เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 25 ทำอย่างกับคนอื่นไม่รู้วิธีเล่นอุบาย
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 25 ทำอย่างกับคนอื่นไม่รู้วิธีเล่นอุบาย
บทที่ 25 ทำอย่างกับคนอื่นไม่รู้วิธีเล่นอุบาย
เจียงหว่านโบกมือ “ลืมมันไปเถอะ ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันแค่กังวลน่ะ เลยมาที่นี่เพื่อถามดู”
“ยังไงก็เถอะ พี่พอจะรู้จักร้านไหนที่ขายผักราคาถูก ๆ บ้างหรือเปล่า? แบบที่ให้ซื้อผักเป็นพวงในราคาแค่เฟินเดียวน่ะ?”
สะใภ้เฉินขมวดคิ้ว “ฉันไม่เคยเห็น ฉันเองก็ไม่ค่อยได้ซื้อของมากนัก ที่นี่ไม่มีตัวแทนจัดหาหรือตลาด ถ้าเธอต้องการซื้อของก็ต้องไปในเมืองเท่านั้น”
“ไม่อย่างนั้นฉันก็พอมีอาหารอยู่ เธอเอามันกลับไปกินก่อนก็ได้นะ”
เจียงหว่านส่ายหัว “ครอบครัวของพี่มีอาหารไม่มาก เก็บไว้เถอะค่ะ ฉันจัดการเรื่องของตัวเองเองดีกว่า!”
พี่สะใภ้เฉินไม่พอใจ “เธอนี่โง่จริง ๆ ทำไมยังทำตัวห่างเหินอีกล่ะ ยังไงเธอก็เรียกฉันว่าพี่สะใภ้แล้ว”
”ถึงฉันจะไม่มีเงินให้ แต่เรื่องอาหารมันไม่ใช่ปัญหา ปล่อยไว้เธอจะหิวตายเอานะ”
เจียงหว่านรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อยเมื่อรู้ว่าสะใภ้เฉินเป็นคนจิตใจดีแบบนี้
เธอจับมือสะใภ้เฉินแล้วพูดว่า “ไม่ต้องกังวลค่ะ ฉันจะไม่อดตาย ฉันยังต้องใช้เงินจำนวนนี้ ไม่อย่างนั้นเจียงเสวี่ยจะยักยอกเงินทั้งหมดไปแน่”
“ฉันไปก่อนนะคะ แล้วเจอกัน”
เจียงหว่านจากไปโดยไม่คำนึงถึงการโน้มน้าวใจของสะใภ้เฉินสักนิด
ในความเป็นจริง แม้เจียงหว่านจะไม่อดตาย แต่ยังไงก็ต้องอดอยู่ดี
เธอแค่อยากเล่าให้ใครสักคนฟัง จริง ๆ แล้วที่บ้านก็ยังพอมีอาหารเหลืออยู่ เพราะเธออยากจะลดน้ำหนัก ก็เลยกินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ยังไงก็ตาม เธอต้องโต้กลับ จึงมาหาสะใภ้เฉินเพื่อกระจายข่าวลือว่า ตัวเธอต้องหิวโหยเพราะเจียงเสวี่ยไม่ให้เงิน
บ่ายวันรุ่งขึ้น เจียงหว่านเดินไปที่ลานตอนที่ทุกคนกำลังทำอาหารกันอยู่ และดมฟุดฟิดไปทั่วอยู่แถวนั้น
ทว่าทุกคนเห็นแล้วก็เพิกเฉย
ทุกคนที่นี่ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกับเจียงหว่าน รวมทั้งยังกลัวว่าเธอจะยืมเงิน จึงตั้งใจอยู่ห่าง ๆ ไว้ดีกว่า
แต่เมื่อสะใภ้เฉินหันมาเห็นก็รีบถามว่า “หว่านหว่านกำลังทำอะไรอยู่น่ะ”
เจียงหว่านตอบออกไปว่า “อ่า ฉันหิวน่ะ เลยกะมาแค่ดม ๆ กลิ่นเผื่อจะได้หายหิวลงบ้าง”
ทุกคนพูดไม่ออกไปพักหนึ่ง
หลังจากที่เจียงหว่านพูดจบ เธอก็จากไป แต่สะใภ้เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเตรียมอาหารไว้ให้กับเจียงหว่าน
“พี่สะใภ้ พี่เป็นอะไรไปน่ะ?” เหอหยวนหยวนถามด้วยความสงสัย
สะใภ้เฉินจึงได้เล่าให้ทุกคนฟัง
หลังจากได้ยินดังนั้น ทุกคนตกอยู่ในความโกลาหลพักใหญ่
“ช่วงนี้เธอไม่ได้กินข้าวเลยเหรอ? เหรียญเฟินกำมือหนึ่งจะมีค่าแค่ไหนกัน จะเอาไปทำอะไรได้!”
“ใช่ ครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นเฉียวเหลียนเฉิงกลับมาพร้อมข้าว มันหนักแค่ห้าหรือหกชั่ง (หก-เจ็ดกิโลกรัม) เองนะ ข้าวแค่นั้นมันจะอยู่ได้นอนแค่ไหนกัน!”
“นั่นสิ เธออ้วนแบบนั้น คงต้องกินเยอะแน่ ไม่รู้ว่าสองสามวันมานี้เธอจะหิวขนาดไหน!”
ทุกคนกระซิบกระซาบ ส่วนทางหลี่ซิ่วหลันตอนนี้กลับกำลังมีความสุขมาก
เธอหันไปมองทุกคนอย่างคาดหวังเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าเจียงเสวี่ยและภรรยาของหัวหน้ากองพันเฉียวกำลังจะเริ่มโต้กลับกันแล้ว เยี่ยมมาก!
ตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น เจียงหว่านเห็นว่าเกือบจะถึงเวลาแล้ว
เธอจึงเตะเปิดประตูบ้านของเจียงเสวี่ย ทำให้เกิดเสียงดังราวกับแผ่นดินไหวจนทั้งลานถึงกับตกใจ
พวกเขาคิดว่าคงมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จึงออกมาจากบ้านเพื่อตรวจสอบ
พลันมีเสียงตะโกนด้วยความโกรธดังว่า
“เจียงเสวี่ย รู้ไหมฉันหิวแค่ไหน นี่แกยังมีหน้าแอบมาหลบกินเนื้ออยู่อีกเหรอ แกยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า!”
ทุกคนเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
จึงรีบไปที่ประตูบ้านของเจียงเสวี่ย และเห็นจานหมูสามชั้นหั่นบาง ๆ อยู่บนโต๊ะ
มันคือเนื้อชิ้นอ้วนมีสีสันน่ามองมาก
ครั้งนี้เจียงหว่านมีเหตุผลที่จะโกรธ เธอกดเจียงเสวี่ยลงแล้วตีอย่างแรง แต่กลัวจะทำอีกฝ่ายกระดูกหัก จึงใช้ส่วนที่เป็นไขมันบนมือทุบตีอีกฝ่ายแทน
เจียงเสวี่ยในตอนนี้ร้องไห้อย่างขมขื่น ทั้งสาปแช่ง และขอความช่วยเหลือ
“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย เร็วเข้า ช่วยด้วย!”
……
ไม่มีใครที่หน้าประตูบ้านพูดอะไรเลย
หลัวหมิ่นเองก็มาดูความตื่นเต้นนี้เช่นกัน และเมื่อเห็นฉากตรงหน้าเธอก็หัวเราะเยาะเย้ยอย่างหนัก
“นังโง่นี่ ตอนที่ลูกชายของฉันปีนเตา แกก็เอาแต่ยืนมองดูเขา!” หลั่วหมินด่าด้วยสำเนียงหัวหนาน บ้านเกิดของเธอ แล้วพูดต่อว่า
“ตอนนี้ก็แค่กรรมตามสนอง” หลังจากพูดจบ เธอก็หันหลังจากไป
เธอไม่ชอบเจียงเสวี่ย และก็ไม่ชอบเจียงหว่านมากนัก
เธอเลยทำเพียงยืนชมความสนุกเท่านั้น
ตอนนี้เจียงเสวี่ยถูกทุบตีอย่างแรงจนเจ็บไปทั้งตัว ยิ่งเห็นว่าหลัวหมิ่นจากไป เธอจึงรีบขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ๆ
“ช่วยฉันด้วย หาคนมาเอาตัวผู้หญิงบ้าคนนี้ออกไปที!”
เมื่อเห็นอย่างนี้ เหอหยวนหยวนตบต้นขาของเธอ “อั้ยหยา ฉันยังมีเรื่องต้องทำที่บ้านนี่นา ฉันไปก่อนนะ!”
“โอ้ ฉันก็มีเรื่องต้องทำเหมือนกัน ฉันขอไปด้วย!” ทุกคนพึมพำสองสามคำแล้วจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ท้ายที่สุด หน้าประตูที่เดิมเต็มไปด้วยผู้คนก็ไม่มีใครเหลืออยู่เลย
ทุกคนรู้ดีว่าเจียงหว่านเป็นผู้หญิงใช้ไม่ได้ แต่เจียงเสวี่ยก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน
ปล่อยให้พวกหมากัดกันไปดีกว่า
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมาช่วย เจียงเสวี่ยก็หมดหวัง
ตอนนั้น ผิงอันที่กำลังเล่นอยู่ในลานได้ยินเสียงวุ่นวายจึงกลับมาดู เขาเห็นเจียงเสวี่ยถูกทุบตีอย่างแรง จึงรีบวิ่งไปดึงเจียงหว่านออกด้วยความไม่พอใจ
“ออกไปนะ นังบ้า ไปให้พ้น!”
เจียงหว่านหันไปจ้องมองผิงอัน “เธอทำการบ้านเสร็จแล้วหรือยัง? ถ้าพ่อของเธอกลับมาจะถูกตีรู้รึเปล่า?”
ผิงอันสะดุ้งเล็กน้อย แต่เมื่อเขาเห็นเจียงเสวี่ยอยู่ใต้ร่างเจียงหว่าน เขาจึงยังพยายามดึงตัวยัยอ้วนออกอย่างสิ้นหวัง
เจียงหว่านเห็นว่าทุบตีจนพอใจแล้ว เพราะยังไงเธอก็ไม่สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้จึงหยุดมือ
แต่ก่อนจะหยุด เธอคว้าผมของเจียงเสวี่ยแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ฉันจะไม่ตีเธอแล้ว แต่จำเอาไว้นะว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันจะมากินอาหารเย็นที่บ้านของเธอ”
“เธอกินอะไร ฉันจะกินอันนั้น และถ้าเธอกล้ากินโดยไม่รอฉัน ฉันจะทุบตีเธอทุกครั้งที่เจอเลย!”
เจียงเสวี่ยยังคงร้องไห้ มันเจ็บมาก ที่สำคัญคือจิตใจเธอรับไม่ไหว
เธอเป็นลูกสาวคนโตของตระกูลเจียง ไม่เคยถูกใครทำให้โกรธขนาดนี้มาก่อน
หลังจากที่เจียงหว่านจากไปแล้ว เจียงเสวี่ยก็กลิ้งตัวลุกขึ้นนั่ง อุ้มผิงอันมากอดและร้องไห้โฮ
ใบหน้าของผิงอันแดงก่ำด้วยความโกรธเช่นกัน “น้าเจียงเสวี่ย อย่ากลัวไปเลยครับ พอพ่อกลับมา ผมจะบอกพ่อแน่และจะให้พ่อล้างแค้นให้น้า!”
เจียงเสวี่ยที่ได้ยินยิ่งรู้สึกเศร้ามากกว่าเดิม
ยังไงก็เป็นเธอที่จงใจไม่ให้อาหารเจียงหว่านก่อน และพยายามทำให้อีกฝ่ายอด
เพราะแบบนั้น แม้เฉียวเหลียนเฉิงจะกลับมา มันก็ไม่มีเหตุผลจะลงโทษเจียงหว่าน!
เจียงหว่านไม่เพียงแต่จากไป แต่ยังเอาเนื้อจากบ้านเจียงเสวี่ยออกไปด้วย
หิวมาหลายวัน เลยต้องกินชดเชยไง!
คืนนั้น เจียงหว่านมาทานอาหารเย็นตรงเวลาจริง ๆ
เพราะเจียงเสวี่ยทำอาหารไม่เป็น เธอจึงมักจะออกไปเอาอาหารที่โรงอาหารเสมอ
ส่วนเจียงหว่านเหมือนจะมีตาติดอยู่ที่ประตู พอเจียงเสวี่ยกลับมา เธอก็จะออกมาทันที
เธอเปิดประตูเข้ามาก็ลงมือกิน พออิ่มแล้วก็ออกไป ทั้งยังไม่ล้างชามด้วย
เจียงเสวี่ยเห็นพฤติกรรมอย่างนี้ก็กัดฟันด้วยความโกรธ ใบหน้าเล็ก ๆ ของเธอแดงก่ำ
แต่เธอไม่กล้าพูดอะไรอีก
ไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้คิดที่จะกินอาหารในโรงอาหาร แต่เมื่อคิดถึงนิสัยไร้ศีลธรรมของเจียงหว่าน และความกลัวที่จะถูกทุบตี เธอเลยเปลี่ยนใจ
การทุบตีเป็นสิ่งเสพติดสำหรับยัยนั่นไปแล้ว!
ทุกวันนี้เจียงหว่านคงพยายามเก็บแรงไว้เพื่อจัดการเธอคนเดียว!
ก่อนที่พี่ชายจะกลับมา เธอก็ไม่สามารถหาข้ออ้างกับเจียงหว่านได้อีกแล้ว!
หลังจากผ่านไปสองวัน มันเป็นสองวันที่เจียงหว่านรู้สึกสะใจที่สุด แต่สำหรับเจียงเสวี่ย มันกลับเป็นสองวันที่เธอรู้สึกโกรธจนหายใจไม่ออก
วันนี้ เจียงหว่านตัดสินใจออกไปเดินเล่นเพื่อดูว่าในเมืองมีธุรกิจอะไรที่สามารถสร้างรายได้หรือเปล่า
เพราะในชีวิตก่อน เธอเป็นนักเขียนนิยายออนไลน์ เคยอ่านนวนิยายย้อนยุคหลายเรื่อง
แต่ละเรื่องผู้คนต่างมีนิ้วทองคำหรือมีมิติพกพา
แต่เธอไม่มีแม้แต่ตด นอกจากวันนั้นที่เธอฝันแล้วมันก็เป็นจริง จากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก
เพราะเธอไม่ได้มีความฝันหรือลางบอกเหตุเกี่ยวกับลูกชายของหลัวหมิ่นที่กำลังปีนกระทะเลย
ดูเหมือนว่าในชีวิตนี้ เธอจะไม่มีโอกาสได้มีนิ้วทองคำจริง ๆ ซะแล้ว