เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 39 ค่าต้นฉบับแรกของเจียงหว่านมาถึงแล้ว
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 39 ค่าต้นฉบับแรกของเจียงหว่านมาถึงแล้ว
บทที่ 39 ค่าต้นฉบับแรกของเจียงหว่านมาถึงแล้ว
ขณะที่เจียงหว่านกำลังกังวลเรื่องเงิน ในที่สุดก็มีข่าวดี
ตอนเที่ยงของวันนั้น เฉียวเหลียนเฉิงมาหาเธอพร้อมกับซองจดหมายบาง ๆ
”จดหมายของคุณ”
เฉียวเหลียนเฉิงยื่นซองในมือให้เธอ จดหมายยังคงปิดผนึกอยู่ เขาไม่ได้เปิดดูก่อน
เจียงหว่านที่กำลังตรวจการบ้านให้ผิงอัน เมื่อได้ยินอย่างนี้ ก็รีบพุ่งไปหาทันที
”ให้ฉันดูหน่อย!”
เธอรีบรับมันมาเปิดออกดู มีกระดาษแผ่นบางอยู่ข้างใน
เพียงดูรูปแบบด้านบน หัวใจของเจียงหว่านก็มีความสุขมาก
เมื่อเธอเห็นตัวเลขด้านในอย่างชัดเจน เธอก็กระโดดขึ้นมาอย่างมีความสุข จนไปชนเฉียวเหลียนเฉิง
”อั่ก…”
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉียวเหลียนเฉิงที่ไม่ได้เตรียมตัว จึงเกือบจะถูกเจียงหว่านบดขยี้แล้ว
นี่ควรนับว่าเป็นโชคดีของเฉียวเหลียนเฉิง ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องล้มนอนตาเหลือกแน่
เจียงหว่านตระหนักได้ว่าเธอตื่นเต้นมากเกินไป จึงรีบผละออกมา แล้วกล่าวขอโทษ
“ขอโทษ ๆ เมื่อกี้ฉันมีความสุขเกินไปหน่อย”
จากนั้นเธอก็แสดงใบจ่ายเงินในมือให้เฉียวเหลียนเฉิงดู “ดูสิ พวกเขาใช้ต้นฉบับของฉัน ทั้งยังให้ฉัน 20 หยวนสำหรับค่าต้นฉบับด้วย 20 หยวนเลยนะ!”
เฉียวเหลียนเฉิงยิ้ม
”อืม ยินดีด้วย”
เจียงหว่านกำลังดีใจ เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น ก็เห็นรอยยิ้มของเฉียวเหลียนเฉิงเข้า
ราวกับว่าเธอโดนฟ้าผ่า
รอยยิ้มของเฉียวเหลียนเฉิงงดงามจริง ๆ
เดิมทีเขาเป็นผู้ชายที่หล่อมาก แต่ตอนเขายิ้มบนแก้มก็ปรากฏลักยิ้มบาง ๆ ให้เห็น
ดวงตาสีดำสดใสหรี่ลงเล็กน้อย มันช่าง… น่ามอง
ฉับพลันความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจของเจียงหว่าน ‘ผู้ชายคนนี้หน้าตาดีจริง ๆ ถ้าเป็นสามีของฉันก็คงดี!’
เมื่อรู้ว่าตนกำลังคิดอะไรยู่ เจียงหว่านรับโยนความคิดชั่ววูบนี้ทิ้งไปในทันที
เป็นเขาไม่ได้ เพราะเรื่องที่เจ้าของร่างเดิมทำไว้มันได้สร้างความร้าวฉาน และช่องว่างในความไว้วางใจระหว่างคนทั้งสองไปแล้ว
และนี่เป็นสิ่งที่เวลาแก้ไขไม่ได้
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอคติเลย เพราะจริง ๆ แล้วคนเราก็เป็นแบบนี้
ไม่ว่าเจียงหว่านจะทำยังไง เธอก็ยังเป็นนักพนันที่คิดจะเอาลูกของเขาไปขาย
ต่อให้เธอจะทำความดีอีกร้อยครั้ง ตราบใดที่ในวันหนึ่งเธอออกมาจากโรงพนัน ไม่ว่าเธอจะไปเล่นการพนันหรือไม่ก็ตาม เฉียวเหลียนเฉิงก็จะคิดว่าเธอไปเล่นการพนันอยู่ดี
และเธอไม่อาจกล่าวโทษเฉียวเหลียนเฉิงอย่างเศร้าใจว่า ‘นายไม่ไว้ใจฉันเหรอ?’ ได้
เธอรู้ดีว่าไม่มีอะไรทำให้อีกฝ่ายสามารถไว้วางใจในสิ่งที่เธอทำได้อีกต่อไป
ไม่ต้องเป็นเฉียวเหลียนเฉิงหรอก เธอเองก็ด้วยเหมือนกัน
การแต่งงานที่มีรอยร้าวแบบนี้ไม่มีทางมีความสุขได้หรอก
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เจียงหว่านก็พยายามระงับความสุขในใจของเธอ มองดูใบเสร็จการจ่ายเงินในมือ แล้วถามเฉียวเหลียนเฉิง
“จะเปลี่ยนเป็นเงินได้ยังไงล่ะ?”
เฉียวเหลียนเฉิงกล่าวว่า “คุณมีตราประทับส่วนตัวหรือเปล่า?”
เจียงหว่านส่ายหัว
เฉียวเหลียนเฉิงจึงบอกว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณต้องได้รับตราประทับส่วนตัวก่อน จากนั้นค่อยไปรับเงินที่ทำการไปรษณีย์ในเมือง”
ตัวเธอยังต้องทำตราประทับส่วนตัวอีกงั้นเหรอ ยุ่งยากจริง ๆ!
“ไม่มีไม่ได้เหรอ?” เธอถามอย่างหดหู่เล็กน้อย
เฉียวเหลียนเฉิงตอบว่า “ได้ ถ้าคุณไม่มีตราประทับส่วนตัว คุณจะต้องมีลายนิ้วมือ แต่จะยุ่งยากมากหากจะใช้ลายนิ้วมือทุกครั้งที่ไป ดังนั้นมันจะสะดวกกว่าถ้าใช้ตราประทับส่วนตัว”
”คุณเองก็ส่งจดหมายไปหลายสิบฉบับ”
“ลองคิดดูว่าหากในอนาคตมีค่าธรรมเนียมต้นฉบับจำนวนมาก สุดท้ายคุณคงต้องใช้ตราประทับส่วนตัวในการเก็บรวบรวมอยู่ดี ผมว่าคุณควรทำไว้สักอันนะ”
เจียงหว่านคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามอีกครั้ง “มีเวลาจำกัดสำหรับเรื่องนี้หรือเปล่า? คนอื่นสามารถไปรับแทนได้ไหม?”
เฉียวเหลียนเฉิงส่ายหัว “ไม่มีเวลาจำกัดหรอก แล้วก็สามารถรับแทนกันได้”
เจียงหว่านโล่งใจ เธอใส่ใบเสร็จการจ่ายเงินลงในสมุด และเก็บไว้อย่างดี
“ฉันส่งต้นฉบับไปตั้งเยอะ คงทำเงินได้ไม่น้อย ไว้ฉันไปรับมันพร้อมกันก็ได้”
เมื่อเห็นใบหน้ามีความสุขของเจียงหว่าน ดวงตาของเฉียวเหลียนเฉิงก็เผยความอบอุ่นออกมา โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีรอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากของตน
……
จากมุมมองของเจียงหว่าน ต้นฉบับถูกส่งไปพร้อมกัน และเนื่องจากหนึ่งในนั้นได้รับการตอบกลับแล้ว คาดว่าส่วนที่เหลือคงได้รับคำตอบในเร็ว ๆ นี้
ทว่า หลังจากนั้นกลับไม่มีข่าวคราว
ช่วงสิบวันก่อนถึงเวลาที่ตกลงไว้กับถันหลง เจียงหว่านก็ได้รับจดหมายปฏิเสธสามฉบับ
มันเป็นของสำนักพิมพ์หนังสือพิมพ์ พวกเขาแค่ประทับตราสีน้ำเงินบนกระดาษจดหมาย บ่งบอกว่าพวกเขาจะไม่รับมัน โดยไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มสักคำ
เจียงหว่านถอนหายใจเบา ๆ ดูเหมือนว่าที่เหลือจะไม่ค่อยน่าคาดหวังเท่าไหร่ด้วย
เวลานี้ เธอมีเงินอยู่ในมือเพียงยี่สิบหยวนเท่านั้น
เจียงหว่านลังเลอยู่หนึ่งวันเต็ม ๆ และในที่สุดก็ตัดสินใจทำตามแผนเดิม 20 หยวนนี้คงสามารถซื้อหัวหมูกับส่วนข้อได้
คืนนั้นเมื่อเฉียวเหลียนเฉิงกลับมา เจียงหว่านก็ขอไปในเมือง
“คุณจะไปทำอะไรในเมือง?” เฉียวเหลียนเฉิงงุนงง
เจียงหว่านจอบเขา “ฉันต้องการยาน่ะ ที่นี่ไม่มี”
เฉียวเหลียนเฉิงเงียบไปครู่หนึ่ม แล้วเอ่ยว่า “บอกผมมาว่าคุณต้องการอะไร แล้วผมจะหามาให้”
เจียงหว่านลังเลไปเล็กน้อย สาเหตุเพราะเธอต้องการเข้าไปในเมือง เพื่อดูว่ามีอะไรพอจะขายได้บ้าง เผื่อมีวิธีหาเงิน!
เมื่อเฉียวเหลียนเฉิงเห็นเธอดูเหมือนจะไม่เต็มใจบอก เขาเลยไม่อยากฝืน
“ถ้าจะเข้าเมือง ต้องตื่นแต่เช้าและขึ้นรถบัสหน้าประตู ค่าโดยสาร 20 เหมา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง”
“รถเที่ยวสุดท้ายที่จะกลับจากเมืองคือตอนห้าโมงเย็น จำไว้ด้วยล่ะ ไม่อย่างนั้นจะกลับมาไม่ได้”
เจียงหว่านกัดริมฝีปากแล้วถามว่า “นายบอกว่านายสามารถไปเอามันมาให้ฉันได้ นายจะทำได้ยังไง?”
เฉียวเหลียนเฉิงกล่าวว่า “แม่ครัวของกองทัพจะไปซื้อของที่เมืองสัปดาห์ละครั้ง ผมขอให้พวกเขาช่วยซื้อสิ่งที่คุณต้องการกลับมาได้ ผมคุ้นเคยกับคนรับผิดชอบการจัดซื้อดี”
เจียงหว่านถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนหันไปเขียนชื่อสมุนไพร
เธอไม่คุ้นเคยกับเมืองนี้ และเธอไม่รู้ว่ามีอะไรจะขายที่ไหนบ้าง ดังนั้นควรหยุดคิดแต่จะหาเงินไว้ชั่วคราว แล้วฝากให้ผู้รู้ช่วยซื้อมาให้ก่อนจะดีกว่า
เฉียวเหลียนเฉิงรับรายชื่อที่เจียงหว่านเขียนให้ไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
วันรุ่งขึ้นเป็นวันซื้อของ เมื่อเฉียวเหลียนเฉิงกลับมาตอนกลางคืน เขาก็ซื้อทุกอย่างกลับมาแล้ว
“ใช้เงินทั้งหมดหนึ่งหยวนสองเหมา ผมจะจ่ายให้คุณก่อน แต่จะหักออกจากเงินเดือนของคุณนะ”
เขาไม่รู้ว่าเจียงหว่านกำลังจะทำอะไร และไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับตัวยาอย่างพวก อบเชย โป๊ยกั้ก กระวาน และยี่หร่า! มากนัก
หรือเจียงหว่านจะรู้จักวิชาแพทย์?
ทว่าเจียงหว่านไม่ได้อธิบาย และวันรุ่งขึ้นเธอก็ไปในเมือง
ขั้นแรก เธอนำค่าต้นฉบับของเธอออกมา จากนั้นจึงเดินหาร้านขายเนื้อ
สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือ หัวหมูและลำไส้ต้องสั่งล่วงหน้า
“นี่มันของมีค่า ทุกคนในหมู่บ้านต่างแย่งกัน” คนขายเนื้อกล่าว
เจียงหว่านถามด้วยความประหลาดใจ “มันไม่แพงเหรอ?”
คนขายเนื้อส่ายหัว “แพงสิ หัวหมูราคาสองหรือสามหยวน ส่วนปอดกับลำไส้ขายได้ในราคาไม่กี่เหมา”
ดวงตาของเจียงหว่านเป็นประกาย “งั้นฉันเอาพวกนี้ทั้งหมด ฉันจะจ่ายเพิ่มด้วย ยังไงขายให้ใครก็นับว่าขายเหมือนกันใช่ไหมล่ะ!”
คนขายเนื้อคิดตามก็พบว่า จริงของเธอ ทั้งสองจึงตกลง จะกลับมาซื้อขายกันวันพรุ่งนี้
วันรุ่งขึ้น เจียงหว่านก็ได้หัวหมู เครื่องในหมู ข้อนิ้วหมู และตับหมูหนึ่งคู่มา
แต่ส่วนอื่น ๆ ยังหาไม่ได้ เพราะมีคนซื้อไปก่อนแล้ว
เจียงหว่านเดินกลับมาเพียงลำพักพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรังเต็มมือ เธอพูดอะไรไม่ออกนอกหัวหมูมันใหญ่เกินไป
หมูเลี้ยงอายุมากมีน้ำหนักหลายสิบชั่ง (สิบสองกิโลกรัม)
เจียงหว่านจึงทำได้เพียงยกกระสอบพาดไหล่ของเธอแล้วแบกมันกลับลาน
เฉียวเหลียนเฉิงเดินกลับบ้านมากับเจียงเฉิงในตอนกลางคืน
ก่อนถึงลานบ้าน พวกเขาก็ได้กลิ่นเนื้อหอมฟุ้งจมูก
“ใครตุ๋นเนื้อน่ะ หอมจัง!” เจียงเฉิงสูดจมูกแล้วทักขึ้น