เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 177 โกงเงินเด็กห้าขวบนี่ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม!
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 177 โกงเงินเด็กห้าขวบนี่ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม!
บทที่ 177 โกงเงินเด็กห้าขวบนี่ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม!
หลี่หงเหมยมองอย่างสงสัย “แกจะทำอะไร?”
“นังสารเลว นังอ้วน อยู่ให้ห่างจากฉันเลย ฉันจะบอกให้นะ เพราะที่นี่คือโรงพยาบาลหรอก ไม่งั้นที่แกตบฉันถึงสองครั้ง ฉันคงจะฆ่าแกไปแล้ว!”
หญิงชรายังเห็นเจียงหว่านก้าวมาหา หล่อนถอยหลังหนีด้วยความตื่นตระหนก
“แก แกจะทำอะไร หยุด หยุดเดี๋ยวนี้!”
หลี่หงเหมยยังตะโกนต่อไปพร้อมกับจ้องมองมีดปอกผลไม้ในมือของเจียงหว่าน
ดวงตาของอีกฝ่ายทำให้เจียงหว่านตระหนักบางอย่างได้ ตอนนี้เธอรู้ตัวแล้วว่า กำลังถือมีดปอกผลไม้อยู่
รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นในแววตาหญิงสาว ก่อนเธอจะแกว่งมีดในมือไปมา
“เอาเงินมา ลูกชายของคุณไม่มีเงินซื้อบุหรี่ เขาให้ลูกชายฉันเป็นคนจ่าย!”
“ฉันคิดว่าพวกคุณควรจะละอายใจบ้างนะ อายุก็ตั้งขนาดไหนแล้ว? แต่กลับมาโกงเงินเด็กอายุห้าขวบ! ฉันล่ะอับอายแทนจริง ๆ!”
หลี่หงเหมยเผยสีหน้าประหลาดใจออกมา เธอไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
แน่นอนว่าเธออยากโต้แย้ง และไม่ยอมรับข้อกล่าวหาของเจียงหว่าน แต่เมื่อเห็นมีดในมือของอีกฝ่าย เธอก็เปลี่ยนใจ
“ฉันขอติดหนี้ไว้ก่อน ฉันไม่มีเงิน!”
พูดจบเธอวิ่งหนีไปทันที!
เมื่อเห็นอีกฝ่ายวิ่งออกไปแล้ว เจียงหว่านก็ทำได้เพียงวางมีดในมือลงอย่างหงุดหงิด
ส่วนผิงอันรีบร้องตะโกนขึ้น “ผมจะไปดูว่าพวกเขาออกไปจริงไหม! เราจะไม่ปล่อยให้พวกเขาเข้าใกล้ห้องนี้อีกเด็ดขาด!”
ว่าจบ เขาก็วิ่งออกไปโดยไม่รอคำตอบจากเจียงหว่าน
เจียงหว่านปิดประตู เดินไปข้างเตียงแล้วเอื้อมมือไปปลดล็อกกุญแจมือของเฉียวเหลียนเฉิง
“วันนี้ฉันตบแม่ของนาย” เจียงหว่านกล่าวพร้อมถอดกุญแจมือออก
เฉียวเหลียนเฉิงพูดขึ้น “ดีแล้ว ถ้าหากว่าเธอไม่ใช่แม่ของผม ผมก็คงทนไม่ได้เหมือนกัน”
เขาสัมผัสได้มาตลอด แม่คนนี้ไม่มีความรักให้กับครอบครัวแม้แต่น้อย เธอมีเพียงความคิดจะเอาแต่เงินเท่านั้น
เธอควรจะถูกทุบกระดูก แล้วรีดเอาไขกระดูกออกมาให้หมดด้วยซ้ำ
แม้เจียงหว่านจะทุบตีเธออย่างนั้น แต่เฉียวเหลียนเฉิงก็ต้องยอมรับว่าใจจริงแล้วเขารู้สึกดี
ภรรยาทำในสิ่งที่เขาอยากทำแต่ไม่กล้าทำ
หลังจากปลดกุญแจมือแล้ว เจียงหว่านนั่งลงข้างเตียง แล้วถามอย่างแผ่วเบา “แม่ของนายพูดเรื่องการตายของพ่อนายเหรอ?”
เฉียวเหลียนเฉิงเงียบไป ก่อนจะตอบ “แม่น่ะ ถึงจะคลอดผมออกมา แต่ไม่เคยมีความรักให้เลย”
“เธอคลอดผมออกมาก็จริง แต่เธอไม่ให้ผมกินนม เธอบอกว่ามีน้ำนมไม่พอ และมันทำให้เธอเจ็บหัวนม”
“แล้วเธอก็ไม่เคยกอดผมสักครั้ง”
เจียงหว่านอุทาน “แล้วตอนเด็ก ๆ นายกินอะไรล่ะ?”
เฉียวเหลียนเฉิงตอบกลับ “ย่าเลี้ยงผมมา คุณย่าเอานมแพะมาให้ผมกิน และเป็นคนเช็ดอึเช็ดฉี่ให้ผมตั้งแต่เล็ก”
“แต่แม่ไม่ทำอาหารให้คุณย่าเลย ผมเห็นเธอหยิกเอว หยิกต้นขาของคุณย่าหลายครั้ง”
“แต่คุณย่าก็ไม่ยอมให้ผมไปจัดการกับเธอ ว่ากันว่าเธอเป็นภรรยาน้อย หากข่าวแพร่กระจายออกไปคงถูกหัวเราะเยาะ”
“และถ้าเป็นแบบนั้นทั้งพ่อและลูก ๆ คงจะไม่สามารถอยู่ในหมู่บ้านนี้ต่อได้ คุณย่าเลยแบกรับความคับข้องใจทั้งหมดเอาไว้”
“ปีนั้นเพราะคุณย่ากลับไปเอายาในห้องชั้นล่าง แต่บ้านก็พังลงมา คุณย่าเลยถูกทับอยู่ด้านใน”
“พอพาย่าออกมาได้ ย่าบาดเจ็บ หัวแตก พ่อบอกว่าจะพาย่าไปศูนย์อนามัยในเมือง แต่แม่บอกว่านั่นต้องเปลืองเงิน และครอบครัวไม่มีเงินแล้ว”
“พวกเราไม่มีทางเลือกนอกจากเอายาห้ามเลือดใส่ให้คุณย่า และให้ยาแก้อักเสบนิดหน่อย จากนั้นก็ให้คุณย่าพักผ่อนในห้องด้านล่าง”
“คืนนั้นผมนอนเฝ้าคุณย่าอย่างกังวลใจ อยากพาย่าไปหาหมอ แต่ย่าก็ปฏิเสธ”
“ย่าบอกผมว่า หลานเอ๋ย…หากมีภรรยาในอนาคต จงปกป้องเธอ และอย่าปล่อยให้นังสารเลวคนนั้นรังแกเธอได้”
ขณะเฉียวเหลียนเฉิงพูด ดวงตาของเขาแดงก่ำ และมีน้ำตาก็ไหลออกมา เขาพยายามมองเพดานเพื่อกลั้นมันไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ก็ห้ามไม่ไหวจริง ๆ
“คืนนั้นย่าต้องทุกข์ทรมานด้วยความเจ็บปวดทั้งคืน และเช้าวันถัดมา ผมขอให้พาคุณย่าไปหาหมอ แต่แม่ก็ดุด่าผมเหมือนเดิม”
“สุดท้ายแล้วคุณย่าก็…”
“หลังจากนั้นผมก็นอนอยู่ในห้องชั้นล่างคนเดียว ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาเลย”
“ตอนคุณย่ายังอยู่ ย่าเป็นคนทำอาหารให้ทุกคนทาน แต่ตอนย่าป่วย ผมทำอาหารแทน และหลังจากคุณย่าตายแล้ว ผมก็ต้องทำอาหารแล้วก็ซักเสื้อผ้าด้วย”
“พอไม่มีคุณย่า ผมก็ไม่ได้ไปโรงเรียน”
“ครอบครัวของพวกเขาได้กินอาหารที่มีไขมัน ซุป เนื้อสัตว์ แต่ผมได้กินแต่ซุปผักกับรำข้าว แต่รำข้าวนั่นผมกินไม่ลงจริง ๆ”
“มีครั้งนึงหลังจากทำอาหารเสร็จ ผมเห็นเนื้อในจาน แล้วอยากจะลองชิมดูสักชิ้น”
“แต่น้องชายเห็น เลยไปฟ้องแม่ คืนนั้นแม่ตีผมหนักมากจนผมต้องนอนอยู่นิ่ง ๆ ไปกว่าสัปดาห์ และไม่ได้กินข้าวถึงสองวัน”
“หลังจากนั้นผมก็ไม่กล้าที่จะแอบกินอาหารอีกเลย”
หลังจากเจียงหว่านได้ยินอย่างนั้น ใบหน้าของเธอยิ่งบิดเบี้ยวจนน่าขนลุก นึกเสียใจที่ทุบตีผู้หญิงคนนั้นเบาเกินไป!
“ทำไมนายถึงไม่เล่าให้ฉันฟังก่อนหน้านี้ ถ้าฉันรู้ว่าหล่อนทำตัวแบบนี้ ฉันคงตบให้แรงกว่านี้ไปแล้ว!”
“ผู้หญิงคนนี้ไม่สมควรที่จะเป็นแม่คนจริง ๆ!”
ไม่สิ ผู้หญิงคนนี้เหมาะสมแล้วที่จะเป็นเมียน้อย!
เจียงหว่านถามขึ้น “ทำไมกัน ทำไมเธอถึงเกลียดนายขนาดนั้นนะ?”
“แล้วพ่อก็ไม่สนใจนายเลยเหรอ?”
เฉียวเหลียนเฉิงยิ้มออกมาด้วยความขมขื่น “พ่อก็ไม่ได้สนใจผมมากหรอก เหตุผลของพ่อกับแม่คือคุณย่าเป็นคนเลี้ยงผมมา และคุณย่าก็มักจะพูดจาแย่ ๆ กับแม่เสมอ ผมก็เลยเป็นแค่เด็กเนรคุณสำหรับพวกเขาเท่านั้น”
เจียงหว่านโกรธจนพูดไม่ออก นี่มันข้ออ้างบ้าบออะไรกัน!
โชคดีที่หลี่หงเหมยออกไปแล้ว เพราะหากหล่อนยังอยู่ที่นี่ รับรองเลยว่า เจียงหว่านจะจัดให้อย่างสาสมแน่นอน!
แม้จะเสียใจมาก แต่หลายอย่างก็ทำให้เธอมั่นใจว่า เฉียวเหลียนเฉิงไม่ใช่ลูกในสายเลือดของอีกฝ่าย
เฉียวเหลียนเฉิงกล่าวต่อ “ไม่กี่ปีหลังจากคุณย่าตาย ผมก็ไม่ได้คุยกับพวกเขา แต่ผมต้องทำงานให้พวกเขาเพื่อแลกกับอาหาร ถ้าไม่ทำก็ไม่มีข้าวกิน”
“วันนึงมีคนมาที่บ้านของผม พวกเขาคุยกับผมนานมาก และถามผมหลายอย่าง”
“ผมไม่อยากจะสนใจ และตอบไปอย่างไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก แต่พ่อกับแม่ทำตัวแปลกประหลาด ตอนเห็นผู้ชายคนนั้น พวกเขาทั้งตื่นเต้น และหวาดกลัว”
“พวกเขาพูดคุยกับผู้ชายคนนั้น และหลังจากผู้ชายคนนั้นออกไปแล้ว ทั้งสองคนก็เริ่มทะเลาะกัน”
“ผมก็ได้ยินไม่ชัดว่าพวกเขาทะเลาะกันเรื่องอะไร แม่บอกว่าจะให้ลูกคนรองไป และนี่เป็นโอกาสเดียวในชีวิต แต่พ่อไม่ยอม”
“ทั้งสองคนทะเลาะกันอย่างหนัก และคืนนั้นพ่อลงมานอนกับผม”
“ตอนกลางคืน มีเสียงคนตะโกนจากด้านนอกดังขึ้นว่า ผู้ชายที่เข้ามาในตอนกลางวันเจอหมาป่าระหว่างทาง และตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส”
“พ่อผุดลุกพรวดพราด ต้องการจะออกไปช่วย แต่แม่หยุดเอาไว้!”
“ผมนึกถึงความหวาดกลัว และการทะเลาะกันของพวกเขาสองคนในตอนกลางวัน เลยรู้สึกได้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับพ่อแน่ ๆ และเพราะพ่อถูกห้ามเอาไว้ ผมเลยออกไปเอง”
“คืนนั้นผมก็จำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ผมจำได้ว่าเห็นหมาป่าเยอะมาก ถ้าชาวบ้านเห็นคงจะแตกตื่นแน่นอน”
“แต่ผมไม่รู้ว่าไปเอาแรงมาจากไหน ผมวิ่งออกไปพร้อมคบเพลิงในมือ แล้วจัดการกับหมาป่าพวกนั้น”
“ชาวบ้านทั้งหมดหวาดกลัว คอยตะโกนอยู่ห่าง ๆ และดูเหมือนหมาป่าจะไม่ออกไปง่าย ๆ เวลานั้นผมเริ่มถอยกลับด้วยความกลัว แต่พ่อก็ออกมาพร้อมกับปืนลูกซอง วิ่งเข้ามาช่วยไล่หมาป่าออกไป แต่ก็ถูกหมาป่ากัดขา”
“ชาวบ้านที่มีปืนลูกซองก็เข้ามาเป็นกำลังเสริม และช่วยกันยิงไล่หมาป่าออกไป แต่ผู้ชายคนนั้นก็ตาย…”