cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย - ตอนที่ 12 คิตาจิม่านี่มันใครกัน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เด็กม.ปลายสายม็อบอย่างผมจะกลายเป็นสายเรียลได้ไหมถ้าเป็นนักผจญภัย
  4. ตอนที่ 12 คิตาจิม่านี่มันใครกัน
Prev
Next

    -กลุก กลุก- กลิ้งปากกาไปมา ผมกำลังรอช่วงเวลานี้อยู่

    ได้ทำทุกอย่างที่ทำได้ไปแล้ว ทบทวนซ้ำไปหลายรอบ ใช้เวลาที่เหลืออยู่อีกน้อยนิดไปเงียบๆ

    ยังคงมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่พยายามอยู่จนถึงที่สุด กำลังตวัดปากกาอยู่ราวกับว่ามันเกาะติดกับโต๊ะ

    …..เขียนได้มากขนาดนั้นเชียว? ถึงจะเรียนอยู่ห้องเดียวกัน แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่จะนึกสงสัย

    และแล้ว เสียงกริ่งก็ดังขึ้น อาจารย์ผู้คุมก็ส่งเสียง

 

「เอาล่ะ พอแค่นั้นแหละ วางปากกาไว้บนโต๊ะซะ」

 

    ทันใดนั้น เสียงถอนหายใจก็ดังขึ้นมาทั่วห้องเรียน ผมเองก็นั่งตัวตรงขึ้น

    วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสอบกลางภาค พวกเราได้หลุดพ้นจากนรกการสอบแล้ว

 

「อา~ จบซักที」

「ใช่เลย อะไรหลายอย่างมันจบแล้ว ที่เข้าใจมีไม่ถึงครึ่งเลย」

 

    พออาจารย์ออกจากห้องไป คู่หูตะวันออก-ตะวันตกก็ทักขึ้นมา

 

「มาโร่คราวนี้เป็นไงบ้างล่ะ?」

「ของชั้นก็เหมือนเคยแหละ น่าจะอยู่ที่ 60-70 คะแนนล่ะมั้ง?」

 

    นิชิดะขมวดคิ้วให้กับคำตอบของผม

 

「ค่าเฉลี่ยของคราวนี้คือประมาณนั้นสินะ เกณฑ์ตกก็คงจะลบออกจากเฉลี่ยไป 20 ใช่ม่ะ? ชั้นเองอาจจะแย่วิชาเลขแล้วก็ได้」

「หยุดเอาคะแนนคนอื่นมาเป็นตัววัดได้ไหม? มันอาจจะมากกว่าค่าเฉลี่ยก็ได้」

 

    …..แต่ก็นะ มันก็คงเป็นค่าเฉลี่ยแหละ ด้วยบางเหตุผลคะแนนสอบของผมจะอยู่ในช่วงค่าเฉลี่ยมาตั้งแต่ชั้นประถมแล้ว ตอนม.ปลายนี้มันก็คงเป็นค่าเฉลี่ยอีก รู้สึกเกลียดตัวเองที่ออกจะธรรมดาแบบนั้น แต่ก็ไม่ทั้งหมด

 

「ก่อนอื่นก็ ไปหาอะไรเล่นกันซักที่เถอะ」

「มาโร่เองก็ไม่มีงานพิเศษตอนช่วงสอบใช่ไหมล่ะ?」

「โอ้ ตามคาดเลยวันนี้」

「อู้ว! งั้นไปที่ไหนดี? นานๆทีไปคาราโอเกะกันดีไหม」

 

    พวกเราที่คุยแบบนั้นกันอยู่ขณะที่กำลังจะออกจากห้องเรียน

 

「โอ๊ะ…..」

「อะ」

 

    เกือบจะชนกับคนที่กำลังจะเข้ามาในห้องเรียน…..มินามิยาม่าล่ะ ที่มือดูเปียกๆ คงจะไปเข้าห้องน้ำมา

    มินามิยาม่ารู้สึกถึงตัวตนของพวกเราแล้วเลิกคิ้วขึ้น พวกฮิกาชิโนะเองก็หยุดยิ้มไป

    …..กลายเป็นสถานการณ์ชวนอึดอัด

    ถ้านี่เป็นเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นแล้วล่ะก็ พวกเราก็คงหลีกทางให้ทันที หรือจะเป็นอีกด้านที่หลีกทางให้ มันไม่ได้มีความหมายอะไรลึกซึ้ง

    แต่พอรู้ตัวว่าอีกฝ่ายคือมินามิยาม่าแล้ว ด้วยบางเหตุผล พวกเราไม่อยากที่จะหลีกทางให้

    อีกด้านหนึ่ง มินามิยาม่าเองก็ไม่ยอมหลีกทางให้พวกเราเช่นกัน รู้สึกได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

    หมอนี่ในตอนนี้ได้ไปอยู่ในชนชั้นบนแล้ว ถ้าตามปกติของความสัมพันธ์เชิงอำนาจควรจะเป็นพวกเราที่ยอม

    ทว่าในหมู่พวกเรา ไม่ทำการยอมรับว่าหมอนี่จะมีอะไรที่ดีไปกว่าพวกเรา

    นั่นอาจจะเพราะความดื้อรั้นบางอย่างที่มิตรภาพของพวกตนถูกทิ้งไปอย่างง่ายดายก็เป็นได้

 

    —–คือว่านะ คุยกันแบบไม่ต้องเกรงใจก็ได้ ก็ผมกับพวกนายเอง แบบนั้นไง เข้าใจกันนะ?

 

    ครั้งหนึ่ง ตอนที่พวกเราชวนจับกลุ่มด้วยกัน คำพูดของหมอนี่ที่เคยพูดลอยขึ้นมาในหัว

    คู่หูตะวันออก-ตะวันตกก็คงจะจำได้ด้วยเหมือนกัน สีหน้าดูเคร่งเครียด

    พอเห็นพวกเราเป็นแบบนั้น มินามิยาม่าก็ฮึดจมูก

 

「…..มันเกะกะนะ」

「…..!」

 

    ขณะที่ชิดะกำลังจะพูดอะไรออกไปนั้น

 

「มินามิยาม่าคุง? เป็นอะไรเหรอ?」

 

    เสียงของโอโน่ดังมาจากด้านหลัง พอหันไปมองก็เจอกับพวกทาคาฮาชิจากกลุ่มเรียจูและเพื่อนร่วมชั้นอีกหลายคน แน่นอนว่า ชิโนมิยะซังกับ…..อุชิคุระซังก็อยู่ด้วย

 

「เป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ?」

 

    ทาคาฮาชิพร้อมรอยยิ้มสดใสถามขึ้น

 

「อา หรือว่าบางทีคงจะชวนมินามิยาม่าไปเที่ยวด้วยกันสินะ? โอ้ ขอโทษด้วย! พวกเราชวนไปก่อนหน้าแล้วล่ะ ของแบบนี้มันใครไวกว่าก็ได้ไปก่อนล่ะนะ เนอะ?」

「อา ไม่หรอก…..」

 

    ทาคาฮาชิยกมือขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วพูดขอโทษทำให้อารมณ์พวกเราผ่อนลง โดนโถมใส่ด้วยออร่าความเป็นผู้นำเต็มเปี่ยมที่แตกต่างไปจากมินามิยาม่า

 

「ไม่ใช่แบบนั้นหรอก โทษทีโทษที จะไปเอากระเป๋ามาเดี๋ยวนี้แหละ」

 

    มินามิยาม่าพูดพลางหัวเราะ แล้วออกแรงดันพวกเราออกไป

    ฮิกาชิโนะกัดริมฝีปาก

    นี่ก็คือความสัมพันธ์เชิงอำนาจในห้องเรียนปัจจุบันของพวกเรา

    ในขณะที่พวกเรากำลังมองส่งพวกเรียจูอยู่นั้น ชิโนมิยะซังก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้แล้วพูดว่า

 

「อะ ใช่แล้ว ถ้าไม่ว่าอะไร มาโระจิเองก็มาด้วยกันไหมล่ะ? ที่คาราโอเกะ」

『!?』

 

    รู้สึกได้ว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไปทั่วบริเวณนั้น ทุกๆคนเปิดตากว้างแล้วจ้องมองมาที่ผม

    นี่ผมไม่ใช่เอสเปอร์นะ…..บางที แต่ว่าตอนนี้ ผมสามารถได้ยินถึงสิ่งที่อยู่ในใจของทุกคนได้อย่างแน่นอน

    นั่นก็คือ ทำไมชิโนมิยะซังถึงได้ชวนเจ้าม็อบนี่!? นั่นล่ะ

 

「อา ไม่ล่ะ…..」

 

    ลิ้นติดพันไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ทันที

    ในตอนนั้นโอโน่ก็ก้าวออกมาอยู่ระหว่างพวกเรา

 

「อาแหม แต่ว่า คิตา…..เอ คิตาจิม่าคุง? กับฮิกาชิดะคุงและนิชิโนะคุง เหมือนจะไปเที่ยวด้วยกันกับสมาชิกเขาเหมือนอย่างเคยนะ คิดว่าถ้าไปชวนแบบนั้นมันจะทำให้ลำบากใจรึเปล่า?」

「โอ๋? ถ้างั้นก็ไปทั้ง 3 คนเลยไหมล่ะ? ถ้าเช่าห้องเพิ่มเป็น 2 ก็น่าจะไปได้ทั้งหมด หรือว่าจะเปลี่ยนเป็นโบว์ลิ่งแทนดีไหม?」

 

    ด้วยข้อเสนอของทาคาฮาชิทำให้มินามิยาม่าและโอโน่เปลี่ยนสีหน้าไป

    สมาชิกคนอื่นๆเองก็สีหน้ากระตุก

    เพื่อนร่วมชั้นเองก็รู้ถึงความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างพวกเรากับมินามิยาม่า มันเป็นข้อเสนอที่ไม่มีใครต้องการ

    หรือว่าทาคาฮาชิจะไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรา? เป็นไปได้ ทาคาฮาชิเคยยอมรับด้วยตัวเองกับคนอื่นๆมาแล้วว่าเขาเป็นพวกบ้าเบสบอล ให้ความรู้สึกว่าขาดความเข้าใจในความละเอียดอ่อนของความสัมพันธ์ภายในชั้นเรียน แต่ไหนแต่ไรแล้ว บางทีคงจะเพิ่งรู้สึกถึงตัวตนของมินามิยาม่าเอาตอนที่กลายเป็นนักผจญภัยเท่านั้นด้วยซ้ำ

    ก่อนจะถึงตอนนั้น มินามิยาม่าก็เป็นแค่เพื่อนร่วมชั้น A คงจะไม่ได้เข้าใจความสัมพันธ์ของพวกเขาเลย

    แต่ดูจากปฏิกริยาที่เกิด โอโน่เหมือนจะรู้ดี หมอนี่ค่อนข้างจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นทั้งชั้นเรียน

    อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้ที่จะตอบรับข้อเสนอนี้ เพราะทั้งกลุ่มจะถูกแยกไปใน 2 ห้องโดยไม่รู้ว่าใครจะไปห้องไหน แค่นั้นก็วุ่นกันหมดแล้ว สมาชิกคนอื่นก็พยายามส่งความรู้สึกให้บอกปฏิเสธไป ฮิกาชิโนะจึงตอบกลับไปอย่างลนลาน

 

「ม-ไม่เป็นไรหรอก พวกเราไม่เป็นไร อื้ม ทุกคนไปสนุกกันตามสบายเถอะ」

「งั้นเหรอ? น่าเสียดายนะ…..」

 

    โอโน่อาศัยจังหวะที่ทาคาฮาชิยอมถอยไปอย่างรวดเร็ว

 

「งั้น พวกคิตาจิม่าคุงก็พูดมาเองแบบนั้นแล้ว น่าเสียดายนะคราวนี้」

「อ-อืม」

 

    โอโน่พยายามส่งสายตาไปรอบๆ เพื่อนร่วมชั้นจึงรีบพากันพยักหน้า

    ขณะที่เรื่องกำลังจะจบลงได้แล้ว จู่ๆชิโนมิยะซังก็พูดขึ้นมา

 

「คือว่านะ โอโน่」

「อ-อะไรเหรอ?」

 

    โอโน่ที่ถูกเรียกชื่อ ตอบกลับขณะที่รู้สึกสั่นคลอนเล็กน้อย

 

「คิดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ไม่ใช่คิตาจิม่านะ แต่เป็นคิทากาว่าต่างหาก คิทากาว่า อุทามาโร่ ชื่อเดียวกับช่างวาดภาพสมัยเอโดะ ชื่อของเพื่อนร่วมชั้นก็จำไว้ดีๆหน่อยสิ」

「เอ….. อ-โอ้ นั่นสินะ ขอโทษด้วย คิทา…..กาว่าคุง」

「อ-โอ้…..ไม่ต้องใส่ใจหรอก」

「อืม…..งั้นไปกันเถอะ」

 

    ด้วยคำพูดนั้น ทาคาฮาชิกับเพื่อนๆก็ออกไปจากห้องเรียน

    เหลือเพียงแค่พวกเรา 3 คนอยู่ข้างหลัง

 

「โอ่ยโอ่ยโอ่ยโอ่ย! นี่มันหมายความว่ายังไงกัน มาโร่!」

「แกไปเป็นเพื่อนกับชิโนมิยะซังตั้งแต่เมื่อไร!」

 

    พวกฮิกาชิโนะเข้ามารุมทันที เข้ามาคว้าอกเสื้อไว้พร้อมด้วยสีหน้าดุดัน รู้สึกถึงแรงกดดันมากกว่าที่มีต่อมินามิยาม่าซะอีก ไม่สิรู้สึกถึงจิตสังหาร…..!

 

「ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้! เอ๋ มันหมายความว่าไงเนี่ย!?」

 

    แม้จะพยายามแก้ตัวอย่างลนลาน แต่ทั้งคู่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะเชื่อเลยซักนิด

 

「มันจะไปไม่รู้ได้ยังไง! ไม่งั้นแล้วทำไมชิโนมิยะซังถึงได้ชวนแกไปคาราโอเกะด้วยกันล่ะ? ห๋า?」

「ทำไมถึงมีแค่แกที่ได้แก้ชื่อให้ถูกด้วย! ขนาดของพวกเราเองยังผิดเลย」

「ไม่สิ เรื่องนั้นมัน…..อะ หรือว่าจะเป็นตอนนั้น?」

 

    เพียงแค่คำพูดนิดเดียวของผม ปิรันย่า 2 ตัวก็เข้ามาขย้ำอย่างรวดเร็ว

 

「ว่าแล้วมันต้องมีอะไรแน่! คายมาซะ! ไอ้คนทรยศ!」

「คนทรยศนี่มันก็…..ตอนที่ไปห้องพยาบาลเมื่อวันก่อน ชิโนมิยะซังเองก็พักอยู่ด้วย ก็เลยได้แนะนำตัวไปนิดหน่อย น่าจะจำได้ตอนนั้นล่ะมั้ง?」

「…..แค่นั้นรึ?」

「แค่นั้นแหละ」

 

    ด้วยคำพูดนั้นทำให้ทั้งคู่ปล่อยมือออกจากเสื้อผม

 

「ฟุมุ งั้นก็หมายความว่าแค่จำชื่อของมาโร่ได้แต่จำของพวกเราไม่ได้เท่านั้น?」

「ที่ชวนไปคาราโอเกะก็คงเพราะแค่บังเอิญนึกอยากชวน หรือไม่ก็อาจจะแค่คิดล้อเล่นด้วย? มีความเป็นไปได้อยู่แหะ」

「…..พูดก็พูดเถอะพวกแก ไม่ใช่ว่าชอบคุณพี่สาวกับโลลิรึไง」

 

    พอผมบ่นกลับไปขณะที่นวดคอ ทั้งคู่ก็ตอบกลับมาพร้อมกัน

 

『เรื่องนั้นก็ส่วนเรื่องนั้น』

「อีกอย่าง ตามหลักสามัญสำนึกแล้ว ไม่คิดว่าจะสามารถคบหากับโลลิได้หรอก ความรักในความเป็นจริงก็คงจะเป็นในช่วงอายุใกล้เคียงกัน」

「ในห้องนี้เองก็มีเด็กน่ารักอยู่เต็ม ตอนที่ได้เห็นชิโนมิยะซังครั้งแรกนี่ทำเอาสั่นไปหมด แบบ นี่มันชั้นเรียนไอดอลแล้ว」

「มาโร่ที่เป็นมนุษย์ดาวหน่มน้มเองก็เถอะ ถ้ามีสายสวยอกเล็กมาติดพันก็คงจะคบด้วยใช่ไหมล่ะ?」

「…..นั่นก็จริง!」

 

    พลังโน้มน้าวมหาศาลมาก

    นั่นสินะ ความชอบก็ส่วนความชอบ ความจริงก็ส่วนความจริง ถ้ามีสาวสวยที่สามารถไขว่คว้าได้ มันก็เป็นเรื่องปกติที่จะตกหลุมรักเธอคนนั้น

 

「อยากมีแฟนจังน้า~」

 

    จู่ๆฮิกาชิโนะก็พูดขึ้นมา นิชิดะพยักหน้ารับอย่างหนักหน่วง

 

「เคยคิดว่าพอขึ้นม.ปลายแล้วจะได้แฟนเป็นเรื่องปกติ แต่…..ไม่รู้สึกว่าจะเป็นแบบนั้นเลย มันหมายความยังไงกัน?」

「อา ชั้นเองก็คิดแบบนั้น แบบ คิดว่าพอโตขึ้นก็คงได้แต่งงานแล้วก็มีลูกเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้ามันยังเป็นแบบนี้ต่อไปอยู่ล่ะก็…..」

「โอ่ย หยุดเลย」

 

    ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่แล้วก็นึกตาม

    แฟนเหรอ ก็จริงที่อยากมี จะว่าไปแล้ว มันเป็นเหตุผลอีกครึ่งหนึ่งที่อยากจะเป็นเรียจูเลย

    มีความหวังอยู่ลางๆว่าถ้าเกิดได้เป็นนักผจญภัยแล้ว จะสามารถหาแฟนสาวน่ารักๆพร้อมหน้าอกใหญ่ๆได้

    แม้แต่ขณะที่สู้กับนักเป่าขลุ่ยแห่งฮาเมลิน ตอนที่เฉียดใกล้กับความตาย ความรู้สึกนั้นก็ยังไม่หายไป

    อันที่จริงตอนที่เกือบตาย ความต้องการที่จะเป็นเรียจูมันยิ่งรุนแรงมากขึ้น

    …..พอคิดว่าจะไม่ได้แฟนจนกว่าจะเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงแล้วก็อดเศร้าไม่ได้

 

「คริสต์มาส จะทันไหมน้า」

 

    ผมพูดกระซิบขึ้นเบาๆ

 

 

 

 

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ผมได้เป็นนักผจญภัยก็ผ่านไปแล้ว 1 เดือน

    ตัวผมที่ผ่านมาก็เข้าท้าทายดันเจี้ยนอยู่เรื่อยๆ แทบทุกวัน พิชิตเขาวงกตไปได้แล้วรวม 10 แห่ง

    นับว่ารวดเร็วมากจนแทบไม่อยากเชื่อว่าเขาวงกตแห่งแรกจะใช้เวลาไปทั้งอาทิตย์ถึงจะพิชิตได้ แต่แน่นอนว่าของแบบนี้มันมีที่มาอยู่

    อย่างแรกคือ ในวันที่โรงเรียนเปิดเทอมอยู่ ผมจะเล็งเป้าไปที่เขาวงกตระดับต่ำๆที่สามารถพิชิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

    อย่างที่สองคือ ค้นคว้าข้อมูลแผนที่และรูปแบบของมอนสเตอร์ภายในเขาวงกตนั้นล่วงหน้า

    อย่างสุดท้ายที่สำคัญที่สุดเลยคือ จากการต่อสู้อันดุเดือดกับชายเป่าขลุ่ยแห่งฮาเมลิน ช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราแน่นแฟ้น และช่วยให้เติบโตขึ้นอย่างมาก

 

    และนี่ก็คือสเตตัสของพวกเธอ ณ ตอนนี้

 

 

【เผ่า】ซาชิกิวาราชิ (เร็นกะ)

【พลังต่อสู้】310 (5UP!)

【ทักษะติดตัว】

    – โชคดีและโชคร้ายคือเชือกที่มัดรวมกันแน่น

    – ซ่อนแอบ

    – เวทมนตร์ฟื้นฟูพื้นฐาน

 

【ทักษะเรียนรู้】

    – ตัวตนที่ร่วงหล่น

    – ปิดกั้นจิตใจ -> จิตวิญญาณอิสระ (CHANGE!) : หัวใจที่ไม่ถูกผูกมัดด้วยสิ่งใด, ค่าบวกต่อการเคลื่อนไหวอิสระ, ทนทานต่อสถานะผิดปกติทางจิต, ยกเลิกสกิลเหนี่ยวรั้งบางอย่าง

    – เวทมนตร์โจมตีพื้นฐาน

 

 

【เผ่า】กูล่า (เอลิซ่า)

【พลังต่อสู้】140 (30UP!)

【ทักษะติดตัว】

    – ศพมีชีวิต

    – พลังบ้าคลั่ง ณ ชุมนุมเพลิง

    – ผู้กินศพ

 

【ทักษะเรียนรู้】

    – เชื่อฟังเด็ดขาด

    – ทักษะทางเพศ

    – ฟีโรโมน

    – ลอบโจมตี

    – หัวใจกลวง -> หัวใจเยือกเย็น (CHANGE!) : จิตใจที่ระงับอารมณ์และไม่สูญเสียความสงบ, ทนทานต่อสถานะผิดปกติทางจิดอย่างมาก, เสริมทักษะความคิด

    – ปกป้อง (NEW!) : เคลื่อนย้ายไปหาและเข้าแทนที่พรรคพวกในทันที, ขณะใช้งาน พลังป้องกันและพลังชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก

    – เคลื่อนไหวแม่นยำ(NEW!) : ช่วยให้การเคลื่อนไหวมีความแม่นยำมากขึ้น

 

 

【เผ่า】คูซี่ (ยูคิ)

【พลังต่อสู้】175 (25UP!)

【ทักษะติดตัว】

    – สุนัขเฝ้ายามแห่งภูติ

    – พฤติกรรมรวมฝูง

 

【ทักษะเรียนรู้】

    – ภักดี : หลักฐานของการค้นพบผู้เป็นนายที่ต้องการรับใช้, เพิ่มค่าสเตตัสตามความภักดีที่มี

    – ผู้กล้าตัวน้อย : ไม่ทราบรายละเอียด

    – การตื่นขึ้นของสัญชาตญาณ : ปลดปล่อยสัญชาตญาณสัตว์ป่า, เพิ่มความสามารถด้านกายภาพโดยแลกกับความมีเหตุผล, ในขณะเดียวกันลดความทนทานต่อสถานะผิดปกติทางจิด

    – ตรวจจับตัวตน (NEW!) : เสริมประสาทสัมผัสทั้ง 5, ตรวจจับสกิลพรางตัวได้ง่ายขึ้น

 

 

    ทั้ง 3 ใบพัฒนาทั้งพลังต่อสู้และสกิลขึ้นมามาก

    ด้านเร็นกะ สกิลด้านลบอย่างปิดกั้นจิตใจซึ่งเกิดมาจากความไม่เชื่อใจต่อมาสเตอร์ ได้กลายมาเป็นจิตวิญญาณอิสระ

    ระยะห่างระหว่างเธอและมาสเตอร์ไม่มีอีกแล้ว

    เธอเริ่มมีส่วนร่วมในการต่อสู้ ทั้งหน้าที่การสนับสนุนในการต่อสู้และความสามารถที่ช่วยเพิ่มอัตราดรอปของได้เฉิดฉายขึ้น

   โดยเฉพาะการเพิ่มอัตราดรอปที่มากกว่าอัตราปกติถึง 3 เท่า ถ้าอัตราดรอปมันต่างกันขนาดนี้ จะไม่แปลกใจเลยถ้าซาชิกิวาราชิเป็นสิ่งที่มือโปรจำเป็นต้องมี แต่น่าแปลกว่ามันไม่ใช่

    ก็นะ อาจจะเพราะมันมีหลายสกิลที่เพิ่มอัตราดรอปอยู่ด้วยเหมือนกัน

 

    ต่อไปมาพูดถึงเอลิซ่ากัน

    ตัวเธอ หัวใจกลวงถูกเปลี่ยนเป็นหัวใจเยือกเย็น ในที่สุดเธอก็มีความรู้สึกเป็นของตัวเองแล้ว

    ถึงแม้ว่าความคิดจะยังช้าอยู่ แต่ก็สามารถคิดและกระทำการต่างๆได้ด้วยใจตัวเอง

    แต่อาจจะด้วยหัวใจที่กำลังเติบโตก็ดี หรืออาจจะด้วยลักษณะนิสัยของตัวเธอเองก็ดี เธอไม่ค่อยจะพูดมากนักและสีหน้าก็ไม่ค่อยเปลี่ยน

    กระนั้นแล้วก็แน่นอนว่าเธอมีความใส่ใจต่อพรรคพวกในแบบเงียบๆของเธอเองอยู่ จากสิ่งที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนของสกิลหัวใจเยือกเย็น เธอเองก็ได้สกิลสนับสนุนที่ชื่อปกป้องมา

    นี่คือสกิลที่ทำให้สามารถพุ่งไปแทนที่พรรคพวกที่เห็นในระยะสายตาได้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนจะเป็นอิทธิพลมาจากประสบการณ์ตอนที่ต่อสู้กับนักเป่าขลุ่ยแห่งฮาเมลิน

    พอรับรู้ถึงสกิลนี้ ทั้งเร็นกะและยูคิต่างมุ่งพากันพัฒนาความร่วมมือเพื่อที่จะได้ไม่ต้องถูกเอลิซ่ามาปกป้อง เป็นผลส่งเสริมกันและกันได้อย่างดี

    และก็มีของเล็กๆน้อยๆ อาจจะเนื่องด้วยผลของสกิล ดวงตาที่แดงก่ำได้หายไปแล้ว ถือเป็นการเปลี่ยนที่ดีสำหรับผม

 

    สุดท้ายคือยูคิ

    สำหรับเธอคงจำเป็นต้องอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของสกิลจากการต่อสู้กับชายเป่าขลุ่ยแห่งฮาเมลิน

   อย่างแรก สกิลเชื่อฟังของเธอกลายเป็นสกิลภักดี, ขี้ขลาดกลายเป็นผู้กล้าตัวน้อย, และได้สกิลการตื่นขึ้นของสัญชาตญาณกับตรวจจับตัวตนเพิ่มมา

    ในพวกนี้ ภักดี, การตื่นขึ้นของสัญชาตญาณ, และตรวจจับตัวตน ทั้ง 3 สกิลสามารถหาข้อมูลจากกิลล์มาได้โดยง่าย แต่สำหรับผู้กล้าตัวน้อยที่ดูจะมีบทบาทอย่างมากในการต่อสู้นั้นกลับยังไม่เข้าใจอะไรมากนัก

    ดูเหมือนว่าจะมีความสามารถยกเลิกสกิลพิเศษบางอย่าง, เพิ่มประสิทธิภาพของสกิลตนเองและพรรคพวก แต่ความสามารถนั้นไม่คงที่ บางครั้งก็แสดงผลแต่บางครั้งก็ไม่ ยังไม่เข้าใจแก่นจริงๆของมัน

    วันหนึ่งจู่ๆก็หายไป…..มีรายงานมาว่าแบบนั้น ดูจะเป็นสกิลที่โด่งดังจากการที่เต็มไปด้วยปริศนาและความโรแมนซ์

    ในอีกด้านหนึ่ง ที่เหลืออีก 3 อย่างสามารถทำความเข้าใจได้อย่างดี

    ภักดี สามารถเพิ่มค่าสเตตัสขึ้นตามความภักดีต่อเจ้าของการ์ด

    ค่าสูงสุดอยู่ประมาณ 20% ดูเหมือนว่าถ้าหากทำอะไรที่บ่อนทำลายความภักดีที่มีให้ต่อเจ้าของแล้ว อาจทำให้สูญเสียสกิลไป

    จะต้องระมัดระวังไว้

 

    การตื่นขึ้นของสัญชาตญาณ เป็นสกิลที่มักจะได้โดยมอนสเตอร์ประเภทสัตว์ มีความสามารถง่ายๆคือเพิ่มความสามารถด้านกายภาพแลกกับความมีเหตุผล

    ในอีกด้านหนึ่ง ยิ่งสูญเสียความมีเหตุผลไปมากเท่าไหร่ ความทนทานต่อสถานะผิกปกติทางจิตก็ยิ่งลดต่ำลง เป็นสกิลที่ค่อนข้างสุดโต่ง

    …..แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ถ้าเลือกไปเขาวงกตที่ไม่มีการโจมตีทางจิต ก็สามารถใช้งานมันได้โดยไร้ข้อเสีย และดูเหมือนว่าผลมันถือว่าอยู่ในขอบเขตของผู้กล้าตัวน้อยด้วย ตัวยูคิดูจะไม่สูญเสียความมีเหตุผลไปแม้จะเสริมพลังไปจนสูงสุดก็ตาม

    อย่างไรก็ตาม มันมีความแตกต่างกันอยู่ระหว่างการเพิ่มค่าสเตตัส กับ การเพิ่มความสามารถด้านกายภาพ นั่นก็คือ การเพิ่มค่าสเตตัสจะเพิ่มหลายอย่างแบบกว้างๆ ซึ่งรวมไปถึงพลังโจมตีเวทและการทนทานต่อสถานะผิดปกติ ในขณะที่การเพิ่มความสามารถด้านกายภาพจะจำกัดอยู่ที่ความสามารถทางร่างกาย เช่น ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและความเร็วในการตอบสนอง

 

    สุดท้าย ก็อยากจะพูดถึงตรวจจับตัวตนที่มีความสามารถทำให้ตรวจจับสกิลพรางตัวได้ง่ายขึ้นอยู่ แต่ว่า…..

    เมื่อทดสอบความสามารถในการตรวจจับกับเร็นกะโดยให้ใช้ซ่อนแอบแล้ว จะมีความรู้สึกเหมือนรับรู้ตำแหน่งที่เธออยู่ได้คร่าวๆ

    ดูเหมือนถ้าใช้เวลาก็สามารถตามเจอได้ด้วยการดมกลิ่น แต่ก็แน่นอนว่าถ้าเคลื่อนไหวด้วยความไว และยังล่องหนอยู่ก็ไม่สามารถตามเจอได้

    แต่ถึงอย่างนั้น กับศัตรูที่ไม่มีสกิลพรางตัว สามารถตรวจจับได้จากระยะห่างพอสมควร เพราะงั้นจึงคุ้มค่าที่จะฝึกฝนในฐานะหน่วยค้นหาศัตรูต่อไป

 

 

    เอาล่ะ ทั้งหมดนั้นก็คือที่เกี่ยวกับการเติบโตของการ์ด ต่อไปมาพูดถึงผลประกอบการของ 1 เดือนกัน

    ใน 1 เดือนที่ผ่านมานี้ ผมพิชิตเขาวงกตไปได้ 10 แห่ง รวมกับที่ได้ต่อสู้กับนักเป่าขลุ่ยแห่งฮาเมลินไปด้วย

    จำนวนชั้นรวมทั้งหมด 50 ชั้น หินเวทรางวัลสำหรับการพิชิตเขาวงกต คำนวณด้วยจำนวนชั้น x 10,000 เยน ดังนั้นผลตอบแทนของหินเวทคือ 500,000 เยน

    จากยอดนี้ แม้จะหักออกด้วยค่าข้อมูลเขาวงกตที่ซื้อจากกิลล์ไป 90,000 เยนก็จะยังอยู่ในโซนบวก 410,000 เยน

 

    ยิ่งกว่านั้น ยังมีของที่ได้จากการต่อสู้ระหว่างทางแบ่งเป็น หินเวทประมาณ 60,000 เยน, การ์ด 64 ใบ เนื่องจากไม่คิดจะใช้การ์ดแรงค์ F จึงขายไปทั้งหมดได้ประมาณ 70,000 เยน

    และอย่าเพิ่งลืม อุปกรณ์เวทที่ได้จากกล่องน่าผิดหวังด้วย

    ถึงอุปกรณ์เวทที่ได้จากเขาวงกตแรงค์ F จะไม่หวือหวา แต่ก็ดูถูกไม่ได้

 

    รายละเอียดตามด้านล่าง

 

    – โพชั่นระดับกลาง x1     100,000 เยน

    – โพชั่นระดับต่ำ x3     30,000 เยน

    – หินจุดไฟ x4     20,000 เยน

    – ถุงกลิ่น x2     2,000 เยน

 

    นอกจากนี้ ราคาซื้อของอุปกรณ์เวทตั้งแต่แรงค์ F – D คือ 10% ของราคาตลาด

    แน่นอนว่าตัดสินใจไม่ขาย เอามาไว้ใช้เอง

    โพชั่นระดับกลางสามารถรักษาอาการกระดูกหักหรือบาดแผลเล็กน้อยได้ทันที เหมาะสำหรับตอนฉุกเฉิน, ถุงกลิ่นเอาไว้ล่อพวกสัตว์ประหลาด, หินจุดไฟเมื่อปาออกไปจะมีพลังเทียบเท่าเวทโจมตีธาตุ 1 ครั้ง ใช้ได้ในกลยุทธทั่วๆไป, โพชั่นระดับต่ำไว้เป็นของขวัญให้แม่และน้องสาว

    แม้ว่าโพชั่นระดับต่ำที่สุดจะไร้ประโยชน์ในการรักษาบาดแผล แต่ก็สามารถทำให้ผิวพรรณสวยขึ้นได้โดยนำไปผสมน้ำแช่, หากโปรยบนมือจะช่วยลดความหยาบกร้านของมือได้, หากดื่มจะช่วยให้สภาพร่างกายดีขึ้นในทันที นับเป็นของฟุ่มเฟือยในชีวิตประจำวัน แต่ก็เป็นของมีประโยชน์ที่ควรมี

 

    แต่ว่า ผลรวมของพวกนี้พอนำมาเทียบกับของที่ได้จากขายเป่าขลุ่นแห่งฮาเมลินแล้วจะดูด้อยไปทันที

    ในการต่อสู้นั้น พวกเราได้รางวัลมา 2 อย่างคือ หินเวทสีแดง, และขลุ่ยยาว

    หินเวทสีแดง เป็นของพิเศษที่ได้รับเฉพาะจากอิเรกูลาร์เอ็นเคาเตอร์เท่านั้นสามารถขายได้ 1,000,000 เยน โดยเป็นการรวมรางวัลค่าหัวแล้ว แถมนี่เป็นแค่ราคาต่ำที่สุดสำหรับหินเวทของอิเรกูลาร์เอ็นเคาเตอร์ด้วย ทุกครั้งที่แรงค์เพิ่มขึ้น ราคาของมันจะพุ่งขึ้น 10 เท่า เพราะแบบนั้นการรับรู้ด้านการเงินแทบจะรวนไปหมด

    อีกอย่างที่เป็นขลุ่ยยาว อันนี้พอให้กิลล์ประเมินแล้ว มันคือ 【ขลุ่ยของฮาเมลิน】เป็นอุปกรณ์เวท

    ความสามารถคือเคลื่อนย้ายพื้นที่ แม้ว่าจะกำจัดการใช้งานภายในเขาวงกตเท่านั้น แต่ก็ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายไปยังชั้นที่เคยไปมาแล้วได้

    ถือเป็นแรร์ไอเทมในหมู่แรร์ไอเทม อุปกรณ์เวทสำหรับเคลื่อนย้ายพื้นที่แทบทั้งหมดนั้นเป็นแบบใช้แล้วทิ้งและใช้ได้แค่ครั้งเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นของที่ได้จากชั้นลึกมากๆ ถูกแลกเปลี่ยนกันในราคามหาศาลในหมู่มือโปร

    ส่วนอุปกรณ์เวทที่สามารถใช้เคลื่อนย้ายพื้นที่ได้อย่างไม่จำกัดจำนวนครั้ง ในแต่ละประเทศก็มีเพียงไม่กี่อัน

    ด้วยเหตุนี้ มันจึงไม่แปลกหากเกิดการฆ่ากันเพื่อขโมยมัน

    ทว่านั่นไม่ใช่สำหรับของนี้ที่ได้มาจากอิเรกูลาร์เอ็นเคาเตอร์

    ของที่ได้จากอิเรกูลาร์เอ็นเคาเตอร์จะสามารถใช้ได้เฉพาะแค่กับผู้ที่จัดการพวกมันลงได้

    ข้อเท็จจริงนี้เป็นสิ่งที่ช่วยปกป้องหัวของผมเอาไว้เลย

    ถ้าเกิดเป็นอะไรที่ใครๆก็สามารถใช้ได้ล่ะก็ ผมคงต้องยอมปล่อยมันไปทันที

    ในตอนนี้ยังแค่พิชิตเขาวงกตแรงค์ F เท่านั้นจึงยังไม่รู้สึกอะไรมาก แต่ถ้ายังเป็นนักผจญภัยต่อไป จะต้องรู้สึกถึงประโยชน์ของมันแน่นอน นั่นเพราะเขาวงกตแรงค์สูงๆจะประกอบไปด้วยจำนวนชั้นที่เยอะ

    แล้วก็ ผมไม่อยากที่จะสร้างความขุ่นเคืองอะไรโดยใช่เหตุจากการเปิดเผยการมีอยู่ของขลุ่ยของฮาเมลินนี้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนขลุ่ยให้อยู่ในรูปแบบการ์ด

    ทางกิลล์มีให้บริการสำหรับแปลงสิ่งของให้กลายเป็นการ์ดอยู่ ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูง แต่ของขนาดใหญ่ที่คนไม่สามารถแบกได้ก็สามารถเก็บลงในการ์ดใบเดียวได้

    เมื่อของถูกทำให้เป็นการ์ดแล้ว สามารถนำออกมาและนำกลับเข้าการ์ดได้ไม่จำกัดครั้ง และนอกจากเจ้าของแล้วก็ไม่สามารถนำออกมาได้

    นอกจากจะใช้เพื่อขนย้ายเสบียงสำหรับการพิชิตเขาวงกตแล้ว มันยังใช้เพื่อเก็บของมีค่าอีกด้วย

    ผมจึงคิดจะใช้การ์ดเพื่อเก็บซ่อนตัวขลุ่ยของฮาเมลินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    สิ่งที่คำนวณพลาดก็คือ ราคาที่ต้องจ่ายมันลงเอยที่พอดี 1,000,000 เยน

    จากชายเป่าขลุ่ยแห่งฮาเมลินได้หินเวทราคา 1,000,000 เยน, และค่าแปลงการ์ดให้ขลุ่ยก็ราคา 1,000,000 เยน….. อาจเป็นแค่การคิดไปเอง แต่รู้สึกเหมือนเป็นเจตจำนงของอะไรซักอย่าง

 

    แรร์ไอเทมคือขลุ่ยของฮาเมลิน, เงินสด 540,000 เยน, และไอเทมใช้งานทั่วไป นี่คือผลลัพธ์ของเดือนที่ผ่านมา

    โอ้ แล้วก็มีอีกอย่าง

    ด้วยความสำเร็จเหล่านี้ทำให้สามารถเข้ารับการทดสอบเพื่อเลื่อนระดับเป็นนักผจญภัย 2 ดาวได้แล้ว

    เนื้อหาของการทดสอบคือการลุยเดี่ยวในเขาวงกตแรงค์ E ที่ทางกิลล์กำหนด

 

    แล้วพวกเราก็มาถึงเกินกว่าครึ่งทางแล้วด้วย

 

 

 

 

【Tips】แปลงการ์ด

    ทางกิลล์นักผจญภัยมีการให้บริการที่จะใช้อุปกรณ์เวทพิเศษในการแปลงของต่างๆให้เป็นการ์ด ไม่ว่าจะเป็นแหวนเล็กๆ หรือบ้านทั้งหลัง ด้วยค่าใช้จ่าย 1,000,000 เพียงครั้งเดียวก็สามารถแปลงให้เป็นการ์ดได้ สิ่งที่ถูกแปลงเป็นการ์ดนั้น เหมือนกับการ์ดมอนสเตอร์ที่มีเพียงเจ้าของที่เรียกใช้ได้ มันยังถูกใช้เพื่อปกป้องทรัพย์สิน สำหรับนักผจญภัยทั่วไปที่ไม่มีอุปกรณ์เวทสำหรับการเคลื่อนย้ายอย่างตัวเอก จะใช้บริการนี้เพื่อแปลงเสบียงจำนวนมากให้เป็นการ์ด เพื่อไว้สำรวจในชั้นลึกๆที่ต้องใช้เวลาข้ามคืน

    ยิ่งกว่านั้น มีกฏหมายระบุด้วยว่า หากได้รับอุปกรณ์เวทที่สามารถแปลงการ์ดได้ล่ะก็ จะต้องรายงานกับทางกิลล์และขายมัน หากพบว่าปกปิดมันไว้จะถูกจับในทันทีและถูกสอบสวนอย่างเข็มงวดโดยหน่วยรักษาความปลอดภัยสาธารณะ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 12 คิตาจิม่านี่มันใครกัน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved