เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 30 เจียงเฉิงสืบสวนความจริง
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 30 เจียงเฉิงสืบสวนความจริง
บทที่ 30 เจียงเฉิงสืบสวนความจริง
“เหล่าเจียง!” เฉียวเหลียนเฉิงเรียกคนตรงหน้า
เจียงเฉิงที่ได้ยินก็ยกยิ้มและหยุดรอ
เฉียวเหลียนเฉิงกล่าวขึ้น “ผมขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ผมขอโทษน้องสาวของคุณในนามของเจียงหว่านด้วย”
เจียงเฉิงส่ายหัว “ถ้าใครจะขอโทษ ก็ต้องเป็นเจียงหว่าน มันไม่เกี่ยวอะไรกับนาย ลืมมันซะ อย่าไปพูดถึงมันเลยดีกว่า”
จากนั้นทั้งสองคนก็พูดกันอีกสองสามคำแล้วแยกย้ายกันไป
เมื่อเจียงเฉิงกลับมาที่ห้องทำงาน เขาเห็นเอกสารบนโต๊ะซึ่งจำเป็นต้องแจกจ่าย
พอกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรให้คนมาเอาเอกสารไป ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงดึงมือกลับ
จากนั้นก็หยิบเอกสารขึ้นมาแทน แล้วเดินออกไป
เขาตรงไปยังห้องทำงานของครูฝึกสอนกองพันที่สอง
เมื่อมาถึง ก็เห็นฉินฮั่น หัวหน้ากองพันที่สองกำลังจะออกไป เจียงเฉิงจึงรีบเรียกอีกฝ่ายไว้
จากนั้นส่งเอกสารในมือให้กับครูฝึกของกองพันที่สองที่อยู่ใกล้ ๆ และรีบไล่ตามฉินฮั่นหัวหน้ากองพันที่สองออกไป พลางกล่าวว่า
“เหล่าฉิน ฉันมีอะไรจะถามหน่อย!”
ฉินฮั่นหยุดรออยู่ และรับฟังเจียงเฉิง
เจียงเฉิงจึงพูดต่อว่า “เมื่อวันก่อนเฉียวเหลียนเฉิงขอให้นายเอาเงินไปให้เจียงหว่าน นายได้ให้เงินกับเธอหรือเปล่า?”
ฉินฮั่นพยักหน้า “ให้สิ! ฉันไม่ได้ยักยอกเงินสักเฟินเดียวเลยนะ!”
เจียงเฉิงรีบปลอบว่า “ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น ฉันแค่อยากจะถามว่านายได้ส่งมันให้เจียงหว่านกับมือหรือเปล่า?”
ทว่าฉินฮั่นส่ายหัวด้วยความเขินอาย “ก็เปล่าหรอก ฉันเป็นผู้ชายไปห้องที่มีผู้หญิงอยู่คนเดียวแบบนั้นมันน่าอายจะตายไป ฉันเลยให้น้องสะใภ้เอาเงินไปให้เจียงหว่านแทนน่ะ!”
เจียงเฉิงขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างผิดปกติจริง ๆ
เขาเคยเห็นน้องสะใภ้ของฉินฮั่น เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอเห็นเฉียวเหลียนเฉิง ดวงตาของผู้หญิงคนนั้นก็จะจับจ้องไปที่ใบหน้าของเขาราวกับจะกลืนกิน
นี่ปล่อยให้คนแบบนี้เอาเงินไปให้เจียงหว่าน แล้วเธอจะให้เงินไปอย่างราบรื่นอย่างงั้นเหรอ?
เจียงเฉิงเงียบ ก่อนจะขอให้ฉินฮั่นพาเขาไปหาน้องสะใภ้คนนั้น
ในเวลานี้ หลี่ซิ่วหลันกำลังค้นตู้ต่าง ๆ ในห้อง เพื่อหาอะไรบางอย่าง
เนื่องจากวันนี้ หลินชิงโหรว ภรรยาของหัวหน้ากองพันที่สามเพิ่งกลับมาจากบ้านเกิด และเธอสวมชุดคุณภาพดีสีชมพูลายดอกไม้ ดูสวยมาก!
หลี่ซิ่วหลันจึงนึกขึ้นได้ว่า เมื่อไม่กี่ปีก่อนแม่ของเธอส่งผ้าเชวี่ยเหลียงมาให้ทางไปรษณีย์ แต่เธอไม่รู้ว่าเอามันไปเก็บไว้ที่ไหนแล้ว
ในขณะที่กำลังหาผ้านั่นเอง ฉินฮั่นก็เข้ามาพร้อมกับเจียงเฉิง
เมื่อเธอเห็นเจียงเฉิงในชุดทหาร เขาดูสง่างามมาก จนหลี่ซิ่วหลันเผลอเหม่อมอง ลืมตัวไปชั่วขณะ
ทุกคนต่างรู้ดีว่าเดิมทีในกองทัพมีชายที่ยังไม่ได้แต่งงานอยู่สองคน หนึ่งในนั้นก็คือ เจียงเฉิง และอีกคนคือ เฉียวเหลียนเฉิง แม้ตอนนี้เฉียวเหลียนเฉิงจะมีภรรยาอ้วนไปแล้วก็ตาม แต่หลี่ซิ่วหลันไม่อยากนับ
แรกเริ่มเฉียวเหลียนเฉิงลงทะเบียนบ้าน ในลานบ้านของครอบครัว เพราะเขาต้องการเลี้ยงดูลูกชาย
ส่วนเจียงเฉิงลงทะเบียนในลานบ้านครอบครัว เพราะน้องสาวของเขาอยากมาอยู่ที่นี่ด้วย และห้องในลานบ้านนี้ก็มีมากพอจึงไม่มีปัญหาใด
พอดีกับที่เจียงเสวี่ยสามารถช่วยดูแลผิงอันได้
ทว่าหลี่ซิ่วหลันไม่กล้าเข้าใกล้เจียงเฉิง แม้ว่าเขาจะดูอ่อนโยน และยิ้มแย้มอยู่เสมอ แต่ดวงตาของเขาคมกริบเหมือนมีดที่สามารถกรีดทะลุหัวใจผู้คนได้เพียงแค่มอง
เจียงเฉิงถามเธอเรื่องเงินที่ฝากให้เจียงหว่าน เมื่อโดนถามเช่นนั้น เธอก็ไม่กล้าปิดบังสิ่งใด และโยนความผิดไปให้เจียงเสวี่ยรับไปทั้งหมดแทน
“ฉันกำลังจะไปมอบเงินให้เจียงหว่าน อยากจะมอบให้เธอด้วยตัวเอง แต่ตอนที่กำลังนำเงินไป ก็เจอกับน้องสาวของคุณ แล้วน้องสาวของคุณก็ขอเอาเงินนั่นไปเอง”
“เธอพูดว่าเจียงหว่านชอบเล่นการพนัน ถ้ามอบให้เจียงหว่านไป เงินจะหมดไปกับการพนัน ฉันจึงยอมมอบเงินให้กับเจียงเสวี่ย”
ในขณะที่ฟัง ใบหน้าของฉินฮั่นก็เปลี่ยนเป็นคร่ำเครียดขึ้นทุกที
แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยสนใจอะไร แต่เขาก็รู้มาว่าเจียงเสวี่ยกับภรรยาของหัวหน้ากองพันเฉียวไม่ถูกกัน
น้องสะใภ้มอบเงินให้กับศัตรูของเจียงหว่าน ไม่เท่ากับการหาเหาใส่หัวหรอกเหรอ!
“ครูฝึกเจียง นายถามเรื่องนี้ทำไม? มีปัญหาอะไรเหรอ?” เธอถามหยั่งเชิงเขา
เจียงเฉิงส่ายหัว แล้วตอบไปเพียงว่า “ไม่มีอะไร ผมแค่ถามดูเท่านั้น”
เมื่อเจียงเฉิงเดินออกมาจากบ้านของฉินฮั่น เขาก็บังเอิญเจอกับสะใภ้เฉินที่กำลังทำอาหารอยู่เข้าพอดี
สะใภ้เฉินจึงเรียกรั้งเขาไว้ แล้วเอ่ยว่า “ฉันมีบางอย่างจะบอกคุณ อย่าไปบอกคนอื่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ล่ะ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ แต่คุณเป็นพี่ชายของเจียงเสวี่ย และเป็นครูฝึกคนหนึ่ง การพูดคุยกับคุณเรียกว่าการรายงานสถานการณ์ถูกไหม?”
เจียงเฉิงพยักหน้า ไม่คาดคิดว่าสะใภ้เฉินจะเป็นคนตรงไปตรงมาอย่างนี้
สะใภ้เฉินกล่าวต่อว่า “ที่ฉันบอกคุณเรื่องนี้เพราะฉันทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ น้องสาวของคุณทำเกินไปแล้ว!”
……
สะใภ้เฉินเทถั่วลงในกระบอกไม้ไผ่ พร้อมบอกถึงวีรกรรมล่าสุดของเจียงเสวี่ย
เธอเล่าตั้งแต่เหตุการณ์เรื่องขวดเกลือ เรื่องที่เจียงเสวี่ยนิ่งเฉยมองดูเด็กอายุสามขวบปีนกระทะ จนไปถึงเรื่องการมอบเหรียญเฟินจำนวนหนึ่งให้กับเจียงหว่าน
หลังจากที่สะใภ้เฉินพูดจบ ใบหน้าของเจียงเฉิงก็เปลี่ยนเป็นมืดมน
ถึงจะรู้ว่าน้องสาวชอบเฉียวเหลียนเฉิง แต่เขาก็ไม่คิดว่าเธอจะทำเรื่องโหดร้ายถึงขนาดนี้
เขาทำงานทางการเมืองเพื่ออุดมการณ์ แต่น้องสาวของเขาเองกลับชั่วร้ายและโหดเหี้ยมมาก จนเขาแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
หลังจากบอกลาสะใภ้เฉินแล้ว เขาก็ตรงไปหาเฉียวเหลียนเฉิงทันที
ตอนนี้เฉียวเหลียนเฉิงกำลังเขียนรายงานการหย่าอยู่บนโต๊ะ
เมื่อเห็นเจียงเฉิงเข้ามา เขารีบยัดใบรายงานที่เขียนไว้ครึ่งหนึ่งลงในลิ้นชัก
“นายมาที่นี่ทำไม ถ้าต้องการอะไรก็โทรหาฉันสิ!”
เจียงเฉิงไม่สนใจเรื่องอื่น เขาพูดขึ้นอย่างเคร่งขรึม
“นายว่างไหม ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
เฉียวเหลียนเฉิงพยักหน้า โบกมือให้อีกฝ่ายนั่งลง
เจียงเฉิงนั่งลงพลางบอกว่า “ฉันมาที่นี่เพราะเรื่องภรรยาของนายกับน้องสาวของฉัน!”
เฉียวเหลียนเฉิงได้ยินดังนั้น จึงรีบพูดขึ้น “ฉันขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น ฉันควรจะให้เจียงหว่านไปขอโทษ แต่ฉันบังคับเธอไม่ได้”
“แต่ไม่ต้องกังวลนะ อีกไม่กี่วันนี้ ฉันจะส่งใบขอหย่าอีกครั้ง”
เฉียวเหลียนเฉิงอยากจะพูดมากกว่านี้ แต่เจียงเฉิงกลับขัดจังหวะเขาเสียก่อน “นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันหมายถึง นายไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก”
“เป็นพวกเราที่ควรขอโทษ”
เฉียวเหลียนเฉิงรู้สึกประหลาดใจ เมื่อได้ยินอีกฝ่ายกล่าวเช่นนั้น
เจียงเฉิงเล่าว่า “ฉันไปตรวจสอบมาเมื่อตอนบ่าย เงินที่นายทิ้งไว้เมื่อไม่กี่วันก่อนไม่ถึงมือเจียงหว่าน ฉินฮั่นมอบหมายให้น้องสะใภ้ของเขาเอาเงินไปให้เจียงหว่านแทน”
“หลี่ซิ่วหลันบอกว่าเธอกลัวว่าเจียงหว่านจะเอาเงินไปเล่นพนันอีก เธอจึงมอบมันให้กับเจียงเสวี่ย”
“พี่สะใภ้เฉินบอกว่าเจียงเสวี่ยมอบเหรียญเหล็กไม่กี่เฟินให้กับเจียงหว่าน จากนั้นก็พาผิงอันไปอยู่ด้วย และไม่เคยสนใจไยดีเจียงหว่านอีกเลย”
“เจียงหว่านทนหิวมาหลายวัน จนมาทุบตีน้องสาวของฉันที่บ้าน หลังจากนั้นเธอก็ไปกินข้าวที่บ้านเจียงเสมอ”
“ดังนั้น มันเป็นความผิดของน้องสาวฉัน เธอใช้โอกาสนี้รังแกภรรยาของนาย”
เฉียวเหลียนเฉิงได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกประหลาดใจมาก
หลังจากนั้น เจียงเฉิงก็เล่าเรื่องต่าง ๆ ตามที่สะใภ้เฉินบอกกับตน
”ฉันไม่คิดเลยว่าเจียงเสวี่ยจะใจร้ายขนาดนี้ นายไม่ต้องกังวลนะ ฉันจะเกลี้ยกล่อมพ่อกับแม่ให้พาเธอกลับไปโดยเร็วที่สุด!”
“ฉันเสียใจจริง ๆ ที่น้องสาวฉันทำร้ายภรรยาของนาย”
เจียงเฉิงรู้สึกละอายใจมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง
หลังจากเฉียวเหลียนเฉิงได้ยินเรื่องทั้งหมด สีหน้าของเขาก็ดูตกตะลึงไป
เขานึกถึงสิ่งที่ผิงอันพูดเรื่องเจียงหว่านกลับไปเล่นพนัน
หากเธอมีเงินสิบห้าหยวนจริง ๆ แต่กลับบอกว่าไม่มีอะไรกิน นั่นทำให้คาดได้ว่าอาจเป็นเพราะเธอเสียพนันไปหมดแล้ว
แต่ถ้าเจียงหว่านไม่ได้รับเงิน แล้วเธอจะไปเล่นพนันได้ยังไง จะเดิมพันด้วยอะไร?
ใช้เหรียญเฟินหนึ่งกำมือนั่นงั้นเหรอ?
อย่าล้อเล่นเถอะ ตอนเธอไปคิดบัญชีกับเจียงเสวี่ย มันผ่านช่วงที่เธอได้เหรียญเฟินไปตั้งสามหรือสี่วันแล้ว
หมายความว่าช่วงระหว่างนั้นเธอกินดื่มลมฟ้าอากาศงั้นเหรอ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เฉียวเหลียนเฉิงก็ตรงไปหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทันที
คนในแต่ละครอบครัวต้องลงทะเบียนทุกครั้งหากต้องการออกจากฐาน
ดังนั้น หากเจียงหว่านออกไปข้างนอก เธอก็ต้องลงทะเบียนไว้ทุกครั้ง
อีกด้าน วันนี้เจียงหว่านรู้สึกกระสับกระส่ายชอบกล
จิตใจของเธอเอาแต่คิดถึงวิธีการหาเงิน
เฉียวเหลียนเฉิงออกจากบ้านไป หลังจากนั้นผิงอันก็ตามไปติด ๆ
เจียงหว่านรู้เลยว่าผิงอันต้องไปหาเจียงเสวี่ย ดังนั้นเธอจึงไม่คิดสนใจ
ในตอนเช้า เธอนั่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง มองไปยังกำแพงอิฐสีแดงกับตัวอักษรสีขาวที่อยู่ตรงข้ามพักใหญ่ และในที่สุดก็ตัดสินใจว่าจะเขียนนิยาย
แทนที่จะกู้ยืมเงิน ลงมือทำงานหาเงินเองคงสบายใจกว่า
แม้จะใช้เวลา แต่อย่างมากก็แค่เดือนหรือสองเดือนเท่านั้น
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เจียงหว่านก็หยิบสมุดแบบฝึกหัดของผิงอันออกมา และเริ่มลงมือเขียนต้นฉบับด้วยดินสอทันที
เขียนเรื่องสั้นนั้นง่ายมาก ตราบใดที่การเปิดเรื่องน่าสนใจ และเนื้อเรื่องโดยรวมสมเหตุสมผลพอ ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
ตอนเที่ยงเฉียวเหลียนเฉิงกลับมาช้ากว่าปกติ
แต่เขาก็กลับเข้ามาพร้อมกับกล่องอาหารกลางวันในมือ