เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 22 เฉียวเหลียนเฉิงกลับมาเอาภรรยาของนายไปขอให้ลูกชายขอโทษเจียงหว่าน
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 22 เฉียวเหลียนเฉิงกลับมาเอาภรรยาของนายไปขอให้ลูกชายขอโทษเจียงหว่าน
บทที่ 22 เฉียวเหลียนเฉิงกลับมาเอาภรรยาของนายไป/ขอให้ลูกชายขอโทษเจียงหว่าน
ร่างกายของเจียงเสวี่ยเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ใบหน้าบวมฉึ่ง ผมก็ยุ่งเหยิง เหมือนโดนคนจำนวนมากรุมทำร้ายไม่มีผิด
เจียงหว่านที่เห็นว่าเธอไม่สามารถตีอีกฝ่ายได้อีกต่อไป ก็สาปแช่งด้วยความโกรธ “ยัยเจียงฉันเตือนเธอไว้เลยนะ! ถ้าเธอยังมาสร้างปัญหาให้ฉันอีก ฉันจะถลกเอาหนังของเธอออกมาซะ!”
“อย่าคิดว่าถ้าไล่ฉันไป แล้วจะคว้าตำแหน่งได้ วันนี้ ฉันพูดเลยว่าถ้าฉันคนนี้ไม่พอใจ ก็ไม่มีใครสั่งให้ฉันหย่าได้”
“ฉันจะไม่ยอมใครหน้าไหนทั้งนั้น ถึงตาย เธอก็จะเป็นได้แค่นังจิ้งจอก เป็นได้แค่เมียน้อยอยู่ดี”
“ไม่ เธอไม่นับว่าเป็นเมียน้อยด้วยซ้ำ เธอมันเป็นเพียงแค่เศษโคลนที่ไม่มีใครต้องการ!”
“คิดว่าฉันคนนี้รังแกได้ง่าย ๆ งั้นเหรอ?”
”แหกตาดูซะ!”
“ยัยเจียง! ถ้าเธอสร้างปัญหาให้ฉันอีกครั้ง มันจะไม่ใช่แค่ทุบตีอีก อย่างเลวร้ายที่สุด ฉันจะสับเธอแล้วโยนให้เป็นอาหารสุนัขซะ แล้วฉันค่อยมอบตัว!”
“หลังจากนี้ยี่สิบปี ฉันก็จะยังคงเป็นหญิงที่งดงามดั่งดอกไม้!”
เจียงเสวี่ยลุกขึ้นแล้วมองไปที่เฉียวเหลียนเฉิงด้วยสายตาเศร้าโศก
“พี่เฉียวคะ ดูพี่สะใภ้สิ เธอทำกันเกินไปแล้วนะ!”
ใบหน้าของเฉียวเหลียนเฉิงเปลี่ยนเป็นมืดมน เขากระซิบอะไรบางอย่างกับเจียงเฉิง และจากไปพร้อมกับเจียงหว่านในอ้อมแขน
เขาอุ้มน้ำหนักร้อยห้าสิบกิโลกรัมได้เหมือนเป็นของเล่น
เมื่อเจียงหว่านเห็นว่าตัวเองออกจากบ้านเจียงมาแล้ว เธอจึงหยุดด่าทอและปล่อยให้เฉียวเหลียนเฉิงอุ้มไปพร้อมกับกอดอกไว้
เพราะรู้สึกอึดอัดที่ถูกอุ้ม
เมื่อกลับถึงบ้าน เฉียวเหลียนเฉิงวางเจียงหว่านลงและถามอย่างเคร่งขรึม
”เกิดอะไรขึ้น?”
เจียงหว่านแค่นเสียง “นายสนใจจะฟังด้วยเหรอ? แต่ถึงฉันบอกนายไป นายก็ไม่เชื่ออยู่ดี!”
ใบหน้าของเฉียวเหลียนเฉิงเปลี่ยนเป็นมืดมนกว่าเดิม “คุณจะรู้ได้ยังไงว่าผมไม่เชื่อคุณ?”
เจียงหว่านเงียบ และตัดสินใจบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนบ่าย
ก่อนกล่าวทิ้งท้ายว่า “เจียงเสวี่ยต้องยุให้เทียนเทียนปีนกระทะแน่ ๆ เธอเห็นอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่ได้หยุดเด็กไว้อีก”
“เด็กนั่นอายุแค่สามขวบ ถ้าเขาตกลงไปในกระทะ เขาจะเป็นยังไง?”
“ผู้หญิงเลวทรามอย่างนั้น ถึงทุบเธอจนตาย ฉันก็ไม่ผิด!”
หลังจากที่เธอพูดจบ เฉียวเหลียนเฉิงก็ไม่ได้พูดอะไร แต่ผิงอันที่ได้ยินกลับโกรธขึ้นมา
“เธอกำลังพูดเรื่องไร้สาระ น้าเจียงเสวี่ยไม่ใช่คนอย่างนั้นสักหน่อย”
เจียงหว่านด่าทอด้วยความโกรธ “ฮ่า เธอนี่ช่างพูดแทนเจียงเสวี่ยจริง ๆ นะ เธอไม่ใช่คนแบบนั้น? แล้วเธอเป็นคนแบบไหนล่ะ?”
“เธอกล้าพูดไหมว่าเจียงเสวี่ยไม่ได้พูดให้ร้ายฉันต่อหน้าเธอเลย? เธอกล้าพูดไหมว่าเจียงเสวี่ยไม่เคยด่าฉันในที่ส่วนตัว?”
ผิงอันหน้าแดงด้วยความโกรธ “เธอต่างหากที่บังคับให้พ่อแต่งด้วยอย่างไร้ยางอาย น้าเจียงเสวี่ยชอบพ่อ พูดอะไรเกี่ยวกับเธอสองสามคำแล้วมันผิดอะไร ถ้าเธอกลัวที่จะถูกพูดถึงก็อย่าทำเรื่องชั่ว ๆ สิ!”
เจียงหว่านโกรธ “เธอจะรู้อะไรบ้าง? เฉียวผิงอัน อย่าคิดว่าพ่อของเธอกลับมาแล้วจะมีคนหนุนหลังนะ ฉันบอกไปแล้วว่าจะไม่ดูแลเธออีก ฉันก็จะไม่ดูแล ถึงพ่อของเธอกลับมาก็ไม่ต่างกัน”
“ตอนแรกฉันทำผิด แต่ฉันขอโทษเธอแล้ว แต่เธอเอาแต่คิดถึงเจียงเสวี่ย และก็มีแต่ยัยนั่นในสายตา”
”สมองเธอถูกลาเตะใช่ไหม! เธอมันโง่เง่า”
เมื่อเห็นว่าเจียงหว่านควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เฉียวเหลียนเฉิงจึงรีบหยุดเธอ
”เอาล่ะ ตอนนี้เรากำลังพูดถึงเจียงเสวี่ยนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคุณก็อย่าไปเอาความอะไรกับเด็กสิ”
เจียงหว่านมองเขาอย่างเย็นชา “ทำไม? ฉันด่าลูกชายของนาย แล้วทำให้หัวใจของนายเจ็บปวดเหรอ!”
”เฉียวเหลียนเฉิง นายเองก็คิดว่าฉันผิดสินะ คิดว่าฉันสร้างปัญหาล่ะสิ!”
ในขณะนี้ เจียงหว่านเหมือนแมวพองขนชี้ตั้ง พร้อมจะเหวี่ยงใส่ทุกคน
เฉียวเหลียนเฉิงหายใจเข้าลึก ๆ รู้ว่าวันนี้คงถามไม่ได้ความอะไรแล้ว เขาเลยรีบขัดจังหวะเจียงหว่าน เพื่อปลอบใจเธอ
“งั้นลืมไปเถอะ หยุดโวยวายได้แล้ว ทะเลาะกันกลางดึกแบบนี้มันรบกวนคนอื่นนะ”
……
“นี่ก็ดึกแล้ว คุณเข้านอนเถอะ ผมจะพาผิงอันออกไปนอนข้างนอก ไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันนะ”
กล่าวแล้วก็กวักมือไปทางผิงอัน
ผิงอันเดินเข้ามา จ้องมองเจียงหว่านอย่างไม่พอใจ และแลบลิ้นใส่เธอ
เจียงหว่านกัดฟันด้วยความโกรธ
เฉียวเหลียนเฉิงจากไปพร้อมกับผิงอัน
และเมื่อไม่มีใครอยู่ในห้อง เจียงหว่านก็ค่อย ๆ สงบใจลง เธอรู้สึกหิวเล็กน้อยเพราะไม่ได้กินข้าวเย็น
พอหันกลับไป เธอก็เห็นขนมหูแมวที่ห่อด้วยกระดาษอยู่บนโต๊ะ
ผิงอันคงซ่อนมันไว้ก่อนออกไปบ้านเจียงเสวี่ย และคงคิดจะกลับมากินหลังกลับจากบ้านนั้น
เจียงหว่านคิดกับตัวเองว่า ‘กินเจ้านี่แล้วก็ไม่ต้องไปกินข้าวพอดี เธออุตส่าห์ทุ่มเทเพื่อทำมัน ทำไมต้องปล่อยให้เจ้าเด็กนั่นได้ประโยชน์ด้วย เขาไม่เห็นคุณค่าความพยายามของเธออยู่แล้ว!’
สุดท้ายขนมหูแมวชามใหญ่ที่ทำเมื่อตอนบ่ายก็เข้าไปอยู่ในท้องของเธอ
ทางเฉียวเหลียนเฉิงไปที่ทำงานพร้อมกับผิงอัน ไม่มีที่ให้นอนได้ คืนนี้เขาจึงได้แต่ใช้เวลาอยู่ในห้องทำงานทั้งคืน
“ผิงอัน ลูกรู้ไหมว่าทำอะไรผิด?”
ในห้องทำงาน เขาเรียกผิงอันมาถาม
ผิงอันขมวดคิ้วมุ่น “พ่อ ผมไม่ผิดนะ ผู้หญิงคนนั้นควรถูกสั่งสอน เธอตีน้าเจียงเสวี่ย”
“แต่ผมสู้เธอไม่ได้ ไม่งั้นผมคงจะตีเธอจนพ่อแม่ของเธอจำไม่ได้ไปแล้ว!”
เฉียวเหลียนเฉิงโกรธมาก “หุบปาก ใครสอนเรื่องพวกนี้กับลูก!”
ผิงอันตัวสั่นด้วยความกลัว เมื่อก่อนถึงพ่อจะตำหนิเขาก็จะไม่ดุมากขนาดนี้ ทั้งไม่เคยใช้น้ำเสียงรุนแรงแบบนี้ด้วย
เขาเงยหน้าขึ้นมองเฉียวเหลียนเฉิงอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่กล้าพูดอะไรอีก
เฉียวเหลียนเฉิงหายใจเข้าลึก ๆ และพูดต่อ “ลูกไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของผู้ใหญ่ น้าเจียงหว่านอาจเคยทำผิดมาก่อน”
“แต่ตอนนี้เธอกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทั้งยังปฏิบัติต่อลูกดีขึ้น”
“ลูกไม่จำเป็นต้องยอมรับเธอ แต่ลูกไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่เธอทำได้ และไม่สามารถพูดเหยียบย่ำความจริงใจของเธอที่มีต่อลูกด้วย”
ผิงอันกัดริมฝีปากแล้วมองพ่ออย่างดื้อรั้น เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ยอมรับ
เฉียวเหลียนเฉิงกล่าวต่อว่า “ถ้าเป็นลูกที่ยอมเหนื่อยเพื่อทำอาหารอร่อย ๆ ให้คนอื่นกิน แต่กลับถูกกลั่นแกล้งและกล่าวหาเพราะเรื่องนี้”
“แถมอีกฝ่ายไม่เพียงแต่ไม่สนใจ แต่ยังเยาะเย้ยลูกอีกด้วย ลูกจะรู้สึกยังไง!”
ผิงอันขมวดคิ้วและนิ่งเงียบ
เฉียวเหลียนเฉิงกล่าวต่อว่า “พวกผู้ใหญ่จะจัดการเรื่องระหว่างผู้ใหญ่เอง ลูกยังเด็กอย่าเข้าไปเกี่ยวข้องเลย”
“สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นความผิดของลูก ลูกจะทำตัวแบบนั้นกับน้าเจียงหว่านไม่ได้ เธอเสียใจมาก เข้าใจไหม?”
ผิงอันพูดอย่างผิดหวัง “แต่เธอจะรังแกน้าเจียงเสวี่ยแบบนั้นได้ยังไง? น้าเจียงเสวี่ยน่าสงสารมาก เธออ่อนแอ ถ้าผมไม่พูดแทนเธอ เธอจะยิ่งน่าสงสารกว่าเดิมนะครับ”
เฉียวเหลียนเฉิงกุมหน้าผาก เขายังเล็ก จึงยังไม่เข้าใจหลาย ๆ อย่าง
ถึงตนจะพูดไปมากมาย อีกฝ่ายก็ยังไม่เข้าใจ
เจียงเฉิงพูดถูกจริง ๆ ผิงอันไม่ควรอยู่กับเจียงเสวี่ยอีกต่อไป
เฉียวเหลียนเฉิงเข้าใจแล้วว่าพี่ชายของเขาคงคิดจะหยุดเรื่องนี้ แต่คงพูดความตั้งใจจริงออกมาไม่ได้
ปัญหาคือ ในระหว่างวันเขายุ่งมากจนไม่สามารถดูผิงอันได้เลย!
เขาทำได้เพียงหลีกหนักเอาเบา และย้ำกับลูกชายว่าไม่ควรหยาบคายกับน้าเจียงมากนัก
ส่วนเรื่องเจียงเสวี่ย ได้แต่ปล่อยไปแบบนี้ก่อน
“พรุ่งนี้ไปขอโทษน้าเจียงซะ รู้ไหม?”
ผิงอันโพล่งออกมาด้วยความโกรธ “พ่อว่าแต่ผม พ่อเองก็ต่อว่าเธอเหมือนกัน!”
เฉียวเหลียนเฉิงหัวเราะ
เขาไม่ได้คิดจะต่อว่าเจียงหว่าน แต่เขาที่เพิ่งได้ยินเรื่องทั้งหมด แค่คิดว่าเจียงหว่านเพียงคาดเดาโดยปราศจากหลักฐาน
ซึ่งการไปทำร้ายเจียงเสวี่ยจากแค่การคาดเดาเป็นเรื่องผิด
เขาต้องการคุยดี ๆ กับเจียงหว่าน แต่ตอนนี้เจียงหว่านอารมณ์ไม่ดี เธอโกรธอยู่ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงหลีกเลี่ยงมันไปก่อน
รอให้เธอสงบสติอารมณ์ก่อนค่อยกลับไป