เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 168 จัดการแม่และน้องของตัวเอง!
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 168 จัดการแม่และน้องของตัวเอง!
บทที่ 168 จัดการแม่และน้องของตัวเอง!
เจียงหว่านกลั้นยิ้มเมื่อเห็นความลนลานของผู้บัญชาการ เธอจึงเดินไปสอดเสาเหล็กกลับคืนที่เดิม และหยิบขวดน้ำเกลือมาแขวนไว้
ผู้บัญชาการถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “เจียงหว่าน เหล่าเฉียวยังป่วยอยู่ ให้เขาได้พักผ่อนหน่อยเถอะ”
“ถ้ามีปัญหาอะไรก็สามารถติดต่อเหล่าเจียงได้โดยตรง เขาจะจัดการทุกอย่างให้คุณ”
จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องโดยไม่สนใจหลี่หงเหมยกับอีกสองคนเลย
เห็นอย่างนั้น หลี่หงเหมยก็กัดฟันแน่นก่อนจะหันมองเจียงหว่านอย่างโกรธเคือง
เจียงหว่านเองก็หันมองเธอ ก่อนจะกล่าวถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อะไร? อยากจะโดนอีกเหรอ?”
“แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ ผิงอันบอกพวกเขาไปสิว่าแม่ของลูกเก่งแค่ไหน!”
น้ำเสียงของเธอเย่อหยิ่งและโอ้อวด!
ผิงอันตอบอย่างมั่นใจ “แม่ของผมมีชื่อเสียงมาก!”
เจียงหว่านเหลือบมองเขา พร้อมคิดว่าเด็กคนนี้ไม่เข้าใจสิ่งที่เธอจะสื่อเหรอ?
ผิงอันพูดต่อ “แม่ไม่ใช่แค่โด่งดัง แต่แม่ยังมีทักษะที่ยอดเยี่ยม! คนที่เข้ามายั่วยุแม่ครั้งก่อนถูกแม่หักขา และส่งกลับบ้านเกิดไปแต่งงานแล้ว!”
“แม่เก่งมาก ขนาดคนที่มารังแกพวกเราถึงแผงขายเนื้อก็ยังถูกแม่ตบ จนจำทางกลับบ้านไม่ได้!”
“ก่อนหน้านี้มีคนไม่เชื่อว่าแม่เก่ง พวกเขาเข้ามาสร้างปัญหา แต่ก็โดนแม่ตีจนต้องวิ่งป่าราบ มีชายชราคนนึงมาดุด่าแม่ของผม และตอนนั้นเขาก็ถูกแม่ใช้มีดทำครัวไล่ฟันจนขาขาดสามท่อน!”
หลี่หงเหมย “…”
เฉียวเหลียนเย่ “…”
ไป๋อวี้ซิ่ว “…”
ตัดขาคนสามท่อน…
คำพูดเหล่านี้ดังกึกก้องอยู่ในหูของหลี่หงเหมยกับคนอื่น ๆ
หากกล่าวตามตรง ทั้งสามคนนี้เองก็ไม่ใช่คนดีอะไร
หลี่หงเหมยทั้งเอาเปรียบ ข่มเหง และต้องการเพียงเงิน
เฉียวเหลียนเย่เป็นนักเลงที่ใครก็รู้จักดี เขาโง่เขลา และเกียจคร้าน!
สำหรับไป๋อวี้ซิ่ว แม้ภายนอกจะดูอ่อนโยนและเป็นคนดี แต่ความจริงแล้วเธอคือ ผู้วางแผนให้ตัวเองกับน้องสาวได้แต่งงานกับตระกูลเฉียว
จุดประสงค์สูงสุดของเธอคือ การแต่งงานกับเฉียวเหลียนเฉิง
เธอใช้ประโยชน์จากความมักมากของเฉียวเหลียนเย่ที่ต้องการแต่งงานกับน้องสาวของตน เธอขายน้องสาวของตัวเองให้เฉียวเหลียนเย่ เพื่อที่จะได้แต่งงานกับเฉียวเหลียนเฉิงตามความปรารถนา
ในบรรดาคนทั้งสาม เธอคือคนที่เลวร้ายที่สุด
แต่เมื่อทั้งสามคนได้ยินวีรกรรมของเจียงหว่านจากเด็กชาย พวกเขาก็ตื่นตระหนก!
เฉียวเหลียนเฉิงที่เห็นทั้งสามเงียบไป เขาจึงพูดขึ้นว่า
“แม่ครับ แม่เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยแล้ว มีห้องพักใกล้กับโรงพยาบาลอยู่ แม่ไปพักผ่อนที่นั่นเถอะ เดี๋ยวผมจะให้เหล่าเจียงไปจัดการให้”
หลังจากเขาตื่นขึ้นมา ก็ไม่ได้พูดอะไรกับเจียงหว่านมากนัก แต่เขารู้ว่ามันมีอะไรบางอย่างระหว่างเรา ตอนนี้เธอดูเหมือนจะไม่โกรธอะไรเขาแล้ว
สิ่งนี้ทำให้เฉียวเหลียนเฉิงสงสัย
หลี่หงเหมยรู้ดีว่าถ้าอยู่ต่อ เธอก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้ จึงหันมองเจียงหว่านอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะหันมองเฉียวเหลียนเฉิงแล้วพูดว่า
“พวกเราไม่มีเงิน แกเอาเงินมาสิ!”
เฉียวเหลียนเฉิงทำหน้าเย็นชาในทันที เขากล่าวออกมาอย่างไม่แยแส “นอกจากเงินที่ผมให้แม่ทุกเดือน เงินที่เหลือทั้งหมดผมให้ภรรยาไปหมดแล้ว แม่ขอกับหว่านหว่านได้เลย!”
หลี่หงเหมยแทบจะกระอักเลือดหลังได้ยินอย่างนั้น เธอมองลูกชายด้วยความโกรธ
“ดูสภาพตัวเองสิ เป็นผู้ชายตัวใหญ่ แต่กลับไม่มีเงินติดตัวสักบาท น่าอายจริง ๆ!”
เฉียวเหลียนเฉิงตอบกลับอย่างสบาย ๆ “เพราะผมซึมซับเรื่องแบบนี้มาจากแม่ไง ตอนนั้นแม่ไม่ให้เงินพ่อกับย่าด้วยซ้ำ!”
“มีครั้งนึงที่แม่ไม่กลับบ้าน ทั้งพ่อกับย่าและผมต้องทนหิวทั้งวันทั้งคืน!”
หลี่หงเหมยโกรธมาก เธอหันมองเฉียวเหลียนเฉิงกับเจียงหว่านอย่างไม่พอใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไป
ที่ด้านนอก เจียงเฉิงยังไม่ได้ไปไหน เขาแค่ไม่อยากอยู่ในห้องนั้นอีกสักวินาทีเดียว เลยออกมายืนอยู่ด้านนอก
และเขาก็ได้ยินสิ่งที่เฉียวเหลียนเฉิงกล่าวชัดเจน
เมื่อเห็นว่าหลี่หงเหมยเดินออกมา เขาก็รีบทักทาย “คุณป้าตามผมมาเถอะครับ ผมจะพาไปพักผ่อน ไม่ต้องห่วง ทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่าย”
โรงพยาบาลทหารแห่งนี้มีบ้านพักที่สามารถเข้าพักได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
หลังจากหลี่หงเหมยได้ยินอย่างนั้น สีหน้าของเธอก็ผ่อนคลายลงมาก
หลี่หงเหมยกับเฉียวเหลียนเย่เดินออกมา แต่ไป๋อวี้ซิ่วยังไม่ยอมแพ้ ดวงตากลมโตของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา ไม่อยากยอมรับความจริง เธอในตอนนี้ดูน่าสงสารมาก!
“พี่เหลียนเฉิง!”
เฉียวเหลียนเฉิงพูดขัด “ฉันมีน้องสาวคนเดียว และไม่ใช่เธอ อีกอย่างตอนนี้เธอเป็นภรรยาของน้องฉันแล้ว กรุณาอย่ามาทำตัวสนิทสนม ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวชาวบ้านจะนินทาเอาได้!”
ไป๋อวี้ซิ่วรีบแย้ง “ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้แต่งงานกับเฉียวเหลียนเย่ เขาก็แค่เข้าพิธีแทนพี่เท่านั้น!”
เฉียวเหลียนเฉิงกล่าวขัด “นั่นยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ? ฉันไม่ใช่คนที่เข้าพิธีแต่งงาน แต่เป็นหมอนั่น!”
“เธอควรรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด เอาล่ะ อย่าลืมสิ่งที่ภรรยาฉันบอก ถ้าเธอเข้ามาวุ่นวายกับเรา มันก็เท่ากับการทำลายกฎของกองทัพ!”
ไป๋อวี้ซิ่วถึงกับพูดไม่ออก เธอซบหน้าร้องไห้บนฝ่ามือของตัวเอง แล้ววิ่งออกไป
ตอนนี้ ไม่มีใครอยู่ในห้องแล้ว นอกจากสามคนพ่อแม่ลูก
ผิงอันวิ่งเข้าไปหาเฉียวเหลียนเฉิงด้วยความดีใจ “พ่อครับ ผมดีใจมากที่พ่อตื่นขึ้นมา ผมคิดว่าพ่อจะไม่ตื่นแล้วซะอีก!”
ผิงอันกอดเฉียวเหลียนเฉิงพร้อมกับร้องสะอื้น
คราวนี้เขากลัวจริง ๆ!
เด็กชายกอดแขนของเฉียวเหลียนเฉิงเอาไว้ พร้อมสะอื้นหนัก “พ่อครับ ผมกลัวมากเลย แต่ผมไม่กล้าร้องไห้ เพราะรู้ว่าถ้าผมไม่ร้องไห้ พ่อจะต้องกลับมาหาผมแน่นอน”
เจียงหว่านเดินเข้ามาด้วยสีหน้าสับสน
“ทำไมแค่ไม่ร้องไห้ถึงจะทำให้พ่อของเธอกลับมา?” เจียงหว่านไม่เข้าใจ
ผิงอันที่กำลังร้องไห้มองเธอเขม็ง “น้าอ้วน คุณโง่หรือไง! ไม่เคยได้ยินเรื่องการไว้ทุกข์งั้นเหรอ?”
“เราจะร้องไห้ให้กับคนตายเท่านั้น ถ้าหากยังไม่ตาย แล้วมีคนร้องไห้จะทำให้โชคไม่ดี!”
เจียงหว่านถึงกับพูดไม่ออก ก่อนหน้านี้เธอยังเป็นแม่อยู่เลย ทำไมตอนนี้เธอกลับมาเป็นน้าอ้วนอีกแล้วล่ะ!
เจ้าเด็กนี่แสดงได้สมจริงนักนะ!
แต่อย่างไรแล้ว เมื่อเห็นว่าผิงอันตัวน้อยกำลังกอดแขนเฉียวเหลียนเฉิง พร้อมน้ำตานองหน้า เธอก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา
เธอรู้สึกว่าตัวเองได้กลับบ้านจริง ๆ สักที
ผิงอันเองก็ฉลาดพอที่จะเข้าใจสถานการณ์ เขาเช็ดน้ำตาออก แล้วพูดว่า “ผมจะไปเฝ้าประตูไม่ให้คนพวกนั้นเข้ามา!”
ก่อนเฉียวเหลียนเฉิงจะพูดอะไร ผิงอันก็วิ่งออกไปแล้ว
เด็กชายปิดประตูลงเบา ๆ เฉียวเหลียนเฉิงหันกลับมาหาเจียงหว่าน
เจียงหว่านรู้สึกทำตัวไม่ถูก “นายรู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม? เดี๋ยวฉันจะตามหมอมาดูให้”
ขณะที่เธอหันไป เฉียวเหลียนเฉิงก็คว้าข้อมือของเธอเอาไว้
เจียงหว่านตกใจ และเผลอผลักเขาออก แต่กลับกลายเป็นว่าไปโดนแผลที่หัวไหล่ของเขาเข้า
“โอ๊ย!” เฉียวเหลียนเฉิงร้องคร่ำครวญออกมา
เจียงหว่านรีบปล่อยมือ ถอยออกไปสองสามก้าว ก่อนจะตำหนิเขาทันที
“นายยังไม่หายดีเลยนะ ไม่อยากจะมีแขนแล้วหรือไง?”
เฉียวเหลียนเฉิงจ้องมองเธออย่างคับข้องใจ “เราตกลงกันว่า… ถ้าออกมาจากป่ามาได้ เราจะเริ่มต้นกันใหม่!”
“และตอนที่ผมหลับ ผมได้ยินคุณพูดว่า ถ้าผมตื่นขึ้นมา เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน”
เจียงหว่านกลอกตามองเขา “ตอนนั้นฉันไม่รู้นี่ว่าครอบครัวของนายจะหาเจ้าสาวให้นายแล้ว!”
เฉียวเหลียนเฉิงทำหน้าหงอย “ผมก็ไม่รู้เรื่องนั้นเหมือนกัน แม่เป็นคนจัดการเองทั้งหมด และผมก็ปฏิเสธไปแล้วนี่”
“หว่านหว่าน ไม่ว่าคุณจะยอมรับหรือไม่ ภรรยาของผมคือคุณ แค่คุณคนเดียว”
ถ้อยคำสุดท้ายมันหนักแน่นเสียจนใจของเจียงหว่านสั่นไหว
หลังจากเงียบไปสักครู่ ชายหนุ่มก็เอ่ยปากถามอย่างไม่มั่นใจ “หว่านหว่าน คุณจะเปลี่ยนใจเหรอ?”
เจียงหว่านหลับตาลง ก่อนจะตอบกลับ “ฉันทำในสิ่งที่ฉันพูดอยู่แล้ว แต่นายต้องจัดการเรื่องในครอบครัวของนายก่อน”
“เดี๋ยวฉันไปเรียกหมอมาดูอาการให้”
เฉียวเหลียนเฉิงอยากจะอ้อนเธอต่อ
แต่เจียงหว่านทำหน้าเย็นชา “ถ้ายังจะพูดอีก ก็ลืมทุกอย่างไปได้เลย”
เฉียวเหลียนเฉิงปิดปากเงียบทันที!