เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 171 ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 171 ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา
บทที่ 171 ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา
ไป๋อวี้ซิ่วเดินไปยังอาคารสามชั้นที่อยู่ข้างโรงพยาบาล มุ่งตรงไปยังประตู และขึ้นไปชั้นบน
เจียงหว่านรีบตามขึ้นไป และเห็นผิงอันกำลังซ่อนตัวแอบฟังอยู่ที่ประตูอีกห้องหนึ่ง
เธอยื่นมือไปดึงหูของผิงอัน
เด็กชายตกใจสะดุ้งโหยง พอหันมาเห็นเป็นน้าอ้วน ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ขณะที่กำลังจะพูดคุยกัน เสียงสนทนาของคนในห้องก็ดังขึ้น
“พี่สะใภ้วางใจเถอะ ผมกับแม่คุยกันแล้ว ไม่ว่าจะยังไงผมก็จะไม่ยอมรับผู้หญิงอ้วนคนนั้นเป็นพี่สะใภ้ ” เสียงนี้คือเสียงของเฉียวเหลียนเย่
แล้วเสียงหลี่หงเหมยก็ดังขึ้น “ถูกต้อง ซิวเอ๋อร์หนูไม่ต้องกังวล แม่ยอมรับหนูเป็นลูกสะใภ้แค่คนเดียว ผู้หญิงคนอื่นแม่ไม่ยอมรับเด็ดขาด”
ไป๋อวี้ซิ่วชะงักงัน เธอตอบกลับเสียงแผ่วเบา
“คุณแม่ ฉันเชื่อคุณแม่นะคะ ไม่อย่างนั้น น้องสาวของฉันก็คงอดแต่งงาน”
“แต่เรื่องนี้พวกคุณคงไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ”
“ฉันคิดว่าพี่เหลียนเฉิงยึดมั่นกับผู้หญิงคนนั้นผู้เดียว ตอนที่ฉันออกไปส่งโทรเลข เลยสอบถามเรื่องนี้ทำลายงานแต่งของทหารไปด้วย มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวจริง ๆ ค่ะ!”
“เราอาจจะต้องไปขึ้นศาลทหารหรือว่าโดนประหารด้วย”
เฉียวเหลียนเย่พูดเสียงเย็น “กลัวอะไรล่ะ ถึงการบีบบังคับให้พวกเขาหย่าจะเป็นการทำผิดกฎทหาร แต่ถ้าเป็นความต้องการของพวกเขาทั้งสองคนเองล่ะ”
“ถ้าเป็นแบบนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องของพวกเราแล้ว”
หลี่หงเหมยกล่าวต่อ “ใช่ การแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องความรัก”
“หนูไม่เคยได้ยินละครเรื่องนี้เหรอ หญิงสาวที่มาจากครอบครัวร่ำรวยตกหลุมรักนักวิชาการ แต่ครอบครัวไม่ยินยอม หญิงสาวไม่ว่าจะเป็นหรือตายยังไงก็จะแต่งงาน สุดท้ายแล้วหลังจากแต่งงานก็ต้องดิ้นรนกับฟืน ข้าว เกลือ จนรู้สึกเสียใจในภายหลัง”
“มนุษย์ ก็เป็นแค่พวกเห็นแก่ตัวเท่านั้น”
“ผู้หญิงที่ทั้งอ้วน ทั้งเป็นอันธพาล แล้วยังโง่เหมือนหมู”
“ถ้ามีภรรยาอย่างนี้ อีกไม่นานผู้ชายก็จะเบื่อ”
ไป๋อวี้ซิ่วขมวดคิ้ว “ที่พวกคุณพูดก็มีเหตุผล แต่จะใช้เวลานานแค่ไหนล่ะ พวกคุณจะให้ฉันรอแบบนี้ไปตลอดเหรอ?”
“ถึงฉันจะรอได้ แต่น้องสาวฉันรอไม่ได้หรอกนะ”
“อย่าว่าฉันไม่เตือนล่ะ มีคนมาตามจีบน้องสาวของฉันเยอะมาก”
เฉียวเหลียนเย่รู้สึกกังวลเมื่อได้ยินอย่างนั้น “รู้แล้ว ๆ”
“พวกเราจะไม่ยอมกลับง่าย ๆ ผมกับแม่คุยกันแล้ว พวกเราต้องเกาะติดพี่ใหญ่ไว้ เดี๋ยวค่ำอีกสักหน่อยพวกเราจะไปหาเขา แล้วบอกว่าพี่สะใภ้อยู่ที่นี่ในฐานะเมียของผม”
ไป๋อวี้ซิ่วถามเสียงสูง “นายพูดอะไร?”
เฉียวเหลียนเย่ตอบ “ก็ถ้าไม่โกหก พี่ใหญ่ก็คงจะไม่ยอมให้เราอยู่ต่อแน่”
“พวกเราแค่บอกว่ายังไม่อยากกลับไปหมู่บ้าน เลยจะหางานในเมืองทำไปก่อน แล้วเกลี้ยกล่อมเขาว่า ที่ดินในหมู่บ้านที่มีเพียงน้อยนิดปีหนึ่งผลิตพืชผลได้ไม่เท่าไหร่ สู้เข้ามาทำงานในเมืองดีกว่า”
ไป๋อวี้ซิ่วนิ่งเงียบ ไม่พูดอะไร
เฉียวเหลียนเย่พูดต่อ “ถึงตอนนั้น พวกเราสามคนก็จะมีโอกาสได้เจอหน้าพวกเขามากขึ้น พี่สะใภ้ก็คุยกับพี่บ่อย ๆ หน่อยละกัน”
“พี่สะใภ้สวยอย่างนี้ รับประกันได้เลยว่าพี่จะต้องเปลี่ยนใจแน่”
“ส่วนผมกับแม่ก็จะไปหาเรื่องนังอ้วน อารมณ์รุนแรงอย่างยัยนั่น จะต้องทนไม่ได้ จนระเบิดออกมาแน่นอน”
“ถึงแม้ว่ายัยนั่นจะไม่ยอมหย่าง่าย ๆ แต่ผมขอรับประกันว่า ชื่อเสียงของยัยนั่นจะต้องฉาวโฉ่ไปไกล ถึงตอนนั้นค่อยบีบให้พี่หย่า ที่นี้ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน”
หลี่หงเหมยตบมือให้กับลูกชาย “ถูกต้อง ถูกต้อง ทำอย่างนี้แหละ”
ไป๋อวี้ซิ่วตาเป็นประกาย “นี่เป็นความคิดของพวกคุณไม่เกี่ยวกับฉันนะ”
“แต่ก็ได้ ครั้งนี้ฉันทำตามที่พวกคุณบอก แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียของนาย นายจะมาทำลายชื่อเสียงของฉันไม่ได้ ไม่อย่างนั้นตอนพี่เหลียนเฉิงจะหย่าร้าง เขาคงไม่ต้องการฉันอีก”
“สู้ให้คุณแม่ยายรับฉันเป็นลูกสาวบุตรธรรม อย่างนี้ทำให้ฉันได้ใกล้ชิดเขาอย่างสมเหตุสมผลกว่าอีก”
หลี่หงเหมยลังเล “แต่เจ้าใหญ่จะไม่เห็นด้วยนะ”
ไป๋อวี้ซิ่วถามอย่างเย็นชา “ไม่เห็นด้วยเหรอ?”
“คุณแม่ยายคะ คุณรับฉันเป็นลูกสาวบุญธรรม นั่นก็เป็นเรื่องของพวกเรา ไม่เกี่ยวกับอะไรกับเขา!”
“คุณเป็นแม่ เรื่องแค่นี้จะตัดสินใจไม่ได้เชียวเหรอ?”
“คุณนี่สู้แม่ฉันไม่ได้สักนิด ที่บ้านของฉัน หากว่าแม่ต้องการอะไร แล้วพวกเราไม่เห็นด้วย แม่ก็จะร้องห่มร้องไห้ บอกจะผูกคอตายเสียให้ได้”
“พวกเรารักแม่มาก ๆ จึงรีบตอบตกลงทุกอย่างทันทีเลย”
“หากเรื่องแค่นี้ลูก ๆ ไม่มีความกตัญญู ก็ไม่ได้การแล้ว ตัดความสัมพันธ์แม่ลูกกันไปดีกว่า”
พอไป๋อวี้ซิ่วพูดเช่นนี้ หลี่หงเหมยก็หน้าแดงก่ำ
“ถูกต้อง หนูพูดถูกต้อง ได้ เรื่องนี้ก็เอาแบบนี้แหละ”
ด้านนอกประตู เจียงหว่านขี้เกียจจะฟังต่อ เธอเลยลากผิงอันออกมาจากที่นั่น
ทั้งสองคนออกจากสถานที่รับรอง ไปยังสถานที่ที่ไม่มีผู้คน แล้วเจียงหว่านก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ผิงอัน เธอไปเรียนแอบฟังคนอื่นมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“แอบตามฟังแบบนี้ ถ้าโดนจับได้ เขาคงไม่ปล่อยเธอไปแน่”
“ถึงเวลานั้น ถูกโบยก็เบาไปเลย เพราะหากเธอได้ยินสิ่งใดที่ไม่สมควรได้ยิน บางทีชีวิตน้อย ๆ ของเธอก็อาจจะหายไปได้เลยนะ”
ผิงอันเม้มปากแน่นราวกับว่าไม่ได้ดั่งใจ
“ใครบอกให้คุณโง่ขนาดนี้เล่า พวกเขารังแกจนถึงหัวคุณแล้ว คุณยังไม่เดือดเนื้อร้อนใจอีก”
“ผมเห็นผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนดีอะไร ความรู้สึกแบบนั้น
กลิ่นแบบนั้น เหมือนกับน้าเจียงเสวี่ยไม่มีผิด!”
เจียงหว่าน “…”
“เด็กน้อย เธอรักอาเจียงเสวี่ยมากไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงพูดแบบนั้น?”
ผิงอันถอนหายใจ “ใช่ ผมรักน้าเจียงเสวี่ยมาก เพราะว่าเธอดีต่อผม ถึงแม้ว่าน้าเจียงเสวี่ยจะเลวร้าย ทำไม่ดีกับคนอื่นเยอะแยะ อย่างน้อยเธอก็ทำดีต่อผม”
เจียงหว่านได้ยินผิงอันตอบแบบนี้ พลันก็คิดประโยคหนึ่งขึ้นได้ ‘ถึงแม้ว่าเขาจะทำลายโลกทั้งใบ เพียงแค่เขารักฉัน เขาก็เป็นคนดี’!
เด็กคนนี้คงมีความคิดแบบนั้นสินะ
ผิงอันพูดต่อ “ถึงผู้หญิงคนนี้มีกลิ่นเหมือนกัน แต่เทียบกับน้าเจียงเสวี่ยไม่ได้สักนิด”
“ตอนที่เธอออกไป ผมก็รีบตามไป เพราะอยากดูว่าผู้หญิงคนนี้มีเจตนาอะไร”
“ผมแอบตามเธอไปส่งโทรเลขที่ไปรษณีย์ แล้วได้ยินเรื่องที่เธอส่งโทรเลขด้วย”
เจียงหว่านเริ่มสนใจขึ้นมา “เรื่องอะไร เธอจำได้ไหม?”
ผิงอันพยักหน้า “เธอบอกว่า ‘แผนมีการเปลี่ยนแปลง ฉันจะไม่แต่งงานในตอนนี้’!”
เจียงหว่านขมวดคิ้วสงสัย แผนอะไร?
ถ้าเธอไม่อยากแต่ง ก็แค่พูดไปว่า น้องสาวฉันไม่อยากแต่งงานก็ได้แท้ ๆ
แต่… ประโยคนี้มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย
ผิงอันพูดต่อ “ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน ไม่ได้การแล้ว ผมจะต้องกลับไปบอกพ่อ ให้พ่อไล่คนเหล่านี้ไป!”
แต่เจียงหว่านรีบห้ามไว้
“ไม่ต้อง”
“ทำไมล่ะ?” ผิงอันทำหน้าสงสัย
เจียงหว่านครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงตอบว่า “หากไล่พวกเขาไปปัญหาก็ยังไม่จบ”
“ผิงอัน ยังจำสิ่งที่ฉันเคยบอกเธอไว้ได้ไหม?ไม่ว่าเจอกับปัญหาอะไร จะต้องเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญ”
ผิงอันพยักหน้าด้วยความกลุ้มใจเล็กน้อย “อืม ผมจำได้”
“แต่ว่า…”
เจียงหว่านตัดบท “ไม่มีแต่”
“ไม่ว่าจะเป็นการแต่งงานหรือความรัก ถ้าหากฉันกับพ่อเธอไม่ได้ถูกลิขิตให้คู่กัน แต่เป็นผู้หญิงคนนั้น ถึงแม้วันนี้ฉันจะทำให้หล่อนกลับไป แต่ยังไงหล่อนก็คงไม่เลิกรา และกลับมาอีกแน่”
“แต่ถ้าฉันกับพ่อของเธอถูกลิขิตไว้แล้ว และเขารักเพียงแค่ฉัน ไม่ต้องพูดถึงไป๋อวี้ซิ่วคนเดียว ถึงจะมีไป๋อวี้ซิ่วเป็นสิบคนอยู่ตรงหน้าก็ไร้ประโยชน์”
“ดังนั้น อย่าเพิ่งบอกเขา ฉันอยากจะดูว่าคนพวกนี้จะทำอะไรได้บ้าง!”
แต่สิ่งที่เจียงหว่านไม่ได้พูดก็คือ เธอเก็บพวกเขาไว้ไม่ใช่ว่าจะปล่อยให้พวกเขาสมปรารถนา แต่จะให้อยู่อย่างทรมาน ให้สมกับเป็นกรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง!
ไม่มีใครอยากจะให้มีดห้อยอยู่บนหัวตลอดเวลาอยู่แล้ว รวมถึงเธอด้วย!
เธอจะใช้โอกาสครั้งนี้เก็บกวาดทุกอย่างให้สะอาดเอี่ยม!
ผิงอันยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจว่าเจียงหว่านคิดอะไร
เมื่อเกลี้ยกล่อมไม่ได้ ก็ไม่สนใจแล้ว เด็กชายเดินกลับพร้อมเจียงหว่านด้วยอารมณ์เคือง ๆ
เขาเดินไปพลางใช้สายตาคาดคั้น หวังว่าเจียงหว่านจะเปลี่ยนใจ