เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80 - บทที่ 11 เจียงหว่านไม่พอใจ
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาอ้วนของหัวหน้ากองพันสุดฮอต ยุค 80
- บทที่ 11 เจียงหว่านไม่พอใจ
บทที่ 11 เจียงหว่านไม่พอใจ
เฉียวเหลียนเฉิงมองเธออย่างสงสัย “อะไรงั้นเหรอ?”
เจียงหว่านตอบว่า “ฉันรู้สึกว่านายควรสอนพินอินให้เขาก่อน หลังจากรู้พินอินแล้ว นายค่อยไปหาการออกเสียงของคำจากพจนานุกรมดูก็ได้ มันจะทำให้การออกเสียงถูกต้องขึ้นด้วย!”
”เขาต้องเรียนรู้ตั้งแต่การออกเสียงขั้นพื้นฐานก่อน! เพราะถ้าออกเสียงไม่แม่นยำ เขาจะอ่านคำผิด!”
เฉียวเหลียนเฉิงไม่คาดคิดว่าจะได้คำแนะนำจากผู้หญิงคนนี้ เขาหันไปมองหนังสือเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในมือแล้วถามว่า
”จะเรียนพินอินยังไง? ในตำรานี้ไม่มี”
เจียงหว่านหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาดู “นี่คือหนังสือเรียนสำหรับโรงเรียนประถมที่นี่เหรอ? แล้วมีของโรงเรียนอนุบาลหรือเปล่า?”
เฉียวเหลียนเฉิงตบหน้าผากหนึ่งฉาดแล้วพูดขึ้นทันที “ใช่ ผมลืมหนังสือของอนุบาลไป พรุ่งนี้ผมจะไปเอาหนังสือเรียนมาใหม่”
หลังจากพูดจบ เขาก็มองไปที่เจียงหว่านและพูดว่า
”คุณเองก็ไม่ได้ไปโรงเรียนและอ่านหนังสือไม่ออก งั้นมาเรียนด้วยกันก็ได้นะ”
”อ๋า?” เจียงหว่านรู้สึกเสียใจเล็กน้อย รู้อย่างนี้เธอควรแกล้งเป็นใบ้!
เธอมองไปที่หนังสือและคิดหาข้ออ้างเพื่อปฏิเสธ
จะมาให้นักศึกษาระดับปริญญาตรีเรียนการจดจำคำและการบวก ลบ คูณ หาร มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ!
”ทำไม คุณไม่อยากเรียนเหรอ?” เฉียวเหลียนเฉิงขมวดคิ้วสงสัย เขาได้ตรวจสอบตอนนำรายงานไปโต้แย้งเพื่อหาหลักฐานในการหย่า เจียงหว่านเรียนไม่จบชั้นประถมด้วยเหตุผลด้านสุขภาพของเธอ
พูดตรง ๆ คือเธอลาออกจากโรงเรียนโดยไม่ได้สอบกลางภาคในเทอมแรกของชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
แต่สำหรับเจียงหว่านชีวิตนักศักษาของเธอเล่าสามวันก็ไม่หมด!
ทว่าในการรับรู้ของเฉียวเหลียนเฉิง เจียงหว่านไม่รู้หนังสือ ชนิดที่ว่าไม่สามารถแม้แต่จะเขียนชื่อตัวเองได้!
เมื่อเห็นว่าเจียงหว่านดูไม่มีความสุข แววตาของเฉียวเหลียนเฉิงก็เปลี่ยนเป็นประกายดูถูก
“ที่ผ่านมาคุณไม่ได้เรียนเพราะสุขภาพของคุณ คุณยังเด็ก ยังมีเวลาที่จะพัฒนาตัวเองนะ”
“อย่างน้อยก็รู้คำศัพท์ให้มากกว่านี้ จะได้ไม่โดนคนอื่นหลอกในอนาคต”
เจียงหว่านปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา “ฉันไม่อยากเรียน!”
เฉียวเหลียนเฉิงมองเธออย่างเฉยเมย และหยุดเสนอ
”งั้นลืมมันไปเถอะ”
เขาหยิบหนังสือตรงหน้าขึ้นมาพลิกอ่าน
‘เหลืออีกแค่ไม่กี่เดือน อย่าไปสนใจเลยว่าเธอจะทำอะไร!’
เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็รู้สึกใจเย็นขึ้นเล็กน้อย
เพราะในตอนนี้ ความประทับใจของเฉียวเหลียนเฉิงที่มีต่อเจียงหว่านก็เพิ่มขึ้นจาก ‘เอาแต่กินดื่ม อันธพาล เล่นการพนัน เกียจคร้าน โลภมาก และไร้ยางอาย’
เป็น ‘ไม่ขวนหาความก้าวหน้า!’ แทน
และเพราะวันนี้เรียนพินอินไม่ทันแล้ว เฉียวเหลียนเฉิงจึงตัดสินใจสอนคณิตศาสตร์แทน
คณิตศาสตร์เป็นเรื่องง่าย เริ่มจากการบวกและลบเลขหลักเดียว
ทว่าเจียงหว่านสามารถบอกได้ว่าเฉียวเหลียนเฉิงกำลังอารมณ์เสีย แต่แล้วยังไงล่ะ?
เป็นแค่คู่รักปลอม ๆ เจ็ดเดือน เธอไม่จำเป็นต้องเอาใจเขาจนทำให้ตัวเองไม่มีความสุขสักหน่อย!
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนกำลังเรียนกันอย่างหนัก เจียงหว่านจึงจะออกไปเดินเล่นเพื่อย่อยอาหาร
การลดน้ำหนักไม่ใช่แค่พูดก็ลดได้ แต่จำเป็นต้องลงมือทำ!
แต่พอเปิดประตู เธอเห็นเจียงเสวี่ยที่ยืนแอบอยู่
”เธอกำลังทำอะไร? ขโมยของเหรอ!” เจียงหว่านถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ส่วนเจียงเสวี่ยที่เห็นเธอ ก็แสดงสีหน้าดูถูกเช่นกัน “ไม่ต้องมายุ่ง นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ ฉันแค่ผ่านมา!”
ก่อนจะพูดจบ เธอใช้สายตาเหลือบมองผ่านหัวของเจียงหว่านไป จนเห็นว่าเฉียวเหลียนเฉิงอยู่ในห้อง
เธอรีบเปลี่ยนสีหน้าและคิดจะเบียดตัวเข้าไปหา!
เมื่อเห็นอย่างนี้ เจียงหว่านก็ขวางประตูไว้ “ทำไม? นี่คือบ้านของฉัน ฉันบอกให้เธอเข้าไปเหรอ?”
เจียงเสวี่ยจ้องมองเธออย่างโกรธแค้น เธอถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
”พี่เฉียว ฉันมาหาผิงอันค่ะ ทำไมวันนี้เขาไม่ไปเล่นกับฉันหลังอาหารเย็นเลยล่ะ!”
……
เฉียวเหลียนเฉิงที่อยู่ในห้องได้ยินก็มองไปที่ผิงอันด้วยสายตาครุ่นคิด ขมวดคิ้วและตอบอย่างเฉยเมย
“เขาต้องเรียนตอนกลางคืน ขอบคุณที่เป็นห่วง!”
เจียงเสวี่ยตะลึงไปเล็กน้อย ทำไมเขาถึงเรียน เธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน!
แต่พอได้ยินอย่างนี้ เธอพลันรู้สึกโล่งใจ
ที่แท้ก็พากลับไปเรียนหนังสือ
เธอคิดว่าตัวเองเป็นคนทำให้พี่ชายเฉียวไม่พอใจซะอีก!
เจียงเสวี่ยกวาดหมอกควันในใจออกไป ก่อนจะจ้องมองเจียงหว่านที่ขวางประตูไว้อย่างดูถูกและเย่อหยิ่ง
และพูดขึ้นอีกครั้ง “อ่า ได้ งั้นฉันจะกลับก่อนค่ะ ไว้พรุ่งนี้ให้ผิงอันมาเล่นกับฉันนะ”
หลังจากพูดจบโดยไม่รอฟังคำตอบจากคนในห้อง เธอก็หันหลังกลับและเดินจากไป
เจียงหว่านมองเข้าไปในห้องและเห็นว่าเฉียวเหลียนเฉิงกำลังบรรยายให้ผิงอันฟังอย่างจริงจัง
เธอจึงค่อย ๆ ปิดประตูอย่างเบามือ และเดินจากไป
ที่ชั้นล่าง เจียงหว่านเพิ่งมาถึงลาน เห็นสะใภ้เฉินออกมาจากสวนผักบริเวณใกล้ ๆ
“นี่ เธอน่ะ!”
เมื่อได้ยินเสียงเรียก เจียงหว่านแทบไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ มองซ้ายขวาเพื่อดูว่ามีใครอีกไหม ก่อนเห็นว่าสะใภ้เฉินจ้องมองมาที่เธอ
”คุณเรียกฉัน?”
สะใถ้เฉินส่งเสียงรับอย่างกลั้นใจ!
“ฉันไม่รู้จักชื่อเธอ ดังนั้นมันไม่ดีเท่าไหร่ที่จะเรียกเธอว่านังหมี!”
“เธอเป็นภรรยาของหัวหน้ากองพันเฉียวใช่ไหม ทำไมไม่ให้ฉันเรียกเธอว่าสะใภ้เฉียวล่ะ!”
เจียงหว่านยิ้ม “ไม่ล่ะ มันไม่ค่อยดี ฟังดูไม่คุ้นเคยเท่าไหร่ เรียกฉันว่าเจียงหว่าน หรือหว่านหว่านก็พอ”
เจียงหว่านค่อนข้างชอบสะใภ้เฉินมาก แม้ว่าเธอจะอารมณ์ร้อน แต่เธอก็ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา ซึ่งมันน่ารักดี
สะใภ้เฉินได้ยินเจียงหว่านพูดอย่างนั้นก็รู้สึกโล่งใจเช่นกัน เธอรู้สึกอายเล็กน้อยก่อนพูดว่า
“หว่านหว่าน ฉันขอโทษเรื่องขวดเกลือในวันนั้น ที่ฉันเข้าใจเธอผิดไป!”
เจียงหว่านปลอบ “ไม่เป็นไรค่ะ คุณขอโทษแล้ว ทั้งยังจ่ายค่าชดเชยด้วย! ทุกอย่างจบแล้ว”
สะใภ้เฉินส่ายหัว “คราวนั้นฉันไม่ได้ขอโทษอย่างจริงใจ แต่ครั้งนี้ฉันขอโทษอย่างจริงใจ”
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง เธอพูดต่อ “อีกอย่าง วันนี้เธอช่วยฉันไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงตายไปแล้ว!”
“อย่ากังวลไปเลยค่ะ ต่อจากนี้คุณเป็นเพื่อนของฉัน ถ้าคุณต้องการอะไร แค่พูดมาก็พอ!”
จู่ ๆ ก็ได้รับคำขอบคุณจากใจจริง ทำให้เจียงหว่านรู้สึกเขินอายเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นสะใภ้เฉินถืออ่าง เธอก็รีบเปลี่ยนเรื่อง
”พี่สะใภ้เฉินไม่ต้องเกรงใจ เราทุกคนเป็นเพื่อนบ้านกัน การช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว”
เธอชี้ไปที่ผักในหม้ออีกฝ่ายแล้วถามว่า “พี่ไปแปลงผักมาเหรอ?”
สะใภ้เฉินพยักหน้า “ใช่ ฉันเพิ่งไปเก็บไข่มา เธอเอาไข่สองฟองนี้ไปให้ผิงอันกินสิ!”
เธอยัดไข่สดอุ่น ๆ สองฟองให้เจียงหว่าน
เจียงหว่านรู้สึกประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีไก่อยู่ในแปลงผัก
ลานหลังบ้านของกองทัพค่อนข้างใหญ่ มองเผิน ๆ ก็เป็นทุ่งผัก จึงมองไม่เห็นว่าเล้าไก่อยู่ตรงไหน
“หว่านหว่าน เธอเพิ่งมาที่นี่ได้ไม่นาน ก่อนหน้านี้เธอดูไม่เหมือนคนใช้ชีวิตเป็นเลย ฉันเลยไม่ได้บอกเธอ”
”ลานหลังบ้านนี้ค่อนข้างใหญ่ ทำไมเธอไม่เปิดแปลงผักเล็ก ๆ ทำเล้าไก่ล่ะ อย่างน้อยก็เพิ่มสารอาหารให้ผิงอัน!”
ดวงตาของเจียงหว่านเป็นประกาย ใช่ นี่เป็นความคิดที่ดี อย่างน้อยเธอก็ไม่จำเป็นต้องซื้อผัก!
“ทุกคนที่นี่ปลูกผักกันหมดเลยรึเปล่า?”
สะใภ้เฉินส่ายหัว “ไม่นะ บ้านครูฝึกเจียงไม่ได้ปลูก”
“สองคนนั้นมาจากในเมือง นิ้วพวกเขาไม่เคยสัมผัสน้ำเลย! จะไปปลูกผักได้ยังไง!”
เจียงหว่านยิ้มอย่างยินดี รับไข่สองฟองไป แล้วกล่าวขอบคุณเธอ ก่อนจะถามถึงเรื่องการปลูกผัก
เจียงหว่านไม่รู้วิธีการทำฟาร์ม แต่เธอสามารถปลูกผักได้