cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เซียนหมากข้ามมิติ - ตอนที่ 488 นี่ค่อนข้างยุ่งยาก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เซียนหมากข้ามมิติ
  4. ตอนที่ 488 นี่ค่อนข้างยุ่งยาก
Prev
Next

ตอนที่ 488 นี่ค่อนข้างยุ่งยาก

……………………………………………………………………..

เพราะฝีมือพอใช้ได้ ปรมาจารย์เซียนผู้นั้นและจอมยุทธ์หลายคนตกลงบนพื้นแล้วไม่ได้ล้มลง ทว่ายังคงเจ็บศีรษะอย่างควบคุมไม่อยู่ ถอยหลังไปไกลระยะหนึ่ง จนกระทั่งกระแทกต้นไม้หรือจับร่างสหายไว้ได้ถึงหยุด

ความจริงพวกเขาถูกจอมพลังเกราะทองสะบัดมือกวาดล้าง แน่นอนว่าจอมพลังเกราะทองไม่ได้ใช้พลังหรือปราณอะไร ไม่เช่นนั้นเกรงว่าจะต้องถูกตบจนตายแล้ว

จอมพลังไม่เพียงเสียงดังสะท้านภูเขา รูปลักษณ์ภายนอกยิ่งนำมาซึ่งความรู้สึกกดดันมหาศาล คนโง่ล้วนรู้ว่าคนยักษ์เกราะทองตรงหน้าไม่มีทางอ่อนด้อยอย่างแน่นอน

ตอนนี้สือโหย่วเต้ารีบเข้ามายืนตรงหน้าขุนพลเทพเกราะทองและกลุ่มคนจากสำนักปรมาจารย์ เขากลัวจริงๆ ว่าขุนพลเทพเกราะทองจะตบคนจากสำนักปรมาจารย์เหล่านี้ตาย หากคนพวกนี้ตายแล้ว สุดท้ายคนที่ลำบากก็คือภูตตัวเล็กๆ อย่างเขานี่แหละ

“ใต้เท้าขุนพลเทพ! ใต้เท้าขุนพลเทพ! ท่านอย่าเพิ่งโมโหเลย ระงับโทสะด้วย! คนพวกนี้ล้วนเป็นคนจากราชสำนักต้าซิ่ว มาที่นี่เพียงเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ ไม่ได้คิดจะสร้างความคุกคามใดต่อผนึกเลย!”

จอมพลังเกราะทองเพียงยืนอยู่ตรงนั้น เหล่มองเทพภูเขา ฝ่ายหลังมีสีหน้าเครียดเกร็ง หมุนกายไปหาคนจากสำนักปรมาจารย์อย่างระมัดระวัง

“ปะ ปรมาจารย์เซียนทุกท่าน รีบอธิบายกับขุนพลเทพเถอะ เล่าถึงสิ่งที่พวกเจ้าบอกกับข้าเมื่อครู่นี้ หากอธิบายไม่ชัดเจนเกรงว่าจะไม่ได้ลงจากเขาแล้ว!”

“หะ เหตุใดเมื่อครู่นี้เข้าไม่พูดว่ามี…ขุนพลเทพเช่นนี้อยู่ที่นี่ด้วย”

ปรมาจารย์เซียนของสำนักปรมาจารย์คนหนึ่งมีน้ำโห ตะคอกใส่ภูตตรงหน้าเสียงเบา ฝ่ายสือโหย่วเต้าทำได้เพียงยิ้มขื่น

“ข้าไหนเลยจะกล้าเปิดเผยเรื่องนี้โดยง่าย ทุกท่านเป็นปรมาจารย์เซียนจากสำนักปรมาจารย์ ทว่าใต้เท้าขุนพลเทพเพียงรับคำสั่งของท่านเซียน ข้าพูดมาแล้วอาจถูกบี้ตายเหมือนมดตัวหนึ่งก็เป็นได้! ไอ้หยาตอนนี้ไม่ใช่เวลาเอาผิดกับข้า รีบอธิบายให้ใต้เท้าขุนพลเทพฟังเถอะ!”

คนจากสำนักปรมาจารย์ตอบสนองว่องไวเช่นกัน เป็นปรมาจารย์เซียนสกุลจ้าวก้าวไปข้างหน้า นำทุกคนประสานมือคารวะ

“พวกข้าเป็นผู้ฝึกปราณสำนักปรมาจารย์จังหวัดเปี้ยนหรง ขอคารวะใต้เท้าขุนพลเทพ!”

หลังจากคารวะแล้วเงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง เห็นจอมพลังเกราะทองไม่ขยับเขยื้อน เพียงก้มหน้ามองพวกเขา

“ถอยไป”

เสียงครืนครามดุจสายฟ้าดังขึ้นอีกครั้ง ทุกคนจากสำนักปรมาจารย์ต่างก็กล่าวว่าขอรับ จากนั้นรีบร้อนจากไป สือโหย่วเต้าไม่กล้าเลินเล่อ ประสานมือให้จอมพลังเกราะทอง ก่อนจากไปตามคนจากสำนักปรมาจารย์เหล่านั้น

ปรมาจารย์เซียนฝีเท้าว่องไว ไม่กล้าหยุดพักโดยสิ้นเชิง แม้มีขวากหนามขวางทางก็ยังคงไม่กล้าหยุดฝีเท้า ทว่าออกไปครั้งนี้กลับเดินง่ายขึ้นไม่น้อยอย่างน่าประหลาด

จนกระทั่งหนึ่งเค่อกว่าผ่านไป รู้สึกว่าห่างไกลจากภูเขาใหญ่ผนึกปีศาจทางนั้นพอแล้ว ทุกคนจากสำนักปรมาจารย์ถึงค่อยหยุดพัก พากันนั่งลงตรงกองหินแห่งหนึ่ง

สือโหย่วเต้าโผล่มาจากตรงไหนก็ไม่รู้ ในมือถือแผ่นหินเอาไว้ บนนั้นวางไว้ด้วยแก้วทำจากไม้ใส่น้ำแร่

“ปรมาจารย์เซียนทุกท่าน เจ้าหน้าที่ทุกท่าน มาๆๆ ดื่มน้ำสักหน่อยเถอะ นี่เป็นน้ำแร่บนเขา หวานชุ่มคอนัก แก้กระหายได้ดี”

หากวันหน้ากลายเป็นเทพภูเขาลาดชัน เทพใหม่อย่างสือโหย่วเต้าต้องได้รับการต้อนรับที่สำนักปรมาจารย์แน่นอน เป็นไปไม่ได้ที่จะถูกมองว่าต่ำต้อย ทว่าตอนนี้จำเป็นต้องสร้างสัมพันธ์อันดีเอาไว้ก่อน

“ขอบคุณมาก!”

“ขอบคุณมากๆ!”

“ขอบคุณ!”

ท่าทีของคนเหล่านี้ดีขึ้นไม่น้อย รับแก้วไม้ไปแล้วล้วนกล่าวขอบคุณต่อสือโหย่วเต้า มีปรมาจารย์เซียนใช้วิชาของตนเองตรวจสอบแล้วว่าไม่มีปัญหา ถึงพยักหน้าบ่งบอกให้ทุกคนดื่มอย่างวางใจ

เมื่อดื่มน้ำแร่หมดเกลี้ยง ทุกคนรู้สึกสบายตัวขึ้นมาก

“ขอถาม…”

“อ้อ ข้าน้อยสือโหย่วเต้า มุ่งมาดจะกลายเป็นเทพภูเขาลาดชัน แน่นอนว่าหากไม่ได้รับอนุญาตจากต้าซิ่วย่อมไม่กล้าตั้งศาลเทพ แต่รู้จักปราณพิภพอำนาจภูเขาอยู่บ้าง”

“อ๋อ สือโหย่วเต้า ช่วยเล่าเรื่องขุนพลเทพเกราะทองนั่น รวมถึงปีศาจที่ถูกผนึกอยู่ใต้ภูเขาให้ฟังอย่างละเอียดได้หรือไม่”

สือโหย่วเต้ายิ้มพลางส่ายหน้า

“ไม่ใช่ว่าข้าคนแซ่สือไม่ยินดีเล่าให้ฟังอย่างละเอียด แต่ที่จริงแล้วสิ่งที่รู้มีไม่มาก เพียงรู้ว่าปีศาจที่ถูกผนึกไว้ร้ายกาจมาก จะให้มันหนีไปไม่ได้ ขุนพลเทพเกราะทองเป็นหนึ่งในผู้เฝ้ามัน”

‘หนึ่งในผู้เฝ้า?’

คนจากสำนักปรมาจารย์ใจกระตุกวูบ อดไม่ได้ที่จะคิดว่ายังมีสิ่งร้ายกาจอะไรเฝ้าอยู่อีก ชัดเจนว่าภูตที่ใครล้วนมองข้ามก็อยู่ในตัวเลือกที่จินตนาการไว้ด้วย

“ขอบคุณสหายยุทธ์สือที่บอกกล่าว สหายยุทธ์ไปมาหาสู่กับสำนักปรมาจารย์ของข้ามากหน่อยเถอะ ช่วยบอกข่าวภูเขาลูกนี้กับพวกข้า เขาลาดชันแห่งนี้ยังไม่เคยตั้งศาลเทพภูเขา หากวันหน้าสหายยุทธ์ประสงค์ สำนักปรมาจารย์จังหวัดเปี้ยนหรงยินดีส่งฎีกาให้สหายยุทธ์เอง!”

แม้ได้รับคำมั่นจากจี้หยวนและขอทานชราแล้ว ทว่าตอนนี้สือโหย่วเต้ายังคงเผยสีหน้าปีติ รีบคารวะกล่าวขอบคุณทุกคนจากสำนักปรมาจารย์

“ขอบคุณทุกท่าน ขอบคุณปรมาจารย์เซียนทุกท่าน หากมีสถานการณ์อะไร ข้าน้อยจะไปบอกอย่างแน่นอน! จริงสิ รบกวนทุกท่านใช้ฐานะของทางการออกประกาศ เตือนผู้บังอาจขึ้นเขาทั้งหมดว่าอย่าเข้าใหญ่ภูเขาใหญ่ผนึกปีศาจ”

“ย่อมทำตามนั้น!”

“ถูกต้อง ย่อมทำตามนั้น!”

…

หลังจากกลุ่มคนจากสำนักปรมาจารย์ไปแล้ว จอมพลังเกราะทองกลับไม่หายตัวไป เพียงหมุนกายอย่างเชื่องช้า หันหน้าเข้าหาภูเขาใหญ่ผึกจิ้งจอก ในนั้นมีเสียงเล็กๆ ดังมา

“ฮือ…ฮือ…ข้า เจ็บเหลือเกิน…”

เสียงสั่นเครือของถูซือเยียนดังมาเลือนราง ใบหน้าก้มลง ดวงตาทอประกาย

‘นี่ก็คือขุนพลเทพกระมัง!’

นี่เป็นครั้งแรกที่ถูซือเยียนเห็นจอมพลังเกราะทอง แม้มีภูเขาผนึกกั้นไว้ ทว่ายังคงสัมผัสได้ว่าขุนพลเทพไม่ธรรมอย่างแน่นอน จึงต้องการสนทนากับขุนพลเทพสักเล็กน้อย

และเป็นเช่นที่คาดไว้ เสียงของถูซือเยียนในตอนนี้ดึงดูดความสนใจจอมพลังเพราะทองแล้ว มันค่อยๆ เดินไปถึงรอยแตกมุ่งตรงเข้าสู่ภูเขาอย่างช้าๆ

“อึก…ข้างนอก ข้างนอกคือใต้เท้าขุนพลเทพหรือ”

กระนั้นสิ่งที่ถูซือเยียนเผชิญไม่ใช่สายตาเย็นชาหรือระแวดระวังปนใคร่รู้เช่นที่จินตนาการไว้ กลับเป็นสายตาไร้ระลอกคลื่นอันเต็มไปด้วยความเหยียดหยามราวกับไม่เห็นเทพองค์ใดอยู่ในสายตา

แม้เป็นเพียงรอยเล็กๆ ปีศาจจิ้งจอกก็ยังคงจินตนาการได้ว่าขุนพลเทพร่างใหญ่ข้างนอกนั่นมองนางอย่างไร้ความรู้สึก

“ขอถามว่าใต้เท้าขุนพลเทพมีนามว่าอะไร”

ถูซือเยียนรออยู่ครู่หนึ่งแล้ว ไม่มีเสียงตอบรับใด

“ใต้เท้าขุนพลเทพ…ข้ารู้ว่าตนเองทำผิดใหญ่หลวง ได้รับโทษหนักครั้งนี้นับว่าสมควร เห็นทีว่าใต้เท้าขุนพลเทพติดตามท่านจี้กระมัง…ข้า…”

ถูซือเยียนพูดถึงตรงนี้แล้วพูดต่อไปอีกไม่ไหวจริงๆ เพราะสายตาของขุนพลเทพนั้นไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้ แม้แต่ระลอกคลื่นสักนิดก็ไม่มี เหมือนอย่างยิ่ง…เหมือนกับสายตาของจี้หยวนเป็นอย่างยิ่ง ราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกอย่าง

ภายใต้การจ้องมองอย่างดูถูกของขุนพลเทพที่ตนไม่รู้จักนี้ มันเหมือนกับว่าอีกฝ่ายรู้ทันแผนการทุกอย่างและคำพูดทั้งหมดของตนเอง ไม่ต่างอะไรกับการที่อีกฝ่ายกำลังมองตัวตลกอยู่เลย มันไม่ได้หัวเราะเยาะนาง แต่กลับอึดอัดกว่ามันหัวเราะนางเสียอีก อาจพูดได้ว่านี่เป็นการหัวเราะเยาะอย่างเงียบๆ แล้ว

อย่าโง่เลย เก็บเรี่ยวแรงไว้เถอะ…ข้าไม่เหมือนกับเทพภูเขานั่น…ปีศาจร้ายก็คือปีศาจร้าย คำพูดสวยหรูจะมีประโยชน์อะไร…น่าเวทนานัก…

ในหัวนางเกิดความคิดนี้อย่างอดไม่ได้ ถูซือเยียนกัดฟัน ราวกับนึกออกว่าในใจขุนพลเทพคิดอะไรอยู่

‘นี่ค่อนข้างยุ่งยากแล้ว!’

ทุกสรรพสิ่งไม่จีรัง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างไม่อาจเลี่ยง ดูเหมือนว่าหมายถึงสถานการณ์ในตอนนี้นี่แหละ

จี้หยวนรู้อยู่ลึกๆ ว่าปีศาจจิ้งจอกถูซือเยียนร้ายกาจมาก และรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ใช่แค่มีมรรคปีศาจสูงส่งเท่านั้น ยังชอบเล่นสนุกกับจิตใจผู้คนอย่างยิ่งอีกต่างหาก ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เขาจึงทิ้งสิ่งที่ปฏิบัติตามคำสั่งเท่าชีวิตคอยเฝ้านางไว้ ไม่ว่าเจ้าจะถนัดเล่นสนุกกับจิตใจผู้คนอย่างไร จอมพลังเกราะทองก็ไม่มีทางตอบสนองเจ้าอย่างแน่นอน

…

ส่วนจี้หยวนกับขอทานชราตอนนี้อยู่ที่เมืองหลวงราชวงศ์ต้าซิ่วมาสองวันแล้ว

พวกเขาสองคนไม่ได้ไปหาโหรหลวงแห่งต้าซิ่วโดยตรง ทว่าค่อยๆ ทำความเขาใจสถานการณ์ของสำนักปรมาจารย์ก่อน และทำความเข้าใจสถานการณ์ของราชวงศ์ต้าซิ่วด้วยเช่นกัน

ขอทานชราคิดว่าจี้หยวนอาจกลัวว่าคบค้าสมาคมกับราชวงศ์มนุษย์แล้วจะเกิดเรื่องอื้อฉาว ทว่าจี้หยวนกลับมีความคิดของตนเอง อีกทั้งสนใจราชวงศ์ใหญ่ที่รุ่งเรืองอย่างต้าซิ่วอยู่บ้าง

สิ่งสำคัญที่สุดคือสังเกตการณ์ปรมาจารย์เซียนแห่งสำนักปรมาจารย์ที่เคยพบเห็นมาแล้วส่วนหนึ่ง เมื่อถึงเวลาเย็นย่ำ จี้หยวนวางแผนไปเยี่ยมเยียนคนคนหนึ่งร่วมกับขอทานชรา

พระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว เฉียวหย่งยืนขึ้นที่มุมหนึ่งของตลาด ปัดก้นเล็กน้อยแล้วหยิบเก้าอี้ที่นั่งก่อนหน้านี้ไปวางไว้ในตะกร้าใบใหญ่ข้างๆ จากนั้นหยิบคานไม้ที่พิงผนังไว้มาพาดไหล่เกี่ยวตะกร้าสองใบ เมื่อเตรียมตัวแล้วค่อยออกแรงยกท่อนไม้

นี่คือร้านหาบแร่ของเฉียวหย่ง ในตะกร้านอกจากตาชั่งแล้ว ส่วนใหญ่เป็นกะหล่ำปลี หัวไชเท้า และผักอื่นๆ ยังคงเหลืออยู่ที่ก้นตะกร้าพอประมาณ

เฉียวหย่งยกคานขึ้นด้วยความมั่นคง มุ่งหน้าเดินกลับบ้านอย่างสบายๆ

ข้างหน้ามีบุรุษสวมเสื้อสีเขียวและขอทานชราเสื้อผ้าเก่าขาดเดินมา ส่วนผสมนี้แปลกตายิ่งนัก ทว่าชาวบ้านรอบข้างเหมือนกับมองไม่เห็นทั้งสองคนอย่างไรอย่างนั้น นี่ทำให้เฉียวหย่งขมวดคิ้วขึ้นมา

เฉียวหย่งไม่หยุดฝีเท้า หางตาเหลือบมองสองคนนั้นตลอดเวลา รู้สึกได้รางๆ ว่าบุรุษเสื้อเขียวผู้นั้นคุ้นตาอยู่บ้าง แต่เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายไม่พอใจ เขาจึงไม่ได้จ้องมองอีกฝ่ายตรงๆ

ตอนเฉียวหย่งคิดว่าพวกเขาสองฝ่ายจะเดินสวนกัน เห็นทั้งสองคนกลับเดินตรงมาถึงตรงหน้าตนเอง จากนั้นหยุดฝีเท้าทันที

“เอ่อ ทั้งสองท่านอยากซื้อผักหรือ ในตะกร้าข้าเหลืออยู่นิดหน่อย หากต้องการล่ะก็ ข้าขายให้พวกท่านถูกหน่อยเป็นอย่างไร”

ขอทานชราพิจารณาเฉียวหย่งตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นมองไปทางจี้หยวน ฝ่ายหลังมุ่นคิ้วเล็กน้อย

“ทูตอาวุโสเฉียว เหตุใดมาอยู่ที่นี่”

คนตรงหน้าเฉียวหย่ง คือทูตอาวุโสนำกองเรือลอยลำเหนือทะเลเป็นเวลาหลายปีเพื่อตามหาเกาะหมอกเซียนในปีนั้น

ปีนั้นเฉียวหย่งนำเรือน้อยใหญ่มากกว่าสองร้อยลำ คุมกำลังคนมากกว่าสามหมื่น ออกทะเลร่อนเร่ตามหาเกาะหมอกเซียน ถือว่ามีฐานะไม่ต่ำต้อย ทว่าวันนี้กลับขายผักอยู่ที่ตลาดเสียอย่างนั้น

ได้ยินอีกฝ่ายเรียกตนเองแบบนั้น เฉียวหย่งพลันมองเขาด้วยความประหลาดใจเล็กๆ

“ท่านเป็นใคร”

จี้หยวนยิ้ม

“ทำไม ทูตอาวุโสเฉียวจำข้าคนแซ่จี้ไม่ได้หรือ เหนือทะเลบูรพาในปีนั้น เป็นข้าคนแซ่จี้ที่โน้มน้าวให้เจ้ากลับบ้าน”

ได้ยินดังนั้นแล้วเฉียวหย่งสะท้านไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกโพลง ริมฝีปากล่างสั่นเล็กน้อย จากนั้นเผยสีหน้ายินดี

“ท่าน ท่านคือท่านเซียน? ท่านคือท่านเซียนจี้แห่งทะเลบูรพา!”

“ทูตอาวุโสเฉียวยังจำข้าคนแซ่จี้ได้ด้วย”

เฉียวหย่งตื่นเต้นมาก ทั้งส่ายหน้าและพยักหน้า

“จะลืมได้อย่างไรกัน ลืมอย่างไรก็ไม่ได้! ท่านจี้มาได้เสียที ต้องการให้ข้าคนแซ่เฉียวพาท่านทั้งสองไปพบโหรหลวงหรือไม่ อ้อจริงสิ วันนี้ฟ้ามืดแล้ว ท่านเซียนทั้งสองไปบ้านข้าก่อนเถอะ ให้ข้าได้ต้อนรับท่านดีๆ พรุ่งนี้ค่อยไปเป็นอย่างไร”

“ได้สิ จัดการตามทูตอาวุโสเฉียวว่าเถอะ”

“เฮ้อ ท่านเซียนอย่าเย้าข้าเลย ตอนนี้ข้าเป็นเพียงชาวบ้านคนหนึ่ง อย่าเรียกด้วยตำแหน่งข้าราชการเลย! ไปๆๆ เชิญท่านเซียน แม้ว่าข้าขายผัก ทว่าที่บ้านพอมีเงินอยู่บ้าง ต้องรับรองพวกท่านอย่างดีแน่นอน!”

เฉียวหย่งดีใจจนยากจะควบคุม ยกคานเดินรวดเร็วกว่าเดิมไม่น้อย นำทางจี้หยวนกับขอทานชราไปทางบ้านของตนเอง

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 488 นี่ค่อนข้างยุ่งยาก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved