เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 183 ถูกลดขั้น พี่สะใภ้เฉินถูกทุบตี!
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 183 ถูกลดขั้น พี่สะใภ้เฉินถูกทุบตี!
บทที่ 183 ถูกลดขั้น? พี่สะใภ้เฉินถูกทุบตี!
หลังจากเจียงเฉิงจากไป เจียงหว่านก็มองดูเฉียวเหลียนเฉิงด้วยความกังวล
เฉียวเหลียนเฉิงเองก็สังเกตเห็นสายตาของเธอ จึงยิ้มกลับไป
“ผมไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ แค่ทำเป็นโกรธเจียงเฉิง เพราะไม่ชอบที่เขาพูดไปเรื่อยเปื่อยแค่นั้น”
“เลี้ยงหมูก็ดีเหมือนกัน ตอนผมอยู่ในกองทัพก็ดูแลผู้คน พอไปที่ฟาร์มก็แค่เปลี่ยนจากดูแลคนไปดูแลหมู”
“อีกอย่าง ในกองทัพมีการจัดระเบียบ จำนวนคนก็มีจำกัด แต่การเลี้ยงหมูไม่มีสิ่งเหล่านี้”
“บางทีในหนึ่งปี ผมอาจจะมีหมูเป็นหลายร้อยตัว”
“และภายในสามปีก็อาจจะมีหมูหลายพันตัว ถึงตอนนั้นผมก็คงจะเก่งกว่าผู้บัญชาการกองพันก็ได้”
เฉียวเหลียนเฉิงยังพูดไม่หยุด แม้เจียงหว่านจะไม่ได้พูดอะไร แต่ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
เดิมทีเธออยากจะปลอบประโลมเขา แต่เธอกลับพูดคำที่เหมือนจะใจร้ายออกมา
“สามปี ก็หลายพันตัวงั้นเหรอ แล้วทำไมนายถึงไม่มีหลายพันตัวภายในหนึ่งปีไปเลยล่ะ!”
เฉียวเหลียนเฉิงหยุดคิด “ภายในหนึ่งปีมีเป็นพันตัว มันมากเกินไปนะหว่านหว่าน!”
“ถึงหมูจะคลอดง่าย แต่ภายในหนึ่งปีไม่สามารถ…”
เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเห็นแววตาขำขันของเจียงหว่าน เฉียวเหลียนเฉิงก็รู้ว่าเธอกำลังหยอกล้อตนอยู่
เขานิ่งเงียบ และเอ่ยเสียงต่ำ “ถึงแม้ว่าฟาร์มจะอยู่ใกล้ แต่ว่าสภาพแวดล้อมไม่ได้ดีเท่าที่นี่ สู้คุณอยู่ที่บ้านพักหรือว่าในตำบลดีกว่า”
“ผิงอันยังต้องการคุณ”
ไม่รอให้เจียงหว่านตอบ ผิงอันก็หันกลับมามองทั้งสอง และยกมือขึ้น “ผมดูแลตัวเองได้”
“อีกอย่าง ผมสามารถดูแลน้าอ้วนได้ด้วย ขอแค่คนเลวสามคนนั้นไม่ตามมาก็พอ”
เฉียวเหลียนเฉิงอดยิ้มไม่ได้ “อื้ม เด็กผู้ชายบ้านเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แถมยังรู้ว่าต้องปกป้องคนในครอบครัวอีกด้วยแฮะ”
เจียงหว่านไม่ได้สนใจมากนัก “จะไปอยู่ที่ไหนก็ค่อยคิดแล้วกัน รอให้นายไปฟาร์มก่อน”
เฉียวเหลียนเฉิงยังพูดให้กำลังใจ แต่ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกึกก้อง
ทุกคนต่างหยุดชะงัก ตามหาเสียงที่ได้ยิน แต่กลับพบว่ามันเป็นเสียงท้องร้องของเจียงหว่านกับผิงอัน
เพราะเจียงเฉิง ทำให้เจียงหว่านยังไม่ได้ไปที่โรงอาหาร
พอนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทานอาหาร เวลาก็ล่วงมาสามทุ่มกว่าแล้ว
ทั้งสามได้กินเพียงไข่ต้มที่นำมาด้วยในตอนเช้า และทั้งวันก็ใช้เวลาอยู่บนรถไฟ ไม่ได้กินอะไรอีกเลย ทำให้ทั้งเหนื่อยทั้งหิว
“ตอนนี้โรงอาหารคงจะปิดแล้ว” เจียงหว่านพูดหน้าเครียด
เฉียวเหลียนเฉิงลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไปข้างนอก แต่ถูกเจียงหว่านขวางไว้
“นายจะทำอะไร ตอนนี้นายไม่ใช่หัวหน้ากองพันแล้ว ยังจะออกไปที่ไหนอีก?”
เฉียวเหลียนเฉิงตอบ “ผมจะไปโรงอาหาร ไปดูว่ายังพอซื้อวัตถุดิบอะไรได้บ้าง จะได้ซื้อกลับมาทำให้พวกคุณกิน”
“คุณหิวกันมาทั้งวันแล้ว ถึงผมจะหิวก็ไม่เป็นไร แต่ว่าคุณกับลูกจะหิวไม่ได้นะ”
เจียงหว่านผลักเขากลับไป “พอแล้ว ตอนนี้นายเป็นคนป่วย อยู่บ้านนิ่ง ๆ เฉย ๆ ก็พอ!”
เฉียวเหลียนเฉิงพูดอย่างกังวลใจ “หว่านหว่าน ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนะ”
เจียงหว่านตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันไม่ได้บอกว่านายอ่อนแอ แต่ตอนนี้แขนนายขยับได้ข้างเดียว อีกข้างก็ต้องดูแลดังของล้ำค่า!”
“หากนายเหนื่อยจนไม่ไหวแล้ว ก็ต้องไปโรงพยาบาลอีก หรือนายคิดจะตัดมันทิ้ง”
เฉียวเหลียนเฉิงขมวดคิ้วมองเธอ “มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คุณพูดสักหน่อย อีกอย่างผมก็ไม่ใช่รูปปั้นดินเหนียว”
เขายังคงดื้อ พอเห็นอย่างนั้นใบหน้าของเจียงหว่านก็บิดเบี้ยวขึ้น ความอดทนของเธอใกล้จะหมด สุดท้ายก็ได้แต่ต้องประนีประนอม
“อย่างนั้น นายไม่ต้องไปโรงอาหารหรอก ฉันจะไปบ้านพี่สะใภ้เฉิน ถามเธอว่ามีวัตถุดิบอะไรบ้าง แล้วฉันค่อยเอาไปคืนเธอทีหลัง”
เจียงหว่านหาหนทางที่ดีที่สุด
“พี่สะใภ้เฉินอยู่บ้านไหมคะ? นอนหลับไปหรือยัง?”
เมื่อมาถึงชั้นล่าง เจียงหว่านเห็นไฟของบ้านหัวหน้าหน่วยเฉินยังคงเปิดอยู่ เลยส่งเสียงเรียกเบา ๆ เพราะเกรงว่าจะทำให้คนในบ้านตื่น
ประตูบ้านเปิดออก พี่สะใภ้เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอเดินกะโผลกกะเผลกออกมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นเจียงหว่าน เธอก็พลันตกใจ
“หว่านหว่าน เธอกลับมาเมื่อไหร่เนี่ย!”
เพราะมีแสงสว่างในห้อง เจียงหว่านจึงมองเห็นชัดเจนว่าใบหน้าของพี่สะใภ้เฉินมีรอยฟกช้ำหลายจุด และเขียวคล้ำำไปครึ่งหน้า
เจียงหว่านตกใจมาก จะต้องทำแรงขนาดไหนถึงมีรอยขนาดนี้ได้
“พี่สะใภ้เฉิน หน้าของพี่!”
“ใครเป็นคนทำ หัวหน้าหน่วยเฉินเหรอ?”
แม้ว่าเธอจะรู้ว่าผู้ชายในยุคนี้ชอบใช้ความรุนแรงในครอบครัว ทว่าผู้ชายที่อยู่ในค่ายทหารค่อนข้างจะสงวนท่าที และเก็บอารมณ์เก่ง
เพราะที่พักไม่ได้กันเสียงสักเท่าไหร่
หากตีภรรยา เพียงเช้าอีกวันหนึ่งข่าวก็จะแพร่สะพัดออกไป ดีไม่ดีอาจจะถูกพูดนินทาได้
พี่สะใภ้เฉินหน้าแดงก่ำ “ไม่ ไม่ใช่เขา!”
เจียงหว่านร้อนรน “ไม่ใช่เขาแล้วใคร พี่บอกฉันมา ฉันจะไปล้างแค้นให้!”
เจียงหว่านกระวนกระวายใจจริง ๆ นับตั้งแต่เธอเกิดใหม่ ผู้คนในบ้านพัก คนที่เธอรู้สึกว่านิสัยใจคอเข้ากันได้มากที่สุดก็คือพี่สะใภ้เฉินคนนี้
เมื่อพี่สะใภ้เฉินถูกตีจนกลายเป็นแบบนี้ แล้วเธอจะไม่เดือดได้ยังไง!
พี่สะใภ้เฉินยิ้มอย่างข่มขื่น “หว่านหว่าน เธอกลับมาก็ดีแล้ว”
“สามีฉันไม่ได้ทำจริง ๆ เขาก็แค่ร่างกายสูงใหญ่ ทว่าแต่ไหนแต่ไรมาก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้เลย”
“หากว่าฉันกับเขาทะเลาะกันจริง คงเป็นฉันนั่นแหละที่ตีเขา เขาน่ะไม่กล้าลงมือกับฉันหรอก”
เจียงหว่านเห็นว่าพี่สะใภ้เฉินจริงจังจึงรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย
“พี่สะใภ้ แล้วเกิดอะไรขึ้น พี่อย่าปิดบังฉันนะ”
สะใภ้เฉินเอ่ยตอบ “เป็นคนจากในตำบล!”
“แต่ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเราค่อยคุยกัย เออนี่ หว่านหว่าน เธอมาหาฉันมีธุระอะไรเหรอ?”
เจียงหว่านเอ่ยด้วยความกลุ้มใจ “พี่สะใภ้มีอะไรที่พอจะกินได้ไหม ฉันขอยืมบะหมี่สักก้อนก็ได้ ฉันจะไปทำอะไรกินสักหน่อย”
สะใภ้เฉินยิ้ม “เด็กน้อย กับฉัน เธอยังจะมาเกรงใจอะไรอีก รอฉันก่อน ฉันจะไปเอามาให้!”
ใช้เวลาไม่นาน อีกฝ่ายก็เอาบะหมี่ออกมา เจียงหว่านจึงรับมา และไปจุดเตาที่ลาน
“หว่านหว่าน ตอนเธอถูกลักพาตัวไป ตอนนั้นพวกเราต่างก็เป็นห่วงกัน หลังได้ยินมาว่าเธอถูกช่วยออกมาแล้ว พวกเราต่างก็โล่งอกกันหมดเลยนะ”
“ใช่แล้ว หลินชิงโหรวยังคงมาถามกับฉันอยู่เลย แล้วฉันก็ได้ยินว่าเสื้อผ้าที่หลินชิงโหรวทำเป็นที่นิยมอย่างมากด้วยนะ”
“หล่อนเย็บชุดหนึ่งชุด คิดค่าแรงตั้งยี่สิบหยวน แต่ก็ยังมีคนต่อแถวรอกันจนถึงเดือนหน้าแน่ะ!”
“เธอเป็นคนออกแบบชุดนั้น เธอต้องไปคิดเงินกับหล่อนนะ สามีฉันบอกว่าต่างประเทศเรียกมันว่าผู้ริเริ่มอะไรสักอย่าง เป็นทรัพย์สินทางปัญญา เธอจะต้องเก็บค่าใช้จ่าย!”
เจียงหว่านมือเท้าเป็นพัลวัน เธอตั้งหม้อให้ร้อน เติมน้ำ ใช้ตะเกียบคีบบะหมี่ลงไป
เธอทำไปด้วย และคุยกับสะใภ้เฉินไปด้วย “แค่ชุดเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
“พี่สะใภ้ แผงในตำบลเป็นยังไงบ้างคะ”
สะใภ้เฉินหรี่ตาลง เมื่อได้ยินคำถามนี้ “ก็เรื่อย ๆ แหละ เธอไปได้ไม่นาน ก็มีคนขายเนื้อผุดขึ้นมาอีกหนึ่งคน”
“พวกเขาบอกว่าเจอหนูในหม้อเนื้อของพวกเรา แล้วก็ประกาศเรื่องนี้ไปทุกหนทุกแห่ง”
“ตอนนี้แทบจะไม่มีคนมาซื้อเนื้อเราแล้ว ลูกค้าเก่า ๆ ก็คิดว่าพวกเราเปลี่ยนคนทำ และก็เปลี่ยนรสชาติ ไม่ค่อยมาซื้อกันแล้ว”
เจียงหว่านขมวดคิ้วสงสัย “เพราะงั้นพี่สะใภ้ก็ถูกพวกนั้นทำร้ายเหรอ? พวกเขาคือใคร ชื่ออะไรพี่รู้ไหม?”
สะใภ้เฉินส่ายหน้า “ไม่รู้ ฉันก็เครียดเรื่องนี้เหมือนกัน น้องสาว ขอโทษด้วยนะ! พี่สะใภ้เธอไม่ได้เรื่องเลย”
“เธอจากไปเพียงแค่ไม่กี่วัน ร้านของเราก็ตกต่ำ สามวันก่อนคนพวกนั้นมาหาเรื่อง พวกมันคว่ำหม้อเนื้อของฉันหมดเลย”
“แต่เธอวางใจได้ ฉันไม่บาดเจ็บอะไรมาก พวกนั้นก็ถูกฉันตีไปไม่เบาเหมือนกัน!”
“ฉันหนึ่งคนสู้กับคนตั้งสามคน แต่สามคนนั้นกลับเลือดไหล เจ็บหนักกว่าฉันอีก!”
พูดถึงตรงนี้ สะใภ้เฉินก็กำหมัดแน่น ดูแค้นเคืองอย่างมาก!