เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 157 ต่อให้ตายแล้ว ฉันก็จะแก้แค้น
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 157 ต่อให้ตายแล้ว ฉันก็จะแก้แค้น
บทที่ 157 ต่อให้ตายแล้ว ฉันก็จะแก้แค้น
เฉียวเหลียนเฉิงตอบกลับไปอย่างมั่นใจ “แน่นอน พี่สามของนายบอกไว้ก่อนตาย หมอนั่นบอกว่ายินดีใช้สมบัติเหล่านั้นแลกกับชีวิต!”
“แต่ฉันคือชาวจีนผู้มีเกียรติ ฉันจะรับสินบนได้ยังไง? ฉันเลยแสร้งทำเป็นยินดีรับไว้ และหลังจากหมอนั่นบอกตำแหน่งของสมบัติ ฉันก็ฆ่ามันซะ!”
อู๋จิ้นซื่อโกรธจัด “แก… แก ไอ้เฉียวเหลียนเฉิง แกมันคนกลับกลอก!”
“ชาวจีนทุกคนล้วนแต่ซื่อสัตย์และจริงใจ แต่ทำไมแกถึงใจอำมหิตย์ได้ขนาดนี้!”
เฉียวเหลียนเฉิงไม่โกรธ เขายังคงซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเสา และเหยียดแขนออกไปยิงสวนเป็นครั้งคราว
“มันผิดตรงไหน? คนเราซื่อสัตย์และจริงใจกับสหายที่แท้จริง ฉันไม่คิดว่าต้องปฏิบัติต่อโจรอย่างพวกแกด้วยความจริงใจอยู่แล้ว!”
อู๋จิ้นซื่อกระโดดออกมา และโชคดีที่เขามีโล่มนุษย์กำบังอยู่ด้านหน้า
ซึ่งนั่นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นคนรักของเขา จีน่า ที่กำลังถูกใช้เป็นโล่มนุษย์อย่างช่วยไม่ได้
แต่เธอน่าจะตายไปแล้ว ถึงอย่างนั้นดวงตาของหญิงสาวก็ยังเบิกกว้าง แสดงให้เห็นว่าก่อนตายคงตกใจถึงขีดสุด!
เฉียวเหลียนเฉิงมองสถานการณ์โดยรอบ และตะโกนออกไป
“อู๋จิ้นซื่อ ถ้าแกฆ่าฉัน แกก็จะไม่มีวันรู้ที่อยู่ของสมบัติพวกนั้น!”
อู๋จิ้นซื่อโกรธจัด “พูดอะไรบ้า ๆ! ถ้าแกรู้ว่าสมบัติอยู่ที่ไหน ทำไมแกไม่ไปเอามันออกมา!”
เฉียวเหลียนเฉิงเย้ยหยัน “แกโง่หรือเปล่า สมบัติพวกนั้นอยู่ในหนานหลี ฉันเป็นทหารของจีน ถ้าคิดจะไปเอาสมบัติ ฉันก็ต้องออกจากประเทศตัวเอง!”
“มันไม่คุ้มค่าที่จะแลกเวลาสองสามปีเพื่อสมบัติพวกนั้น!”
อู๋จิ้นซื่อขมวดคิ้ว ครุ่นคิดว่านี่ก็มีเหตุผล
“เอาล่ะ อย่างนั้นพวกเรามาสงบศึกกัน ฉันจะไม่ฆ่าแก นับหนึ่งถึงสาม เราเดินออกมาพร้อมกับวางปืน ตกลงไหม!”
“แล้วหลังจากนั้น เราจะแบ่งเงินกัน ฉัน 60 แก 40!”
อู๋จิ้นซื่อเสนอออกไปด้วยความลังเล ไม่มั่นใจว่าเฉียวเหลียนเฉิงจะเห็นด้วยหรือไม่
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะตอบตกลงทันที
“ตกลง ถ้าฉันตายแกก็ไม่ได้สมบัติไปอยู่ดี เอาล่ะ นับหนึ่งถึงสาม แล้วพวกเราวางปืนพร้อมกัน!”
ดวงตาของอู๋จิ้นซื่อเปล่งประกายยินดี
เขายังคงกระชับร่างของจีน่าไว้ในมือ และเดินไปด้านหน้า
ระหว่างพวกเขามีเสาหลายต้นคั่นเอาไว้
แม้ว่าเสาจะไม่สูงมาก แต่ก็หนาพอสมควร
ตำแหน่งของอู๋จิ้นซื่อคือ 6 นาฬิกา เสาของเฉียวเหลียนเฉิงคือ 12 นาฬิกา ทั้งสองคนอยู่ตรงข้ามกัน
ส่วนเสาที่เจียงหว่านหลบอยู่คือ 8 นาฬิกา
แน่นอนว่าอู๋จิ้นซื่อไม่เห็นเจียงหว่าน และเสาเหล่านี้หนาพอที่จะบังร่างกายของเธอไว้ได้
อู๋จิ้นซื่อยังคงกระชับร่างของจีน่าไว้แน่น แล้วค่อย ๆ เดินออกไป
ไม่นานเขาก็เดินมาครึ้งทาง เข้าไปใกล้เฉียวเหลียนเฉิงมากขึ้น
และตอนนี้เขายืนอยู่ตรงหน้าของเจียงหว่าน
เจียงหว่านซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเสา สายตาจับจ้องเป้าหมายเขม็ง ตอนนี้เธออยู่ห่างจากอีกฝ่ายแค่ไม่กี่เมตร หญิงสาวจึงยกปืนขึ้นเตรียมลั่นไก
เธอเล็งปืนไปที่อู๋จิ้นซื่อพร้อมกับเหนี่ยวไกทันที!
แต่… ไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
หญิงสาวพลิกปืนไปมา พร้อมกับมองมันด้วยความสับสน ทำไมถึงเหนี่ยวไกไม่ได้ล่ะ!
เจียงหว่านหน้าเคร่งเครียด ปืนเธอใช้ไม่ได้! สุดท้ายจึงต้องเก็บปืนไปอย่างหดหู่
ขณะนั้น…
เฉียวเหลียนเฉิงก็เริ่มนับหนึ่งถึงสาม
อู๋จิ้นซื่อแสดงความจริงใจด้วยการโยนปืนในมือทิ้งไป
เฉียวเหลียนเฉิงขว้างปืนออกไปด้วยเหมือนกัน
ทั้งสองคนออกจากที่ซ่อน และยืนเผชิญหน้า!
“เฉียวเหลียนเฉิง ฉันจริงใจพอหรือยัง!” อู๋จิ้นซื่อแบมือ
เฉียวเหลียนเฉิงตะคอก “ถ้าจริงใจ ทำไมไม่โยนคนตายออกไปล่ะ!”
อู๋จิ้นซื่อหัวเราะ “เพราะฉันไม่ได้ใส่เสื้อผ้า! แกบุกเข้ามาเร็วแบบนั้น ใครจะไปมีเวลาใส่เสื้อผ้า ฉันควรจะรักษาหน้าไว้หน่อยมั้ยล่ะ!”
เฉียวเหลียนเฉิงหัวเราะ “ยังอายอีกเหรอ? เราต่างก็เป็นผู้ชาย จะอายอะไร!”
อู๋จิ้นซื่อพยักหน้า “ก็ได้!”
ขณะที่พูดอย่างนั้น เขาจับจีน่าไว้ แล้วทำท่าว่าจะโยนหล่อนออกไป แต่ขณะที่กำลังจะโยน เขาก็คว้ามือจีน่า พร้อมดึงปืนออกมา ยิงเฉียวใส่เหลียนเฉิงทันที
เจียงหว่านที่อยู่ด้านหลังตื่นตระหนกเมื่อเห็นสถานการณ์พลิกผัน เธอกระโดดออกไปตะครุบอู๋จิ้นซื่ออย่างรวดเร็ว และไม่คิดสนใจอันตรายใด ๆ
ปัง! ปัง!
ปึก!
“อัก!”
สองนัดแรกเป็นอู่จิ้นซือกับเฉียวเหลียนเฉิงยิ่งใส่กัน
ส่วนหลังจากนั้นเป็นเสียงที่เจียงหว่านกระโดดออกไป และใช้ร่างกายอวบอ้วนเป็นกระสอบทรายทับอู๋จิ้นซื่อจนติดพื้น
อู๋จิ้นซื่อกรีดร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก!
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คนที่นี่ล้วนแต่ผอมแห้งไปหมด
อู๋จิ้นซื่อถูกทับเอาไว้จนร่างกายแบนติดพื้น อวัยวะภายในถูกบีบรัดจนหายใจไม่ออก
อู๋จิ้นซื่อรู้สึกหนักมาก และเริ่มเวียนหัวอย่างรุนแรง ไม่สามารถตอบโตได้เลย เจียงหว่านจึงหยิบปืนที่เธอไม่สามารถเหนี่ยวไกได้ก่อนหน้านี้ ทุบศีรษะของอู๋จิ้นซื่ออย่างโหดเหี้ยม
ปัก! ปัก!
เธอทุบอยู่จนกระทั่งอู๋จิ้นซื่อแน่นิ่งไป
เฉียวเหลียนเฉิงได้ยินเสียงของเจียงหว่านก็รีบวิ่งเข้ามา เมื่อเห็นว่าเจียงหว่านปลอดภัยดี เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ผมบอกให้คุณรอด้านนอกไง!”
เจียงหว่านมองเขากลับ “นายมันโง่ นายกำลังถูกวางแผนตลบหลัง แต่กลับไม่รู้ตัวเลยรึไง!”
“เมื่อกี้หมอนั่นแค่ขอให้นายออกมา นายก็ออกมา ให้มันตลบหลังนายง่าย ๆ!”
“ถ้าไม่มีฉัน นายตายไปแล้ว รู้ตัวบ้างไหม!”
เฉียวเหลียนเฉิงเผยสีหน้าขมขื่น “ผมรู้ แต่เมื่อครู่ที่ผมยืนนิ่ง เพราะผมยังไม่มีโอกาสจะลงมือ ผมไม่คิดว่ามันจะไม่อยากได้สมบัตินี่!”
เขาคิดว่าอู๋จิ้นซื่อคงไม่มีทางฆ่าเขา เพราะต้องการสมบัตินั่น
ไม่คิดมาก่อนว่าไอ้สารเลวคนนี้จะละทิ้งทุกอย่างเพื่อฆ่าเขา
เจียงหว่านพลิกตัวออกจากร่างของอู๋จิ้นซื่อ แล้วพยายามตรวจสอบว่าอีกฝ่ายตายหรือยัง
หลังจากนั้นเธอก็เห็นว่าชายคนนี้ถูกยิงที่สะบักจากด้านหน้า อาจจะเป็นเฉียวเหลียนเฉิงที่ยิง
หลังจากเจียงหว่านเห็นว่าชายตรงหน้าตายแล้ว เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ เจียงหว่านหยิบก้อนหินใกล้ ๆ มาทุบปากของอู๋จิ้นซื่อซ้ำอีก
เฉียวเหลียนเฉิงมองเธอด้วยความสับสน “คุณทำอะไรน่ะ เขาตายแล้ว!”
เจียงหว่านตอบกลับ “มันเตะฉันจนฟันหักไปตั้งหนึ่งซี่ ฉันจะเลาะฟันทั้งหมดในปากของมันเพื่อแก้แค้น จะให้มันอยู่ในนรกโดยไม่ต้องมีฟันสักซี่!”
เฉียวเหลียนเฉิงเงียบไป นี่คือการแก้แค้นที่สมเหตุสมผลอยู่ สมแล้วที่เป็นภรรยาของเขาน่ะนะ!
ในที่สุดเรื่องราวก็จบลง
เฉียวเหลียนเฉิงพาเธอเดินออกไป
แต่เจียงหว่านคว้าแขนรั้งเขาไว้ และถามว่า “เดี๋ยวนะ นายจะกลับออกไปอย่างนี้เหรอ?”
“นายยืนเฝ้าฉันสักสิบนาที ขอเวลาสักแป๊บนะ!”
เฉียวเหลียนเฉิงงุนงง แต่ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร
เจียงหว่านวิ่งเข้าไปในบ้านของอู๋จิ้นซื่อด้วยร่างที่สภาพไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก จากนั้นเธอก็วิ่งออกมาพร้อมกับห่อดินปืน
เพราะเธอสังเกตรอบ ๆ ทั้งหมดแล้วตอนที่ถูกมัด เธอเห็นว่าพวกมันเก็บอาวุธไว้ที่ไหน
เธอจึงพุ่งเข้าไปในคลังอาวุธทันที
แม้จะบอกว่าขอเวลาเพียงแค่สิบนาที แต่เธอใช้เวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมง ส่วนเฉียวเหลียนเฉิงไม่คิดรีบร้อน และอดทนรออย่างเงียบ ๆ
สี่สิบนาทีต่อมา ฐานทัพแห่งนี้ก็ระเบิดอย่างรุนแรง เปลวไฟพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า และเสียงระเบิดก็ยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้หลังจากเตรียมการทุกอย่าง พวกเขาก็ออกมา เวลานี้เจียงหว่านกับเฉียวเหลียนเฉิงเดินอยู่ในป่าด้วยกัน
“ถ้าเราเดินต่อไปเรื่อย ๆ เราก็น่าจะพบเจอชาวจีนใช่ไหม?” เจียงหว่านหยิบมีดยาวออกมาพร้อมตัดหญ้าสูง ๆ รอบตัว เพื่อเปิดเส้นทาง
เฉียวเหลียนเฉิงพึมพำหยิบกระเป๋าเป้ที่แอบซุกซ่อนไว้ลงมาจากต้นไม้
“นี่เป็นขนมแห้งอัดแท่งที่เพื่อนผมเตรียมมาให้ก่อนหน้านี้ กินรองท้องได้ แต่อย่าเยอะล่ะ เดี๋ยวมันไม่พอ”
“ในนี้มีน้ำไม่มากเท่าไหร่ แต่ก็น่าจะพอสำหรับคุณ กินประหยัด ๆ หน่อยก็แล้วกันนะ”
หลังจากนั้นเขาก็บอกเธอเรื่องยาแก้อักเสบ และแม้แต่ยาลดไข้
ก่อนจะเขาส่งกระเป๋าเป้ให้เธอ
“ผมเพิ่งสอนวิธีการดูทิศทางไป เอาล่ะ คุณเดินไปทางเหนือ ทางนั้นเป็นประเทศของเรา!”
เจียงหว่านสับสน “หมายความว่ายังไง? นายไม่กลับไปพร้อมฉันเหรอ?”
เฉียวเหลียนเฉิงกล่าวพึมพำ “ผมมีเรื่องต้องทำ กลับไปพร้อมคุณไม่ได้ คุณกลับไปก่อนเถอะ”
เจียงหว่านโกรธมาก “ไม่! ทำไมนายถึงกล้าให้ฉันเดินทางในป่าอันตราย ๆ แบบนี้คนเดียวล่ะ!”
เฉียวเหลียนเฉิงตอบกลับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ผมมีภารกิจที่ต้องทำต่อ คุณรีบไปเร็วเข้า อยู่ต่อก็มีแต่จะเป็นตัวถ่วง”
สีหน้าที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นจริงจังขึ้นมา
สัญชาตญาณของเจียงหว่านสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับเฉียวเหลียนเฉิง แต่ที่เขาบอกว่าเธอเป็นตัวถ่วงมันทำให้เธอรู้สึกโกรธมาก