เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 78 ขอแค่เป็นคุณจะเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงผมก็ชอบทั้งนั้น
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80
- บทที่ 78 ขอแค่เป็นคุณจะเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงผมก็ชอบทั้งนั้น
บทที่ 78 ขอแค่เป็นคุณจะเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงผมก็ชอบทั้งนั้น
สวี่ชิงรีบไปหยิบผ้าขี้ริ้วมาเช็ดเหล้าที่โจวจินหนานทำหกเอาไว้ ประเด็นเมื่อครู่จึงยุติลง
เพียงแต่สวี่ชิงไม่รู้ว่า แท้ที่จริงโจวจินหนานตั้งใจทำเหล้าแก้วนั้นหก
เขาได้ยินสวี่ชิงเรียกผางเจิ้งหัวว่า เจิ้งหัว! แต่เรียกตัวเองว่าโจวจินหนาน
พอมาเทียบกันแล้ว ในใจก็เกิดความรู้สึกกระสับกระส่ายไม่สบายขึ้นมา ยิ่งได้ยินสวี่ชิงกับผางเจิ้งหัวคุยกันอย่างมีความสุขแล้ว ก็ทำให้เขาอยากจะเรียกร้องความสนใจสวี่ชิงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
มีเพียงสวี่จื้ออิงที่ก้มหน้าก้มตาคีบเนื้อไก่ จนศีรษะด้านหน้าดูเหมือนภูเขาลูกเล็ก
เฟิงซูฮวามองสวี่จื้ออิงสองสามครั้ง แต่ก็อดทนไม่พูดอะไรออกไป
มันเป็นอาหารมื้อเที่ยงที่กินกันจนพระอาทิตย์ตกดิน ผางเจิ้งหัวถึงกับเดินโซเซ หัวเราะอย่างคนโง่กลับบ้าน
สวี่ชิงก็ประคองโจวจินหนานที่ดื่มไปไม่น้อยเช่นกันเข้าไปในห้องแล้วปล่อยให้เขานอนพัก
เฟิงซูฮวามองสวี่จื้ออิงที่ยังแทะกระดูกไก่อยู่ ก็พูดอย่างอับจนหนทาง“ดูสภาพของแกตอนนี้สิ เมื่อก่อนฉันเคยสอนพวกแกยังไง กินข้าวอย่าใช้ตะเคียบคีบกลับถ้วย กินอะไรก็ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจ อย่าเสียกิริยาเพียงเพราะอาหารอร่อย”
ภายในปากของสวี่จื้ออิงยังมีไก่คาอยู่ หล่อนมองเฟิงซูฮวาอย่างอับอายเล็กน้อย “แม่คะ แม่ไม่รู้หรอกว่าตอนที่ฉันมีชีวิตในชนบทมันเป็นอย่างไร ถึงจะใกล้เมืองก็จริง แต่ก็ยังเป็นชนบทอยู่ดี ปีหนึ่งๆ แทบจะไม่ได้กินเนื้อเลยสักครั้ง ไม่ง่ายเลยกว่าฉันจะมาที่นี่สักครั้ง อยากจะอยู่แค่สองสามวันคุณแม่ก็ไม่ให้อยู่”
เฟิงซูฮวาโบกมือปัด ๆ “เอาล่ะ ๆ ที่เหลือก็กินให้หมด พรุ่งนี้เช้าก็นั่งรถกลับไปได้แล้ว ปีนั้นที่เธอแต่งงานออกไป ฉันก็บอกเธออย่างชัดเจนแล้วเหมือนกันนะว่านับตั้งแต่ที่เธอเดินออกจากบ้านนี้ไป จะดีหรือร้ายมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันแล้ว”
จู่ๆ สวี่จื้ออิงก็ไม่อาจรับรู้รสชาติของไก่ในปากได้ หล่อนยังนึกว่าการกลับมาบ้านในครั้งนี้จะสามารถคืนดีกับเฟิงซูฮวาได้ไม่มากก็น้อย กลับคิดไม่ถึงว่าเฟิงซูฮวาจะเป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้น
เฟิงซูฮวามองไปที่เอ้อร์หยาอีก “ตอนนี้นโยบายของรัฐบาลดีแล้ว พวกเธอไปคิดเอาเถอะว่าจะใช้ชีวิตยังไงให้มีความสุข ไม่ต้องคิดแต่จะคลอดลูกชายอย่างเดียว อย่างเธอน่ะชาตินี้ยังไงก็ไม่มีลูกชายหรอก!”
ใบหน้าของสวี่จื้ออิงซืดเผือด แต่ก็ไม่กล้าเถียงคำพูดของเฟิงซูฮวา
สวี่ชิงหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดมือโจวจินหนาน ครั้นได้ยินเฟิงซูฮวากับสวี่จื้ออิงคุยกันด้านนอกหน้าต่าง เธอก็อดที่จะถามโจวจินหนานไม่ได้ “คุณชอบเด็กผู้ชายหรือว่าเด็กผู้หญิงคะ”
โจวจินหนานยังไม่เคยคิดถึงปัญหานี้มาก่อนเลย บวกกับกินเหล้ามาด้วย ปฏิกิริยาตอบโต้จึงค่อนข้างเชื่องช้า เขาเอียงหน้าไป “มอง” สวี่ชิงช้า ๆ
สวี่ชิงยิ้ม ดึงมือของเขามาวางบนท้องน้อยของตัวเอง “ในนี้ไม่แน่ว่าอาจจะมีเด็กน้อยที่กำลังเติบโตแล้วก็ได้นะคะ คุณจะเป็นเหมือนกับผู้ชายพวกนั้นไหมคะ ที่ชอบลูกชายน่ะ”
โจวจินหนานเงียบไปสักพัก “ผมไม่ชอบเด็ก”
สวี่ชิงตะลึง ขณะกำลังคิดจะถาม ก็ได้ยินเขาพูดเสียงยานคางช้า ๆ “แต่ว่าถ้าเป็นคุณ จะเด็กผู้หญิงหรือเด็กผู้ชายผมก็ชอบหมดนั่นแหละ”
สวี่ชิงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที เอนตัวไปจูบหน้าผากของเขา แล้วเลื่อนลงมาจูบซับดวงตาของเขา “คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะปากหวานขนาดนี้นะคะเนี่ย”
โจวจินหนานไม่ขยับ จู่ ๆ เขาก็คิดถึงคำพูดของเกาจ้านขึ้นมา ขอเพียงแค่มีลูก ต่อไปหากสวี่ชิงรู้ความจริง เธอก็จะเลือกให้อภัยเพราะลูก
ดังนั้นเมื่อมีช่วงเวลาแบบนี้แล้ว เขาก็อดคิดอย่างเลวทรามไม่ได้ว่าหากสวี่ชิงตั้งครรภ์แล้วมันจะดีสักเพียงไหน
เพราะที่นี่ยังมีธรรมเนียมที่ไม่มีบันทึกไว้ว่า ลูกสาวที่แต่งงานออกไปแล้วจะไม่สามารถนอนที่บ้านเดิมของแม่กับสามีบนเตียงเดียวกันได้
อีกอย่างบ้านของเฟิงซูฮวาก็ไม่ได้มีห้องมากนัก ดังนั้นเมื่อพักผ่อนได้สักพัก สวี่ชิงกับโจวจินหนานก็ต้องไปบอกลากับเฟิงซูฮวา
เฟิงซูฮวาไม่ได้ขัดขวางเช่นกัน นางให้อั่งเปาสวี่ชิงกับโจวจินหนานหนึ่งซอง และยัดอั่งเปาหนึ่งซองเล็กให้สวี่ชิงอีกคนด้วย “พวกเธอรีบกลับบ้านเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องไปเยี่ยมบ้านคุณปู่กับคุณย่าอีก”
สวี่ชิงพยักหน้า “อืม พรุ่งนี้เช้าก็ว่าจะไปเยี่ยมน่ะค่ะ”
เดิมทีก็เพียงย้ายมาอยู่ตามลำพัง ไม่ได้ตัดความสัมพันธ์กับทางนั้น อีกอย่างคุณปู่กับคุณย่าก็ยังอยู่ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็คงต้องกลับไปเยี่ยม
เฟิงซูฮวาประคองไม้เท้า ไปส่งสวี่ชิงกับโจวจินหนานที่ประตู มองทั้งสองจากไปยิ้ม ๆ
ทุกครั้งที่สวี่ชิงหันกลับมามอง ก็จะเห็นเฟิงซูฮวายิ้มโบกมือสื่อว่าให้พวกเขารีบเดิน
ร่างกายผ่ายผอมหลังค้อมนิด ๆ ของหญิงชรา เหมือนกับภาพเงาที่ค่อย ๆ หายไปกับยามราตรี
สวี่ชิงยิ้มแล้วโบกมือให้กับเฟิงซูฮวา เมื่อหันกลับก็รู้สึกใจหายเล็กน้อย “เมื่อก่อนฉันไม่เคยรู้สึกถึงการจากลาว่ามันเป็นยังไง แต่ตอนนี้ฉันกลับรู้สึกว่าแค่เพียงเราหันหลังก็จะกลายเป็นการจากกันตลอดชีวิตแล้ว”
ตัวอย่างเช่นชีวิตของเธอกับโจวจินหนาน
ความรักที่ก่อเกิดอย่างรวดเร็ว มันก็จากไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน สวี่ชิงปรึกษากับโจวจินหนานเบา ๆ อีกครั้ง “พรุ่งนี้หลังอาหารเช้าที่เราต้องไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่ากับคุณพ่อ ก็แวะห้างสรรพสินค้า สุ่ม ๆ ซื้ออะไรก็ได้มาแล้วกันค่ะ”
เธอไม่ได้พูดถึงซูฮุ่ยหรู เพราะสัมผัสได้ว่าระหว่างโจวจินหนานกับซูฮุ่ยหรูมีความบาดหมางกันอย่างรุนแรงมาก
โจวจินหนานเพียงส่งเสียงอืมสั้น ๆ เขาไม่ได้อยากจะกลับไป เพราะโจวเฉิงเฉียนน่าจะอยู่ด้วย เขาจึงกลัวว่าจะควบคุมอารมณ์ตนเองไม่อยู่จนลงมือต่อยอีกฝ่าย
เข้าวันถัดมา สวี่ชิงกับโจวจินหนานกินข้าวเสร็จก็ออกมา แน่นอนว่าไม่ได้พาไป๋หลางไปด้วย
เมื่อพวกเขาทั้งสองเดินมาที่ห้างสรรพสินค้า ก็ซื้อขนมกับเหล้า และยังซื้อผ้าให้กับเฉิงหยิงกับโจวคังอัน จากนั้นค่อยนั่งรถไปในเมือง
สวี่ชิงเพิ่งจะลงจากรถสาธารณะ คุณป้าขายไอติมก็เห็นเข้า และตะโกนลั่นว่า “แม่สาวกระโปรงแดง นี่ แม่สาวกระโปรงแดง…”
สวี่ชิงร้องไห้ไม่ได้หัวเราะไม่ออก รอบข้างมีแค่เธอที่สวมกระโปรงสีแดง คาดว่านางน่าจะมีข่าวซุบซิบแบ่งปันกับเธอเป็นแน่ จึงพูดกับโจวจินหนานว่า “คุณยืนรอฉันสักครู่นะคะ ฉันรู้จักผู้หญิงคนนั้น คิดว่าหล่อนน่าจะมีเรื่องจะพูดกับฉันน่ะค่ะ”
ครั้นป้าคนนั้นเห็นสวี่ชิงกำลังเดินมา ดวงตาสองข้างก็เป็นประกายระริก “ไม่ได้เจอกันหลายวัน เธอไปทำอะไรมา”
สวี่ชิงชี้นิ้วไปที่โจวจินหนานที่อยู่ไม่ไกล “สองวันก่อนฉันยุ่งกับงานแต่งงานนิดหน่อย เลยไม่ได้มาน่ะค่ะ”
คุณป้ามองโจวจินหนานแล้วมองประตูมหาวิทยาลัยที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ก็สงสัยเล็กน้อย “เมื่อวันก่อนมีข่าวว่าลูกชายของรองผู้อำนวยการแต่งงาน จัดงานเลี้ยงฉลองเสียดิบดี แทบจะระดับเดียวกับงานฉลองวันชาติ อย่าบอกนะว่าเป็นพวกเธอน่ะ”
สวี่ชิงยิ้มเขิน “อืม พวกเราเองค่ะ”
คุณป้าพึมพำในใจ หญิงสาวที่สวยขนาดนี้กลับแต่งกับคนตาบอดคนหนึ่ง นั่นก็น่าจะเป็นเพราะฐานะทางบ้านอีกฝ่ายดี แต่เพราะมีเรื่องจะนินทากับสวี่ชิง นางจึงยังไม่พูดเรื่องนี้ เพียงทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ มองสวี่ชิง “เมื่อวานเมียของติงชางเหวินก่อเรื่องอีกแล้ว พูดว่าเขากับนักเรียนคนนั้นไม่มีปัญหา แต่ครั้งนี้คาดว่าเรื่องแม่เลี้ยงของเธอต้องถูกเปิดเผยแล้ว”
พูดแล้วก็ยังเพิ่มอีกประโยค “ฉันไม่ได้พูดนะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมียของติงชางเหวินรู้ได้ยังไง”
สวี่ชิงทำเป็นตกใจ “หา ภรรยาของเขารู้เรื่องแม่เลี้ยงฉัน งั้นหล่อนรู้ไหมคะว่าบ้านของฉันอยู่ที่โรงงานซ่อมรถยนต์ตงฟาง แม่เลี้ยงของฉันชื่อว่าฟางหลานซินหรือเปล่า”
คุณป้าจดจำคำสำคัญใหม่สองอย่างนี้เงียบ ๆ แล้วส่ายหน้า “นั่นยังไม่ชัดเจน ฉันแค่มาดูเรื่องสนุกก็เลยไม่ได้ถามละเอียดนัก เธอกลับไปเตือนแม่เลี้ยงเธอหน่อย ว่าหวังไก๋ฮวาไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน*หรอกนะ”
*เป็นสำนวนหมายถึง คนเรื่องมากชอบสร้างเรื่องให้คนอื่น
สวี่ชิงพยักหน้า “คุณป้า คุณช่างเป็นคนดีจริง ๆ ฉันต้องไปบ้านสามีกับสามีของฉัน ขอยังไม่พูดถึงก่อนนะคะ”
คุณป้ารีบโบกมือ “ได้ ๆ เธอไปทำธุระเถอะ”
สวี่ชิงยิ้มแล้วไปจับมือโจวจินหนาน คิดถึงหวังไก๋ฮวากับฟางหลานซินเผชิญหน้ากันแล้วก็อดรู้สึกตื่นเต้นมีความสุขไม่ได้
โจวจินหนานรู้สึกงุนงงเล็กน้อย “ทำไมอยู่ ๆ ถึงอารมณ์ดีขนาดนี้”
…………………………………………
สารจากผู้แปล
พี่หนานก็หึงแรงเหมือนกันนะเนี่ย เรียกร้องความสนใจเก่ง
นังแม่เลี้ยงจะโดนเมียหลวงแฉแล้วใช่ไหม อยากแปลตอนต่อไปไวๆ เลยค่ะ
ไหหม่า(海馬)