เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 175 ขนาดแม่สามีฉันก็ยังจัดการได้!
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 175 ขนาดแม่สามีฉันก็ยังจัดการได้!
บทที่ 175 ขนาดแม่สามีฉันก็ยังจัดการได้!
เจียงหว่านสงสัยว่าเฉียวเหลียนเฉิงกับหลี่หงเหมยไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ดูได้จากความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาที่มันแย่มาก
โดยทั่วไปแล้ว ลูกชายคนโตกับคนเล็กจะได้รับความสนใจจากพ่อแม่มากที่สุด
แต่ในกรณีนี้ พวกเขาไม่มีความรู้สึกใด ๆ ต่อลูกชายคนโตเลย ทั้ง ๆ ที่เป็นลูกคนแรก ซึ่งจะทำให้เธอได้สัมผัสถึงอารมณ์ และความรู้สึกของการเป็นแม่คน
แม้ว่าจะมีบ้างที่ไม่ชอบใจหรือไม่พอใจ แต่ก็ไม่ควรเฉยเมยตอนลูกจวนเจียนจะตายแบบนี้สิ!
นอกจากนี้ หลี่หงเหมยมักจะพูดถึงว่า เธอเป็นอย่างไรตอนให้กำเนิดเฉียวเหลียนเฉิง
ราวกับกลัวคนอื่นจะไม่รู้ว่า เฉียวเหลียนเฉิงเป็นลูกของเธอ!
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ เจียงหว่านจึงต้องรู้ให้ได้ว่า พวกเขาเป็นแม่ลูกกันจริงไหม
แน่นอน นี่เป็นเพียงความคิด และการคาดเดาของเธอ เธอไม่คิดจะบอกเฉียวเหลียนเฉิง จนกว่าจะมีหลักฐาน
หลังจากออกมา เจียงหว่านก็ตรงไปที่โรงอาหารเพื่อรับอาหาร ก่อนกลับไปห้องพักผู้ป่วย
พอเดินมาถึง เจียงหว่านก็เห็นผิงอันยืนอยู่หน้าประตู และเขากำลังเอามือตีไปที่ผนัง
มองไปก็เห็นรอยบนผนังด้วย เด็กคนนี้คงจะตีมาพักใหญ่แล้ว
“ผิงอัน ทำอะไรน่ะ แล้วทำไมไม่เข้าไปในห้อง?” เจียงหว่านเดินไปถามอย่างประหลาดใจ
ผิงอันพูดด้วยความโกรธ “อารองหลอกให้ผมออกไปซื้อบุหรี่ ผมก็พาเขาไปที่นั่น แต่เขาบอกว่าเขาไม่ได้เอาเงินมา แถมวิ่งหนีไปพร้อมกับบุหรี่อีก!”
“ผมอยากหนีแต่พนักงานขายไม่ยอมให้ออกไป ผมเลยใช้เงินของตัวเองจ่าย”
“แล้วผมก็กลับเข้าไปไม่ได้แล้ว พวกเขาล็อกประตู ผมเปิดไม่ได้!”
เจียงหว่านถามด้วยสายตาเย็นชา “ใครอยู่ข้างใน”
ผิงอันตาแดงก่ำด้วยความคับข้องใจ “ผู้หญิงชั่วร้ายสองคนนั้น!”
“คิดว่าจะซื้อบุหรี่แล้วค่อยกลับมา แต่ไม่คิดว่า…”
ใบหน้าของเจียงหว่านมืดมน “พวกนั้นมานานแค่ไหนแล้ว?”
ผิงอันตอบกลับ “พวกเขามาหลังจากคุณเดินออกไป!”
เจียงหว่านโกรธมาก คนเหล่านี้ไม่ใช่คนปกติแน่ ๆ ถึงได้ทำกับเด็กน้อยแบบนี้
ไร้ยางอายขนาดนี้ได้ยังไง?!
เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “ไม่ต้องกลัว เราเข้าไปกันเถอะ”
“จำไว้ว่าใครก็ตามที่มายุ่งกับพ่อเธอ ถ้าไม่ได้รับอนุญาต ก็ไล่ออกไปซะ”
“เพราะเธอก็เป็นหนึ่งในคนของครอบครัว!”
พูดจบ เธอก็จับมือเล็ก ๆ ของผิงอันแล้วเปิดประตู
ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงที่เย็นชาและโกรธเกรี้ยวของเฉียวเหลียนเฉิงมาจากในห้อง
“แม่ ถ้าแม่ทำตัวไร้เหตุผลขนาดนี้ ก็พากันกลับไปเลย!”
ในห้อง หลี่หงเหมยดึงเก้าอี้ขึ้นมานั่งตรงข้ามกับเฉียวเหลียนเฉิง แล้วตะโกนอย่างน่ากลัว
“แกกำลังพูดอะไร? ฉันไม่มีเหตุผลตรงไหน!”
“แกทำงานเป็นข้าราชการ และตอนนี้แกก็มีเงินแล้ว จะไม่สนใจครอบครัวของเราหน่อยเหรอ?”
“ลืมไปแล้วเหรอว่า พ่อของแกตายไปยังไง? และเขาบอกอะไรไว้ก่อนจะตาย!”
“เฉียวเหลียนเฉิง ต้องให้ฉันบอกไหมว่าฉันเป็นแม่ของแก! ตราบใดที่ฉันมีชีวิตอยู่ คนที่มีสิทธิตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในครอบครัวนี้ก็คือฉัน ไม่ใช่แก!”
ทันทีที่เธอพูดจบ ประตูห้องก็ถูกเตะออกอย่างกะทันหัน!
หลี่หงเหมยที่กำลังตะหวาดลั่น ล้มจากเก้าอี้
ไป๋อวี้ซิ่วที่อยู่ด้านข้างรีบก้าวไปข้างหน้า แล้วดึงหลี่หงเหมยขึ้นมา
“ใครน่ะ แกจะทำอะไร อยากมีปัญหาเหรอ!”
หลี่หงเหมยลุกขึ้นแผดเสียง
เจียงหว่านเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม และวางอาหารไว้บนโต๊ะข้างเตียง
“มีปัญหา? คุณพูดอะไรน่ะ?”
“ที่นี่คือโรงพยาบาล ไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะพูดอะไรตามใจตัวเองได้นะ ระวังจะมีคนได้ยินสิ่งที่คุณพูด แล้วจะถูกจับเข้าคุกเอา!”
หลี่หงเหมยรีบวิ่งไปหาเธอ “เธอกำลังพูดถึงอะไรอยู่ สาวน้อย คิดว่าจะขู่ฉันได้ง่าย ๆ รึไง?!”
ผิงอันเห็นอย่างนั้นก็ก้าวไปข้างหน้า และหยุดยืนหน้าเจียงหว่าน “หยุดนะ อย่ารังแกแม่ของผม!”
เขาอ้าแขนออกเหมือนแม่ไก่ปกป้องลูก ๆ
แต่เจียงหว่านดึงเขาออกไป และยกเท้าขึ้นเตะท้องหลี่หงเหมยอย่างแรงทันที
หลี่หงเหมยไม่คาดคิดว่าเจียงหว่านจะกล้าลงไม้ลงมือกับเธอ
เธอเป็นถึงแม่สามี ลูกสะใภ้ไม่มีทางตีเธอได้!
แม้ว่าเธอจะเคยรังแกและทรมานแม่สามีมาก่อน แต่ก็ไม่เคยลงไม้ลงมือแบบนี้!
ส่วนใหญ่แล้ว เธอแค่พยายามคิดวางแผนอย่างลับ ๆ
พอเจอแบบนี้ เธอถึงกับไปไม่เป็น!
ผู้หญิงอ้วนคนนี้ไม่เพียงลงไม้ลงมือเท่านั้น แต่ยังโหดเหี้ยมมากอีกด้วย!
ลูกเตะนี้ทำให้หญิงชราล้มลงกับพื้น ก้นกบกระแทกอย่างแรง จนไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อยู่พักใหญ่
ไป๋อวี้ซิ่วหน้าซีด หันกลับมา ด่าทอเจียงหว่านด้วยความโกรธ
“พี่สะใภ้ พี่ทำแบบนี้ได้ยังไง? นี่แม่แท้ ๆ ของพี่ใหญ่นะ ถึงจะโกรธยังไง เราก็มาคุยกันอย่างใจเย็นเถอะ พี่จะมาลงไม้ลงมือกันแบบนี้ไม่ได้!”
“แล้วที่แม่มาพบพี่ใหญ่ ก็เพราะรู้สึกเสียใจกับเขา พี่จะไม่ชอบก็ไม่เป็นไร แต่มาลงไม้ลงมือกันแบบนี้ มันเกินไปแล้ว!”
เจียงหว่านเย้ยหยัน เดินไปตรงหน้าไป๋อวี้ซิ่วด้วยรอยยิ้ม พลันง้างมือตบอีกฝ่าย
เพียะ!
เสียงตบดังก้องไปทั่วห้อง ทำเอาทั้งไป๋อวี้ซิ่วและหลี่หงเหมยตกตะลึง
ใบหน้าเล็ก ๆ อันงดงามของไป๋อวี้ซิ่วเปลี่ยนเป็นสีแดงทันที และดวงตาของเธอก็แดงก่ำเช่นกัน
“แก แกตบฉัน!”
เธอพูดเสียงสั่น
เจียงหว่านเยาะเย้ย และตบใบหน้าอีกฝั่งของไป๋อวี้ซิ่ว
พอเอามือลง เจียงค่อนข้างพอใจ “อื้อ คราวนี้ค่อยเท่ากันขึ้นมาหน่อย!”
เจีบงหว่านอยากจะทำแบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นไป๋อวี้ซิ่วแล้ว ในที่สุดเธอก็สมความปรารถนา!
“เธอขอให้ฉันตบเอง แล้วฉันจะไม่ยินดีได้ยังไง!”
“ตบครั้งนี้ มาจากเรื่องก่อนหน้า!”
เจียงหว่านเหลือบมองหลี่หงเหมยอย่างเย็นชา “ใครบอกให้พวกคุณไล่ลูกชายของฉันออกไป แล้วยังไม่ยอมให้เขาเข้ามาอีก?”
หลี่หงเหมยกับไป๋อวี้ซิ่วตกตะลึง ผู้หญิงคนนี้เดินเข้ามาและใช้กำลัง เพียงเพราะพวกเขาไม่ยอมให้เด็กเข้ามาน่ะเหรอ?
พอรู้อย่างนั้น ทั้งสองจึงแสร้งทำเป็นว่า เพิ่งจะได้ยินเสียงร้องของผิงอัน
ดวงตาแดงก่ำของไป๋อวี้ซิ่วเต็มไปด้วยน้ำตาใส ๆ เธอมองไปที่เฉียวเหลียนเฉิงอย่างน่าสงสาร
“พี่ใหญ่ ดูพี่สะใภ้สิ ทำไมเธอถึงกล่าวหาเราโดยไม่ถามอะไรก่อนเลยแบบนี้?”
“เรื่องตบฉันน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่แม่เป็นถึงแม่สามีของเธอ แล้วแบบนี้แม่จะมีศักดิ์ศรีอยู่ในครอบครัวต่อไปได้ยังไง”
เฉียวเหลียนเฉิงมองดูอย่างเฉยเมย
ไป๋อวี้ซิ่วพูดต่อโดยไม่รอช้า “พี่ชาย ฉันรู้ว่าพี่รักเมียของพี่ และไม่กล้าดุด่าเธอ แต่ถ้าพี่ทำแบบนี้ต่อไป เธอก็จะกลายเป็นคนป่าเถื่อนไม่ฟังใคร…”
ไม่ทันพูดจบ พลันเจียงหว่านก็ก้าวไปข้างหน้า และตบเธออีกสองครั้ง
คราวนี้ไป๋อวี้ซิ่วไม่จำเป็นต้องตั้งคำถาม เจียงหว่านก็เริ่มอธิบาย
“หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว ฉันเกลียดคนที่ชอบหว่านล้อมให้เกิดความขัดแย้งที่สุด!”
”เธอคิดว่าแค่รู้จักกับแม่ทูนหัว เธอก็จะได้เป็นคนในครอบครัวนี้จริง ๆ เหรอ!”
“เจตนาของเธอ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าหมายความยังไง!”
“ถ้ายังอยากอยู่ต่อ เธอต้องควบคุมความคิดชั่ว ๆ ของตัวเองไว้ซะ และระวังคำพูดของตัวเองให้ดีด้วย ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่รังเกียจที่จะเชือดลิ้นเธอให้หรอกนะ!”
เจียงหว่านพูดพลางวาดมือไปทางปากของอีกฝ่ายอย่างน่าขนลุก ทำท่าราวกับกำลังตัดลิ้นของผู้หญิงตรงหน้าออก
ไป๋อวี้ซิ่วหน้าซีด อดไม่ได้ที่จะถอยหลังหนี!