพราะข้อดีที่ได้มีมากกว่าข้อเสีย

    …..แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะอดทนกับทุกอย่างที่มันเป็นข้อดี

 

「ชั้นจะเข้าร่วมการแข่งยังไงมันก็เรื่องของชั้น ถ้าหากว่ามีศัตรูมาก็จะสู้ให้ แต่การไปเอาใจมนุษย์มันไม่ใช่หน้าที่ของชั้นซักหน่อย~」

 

    ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการประนีประนอมของเธอที่ขีดเส้นเอาไว้

    …..ฮ่าา เอาเถอะ ช่วยไม่ได้ ไม่มาคว่ำบาตรใส่เหมือนเมื่อก่อนก็ขอบใจมากแล้ว

    และเหนือสิ่งอื่นใด

 

「นี่มัน เป็นที่ชื่นชอบจนน่าตกใจเลย」

「ทำไมกัน…..」

 

    พอผมพูดออกไป เร็นกะก็ถอนหายใจออกมา

    แทนที่การไปโชว์นิ้วกลางจะทำลายบรรยากาศ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรผู้ชมถึงมองมันไปในทางที่บ้าเอามากๆ

    แม้แต่ใน SNS หลังจากที่ได้ออกอากาศไป『รู้สึกปลื้มเร็นกะจังที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็มีท่าทีที่ไม่ยอมรับการประจบประแจงจัง』มีความเห็นเชิงบวกแนวนี้อยู่มาก

    ดูเหมือนเธอจะจำการตอบสนองแปลกๆของมนุษย์พวกนั้นได้ เร็นกะก็เลยทำหน้าตาแสดงถึงความขยะแขยง ซึ่งเป็นอะไรที่หาได้ยาก

    …..จะว่าไปแล้ว เกี่ยวกับเรื่องแฟนเซอร์วิสในการแข่งเปิดตัวที่ควรจะเป็นที่น่าจดจำนั้น ล้มเหลวไปอย่างสิ้นเชิง มีแค่ให้เอลิซ่าและเมอาโบกมือและเดินไปรอบๆ เรื่องนี้ มันเป็นความผิดพลาดของผมที่ดูถูกการแฟนเซอร์วิส แถมด้วยในตอนนั้น เร็นกะก็เมินหน้าหนีไม่แม้แต่จะโบกมือ

    เพราะแบบนั้นในการแข่งขันรอบที่ 2 นี้ พวกเราจึงได้พูดคุยกันล่วงหน้าและขอให้เร็นกะช่วยแฟนเซอร์วิสดีๆหน่อย แต่…..นี่ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้น

    เอาเถอะ จบลงที่โด่งดังแล้วก็ดีไป แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงจะได้เบื่อกันแน่ๆ หน้าที่ของผมในฐานะกราดิเอเตอร์ก็คือหาทางรับมือเมื่อถึงช่วงเวลานั้นล่ะ

 

「โม ไม่แปลกไปหน่อยเหรอ? ทำไมเร็นกะถึงดังกว่าพวกเราที่ทำกันดีๆล่ะ」

「จะไปรู้เรอะ แล้วก็ไม่อยากจะรู้ด้วย」

「ครั้งต่อไปพวกเรามาลองทำกันไหม เอลิซ่า?」

「ช่วยหยุดเลย เดี๋ยวก็ได้เป็นเรื่องกันหรอก」

 

    ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น

 

「—-กำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอ?」

 

    เสียงอันนุ่มนวลเรียกพวกเรามาจากทางด้านหลัง

 

 

 

 

『อู』

 

    พอเร็นกะกับเมอาได้ยินเสียงนั้นใบหน้าก็แข็งทื่อไปทันที แล้วพอหันหลังกลับไปดู ที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็คือสาวสวยที่มากับออร่าสีดำมืดอะไรบางอย่างอยู่

    ดวงตาสีแดงที่ชวนให้นึกถึงไฟลุกโชน ผมลอนสีแดงและเขาหนึ่งคู่ที่งอกโผล่ออกมาสั้นๆ คอเสื้อของชุดกิโมโนเธอถูกดึงลงมาอย่างบ้าบิ่นจนถึงไหล่ ร่องอกที่ลึกสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน หางตาที่ยาวเรียวมาพร้อมกับสีแดงเข็มที่ขอบ ริมฝีปากอวบอิ่มที่ให้ความรู้สึกเย้ายวนที่ไม่อาจอธิบายได้

    ถ้าหากพิจารณาแค่รูปลักษณ์ของเธอ สามารถพูดได้ว่าเธอเป็นยักษ์สาวแสนสวยผู้มีทั้งพละกำลังและความน่าหลงไหล แต่…..สีหน้า หรือจะให้พูดว่าบรรยากาศของเธอมันสวนทางกัน

    ชื่อของเธอคือ ซุซูกะ(鈴鹿) เป็นการ์ดคนยักษ์ที่ได้มาจากตอนงานแข่ง

    ที่มาของชื่อคือ ซุซูกะ โกเซ็น(鈴鹿御前) ยักษ์สาวที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น

    ตอนแรกที่ได้มา อิมเมจที่คิดไว้จากรูปลักษณ์ของเธอคือคุณพี่สาวสุดเย้ายวน หรือไม่ก็นิสัยร่าเริงในแบบยักษ์ แต่ความคาดหวังของผมก็ถูกหักหลัง

 

「อา~ หรือว่านั่นจะเป็น บันทึกจากการแข่งขันครั้งก่อน~? …..ที่ชั้นถูกทิ้งไว้」

 

    ซุซูกะมองมาที่แท็บเล็ต แล้วพูดน้ำเสียงอาฆาต

    พอเร็นกะกับเมอาได้ยินเข้าก็ทำหน้ามุ่ยแล้วมองมาทางผม ผมจึงปั้นยิ้มแล้วพูดกับเธอ

 

「ไม่ได้ทิ้งเธอไว้ซักหน่อยน่า ดูสิ ยูคิเองก็ไม่ได้ไปเหมือนกัน…..เนอะ?」

「ใช่ใช่ ใช่แล้วฮะ」

 

    ยูคิสุนัขผู้ภักดีช่วยสนับสนุนอย่างรวดเร็ว ทว่า

 

「…..แต่เดิมทียูคิซังไม่มีสิทธิจะเข้าร่วมอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? เพราะว่าไม่ได้มีร่างมนุษย์ เพราะงั้นจึงมี 4 ตัวเลือก นั่นไง กะแล้วว่ามีชั้นคนเดียวที่ถูกทิ้งไว้」

 

    ซุซูกะมองผมมาด้วยดวงตาเปียกชื้นผสมกับความชิงชัง

    ต้องขอโทษจริงๆ แต่ว่าน่ารำคาญสุดๆเลย…..

 

「พอซักทีได้ไหมเนี่ย ทั้งๆที่เพิ่งมาใหม่แท้ๆ!」

 

    และแล้วเมอาที่ไม่อาจทนต่อบรรยากาศที่หยุดนิ่งอีกต่อไปได้ จึงพุ่งเป้าที่ซุซูกะ

 

「เร็นกะ, เอลิซ่า, ชั้นแล้วก็เธอ รวมกันมี 4 คน ถ้าคิดเอาตามลำดับอาวุโส มันก็แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องเป็นพวกชั้น 3 คนไม่ใช่รึไง หรือว่าเธออยากจะออกไปแล้วทิ้งรุ่นพี่เอลิซ่าเอาไว้ล่ะ?」

 

    เมอาที่เคย「เป็นรุ่นพี่แล้วมันยังไง?」พูดกับเร็นกะกลับเก็บมันไว้แล้วเริ่มพูดสั่งสอน

 

「อา~ จริงด้วยสิ นั่นน่ะสิน้า~ พวกเมอาซังเป็นรุ่นพี่สิน้า~ แบบนั้นก็ต้องให้ความสำคัญมากกว่าชั้นสิน้า~ ดีจังน้า~ น่าอิจฉาจริงๆ~…..ทั้งที่แค่บังเอิญมาเจอกับมาสเตอร์ก่อน ทั้งยังได้แรงค์อัพ แถมยังได้เข้าร่วมลงแข่ง….. ชั้นที่ถูกปฏิบัติด้วยอย่างเด็กใหม่อยู่ตลอด ทั้งๆที่มีกันแค่ 5 คน นอกจากมาสเตอร์แล้วก็ไม่มีใครจะมาคุยกับชั้นด้วยเลย ถูกกันออกจากลุ่มตลอด…..ชั้นต้องอยู่คนเดียวเสมอเลย」

「อู…..」

 

    พอไปกลางทาง ซุซูกะก็ปล่อยถ้อยคำแสดงความเกลียดชังโดยที่ไม่ได้เอ่ยถึงใครเป็นพิเศษ ด้านเมอาเริ่มจะเหงื่อแตก พยายามมองไปรอบๆเพื่อขอความช่วยเหลือแต่ก็ไม่มีใครช่วย ใบหน้าก็เริ่มแข็งทื่อกันและพยายามหลบสายตากับซุซูกะ จะมีเพียงเอลิซ่าเท่านั้นที่ทำหน้านิ่งอยู่

 

『ม-มาสเตอร์ ช่วยหน่อยสิ อย่างที่คิดเลย ยัยนี่น่ากลัวอะ』

 

    มีเสียงของเมอาที่อยู่ในสภาพกึ่งน้ำตาผ่านมาทาง “ลิงค์” ผมได้แต่เอานิ้วเกาคางแล้วตอบ

 

『ถึงจะบอกว่าให้ช่วยก็เถอะ』

 

    ตรงๆเลย ไม่ไหวหรอก ความริษยาของเธอมันฝังลึกลงไปถึงจิตวิญญาณแล้ว

 

『ก็ถึงได้บอกไงว่าอย่าไปยุ่งด้วยให้มากนัก ไม่ว่าจะพูดอะไรไปก็เหมือนกลายเป็นโทษตัวเองหมด ยัยนี่เนี่ย』

 

    เร็นกะเองก็ดูอึ้งๆขณะที่พูดมาตามลิงค์

 

    เป็นเวลาหลายเดือนแล้วที่ซุซูกะเข้าร่วมกลุ่ม และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดอะไรแบบนี้

    โดยพื้นฐานเลยคือเธอมีความเป็นปฏิปักษ์กับทุกอย่าง….. หรือจะให้พูดคือมีอะไรที่คล้ายๆปมอยู่ ถ้าหากรู้สึกว่าอีกฝ่ายมีอะไรบางอย่างที่ดีกว่าตัวเองแม้เพียงนิดเดียว จะเกิดความรู้สึกอิจฉาอย่างรุนแรง

    มันเริ่มตั้งแต่ปริมาณขนมที่แบ่งกันในช่วงพัก, เกี่ยวกับหวนคืนจิตวิญญาณของเร็นกะ, เอลิซ่าที่ดั้งเดิมเป็นกูล่าแล้วได้แรงค์อัพเป็นแวมไพร์, มิตรภาพร่วมมือระหว่างเร็นกะกับเมอา, หรือแม้แต่การใช้ยูคิในรูปแบบของการเดินทางภายในเขาวงกตก็ยังถูกยกมาเป็นเรื่องได้

    ยังไงก็ตาม เธอจะเต็มไปด้วยความอิจฉาถ้าได้เห็นอะไรก็ตามที่ตัวเธอไม่มี

    แล้วที่ลำบากที่สุดเลยก็ตอนตั้งชื่อ

    ผมในตอนแรก วางแผนว่าจะให้ชื่อกับเธอตอนเวลาเหมาะๆ แต่กับปีศาจสาวขี้อิจฉาตัวนี้ ทนไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวที่ตัวเองเป็นคนเดียวที่ไม่มีชื่อ

    ถ้าจะให้พูดถึงการอิจฉาของซุซูกะในตอนนั้นแล้วล่ะก็…..สมแล้วที่เป็นยักษ์จริงๆ

    สุดท้ายแล้ว หลังจากผ่านหัวเลี้ยวหัวตอไปมากมายก่อนที่จะตั้งชื่อให้ แต่ผมก็ให้ชื่อซุซูกะและใช้งานเธอมาจนถึงปัจจุบัน

    เหตุผลที่ใช้งานก็เพราะตัวเธอรับมืออยาก หากนำไปขายก็คงได้เงินไม่เท่าไหร่ แล้วก็คิดว่าถ้าหากตั้งชื่อให้ เธออาจจะกลับมาสงบลงหน่อยก็เป็นได้

    …..อีกอย่างก็เพราะความสามารถที่สูง และรูปลักษณ์เองก็ตรงกับความชอบของผมแหละ

 

「อาเรเร๊? หรือว่า คุยความลับกัน~? มาสเตอร์เองก็คงจะไม่ทิ้งชั้นไว้เหมือนกันสินะ?」

 

    ซุซูกะที่กำลังพึมพำสาปแช่งอยู่คนเดียว จู่ๆก็หันความสนใจมาทางผม

    เธอโน้มตัวลงมาแล้วจับแขนของผมเอาไปไว้ที่ระหว่างหน้าอกขนาดใหญ่ของเธอ ผลไม้อันอ่อนนุ่มที่เปลี่ยนรูปทรงได้อันเย้ายวน พร้อมกลิ่นอ่อนๆของธูปลอยมาสะกิดจมูก

    …..นี่ก็คือ สาเหตุใหญ่ที่สุดที่ไม่สามารถปล่อยเธอไปได้

    ยักษ์ผมแดงผู้มืดมนตนนี้ มีเกราะแห่งหน้าอกที่ใหญ่ที่สุดในปาร์ตี้ของเรา

    พลังทำลายของมัน  มีมากกว่าเอลิซ่าที่วิวัฒนาการจากกูลมาเป็นแวมไพร์ ที่จาก D กลายมาเป็น F เสียอีก

    บางที ถ้าลองประมาณเอานิดหน่อย คงเป็น G…..H ไม่สิ มากกว่านั้น

    ไม่ว่าจะมีนิสัยแย่ขนาดไหน การจะปล่อยให้หน่มน้มนี่หลุดมือไป เป็นเรื่องที่มนุษย์ดาวหน้มน่มทำไม่ได้

    แต่ไหนแต่ไรแล้ว การที่สมาชิกของพวกเรามีข้อบกพร่องอะไรบางอย่างนั้นถือเป็นเรื่องปกติ ความแข็งแกร่งของการ์ดพวกเรา มาจากการเปลี่ยนข้อด้อยนั้นมาเป็นพลังยังไงล่ะ

    …..แล้วก็มีอีกอย่าง เหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงยอมรับเธอ

 

「—-เน่ ถ้าเป็นมาสเตอร์ก็คงเข้าใจสิน้า~? ก็มาสเตอร์เป็นพรรคพวกม็อบเหมือนกันนี่หน่า~……」

「อา~, ก็, นะ…..」

 

    นั่นก็ ถ้าต้องให้พูดออกมาคือ ผมเองนับว่าอยู่ฝ่ายเดียวกันกับซุซูกะ

    ไม่เพียงแค่เร็นกะเท่านั้น แต่ว่าการ์ดของพวกเราไม่ว่าจะใบไหน ต่างก็มีอะไรบางอย่างที่ส่องประกายเฉิดฉายด้วยกันหมด แต่สำหรับผม สิ่งเดียวที่ผมมีคือการเป็นมาสเตอร์ของพวกเธอเท่านั้น

    ถึงแม้ว่าจะถูกโลกชื่นชมจากการค้นพบจิตวิญญาณหวนคืน แต่ทั้งหมดนั้นก็เพราะโชคช่วย ไม่ใช่ความสามารถของผม

    แถมแม้แต่โชคนั่นก็…..

    …..ยังไงก็ตาม ที่ผมมีก็คือการเป็นมาสเตอร์ของพวกเร็นกะ ในฐานะมนุษย์แล้วไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย

    แน่นอนว่าไม่ได้ไม่พอใจอะไร ไม่ได้รู้สึกอิจฉาอะไรการ์ดเลย เพียงแต่ว่าพอจะเข้าใจความรู้สึกของซุซูกะ ที่มีเพื่อนร่วมงานที่มากความสามารถอย่างพวกเร็นกะอยู่

    แล้วก็สงสัยว่าซุซูกะเองก็เหมือนจะมีความเห็นอกเห็นใจอะไรบางอย่างกับผมอยู่เหมือนกัน เพราะตั้งแต่ที่อัญเชิญมาครั้งแรก เธอไม่เคยแสดงความอิจฉาเข้าใส่ผมเลย —-หรืออาจจะพูดได้ว่าไม่มีอะไรให้อิจฉา—- มีความเป็นมิตรในฐานะที่เป็นพรรคพวกม็อบเหมือนกัน น้ำเสียงที่เธอใช้มาก็ดูจะสวงนท่าที

    ก็นะ…..เอาตามตรง ถ้าถามว่าซุซูกะเป็นตัวละครสายม็อบไหม ก็คงได้แต่ส่ายหน้า

    ไม่ว่าจะมองยังไงก็มีคาแรคเตอร์โดดเด่น

    ขณะที่ในหัวผมกำลังคิดเรื่องอื่นไปไกล ซุซูกะดูจะอารมณ์ดีแล้วยิ้มให้

 

「ฟุฟุ กะแล้วว่าถ้าเป็นมาสเตอร์ล่ะก็ต้องพูดแบบนั้น~ ถ้างั้น ที่จะได้แรงค์อัพต่อไปก็ต้องเป็นชั้นแน่นอนอยู่แล้วเนอะ~?」

「ห๊ะ!?」

 

    ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไรออกมา เมอาก็ตอบสนองมาทันที

 

「พูดอะไรน่ะ! เป็นแค่น้องใหม่แล้วยังอวดดีอีก! ต่อไปจะต้องเป็นยูคิสิ! แล้วต่อไปก็เป็นรุ่นพี่เมอาผู้นี้! เนอะ? มาสเตอร์」

「มาสเตอร์ คงจะไม่ทอดทิ้งพรรคพวกม็อบอย่างชั้นไปหรอกใช่ไหม~?」

「อา…..」

 

    ขณะที่ต้องรับแรงกดดันจากสายตาของทั้งคู่ ที่ผมทำได้ก็มีแค่ยิ้มรับอย่างเป็นมิตร

    ตามที่เมอาว่าเรื่องของลำดับมันก็จริงอยู่ แต่ว่าการแรงค์อัพขั้นต่อไปของเธอคือซัคคิวบัส เป็นแรร์การ์ดที่การหาซื้อนั้นยากเอามากๆ การไปหาเองยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าหากว่าเมอายังคิดมากเรื่องการแรงค์อัพล่ะก็ รุ่นน้องของเธอทั้งหมดคงจะไม่มีวันได้แรงค์อัพเป็นแน่

    รู้สึกผิดต่อเธออยู่ แต่การแรงค์อัพของเมอาคงต้องพักเอาไว้ก่อน เว้นแต่จะโชคดีเอามากๆ

    แต่แน่นอนว่าการแรงค์อัพซุซูกะก่อนยูคินั้นลืมไปได้เลย

 

「อา ก่อนหน้านี้ก็บอกไปแล้วนี่ ทางที่ดีที่สุดคือจะต้องแรงค์อัพให้ยูคิก่อน เหตุผลเองก็บอกไปแล้วใช่ไหม?」

 

    ด้วยคำพูดของผม พวกเมอาก็พยักหน้ารับและทำสีหน้าผิดหวังนิดหน่อย

    ทำไมต้องแรงค์อัพให้ยูคิก่อนเป็นอย่างแรกนั้น….. ไม่ใช่แค่ว่าเพราะเธอเป็นเพียงแค่ใบเดียวจากการ์ดเริ่มแรก 3 ใบที่ยังไม่ได้แรงค์อัพ

    แต่เพราะในหมู่การ์ดของผม การ์ดสำหรับวิวัฒนาการของยูคิสามารถหามาได้ง่ายที่สุด

    เขาวงกตแรงค์ D ที่พวกเราอยู่ในขณะนี้นั้น ถูกเรียกว่า ป่าของมนุษย์หมาป่า

    เป็นชื่อที่เหล่านักผจญภัยตั้งให้อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งที่มาของมันก็มาจากจ้าวของสถานที่แห่งนี้

 

    ที่นี่คือ เขาวงกตที่มีไลแคนโทรป(lycanthrope) ปรากฏตัวอยู่เสมอ

 

    อย่างไรก็ดี ตัวที่มีแนวโน้มในการแรงค์อัพของซุซูกิมากที่สุดก็คือ โกคิ(後鬼) ที่มีปรากฏเฉพาะในจังหวัดอื่นที่ห่างไกลออกไป ส่วนการแรงค์อัพของเมอาที่เป็นซัคคิวบัสนั้นยังไม่รู้สถานที่แน่ชัด

    ข้อมูลเขาวงกตที่การ์ดที่มีชื่อเสียงอย่างเอลฟ์หรือซัคคิวบัสปรากฏอยู่เป็นประจำนั้นมีน้อยเอามากๆ มีข่าวลือว่ามันถูกจัดการเป็นพิเศษจากภาครัฐ หรือไม่ก็ถูกผูกขาดโดยทีมของนักผจญภัยระดับท็อป

    ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงมาเยี่ยมเยียนป่าของมนุษย์หมาป่าตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา

    …..ผลลัพธ์ที่ได้มาจนถึงตอนนี้นั้นไม่ค่อยจะดีนัก

    แต่เดิมที่อัตราดรอปของการ์ดแรงค์ C มีต่ำอยู่ที่ 0.1% แถมจะปรากฏมาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงนั้นก็ล้วนขึ้นอยู่กับโชค

    ถ้าเพศต่างกันก็ไม่สามารถเอามาใช้แรงค์อัพให้ยูคิได้

    พวกเรานั้นได้การ์ดไลแคนโทรปมาแล้ว 2 ใบ แต่เป็นการ์ดผู้ชายหมด

    …..ถ้าถามว่าพวกเราไม่มีโชครึเปล่า มันก็คงไม่ใช่ กลับกัน ต้องบอกว่ามีโชคเยอะเอามากๆ

    3 เดือนที่ผ่านมา พวกเราพิชิตเขาวงกตนี้มาแล้ว 22 รอบ ผลลัพธ์ที่ได้ การ์ดแรงค์ C ที่น่าจะมีโอกาศได้ที่ 0.1% กลับตกมาถึง 2 ใบ เป็นอัตราดรอปสุดยอดที่ 10% ถ้าหากบอกว่านี้โชคร้ายแล้วล่ะก็ คงได้ถูกนักผจญภัยทั่วโลกรุมอัดแน่

 

    สาเหตุของอัตราดรอปสุดโกงนี้ แน่นอนว่ามาจากความสามารถของเร็นกะ

    หวนคืนจิตวิญญาณของเร็นกะนั้นคือคิชโชเต็ง เทพธิดาแห่งโชคลาภ เมื่อเธอกลายเป็นคิชโชเต็ง จะสูญเสียความสามารถในการมอบโชคร้ายไป แต่จะได้รับความสามารถมอบโชคดีที่แข็งแกร่งมากขึ้น

    ด้วยการรับการอวยพรให้โชคดีก่อนที่จะต่อสู้กับจ้าวเขาวงกต ทำให้สามารถเพิ่มอัตราดรอปของการ์ดขึ้นมาได้

    …..จะว่าไปแล้ว เรื่องความสามารถเพิ่มอัตราดรอปของเร็นกะ ได้ลองไปค้นหาดูแล้วแต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นพลังเฉพาะตัวของเธอ

    กับซาชิกิวาราชิแล้วไม่ต้องพูดถึง แต่ขนาดคิชโชเต็งก็ยังไม่มีพลังในการควบคุมอัตราดรอปเลย

    เพราะว่าการ์ดที่มีจิตวิญญาณหวนคืนเลยมีความพิเศษ หรือเพราะว่าเป็นเร็นกะที่พิเศษ….. ไม่ว่ายังไงก็ตาม ผมตัดสินใจว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร

    การขายไลแคนโทรปนี้ก็ด้วย ถ้าเอาไปขายกิลล์ทั้งหมดคงไม่ใช่ความคิดที่ดี

    นั่นเพราะด้วยแรงค์นักผจญภัยของผม หากเอาไปขายถึง 2 ใบในเวลาเพียงแค่ 3 เดือน มันดูจะเป็นอะไรที่มากเกินไป

    อีกทั้ง ราคารับซื้อการ์ดแรงค์ C ที่กิลล์ยังอยู่แค่ที่ 50% – 80% ของราคาขาย

    สาเหตุที่ว่าทำไมราคารับซื้อถึงก้าวกระโดดเมื่อเทียบจากการ์ดแรงค์ D ที่มีราคารับซื้อที่ 10% ของราคาขาย นั่นก็เพราะอุปทานมีน้อยกว่าอุปสงค์

    ไลแคนโทรปเป็นการ์ดที่ใช้งานง่ายและเป็นที่นิยม และถึงแม้จะเป็นการ์ดผู้ชายก็มีราคาขายอยู่ที่ราวๆ 30 ล้านเยน

    พอมาคิดว่าแต่ละใบจะสามารถขายได้อย่างต่ำ 15 ล้านเยนก็ช่วยไม่ได้ที่จะยิ้ม พอเอาเรื่องนั้นมาพิจารณาแล้วเรื่องการขายยุ่งยากก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ

 

「นี่ จะยังไงก็เถอะ ไปกันได้แล้ว」

 

    เร็นกะที่เฝ้าดูการโต้ตอบของพวกเราอย่างไร้ความสนใจ พูดมาขณะที่ยัดขนมเข้าปาก

    เธอที่มีเอกลักษณ์ตรงหวนคืนจิตวิญญาณเพราะงั้นก็เลยไม่กังวลเรื่องแรงค์อัพเหมือนกับการ์ดใบอื่นๆ

 

「เป็นเธอนี่ดีจังน้า เป็นทั้งการ์ดแรงค์ C แถมยังแปลงร่างได้ด้วย」

 

    เร็นกะเริ่มมีสีหน้าขุ่นมัว เมื่อได้ยินคำพูดของเมอาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจที่บางทีอาจจะได้อานิสงค์มาจากซุซูกะ

    พอหันไปมองเธอก็「โอ๋?」แสดงสีหน้าที่ไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก

 

「อาา…..รู้สึกเสียใจแทนตัวเธอจริงๆแหละ ที่ต้องมาอยู่ใกล้ๆกับอัจฉริยะผู้ถูกเลือกอย่างชั้น เธอเองก็คงจะต้องรู้สึกด้อยค่าแน่ๆเลย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะแบ่งปันพรสวรรค์อันเปี่ยมล้นของชั้นไปใช้แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี「โอร่าา!」」

 

    เมอากระโดดถีบเข้าใส่ขัดจังหวะคำพูดของเร็นกะ -ผลั่ก-! เร็นกะกระเด็นไปแต่ก็ลุกกลับมาแล้วโจมตีใส่เมอา

 

「นี่แก! อยากจะมีเรื่องใช่ไหม!」

「นั่นมันคำพูดของชั้นต่างหาก! ปกติตรงนี้ต้องเป็นช่วงที่ถ่อมตัวแล้วพูดปลอบชั้นมาต่างหาก จะมาอวดเบ่งทับหน้าด้านๆเพื่ออะไรกัน!」

「อ๋า? ก็ปลอบไปแล้วไงล่ะ!」

「ตรงไหนกัน!?」

 

    ทั้ง 2 คนเริ่มจะทะเลาะกัน แต่ผมก็ตบมือเพื่อให้หยุด

 

「จ้าจ้า พอแค่นั้นแหละ หมดเวลาพักแล้ว ไปกันเถอะ」

 

    ถ้าปล่อยให้คู่นี้ที่สามารถหาเรื่องใส่กันได้ทุกครั้งที่มีโอกาศล่ะก็ ตะวันได้ตกดินก่อนแน่

 

「เอลิซ่า ขลุ่ยของฮาเมลิน」

「เยส, มาสเตอร์」

 

    เอาล่ะ หวังว่าวันนี้จะได้การ์ดที่ต้องการนะ

    ผมภาวนากับเทพธิดาแห่งโชคลาภแล้วก้าวข้ามเกจเคลื่อนย้ายที่เอลิซ่าเปิดออก

 

 

 

 

【Tips】กราดิเอเตอร์และการพนัน

    รูปแบบของการพนันที่โด่งดังเป็นอันดับหนึ่งในโลกนี้ ไม่ใช่การแข่งม้าหรือว่าปาจิงโกะ แต่เป็นมอนสเตอร์โคลอสเซียม เหตุผลที่มันโด่งดังไม่ใช่แค่เพราะว่ามันดูได้อย่างสนุกเท่านั้น แต่เป็นเพราะอัตราการหักเงินที่ต่ำ เทียบกับการแข่งม้าที่ 25%, ปาจิงโกะ 12.5% อัตราของมอนสเตอร์โคลอสเซียมนั้นต่ำมากที่ 5% อัตราการหักเงินที่ต่ำนี้ดึงดูดผู้เข้าร่วมมากมาย และยังดึงดูดสปอนเซอร์สำหรับรายการ TV อีกด้วย

    ด้วยแหล่งเงินทุนที่อุดมสมบูรณ์นี้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกราดิเอเตอร์ถึงได้รับค่าตอบแทนที่มาก ในอีกด้านหนึ่ง เนื่องจากจำนวนของนักผจญภัยมืออาชีพที่กลายมาเป็นกราดิเอเตอร์เพราะผลตอบแทนสูงค่อยๆเพิ่มมากขึ้น ก็เกิดเป็นปัญหาว่า จุดมุ่งหมายดั้งเดิมของระบบนักผจญภัย ที่เป็นการสำรวจเขาวงกต กลับถูกละเลย

 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

บุคลิกภาพแบบแมคคิเวลเลียน : ผู้ที่มองคนอื่นเป็นเครื่องมือและทำทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

https://www.facebook.com/PsychologyChula/photos/a.897311197049961/932910466823367/?type=3&locale=th_TH

https://en.wikipedia.org/wiki/Machiavellianism_(psychology)

 

ซุซูกะ โกเซ็น (鈴鹿御前)

https://www.facebook.com/2178609179035447/photos/a.2205548223008209/2276714415891589/?type=3

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 28 มีทฤษฏีที่ว่าใครที่มาเป็นการ์ดของผมคือพวกที่มีคาแรกเตอร์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved