cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

เซียนหมากข้ามมิติ - ตอนที่ 392 กำเนิดวิชาอัศจรรย์

  1. Home
  2. All Mangas
  3. เซียนหมากข้ามมิติ
  4. ตอนที่ 392 กำเนิดวิชาอัศจรรย์
Prev
Next

ตอนที่ 392 กำเนิดวิชาอัศจรรย์

เมื่อภิกษุชราฝออิ้นตีระฆังเสร็จแล้ว ตอนกลับถึงใต้ต้นไม้ที่เสวนามรรคกับจี้หยวน เห็นภิกษุระดับสูงของวัดต้าเหลียงที่มีพุทธธรรมอยู่บ้างรวมกลุ่มกันอีกครั้ง ส่วนจี้หยวนยืนมองต้นไม้ต้นหนึ่งอยู่ในลาน

ต้นไม้ต้นนี้สูงเกือบยี่สิบหมี่ เมื่ออยู่ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างที่ไม่ได้สูงเท่าไหร่จึงดูโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง

ภิกษุรอบๆ ไม่มีใครพูดจา เพียงทำความเคารพภิกษุชราฝออิ้น ฝ่ายจี้หยวนพลันถามขึ้นมา

“ต้นไม้ต้นนี้ใช่ต้นโพธิ์หรือไม่”

จี้หยวนคุ้นตาต้นไม้ต้นนี้อยู่บ้าง ต้นไม้สูงที่คล้ายกับต้นไทรอยู่บ้างต้นนี้ ไม่รู้ว่าใช่ต้นโพธิ์เช่นเมื่อชาติก่อนหรือไม่

“ต้นโพธิ์?”

ภิกษุชราฝออิ้นงุนงง จากนั้นมองต้นไม้ต้นนี้

“ต้นไม้นี้น่าจะมีชื่อว่าต้นมะเดื่อ ไหนเลยจะชื่อว่าต้นโพธิ์ได้”

จี้หยวนพลันตระหนักได้ว่าวัฒนธรรมที่นี่ไปจนถึงระดับความรู้หลายๆ อย่างใกล้เคียงกับชาติก่อน แต่ศาสนาพุทธที่นี่น่าจะไม่รู้เรื่องของพระศรีศากยมุนี

จี้หยวนพยักหน้า พูดว่า “ที่แท้เป็นต้นมะเดื่อ” จากนั้นก็ไม่พูดมากอีก

“ท่านจี้ โพธิ์หมายความว่าอย่างไร การออกเสียงค่อนข้างคุ้นเคยอยู่บ้าง”

จี้หยวนมองภิกษุชราฝออิ้น หวนรำลึกถึงข้อมูลบางอย่างจากชาติก่อนเล็กน้อย

“โพธิ์นับว่าเป็นการทับศัพท์จากภาษาถิ่นอันห่างไกล หมายถึงการตรัสรู้และปัญญา”

“ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง”

ภิกษุชราฝออิ้นไม่ได้พูดอะไรมากอีก หลังจากครุ่นคิดเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้มขึ้น จากนั้นบอกลาจี้หยวนและเหล่าภิกษุวัดต้าเหลียง เพื่อกลับเกาะไอหมอกประจิมโดยตรง

…

ในคฤหาสน์บุปผาเบ่งบาน สาวใช้ที่เดินที่ออกไปซื้อของข้างนอกวิ่งจากลานด้านหน้าไปยังลานด้านหลังด้วยความตื่นเต้น

นางวิ่งไปพลาง ตะโกนเรียกด้วยความตื่นเต้นไปพลาง

“เรียกอะไร มีเรื่องอะไรดีใจปานนี้”

ด้านนอกเรือนที่จำลองตามอุโบสถตรงลานด้านหลัง นางกำนัลมองสาวใช้ที่วิ่งสั้นๆ เข้ามา มุ่นคิ้วตะคอกไปเสียงหนึ่ง ส่วนภายในเรือนด้านหลังนั้น องค์หญิงใหญ่ฉู่หรูเยียนเดินออกมาแล้วเช่นกัน

“มีเรื่องอะไร”

“องค์หญิงใหญ่ พรุ่งนี้วัดต้าเหลียงจะเปิดอีกครั้งแล้ว ได้ยินมาว่าหลายต่อหลายคนได้ยินเสียงระฆังวัดตอนเช้าตรู่ คนไม่น้อยที่ตลาดข้างนอกบอกว่าจะไปจุดธูปพรุ่งนี้เพคะ!”

องค์หญิงใหญ่มีใบหน้ายินดี

“จริงหรือ”

“จริงแท้แน่นอนเพคะ ข้าได้ยินข่าวแล้วจึงค้นหาทั่วตลาด พบภิกษุวัดต้าเหลียงที่ออกมาซื้อของหลายรูป ได้ยินพวกเขายืนยันจากปา พรุ่งนี้วัดต้าเหลียงจะเปิดประตูต้อนรับผู้ศรัทธาเข้าไปจุดธูปอีกครั้ง!”

แปะ…

ฉู่หรูเยียนปรบมืออย่างแรงครั้งหนึ่ง

“ดียิ่งนัก! เตรียมรถเดี๋ยวนี้ พวกข้าจะไปวัดต้าเหลียงกันเลย!”

“ทว่าองค์หญิงใหญ่ วัดต้าเหลียงจะเปิดพรุ่งนี้ไม่ใช่หรือเพคะ”

องค์หญิงใหญ่ยิ้มพลางโบกมือให้สาวใช้

“นั่นสำหรับคนทั่วไป วัดต้าเหลียงเปิดได้พรุ่งนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ต้องไม่มีเรื่องอะไรแล้ว เพียงแต่ต้องเตรียมการต้อนรับผู้ศรัทธาอีกครั้งเท่านั้น วันนี้พวกเราไปต้องไม่มีปัญหาแน่! รีบสั่งคนไปเตรียมรถเถอะ”

สาวใช้ยิ้ม รีบกล่าวว่า “เพคะ” ด้วยรับคำสั่งเรียบร้อย

“องค์หญิง ไปเช่นนี้ไม่รีบร้อนไปหน่อยหรือเพคะ”

“ไม่เป็นไร หากไม่สะดวกจริงๆ อย่างมากพวกเราก็แค่กลับมาเท่านั้น อีกทั้งฝ่าบาทสนใจเรื่องของวัดต้าเหลียงเป็นอย่างยิ่ง ส่งสาส์นถามเรื่องของวัดต้าเหลียงตั้งนานแล้ว ให้ข้าติดตามข่าวให้มากหน่อย นับว่าข้าเป็นกังวลแทนฝ่าบาทแล้วกัน!”

เรื่องที่เห็นในวัดต้าเหลียงเมื่อครั้งก่อน ฉู่หรูเยียนและนางกำนัลไม่ได้แพร่งพราย แต่จู่ๆ ฮ่องเต้ซึ่งเป็นน้องชายของนางสนอกสนใจวัดต้าเหลียงเป็นอย่างยิ่ง สั่งม้าเร็วส่งสารถึงนางโดยเฉพาะเพื่อสอบถามสถานการณ์ของวัดต้าเหลียง นางจึงถือโอกาสเล่าความรู้สึก ‘ทุกคนเมามาย มีแต่ข้าตื่นเต็มตา’ ในครั้งนั้น

จาดนั้นฮ่องเต้ยิ่งสนใจแล้ว ขอให้พี่สาวตนเองสนใจวัดต้าเหลียงมากหน่อย

สาวใช้ทำได้เพียงยิ้ม เหตุผลนี้ขององค์หญิงดูน่าฟังทีเดียว

ความจริงตอนเตรียมรถม้าใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเค่อ ไม่เพียงทำความสะอาดรถม้ารอบหนึ่ง ตั้งแต่พลขับจนถึงข้ารับใช้ ตั้งแต่ผลไม้และขนมที่นำไปด้วยตนเองจนถึงข้าวของอย่างธูปหอมก็เตรียมไว้พร้อมสรรพ ถึงขนาดเตรียมสุราดีอีกสองกาด้วย

ทว่าใช่ว่าเตรียมรถม้าเสร็จแล้วจะออกเดินทางได้ทันที เพราะองค์หญิงใหญ่ฉู่หรูเยียนจำเป็นต้องแต่งองค์ทรงเครื่องเป็นอย่างดี โดยเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามเต็มๆ

เมื่อองค์หญิงใหญ่ประทินโฉมและปักปิ่นไข่มุกที่เหมาะสมตรงหน้ากระจกแล้ว สาวใช้สองคนที่คอยช่วยเหลือนางข้างๆ ถอยออกไป ฝ่ายแรกหันไปถามนางกำนัลว่า

“เป็นอย่างไร สวยหรือไม่”

“สวยๆๆ พวกเรารีบไปกันเถอะเพคะ!”

นางกำนัลกล่าวอย่างขอไปที ความจริงนางมองไม่ออกโดยสิ้นเชิงว่านอกจากปิ่นไข่มุกและเครื่องประดับแล้ว การประทินโฉมขององค์หญิงก่อนหน้านี้กับตอนนี้แตกต่างกันที่ตรงไหน

รถม้าทั้งหมดสองคันออกจากคฤหาสน์ จากนั้นห้อตะบึงไปทางประตูเมืองฝั่งตะวันตก ด้านข้างทหารม้าซ้อนท้ายนางกำนัลติดตามอยู่ไม่น้อย

ประมาณหนึ่งเค่อกว่า รถม้าถึงตลาดที่ยังคงว่างเปล่าข้างนอกวัดต้าเหลียงแล้ว ก่อนจะถึงด้านนอกประตูใหญ่หนาหนักของวัดต้าเหลียง

ป้ายไม้ปิดวัดแผ่นนั้นและป้ายทองพระราชทานถูกปลดออกแล้ว มีภิกษุกำลังจับไม้กวาดทำความสะอาดลานกว้างที่หน้าประตูลานอยู่ ทำความสะอาดจำพวกใบไม้ร่วงที่ถูกลมพัดมา อย่างไรเสียหลายสถานที่นี้ก็ไม่ได้ทำความสะอาดมาเกือบเดือนกว่าแล้ว

เมื่อเห็นรถม้าเข้ามาใกล้ และเมื่อเห็นรถม้าที่คุ้นตาคันนั้น มีภิกษุวิ่งกลับไปรายงานในวัดทันที ทันทีที่รถม้าเพิ่งหยุด ภิกษุฮุ่ยถงก็ออกมาต้อนรับแล้ว

“สาธุพระวิทยาราช อาตมาฮุ่ยถงขอต้อนรับองค์หญิงใหญ่!”

ภิกษุฮุ่ยถงพนมมือพลางโค้งกายให้รถม้าเล็กน้อย องค์หญิงใหญ่เปิดประตูระม้าและยิ้มร่าให้ฮุ่ยถงทันที

“ไต้ซือฮุ่ยถง วันนี้ข้าเข้าวัดได้กระมัง”

ภิกษุฮุ่ยถงพูดตามตรง

“ย่อมได้ แม้วัดของอาตมาจะต้อนรับผู้ศรัทธาอีกครั้งพรุ่งนี้ แต่ความจริงวันนี้ในวัดนอกจากต้องทำความสะอาดสักหน่อย ก็ไม่มีตรงไหนต้องจัดการเป็นพิเศษแล้ว”

เมื่อฟังถึงตรงนี้ สาวใช้ลงมาจากรถม้าข้างหลัง หยิบบันไดมาที่หน้ารถม้าขององค์หญิงใหญ่ ฉู่หรูเยียนจึงค่อยลงมาจากรถม้า

“พวกเจ้านำรถม้าไปที่ลานด้านหลัง วันนี้ข้าจะเดินเข้าไปกับไต้ซือฮุ่ยถง”

ข้ารับใช้คำสั่งแล้วพากันแยกย้ายไป ที่เหลืออยู่ข้างกายองค์หญิงใหญ่มีเพียงนางกำนัล จากนั้นฮุ่ยถงผายมืออยู่ที่หน้าประตูวัด

“เชิญองค์หญิงใหญ่”

“เชิญไต้ซือฮุ่ยถง”

ฮุ่ยถงเดินนำครึ่งก้าว สองคนตามอยู่ด้านหลัง เดินเข้าสู่วัดต้าเหลียงทีละก้าว ครั้นกวาดสายตามองไปรอบๆ มีภิกษุกำลังทำความสะอาดอยู่ไม่น้อยเลย ตอนผ่านตำหนักใหญ่บางแห่งยังเห็นภิกษุหอบเบาะและข้าวของอย่างอื่นออกมา และจำนวนก็ไม่น้อยเลยทีเดียว

หลังจากเดินเล่นรอบลานกว้างและตำหนักใหญ่ที่ผู้ศรัทธาทั่วไปชอบมามากที่สุดกับภิกษุฮุ่ยถงแล้ว จากนั้นทั้งสองคนเข้าไปในลานด้านใน

“จริงสิ ไต้ซือฮุ่ยถง ท่านจี้และภิกษุชรารูปนั้นไปแล้วหรือ”

ฮุ่ยถงกล่าวสาธุก่อน

“สาธุพระวิทยาราช! พระเถระตีระฆังแล้วจากไป ส่วนท่านจี้ยังไม่จากไป กำลังเขียนหนังสือในบริเวณต้องห้ามของลานด้านใน!”

“บริเวณต้องห้าม?”

ฉู่หรูเยียนมองภิกษุฮุ่ยถงอย่างใคร่รู้

“มีสถานที่ใดในวัดต้าเหลียงที่ข้าไม่เคยไปบ้าง ไยถึงมีบริเวณต้องห้ามโผล่ออกมาได้”

ฮุ่ยถงเองก็ไม่ปิดบัง

“ทูลองค์หญิงใหญ่ เดิมทีวัดต้าเหลียงไม่มีบริเวณต้องห้ามอะไร ทว่าหลังจากปิดวัดครั้งนี้ ลานเล็กที่ลานด้านในกลายเป็นบริเวณต้องห้ามของวัดไปแล้ว แต่ไม่ใช่บริเวณต้องห้ามโดยสิ้นเชิง แต่เรียกอีกอย่างว่าสถานที่บริสุทธิ์ ซึ่งหมายถึงสงบเงียบไร้มลทิน!”

“อ๋อ! เช่นนั้นข้าไปดูได้ใช่หรือไม่”

ฮุ่ยถงรู้ว่าองค์หญิงใหญ่ต้องถามเช่นนี้ จึงยิ้มว่า

“หากเวลาอื่นองค์หญิงใหญ่อยากไป อาตมาจะพาไปด้วยตนเอง ทว่าตอนนี้ไม่ได้ ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ไปรบกวนท่านจี้ในเวลานี้”

“โอ้ ไต้ซือเข้มงวดนัก แม้แต่องค์หญิงใหญ่ก็ไม่ได้ ท่านหมายความว่าหากฝ่าบาทเสด็จมาก็ต้องถูกขวางไว้เช่นกันกระมัง”

นางกำนัลกล่าวกึ่งล้อเล่นกึ่งเอาจริง ทว่าฮุ่ยถงหันไปตอบนางอย่างจริงจัง

“นางกำนัลลู่พูดถูกต้อง ตอนนี้แม้แต่ฝ่าบาทเสด็จมาเองก็ไม่อาจเข้าไปยังบริเวณต้องห้ามได้”

นี่ทำให้นางกำนัลและองค์หญิงใหญ่ล้วนพูดไม่ได้ ฝ่ายแรกเดิมทีอยากเติมว่า ‘วัดต้าเหลียงช่างกล้านัก’ แต่เหมือนกับมองทะลุความคิดของนาง ภิกษุฮุ่ยถงรีบอธิบายต่อ

“ทั้งสองท่านเคยเห็นพระเถระใช้วิชา เห็นทีรู้เช่นกันว่าท่านจี้ไม่ใช่คนธรรมดา อย่าว่าแต่คนข้างนอกวัดเลย แม้แต่ภิกษุสักรูปในวัดของอาตมาก็เข้าไปในบริเวณต้องห้ามไม่ได้ในตอนนี้ มนุษย์อย่างพวกเราจะรบกวนวิสุทธิชนได้อย่างไร!”

องค์หญิงใหญ่มองท่าทางจริงจังของฮุ่ยถง ถามออกไปตามสัญชาตญาณ

“คนธรรมดาไม่ได้ เช่นนั้นไต้ซือก็ไม่ได้เหมือนกันหรือ”

ฉู่หรูเยียนรักและนับถือภิกษุฮุ่ยถง ก่อนหน้านี้รู้เช่นกันว่าภิกษุฮุ่ยถงมีพุทธธรรมแท้ และครั้งนี้ทำให้นางมีความเข้าใจใหม่ต่อพุทธธรรมแท้ ไม่ใช่บทสวดมนต์ที่ขอพรและช่วยขจัดภัยร้ายแบบที่คิดไว้อีกต่อไป

“ฮ่าๆ คนล้วนพูดกันว่าฮุ่ยถงแห่งวัดต้าเหลียงเป็นภิกษุระดับสูงแห่งยุค คำพูดนี้เกินจริงเกินไป สำหรับผู้สูงส่งอย่างพระเถระและท่านจี้แล้ว อาตมาเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น! ไปเถอะ หากองค์หญิงใหญ่อยากดู อาตมาจะพยายามพาท่านเดินเล่นรอบเล่นบริเวณต้องห้ามดู!”

สามคนเดินอย่างช้าๆ ก้าวเข้าไปในลานด้านใน เดินอยู่ครู่หนึ่งแล้วฮุ่ยถงหยุดฝีเท้า ยื่นมือชี้ต้นไม้เขียวชอุ่มกลางลานด้านในไกลออกไปแล้วกล่าว

“ลานเล็กใต้ต้นไม้ทางนั้นก็คือบริเวณต้องห้ามของวัด พวกอาตมาทำได้เพียงหยุดดูตรงนี้เท่านั้น”

องค์หญิงใหญ่เขย่งเท้าโดยจิตใต้สำนึก ตำแหน่งนี้ไม่ใช่ประตูทางเข้าสู่บริเวณต้องห้ามโดยสิ้นเชิง แต่ยังคงคั่นด้วยขอบเขตสองแห่งนอกกำแพงลาน แม้แต่ซุ้มประตูบริเวณต้องห้ามนั้นก็ไม่มีให้เห็น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนเฝ้าเลย

ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นในตอนนี้มีโต๊ะตัวหนึ่งวางอยู่ บนโต๊ะมีสี่สิ่งในห้องหนังสือครบครัน ฝ่ายจี้หยวนนั่งก้มหน้าเขียนหนังสืออยู่ใต้ต้นไม้เพียงลำพัง เพื่ออนุมานวิชาอัศจรรย์ฟ้าดิน

หลังจากการเสวนามรรคก่อนหน้านี้ จี้หยวนมีความคิดไหลลื่น ปัญหาซับซ้อนทั้งหมดที่รู้เพียงทิศทางในอดีตได้รับการแก้ไขแล้ว

และจี้หยวนก็พิจารณาเพิ่มมาตรการป้องกันอันตรายบางอย่างด้วย ทุกครั้งอนุมานออกมาได้ส่วนใหญ่แล้ว สาระสำคัญของการใช้งานจะเขียนไว้ด้วยบัญชาพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่อยู่นอกเหนือการสืบทอดหรือมีเจตนาแอบแฝงได้รับวิชานี้

ยิ่งเขียนตัวอักษรมากเท่าไหร่ ภาพมายารอบข้างที่เดิมทีถูกเสียงระฆังทำลายไปเดี๋ยวปรากฏเดี๋ยวจางหาย ทว่าครั้งนี้ไม่ได้ปรากฏในวัดต้าเหลียงเป็นวงกว้าง เพียงปรากฏรอบกายจี้หยวนเท่านั้น

ครั้นพู่กันจรดกระดาษเหมือนมีเทพติดตาม ภาพมายาแหวกว่ายอยู่บนหน้ากระดาษ บางครั้งพู่กันขนหมาป่าของจี้หยวนสัมผัสภาพมายาตรงๆ และเขียนลงบนกระดาษพร้อมกับน้ำหมึกติดปลายพู่กัน

ทว่าใช้เวลาหนึ่งวัน จี้หยวนเขียนตัวอักษรขนาดเล็กบนกระดาษทั้งหมดสามพันตัวเต็มๆ ไม่เพียงใช้ตำราบันทึกสวรรค์และวิชาสื่อจิต นอกจากนี้ยังเลียนแบบจิตวิญญาณแห่งการเขียนที่ได้เรียนรู้จากตัวอักษรเหล่านั้นในช่วงเวลานี้ด้วย เมื่อประกอบกับนิมิตโดยรอบที่วนเวียนเป็นครั้งคราวและมีจิตวิญญาณอยู่ในนั้น ทุกตัวอักษรในตำรามีคุณค่าเป็นอย่างยิ่ง

นี่ไม่เพียงเป็นวิชาที่สืบทอดกันในอารามเขาเมฆา ยิ่งเป็นพื้นฐานการฝึกปราณของจี้หยวนเองด้วย

เขียนตัวอักษรสุดท้ายเสร็จแล้ว ครึ่งบนของวิชาอัศจรรย์ฟ้าดินก็คือวิวัฒน์ฟ้าดินส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุดถือกำเนิดขึ้น

ครืน…

ท้องฟ้าพลันระเบิดเสียงกระหึ่ม ภายในเวลาสั้นๆ ท้องฟ้าเหนือวัดต้าเหลียงมีเมฆดำรวมกลุ่มกันแล้ว

หวิว…หวิว…หวิว…

ครืน…

ลมคลั่งพัดม้วนใบไม้ร่วงลอยขึ้น สิ่งต่างๆ รอบตัวเปลี่ยนแปลง หลังจากสายตาส่องแสงสว่างจ้า ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็นมืดลงฉับพลัน…

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 392 กำเนิดวิชาอัศจรรย์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved