เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 35 เธอควรขอโทษเจียงหว่าน เฉียวเหลียนเฉิงเพิ่มเงินเดือนให้หนึ่งหยวน
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 35 เธอควรขอโทษเจียงหว่าน เฉียวเหลียนเฉิงเพิ่มเงินเดือนให้หนึ่งหยวน
บทที่ 35 เธอควรขอโทษเจียงหว่าน / เฉียวเหลียนเฉิงเพิ่มเงินเดือนให้หนึ่งหยวน
สะใภ้เฉินเข้ามาหยิบระดาษห่อลูกอมจำนวนหนึ่งจากอ่างของหลัวหมิ่น
“หว่านหว่าน เธอดูสิว่าดูดีไหม?”
เมื่อเห็นอย่างนี้ หลัวหมิ่นก็พูดอย่างภาคภูมิใจ “มันดูดีมาก! ไว้ฉันจะร้อยมันให้เธอทีหลัง”
“น่าเสียดายที่สีดูจะซ้ำซากจำเจไปหน่อย แต่เราหากระดาษห่อลูกอมอื่น ๆ ไม่ได้แล้วเหมือนกัน”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หลัวหมิ่นจำได้ว่าเจียงเสวี่ยเคยบอกว่าจะให้กระดาษห่อลูกอมกับเธอ แต่กลับไม่มีวี่แวว
เจียงหว่านมองดูมัน เธอเคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน แม่ของเธอเคยทำมันตอนเธอยังเด็ก
แต่…
เธอเหลือบมองหลัวหมิ่นแล้วพูดว่า “กระดาษของเธอเป็นสีฟ้าและสีขาว มันซ้ำไปนิด อย่างนี้ที่บ้านเธอมีปฏิทินหรือเปล่า?”
“อ๋า ปฏิทินอะไร?” หลัวหมิ่นถามอย่างสงสัย
เจียงหว่านกล่าวว่า “แบบที่แขวนอยู่บนผนัง กระดาษหนึ่งแผ่นต่อเดือน มีวันที่ ปฏิทินสุริยคติและปฏิทินจันทรคติอยู่ บนปฏิทินแบบนั้นมีภาพทิวทัศน์สวย ๆ อยู่ด้วยนะ”
ทันทีที่เจียงหว่านพูดจบ หลินชิงโหรวก็รีบพูด
“ฉันรู้ ๆ หน่วยของน้องชายฉันเพิ่งส่งมาให้ ฉันได้ยินมาว่ามันหายาก แต่เป็นที่นิยมมาก ๆ”
หลัวหมิ่นดูสับสน “มันทำไมเหรอ?”
เจียงหว่านกล่าว “เมื่อก่อนมันอาจเคยมีประโยชน์ แต่พอขึ้นปีใหม่มันก็เป็นขยะ ถ้าเธอเอาปฏิทินเก่าที่ไม่ใช้แล้วมากรีดเป็นแนวยาวเป็นเส้น ๆ พอติดเป็นม่านแล้วก็จะดูดีมากเลยล่ะ”
“จริงเหรอ?” หลินชิงโหรวถาม
ตอนเห็นหลัวหมิ่นทำม่านนี้ ภรรยาทหารทุกคนในบริเวณนั้นก็สนใจมาก แต่กระดาษห่อลูกอมนั้นหายากเกินไป
แม้ว่าตอนนี้จะเปิดให้ซื้อขายได้อย่างอิสระแล้วก็ตาม
แต่ลูกอมเองก็เป็นของหายาก มีแค่เฉพาะช่วงตรุษจีนเท่านั้นที่จะซื้อมาเป็นของขวัญให้กับแขกที่มาร่วมงาน
ถึงแม้พวกเธอจะมีห่อลูกอมเหลืออยู่บ้าง แต่ก็มีไม่มากนัก
คาดว่าแม้แต่ขอบม่านก็ไม่สามารถทำได้ด้วยซ้ำ
เมื่อได้ยินว่าใช้ปฏิทินติดผนังได้ด้วย หลินชิงโหรวจึงกลับมาสงบอีกครั้ง
คำพูดของเจียงหว่านทำให้ทุกคนมีชีวิตชีวา และต่างพูดถึงม่านประตูที่จะทำ
บางคนสงสัยว่าจะหาปฏิทินได้ที่ไหน
ในขณะนี้ ความตึงเครียดดูเหมือนจะผ่อนคลายลงเล็กน้อย อย่างน้อยพวกเธอก็ไม่ต้องเจอกันแล้วหนีหน้าเหมือนเมื่อก่อน
ไม่ว่าสะใภ้เฉินหรือหลัวหมิ่น พวกเธอไม่ได้ขัดแย้งกับเจียงหว่านมากนัก แต่เป็นเพราะเจียงเสวี่ยต่างหากที่ยุยง
เมื่อทั้งสองคนยอมลดทิฐิ เจียงหว่านจึงเต็มใจที่จะแก้ไขความคับข้องใจกับพวกเธอ
แต่เจียงเสวี่ยเป็นข้อยกเว้น
ขาขวาของเจียงเสวี่ยหัก ส่วนขาซ้ายแค่ร้าว
หลังจากนอนโรงพยาบาลอยู่นาน เธอก็กลับมายังลานบ้านพร้อมกับเฝือกที่ขา ตอนนี้ภรรยาทหารที่ก็ทานอาหารเย็นกันแล้ว ก็ออกมาพูดคุยกันที่ลานบ้าน
หลัวหมิ่นทำม่านประตูเสร็จไปแล้วเจ็ดถึงแปดอัน
แม้ว่าจะยังไม่ได้รับการขึ้นเงา แต่ก็ยังดูดี แค่สีติดจะจำเจไปหน่อย
ด้วยเหตุนี้ เหล่าภรรยาทหารในบริเวณนั้นจึงเริ่มคิดว่าจะไปหาปฏิทินได้ที่ไหน!
เมื่อเห็นเจียงเสวี่ยเข้ามา ทุกคนต่างก็หันไปมองเธอ
ขณะเดินผ่านทุกคน เจียงเสวี่ยขอให้พี่ชายหยุดรถเข็น
เธอมองไปที่สะใภ้เฉินและพูดอย่างจริงใจ “พี่สะใภ้เฉิน ฉันผิดไปแล้วค่ะ ฉันไม่ควรยั่วยุพี่จนขัดแย้งกับภรรยาของหัวหน้ากองพันเฉียวเลย ฉันหลงผิดไป! ฉันขอโทษด้วย!”
สะใภ้เฉินเงียบ ใบหน้าของเธอดูเย็นชาเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดอะไร
จากนั้น เจียงเสวี่ยก็มองไปที่หลัวหมิ่น “หลัวหมิ่น ฉันขอโทษนะ ฉันไม่ควรยืนเฉย ไม่ออกไปช่วยลูกชายของคุณ จนเกือบจะทำให้เขาเกิดอุบัติเหตุ ตอนนั้นฉันแค่สับสนและหวาดกลัว ฉันขอโทษด้วย!”
หลัวหมิ่นแค่นเสียง การให้อภัยย่อมเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าเจียงเสวี่ยจะพูดอะไร เธอก็ไม่มีวันให้อภัย
ลูกชายของเธอคือชีวิตทั้งชีวิต เธอไม่มีวันให้อภัยใครก็ตามที่ต้องการทำร้ายลูกชายของเธอเด็ดขาด
ซึ่งเจียงเสวี่ยไม่ได้คาดหวังให้พวกเธอให้อภัย ดังนั้นหลังจากพูดจบแล้ว เธอจึงส่งสัญญาณให้พี่ชายพาเธอออกไป
……
ด้านเจียงเฉิงพยักหน้าขอโทษเช่นกัน ก่อนผลักรถเข็นของน้องสาวไปด้านข้างของอาคาร จากนั้นเจียงเฉิงอุ้มน้องสาวไว้ในอ้อมแขนแล้วพาเธอขึ้นชั้นบน
เมื่อเห็นพวกเขาจากไป สะใภ้เฉินก็เม้มริมฝีปากแล้วพูดว่า
“ขอโทษเราแล้ว ทำไมถึงไม่ขอโทษเจียงหว่านล่ะ? คนที่เธอต้องขอโทษมากที่สุดก็คือเจียงหว่านหรือเปล่า”
ในเวลานี้เหอหยวนหยวนกล่าวขึ้นอย่างสงสัย
“พูดถึงเรื่องนี้แล้ว เราไม่มีความแค้นอะไรกับเจียงหว่านมาก่อน ยกเว้นที่เธอไปแย่งอมยิ้มเทียนเทียน และการมายืมเงินกับสิ่งของ”
“ถูกต้อง ดูเหมือนเธอจะไม่ได้ทำร้ายเรานะ แต่ทุกครั้งเจียงเสวี่ยจะเป็นคนพูดเรื่องไม่ดีของเธอกับเราเสมอเลย” หลินชิงโหรวเองก็กล่าวเสริม
หลังจากที่เธอพูดจบ ทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็เงียบเสียงลง
หลี่ซิ่วหลันซึ่งนั่งอยู่ห่อกระดาษลูกอมข้าง ๆ กระตุกยิ้มอย่างไม่รู้สึกตัว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความยินดี
ดูเหมือนว่าเจียงเสวี่ย ศัตรูตัวฉกาจของเธอกำลังจะถูกจัดการแล้ว เหลือแค่เจียงหว่านคนเดียวเท่านั้น เธอไม่มีอะไรต้องกลัว!
ยอดเยี่ยมจริง ๆ!
เจียงเฉิงอุมเจียงเสวี่ยไปที่เตียง มองดูเธอแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ยังเหลืออีกคนนึง”
เจียงเสวี่ยมองเขาอย่างน่าสงสาร พร้อมกับกล่าวด้วยแววตาอ้อนวอน “พี่คะ แค่ฉันไม่ไปรบกวนเธออีกก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ให้เธอขอโทษเจียงหว่าน? ฆ่าเธอซะจะดีกว่า
เจียงเฉิงเงียบ แต่ดวงตาของเขายังคงแน่วแน่
“ไม่ว่าเจียงหว่านกับเฉียวเหลียนเฉิงจะอยู่ด้วยกันหรือไม่ เธอก็คือคนที่ทำร้ายเจียงหว่านก่อน ดังนั้นเธอต้องขอโทษ”
เจียงเสวี่ยไม่พอใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ทำได้เพียงร้องขอความเมตตา “ฉันไปไม่ได้!”
“ก็ฉันเป็นแบบนี้แล้ว จะให้ฉันไปรบกวนเธอได้ยังไง!”
เจียงเฉิงยังคงนิ่งเงียบ
เจียงเสวี่ยกัดริมฝีปาก “ถ้าอย่างนั้น พี่ช่วยรอหน่อยได้ไหม ตอนนี้ฉันไปไม่ได้หรอกนะ”
เจียงเฉิงแค่นเสียง “ฉันจะพาเธอไปเอง”
เมื่อเห็นว่าเจียงเสวี่ยดูไม่เต็มใจ เขาจึงพูดเสริม “ไม่อย่างนั้น เธอก็กลับบ้านไปซะ”
“คราวนี้ ถึงเธอจะกระโดดจากที่ที่สูงที่สุดก็ไม่มีผลหรอกนะ”
เจียงเสวี่ยตัวแข็งทื่อ “ตกลง ฉันจะไป”
เมื่อเฉียวเหลียนเฉิงกลับมาถึงบ้าน
วันนี้เขาตรวจการบ้านของผิงอัน หลังจากที่เจียงหว่านทำหน้าที่เป็นครูสอนเด็กน้อยมาห้าวัน
ในวิชาคณิตฯ ตอนนี้ผิงอันเข้าใจถึงการบวกและการลบเลขสองหลักแล้ว
เขายังเรียนอักษรจีนได้ 10 ตัว ไม่เพียงเขียนกับอ่านได้ แต่ยังบอกความหมายได้ด้วย
เวลาเพิ่งผ่านมาเพียงห้าวัน นั่นทำให้เฉียวเหลียนเฉิงประหลาดใจมาก
ดูเหมือนว่าผิงอันอยากจะอวดพ่อของเขา จึงพูดภาษาอังกฤษออกมา
“กวดมอนิ่ง ปาป่ะ!”
”ฮันลั่ว!”
เฉียวเหลียนเฉิงตกตะลึง “นี่มันภาษาอะไร?”
หน้าเจียงหว่านกระตุกเล็กน้อยพลางตอบว่า “ภาษาอังกฤษ แต่เขาออกเสียงยังไม่ถูก เรื่องนี้ต้องฝึกฝนสักพัก”
เฉียวเหลียนเฉิงดีใจมาก “คุณรู้ภาษาอังกฤษด้วยเหรอ”
เจียงหว่านเหลือบมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ “นี่นายกำลังดูถูกใครอยู่! ฉัน…”
เธอกำลังจะบอกว่าเธอสอบผ่าน CET-6 [1]* มาแล้ว
ทว่า เมื่อคิดว่าประโยคนี้จะเป็นการเปิดเผยตัวเอง เธอจึงกล่ำกลืนพวกมันกลับไป
และแค่นเสียงอย่างดื้อรั้น “ฉันรู้ทุกอย่างอยู่แล้ว และรู้ด้วยว่านายทำไม่ได้”
เฉียวเหลียนเฉิงรู้สึกยินดี ดูเหมือนว่าการศึกษาของผิงอันจะเข้าที่เข้าทางแล้ว
เขาพูดอย่างมีความสุข “ผมจะให้เงินพิเศษคุณหนึ่งหยวน วันต่อ ๆ ไปผมก็ต้องฝากผิงอันไว้กับคุณแล้ว”
ทันทีที่เธอได้ยินว่าห้าหยวนเพิ่มขึ้นเป็นหก เจียงหว่านก็ตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิด
”ไม่มีปัญหา ตราบใดที่มีเงิน ฉันทำได้ทุกอย่าง”
”แต่ห้ามค้างค่าจ้างเด็ดขาด”
เฉียวเหลียนเฉิงตอบด้วยรอยยิ้ม “ไม่มีค้างแน่ ผมจะจ่ายตรงเวลาทุกเดือน”
เจียงหว่านรู้สึกปลาบปลื้ม ใบหน้าของเธอแดงก่ำเพราะความสุข
เฉียวเหลียนเฉิงมองดูและรู้สึกว่าน้ำหนักของเธอดูจะลดลงไปเล็กน้อย
เดิมทีใบหน้าของเธอกลมพอ ๆ กับซาลาเปา แต่ตอนนี้ดูลดไปมาก
[1] CET-6 แบบทดสอบภาษาอังกฤษของวิทยาลัยจีน