เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 28 เฉียวเหลียนเฉิงกลับมาแล้ว
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 28 เฉียวเหลียนเฉิงกลับมาแล้ว
บทที่ 28 เฉียวเหลียนเฉิงกลับมาแล้ว
เจียงเสวี่ยได้ยินอย่างนั้นก็โกรธมาก
เธอได้ข่าวมาว่าทั้งสองกองพันที่ออกไปปฏิบัติภารกิจกลับมาแล้ว แต่พี่ชายของเธอกับเฉียวเหลียนเฉิงยังไม่กลับมาบ้านเนี่ยสิ
เจียงเสวี่ยที่อดทนมาหลายวัน ในที่สุดก็ทนไม่ไหว และไม่อยากทนอีกแล้ว
ส่วนเจียงหว่านที่เห็นว่าเจียงเสวี่ยไม่ขยับเขยื้อนก็รู้สึกโกรธขึ้นมา “ฉันบอกว่าฉันหิว เธอไม่ได้ยินเหรอ?”
เจียงเสวี่ยแค่นเสียงเย็น “ไม่! ทำไมฉันต้องทำตามแค่เพราะเธอจะกิน? ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ ถ้าเธออยากกินก็ไปหากินเองสิ!”
จู่ ๆ เจียงหว่านก็ยิ้มสดใส “เธอหมายความว่าเธอจะไม่ให้ฉันกินงั้นเหรอ?”
เจียงเสวี่ยพูดอย่างเย็นชา “ถูกต้อง ไม่ใช่แค่วันนี้นะ แต่ต่อจากนี้ฉันก็จะไม่แบ่งอาหารให้เธอแล้ว ถ้าเก่งนักก็ไปทำเองเลย!”
ทว่าก่อนที่เธอจะได้พูดถ้อยคำรุนแรงมากไปกว่านี้ เจียงหว่านก็รีบวิ่งเข้ามาคว้าตัวเจียงเสวี่ยแล้วตบอย่างแรง!
เจียงเสวี่ยที่ทั้งเจ้บตัวและเจ็บใจถึงกับสติหลุด “แกมันอันธพาล โจรสารเลว แค่พูดก็ทำเป็นรับไม่ได้ นี่มันจะมากเกินไปแล้ว!”
เจียงหว่านหัวเราะออกมาเสียงดัง ราวกับได้ยินเรื่องตลกร้าย
“ฉันน่ะเหรออันธพาล? ใช่ ฉันเป็นอันธพาล วันนี้ฉันจะเป็นอันธพาลที่ไม่มีเหตุผล ถ้าเธอไม่เอาอาหารมาให้ฉันกิน เราได้เห็นดีกันแน่!”
ชื่อเสียงของเธอแย่มากอยู่แล้ว มันจึงไม่จำเป็นที่จะต้องยอมอดอาหารเพื่อชื่อเสียงอะไร!
เจียงเสวี่ยผลักอีกฝ่ายอย่างแรง พลางร้องขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง
เมื่อเห็นอย่างนี้ ผิงอันก็กระโดดเข้าไป และพยายามดึงตัวเจียงหว่านออก
แต่เจียงหว่านไม่สนใจเขา กระชากผมของเจียงเสวี่ยและตบอย่างแรง
เจียงเสวี่ยเห็นอย่างนั้น ก็อยากจะวิ่งออกจากประตูไป แต่ไม่คาดคิดว่าเจียงหว่านจะไม่เพียงแต่ดึงผมเท่านั้น แต่ยังขัดขาของเธออีกด้วย
เจียงเสวี่ยสะดุดล้มลงกับพื้น ทางเจียงหว่านก็ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ขึ้นขี่เธอทันที
ขณะที่เธอกำลังจัดท่าทางให้พอเหมาะ จู่ ๆ ประตูก็เปิดออก
เจียงเฉิงและเฉียวเหลียนเฉิงยืนอยู่ที่หน้าประตู มองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องนิ่ง ๆ
เมื่อเห็นทั้งสองคน เจียงเสวี่ยก็เหมือนเห็นแสงสว่าง ผู้ช่วยชีวิตของเธอมาแล้ว เธอพยายามคลานออกไปพลางร้องขอความช่วยเหลือ
“พี่คะ ช่วยฉันด้วย พี่เฉียว ช่วยฉันด้วย!”
แต่เจียงหว่านจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ ได้ยังไง หญิงสาวใช้โอกาสนี้ตบอีกฝ่ายแรง ๆ อีกครั้ง
จนเฉียวเหลียนเฉิงต้องก้าวไปข้างหน้าเพื่อดึงเธอออก เธอจึงสงบลง
เมื่อกลับถึงบ้าน ใบหน้าของเฉียวเหลียนเฉิงมืดมนมาก “ทำไมคุณถึงตบเจียงเสวี่ยอีกแล้ว!”
เจียงหว่านแค่นเสียงอย่างเมินเฉย ก่อนนั่งลงบนเตียงแล้วพูดด้วยความโกรธ
“ฉันหิว แต่เธอไม่ให้อาหารฉัน ฉันเลยตบเธอ!”
หน้าของเฉียวเหลียนเฉิงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
ในเวลานี้ ผิงอันรีบฟ้องว่า “พ่อครับ หลังจากพ่อไปทำงาน เธอก็ไม่ทำอาหารให้ผมกินเลย จนผมต้องไปกินข้าวที่บ้านน้าเจียงเสวี่ยตลอด”
“พ่อครับ วันนี้น้าเจียงเสวี่ยกับผมเห็นว่าเธอไปที่เมืองอีกแล้ว แล้วเธอยังไปยุ่งเกี่ยวกับคนในโรงพนันพวกนั้นด้วย”
เฉียวเหลียนเฉิงดูเย็นชายิ่งกว่าเดิม ดวงตาเฉียบคมจับจ้องไปที่เจียงหว่าน ก่อนกัดฟันพูด
“เจียงหว่าน คุณไปเล่นพนันอีกแล้วเหรอ!”
ประโยคนี้เป็นการกล่าวหามากกว่าตั้งคำถาม!
เจียงหว่านแค่นหัวเราะอย่างหงุดหงิด วั้นนี้เธอทั้งถูกคนจากโรงพนันไล่ตี แต่เด็กคนนี้กลับมองว่าเธอไปเล่นการพนัน เอาจริงงั้นเหรอ
ตาบอดหรือตาถั่วกันแน่!
เมื่อมองขึ้นไป ก็เห็นแววตาเย็นชาและดูแคลนของเฉียวเหลียนเฉิง
ทันใดนั้น ความน้อยใจของเจียงหว่านก็หลั่งไหลออกมา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นการต่อต้าน
ช่างมันเถอะ ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้แล้วกัน เธอไม่อยากอธิบายอะไร
“ใช่หรือไม่ แล้วยังไง!”
เฉียวเหลียนเฉิงผิดหวังมากที่ได้ยินอย่างนั้น เขากล่าวอย่างเศร้าใจ
“เจียงหว่าน ผมคิดว่าครั้งนี้คุณจะสำนึกผิดจริง ๆ แต่คุณกลับไปเล่นพนันอีก คุณทำให้ผมผิดหวังมากรู้รึเปล่า!”
ถ้าเจียงหว่านเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก เฉียวเหลียนเฉิงคงไม่ผิดหวังอะไรมากขนาดนี้
แต่เมื่อไม่นานมานี้ เธอเปลี่ยนไปในทางที่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งเธอยังทำอาหารให้เขากับลูกในทุก ๆ วัน
จนเขาคิดว่าเธออยากจะมีเปลี่ยนแปลงตัวเองจริง ๆ
และถ้าเธอคิดแบบนี้ต่อไป เขาก็จะไม่หย่า!
แต่ไม่คาดคิดเลยว่า เพียงเวลาไม่นานเธอก็เปิดเผยธาตุแท้ออกมาอีกครั้ง
……
เฉียวเหลียนเฉิงคาดเดาว่าที่เจียงหว่านไปหาเจียงเสวี่ยเพื่อขออาหารคงเป็นเพราะว่าเงินหมด!
เขาทิ้งเงินไว้ให้เธอสิบห้าหยวน ซึ่งเพียงพอสำหรับใช้ชีวิตได้หนึ่งเดือน แต่ในเวลาเพียงไม่กี่วัน เธอกลับบอกว่าไม่มีอาหารกิน
ไม่ต้องถาม เฉียวเหลียนเฉิงก็พอรู้ว่าเงินหายไปไหน!
มันคงเป็นเขาที่คาดหวังมากเกินไป
เจียงหว่านเม้มริมฝีปากแน่น และยังนิ่งเงียบไม่ยอมพูดคุย
เธอเองก็ผิดหวังมากเช่นกัน เธอคิดว่าเฉียวเหลียนเฉิงจะแตกต่างออกไป ทั้งที่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา พวกเราก็เข้ากันได้ดี
อีกทั้งเด็กที่เธอเอาใจใส่กลับเป็นหมาป่าตาขาวที่ตาบอด ส่วนเฉียวเหลียนเฉิงที่เธอคิดว่าเป็นคนมีน้ำใจ กลับกล่าวหาเธออย่างไม่สนเหตุผล
เขาคิดว่าเธอไปเล่นการพนันอีกครั้งเพียงเพราะถูกคนในโรงพนันไล่ทุบตีงั้นเหรอ?
เธอคิดจะอธิบาย แต่เมื่อเห็นว่าเฉียวเหลียนเฉิงไม่แม้แต่จะสงสัยเลย และคิดไปแล้วว่าเธอไปเล่นการพนันเพียงเพราะคำพูดของเด็กคนนั้น เธอก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรอีก
ลองคิดดูแล้ว ตอนเฉียวเหลียนเฉิงต้องไปทำภารกิจบางอย่าง อีกฝ่ายเองก็ให้เงินไว้กับเจียงเสวี่ยศัตรูของเธอ
คิดได้อย่านั้นเธอก็ยิ่งผิดหวังและเสียใจ!
ช่างเถอะ ปล่อยมันไปแบบนี้แหละ!
ไม่ว่าเธอจะทำอะไร เธอก็ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของพวกเขาได้ เธอตัดใจยอมแพ้แล้ว
อย่างมากก็แค่แตกหักกัน!
เฉียวเหลียนเฉิงจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เมื่อเห็นพ่อของตนออกไป ผิงอันก็ทำหน้าทะเล้นใส่เจียงหว่าน
“เธอสมควรโดนแล้ว รอดูได้เลยว่าพ่อจะจัดการเธอยังไง!”
เจียงหว่านแค่นหัวเราะ “ใช่แล้ว พ่อของเธอจะลงโทษฉันแน่ พอใจหรือยัง?”
ผิงอันพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ฉันดีใจจริง ๆ เธอควรออกไปได้สักที!”
แต่เจียงหว่านแค่นเสียงเย็น “หลังจากที่ฉันออกไป น้าเจียงเสวี่ยของเธอก็จะได้แต่งเข้ามา แล้วเธอก็จะเปลี่ยนไปเรียกยัยนั่นว่าแม่!”
ได้ยินอย่างนั้นผิงอันยิ่งภูมิใจกว่าเดิม เขาอยากให้เจียงเสวี่ยเป็นแม่ของเขามานานแล้ว
ทว่าสิ่งที่เจียงหว่านพูดต่อจากนั้นทำให้เขาหัวเราะไม่ออก
เจียงหว่านพูดว่า “เมื่อเธอมีแม่ ในไม่ช้าเธอก็จะมีน้องชาย”
“และเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขโดยตรงของยัยนั่น ต่อไปไม่ว่าเธอจะพูดดีแค่ไหน เจียงเสวี่ยก็จะไม่มีทางปฏิบัติต่อเธอเหมือนเป็นลูกของตัวเองหรอก”
“หึ เจียงเสวี่ยจัดการกับฉันยังไง ฉันเดาว่าอีกฝ่ายก็คงจัดการกับเธอแบบเดียวกัน!”
“หัวเราะไปเลย หัวเราะให้พอ! อีกไม่นานเธอก็จะได้แต่มองผู้หญิงคนนั้นกอดพ่อของเธอ กอดลูกที่อีกฝ่ายให้กำเนิด และได้แต่มองครอบครัวที่กลมเกลียวของพวกเขา ส่วนเธอก็คงถูกทิ้งอยู่ในหลืบ แล้วได้กินแค่น้ำเย็นกับขนมปังข้าวโพดแข็ง ๆ เท่านั้นแหละ!”
“โอ้ ไม่สิ บางทีเธออาจจะไม่ได้ดื่มกระทั่งน้ำเย็น…”
หลังจากที่เจียงหว่านพูดจบ เธอก็เปิดประตูและออกไปโดยไม่รอฟังคำตอบกลับใดของผิงอัน
ตอนนี้ผิงอันตกตะลึงไปเล็กน้อย ขณะมองไปที่ประตู คำพูดของเจียงหว่านยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเด็กชาย
ด้านตระกูลเจียง
เจียงเฉิงโกรธมากเมื่อเห็นน้องสาวตนเองถูกทุบตี เมื่อเจียงหว่านจากไป เขาก็ถามเหตุผลจากเจียงเสวี่ยทันที
แม้ว่าภรรยาของหัวหน้ากองพันเฉียวจะหัวรุนแรง แต่เธอก็ไม่ได้ไร้เหตุผล
ในฐานะครูฝึก เจียงเฉิงสามารถสังเกตคำพูดกับการกระทำเพื่อสืบหาต้นตอของปัญหาได้
เจียงเสวี่ยจึงบ่นให้เขาฟังว่า “หลังจากที่พี่ไปทำภารกิจ ฉันก็จะไปส่งเงินให้เจียงหว่าน แต่เธอกลับใช้เงินนั่นหมดภายในไม่กี่วัน จากนั้นก็มาขอเงินจากฉันอยู่เรื่อย ๆ”
“ถ้าฉันไม่ให้ เธอก็จะอยู่กินข้าวที่บ้านเรา และหากฉันไม่ทำอะไรให้เธอกิน เธอก็จะทุบตีฉัน!”
ประโยคนี้ฟังแล้วไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เจียงเฉิงกลับตะหงิดในใจ
ทำไมเจียงเสวี่ยถึงเป็นคนเอาเงินไปให้เงินเจียงหว่านได้!
เขาคิดจะถามออกไป แต่เมื่อเห็นใบหน้าบวมช้ำจากการถูกทุบตี กับน้ำตาของน้องที่ไหลรินเหมือนสายฝน เขาก็ไม่กล้าถาม
ส่วนเจียงหว่าน ตอนนี้เธอกำลังถอนวัชพืช!
แม้ตัดสินใจแล้วว่า จะไม่สนใจเรื่องนี้ แต่อารมณ์โกรธของเธอก็ยังไม่หายไปอยู่ดี จึงออกมาที่สวนเพื่อระบายความโกรธกับพวกวัชพืชแทน
หลังจากถอนพวกมันได้สักพัก เธอก็ยังไม่สามารถสงบจิตสงบใจลงได้
จึงตัดสินใจว่าจะนั่งลงพักหายใจสักหน่อย แต่กลับเห็นเฉียวเหลียนเฉิงเดินมาจากที่ไกล ๆ