เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 77 พบกับคนคุ้นเคย
บทที่ 77 พบกับคนคุ้นเคย
เฟิงซูฮวาไม่พอใจอย่างมากกับการที่สวี่จื้ออิงยังอยู่ในบ้าน นางแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน
ท่าทางวางมาดเป็นเจ้าของบ้านของสวี่จื้ออิงเมื่อครู่นี้พลันหายไป ก่อนมองเฟิงซูฮวาหน้าจ๋อย “คุณแม่คะ ไม่ง่ายเลยกว่าที่ฉันกับเอ้อร์หยาจะได้มาที่นี่สักครั้ง ก็เลยจะอยู่สักสองวัน อีกอย่างสวี่ชิงเพิ่งจะแต่งงาน มีคุณแม่อยู่คนเดียว ฉันเลยคิดว่าจะให้เอ้อร์หยาช่วยงานคุณแม่ก็น่าจะดีเหมือนกัน”
เฟิงซูฮวามองหล่อนแวบหนึ่ง “เก็บความหวังดีของเธอไปเถอะ ฉันไม่ตกลงจะเลี้ยงดูเอ้อร์หยาหรอกนะ ถ้าวันนี้ไม่ไปพรุ่งนี้ก็ไปเสียเถอะ”
พูดจบก็หันมาทักทายสวี่ชิงกับโจวจินหนาน แล้วแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกับชายหนุ่มในชุดลายดอกข้างกาย “นี้คือเอ้อร์ซีลูกชายของเหล่าผาง ฉันหาเขาให้มาช่วยงาน”
“คุณย่าครับ ผมชื่อผางเจิ้งหัวต่างหากครับ” ผางเจิ้งหัวแก้คำพูดของนางเสียงเบา อย่างไม่เต็มใจอยู่ข้าง ๆ
ผางเจิ้งหัว!
สวี่ชิงรูม่านตาหดลง มองอีกฝ่ายที่เป็นชายหนุ่มใบหน้าขาวสะอาดหน้าตาหล่อเหลาดูอ่อนเยาว์กว่าเธอเล็กน้อย สีหน้าของเขาดูไม่ค่อยแยแสใครนัก
เธอรู้จักผางเจิ้งหัวตอนที่ทำธุรกิจตอนแรก พวกเธอร่วมมือกันทำ จากที่เคยแข่งกันสุดท้ายก็ได้มาร่วมมือกันในที่สุด
สวี่ชิงยังชื่นชอบความคิดที่ยืดหยุ่นและซื่อตรงในการทำธุรกิจของผางเจิ้งหัวมาก เพียงแต่ต่อมาตอนที่ตลาดหลักทรัพย์กำลังเป็นที่นิยมแรกๆ ผางเจิ้งหัวก็กระโจนเข้าไปร่วมด้วยเช่นกัน แรกเริ่มเมื่อได้ลิ้มรสความหอมหวานแล้ว ก็ทำให้เขาลงเงินก้อนใหญ่ลงไปอีก สุดท้ายก็ล้มละลายไม่เป็นท่า
ไม่เพียงแต่ครอบครัวที่ต้องชดใช้ ยังมีหนี้ที่ต้องรับผิดชอบอีกหลายล้านหยวน
ในยุค 90 นั้น เงินสองสามล้านหยวนเป็นจำนวนที่เยอะมาก เรื่องนี้ทำให้ผางเจิ้งหัวรับไม่ได้และกระโดดตึกฆ่าตัวตาย
ตอนที่สวี่ชิงได้ยินข่าวนี้ก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก เนื่องจากตอนที่มีการเปลี่ยนแปลงในโรงงานของตระกูลสวี่ ก็มีผู้ร่วมทุนที่เป็นประเภทแทงข้างหลังคนอื่นอยู่มากมาย
มีเพียงผางเจิ้งหัวเท่านั้นที่เลือกร่วมมือกับเธอ
การก้าวอย่างมั่นคงในก้าวแรกทำให้ท้ายที่สุดบริษัทของตระกูลสวี่กลายเป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่ได้
ดังนั้นสวี่ชิงจึงรู้สึกซาบซึ้งบุญคุณของผางเจิ้งหัวอย่างยิ่ง เพียงแค่เสียใจภายหลังว่าทำไมเธอไม่เตือนเรื่องตลาดหลักทรัพย์กับผางเจิ้งหัวเร็วกว่านี้
คิดไม่ถึงว่าในชีวิตนี้พวกเขาจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้ เธอจะไม่ให้ผางเจิ้งหัวเดินเส้นทางเก่าอย่างแน่นอน!
ในตอนที่ภายในใจของสวี่ชิงคิดอะไรต่าง ๆ มากมาย เฟิงซูฮวาก็แนะนำผางเจิ้งหัวให้สวี่ชิงกับโจวจินหนานอีกครั้ง แล้วจึงพูดว่า “ชิงชิง ย่ารู้ว่าวันนี้พวกเธอจะมาหา ก็เลยไปเอาตัวเอ้อร์ซีมาช่วย เด็กคนนี้ทำกับข้าวอร่อยมากเลยนะ”
ผางเจิ้งหัวพูดเตือนหล่อนเบา ๆ อีกครั้ง “คุณย่า ผมชื่อผางเจิ้งหัว! ไม่ได้ชื่อเอ้อร์ซีแล้วครับ!”
เฟิงซูฮวาทำเหมือนไม่ได้ยินเขาพูด ยิ้มแย้มให้สวี่ชิงและโจวจินหนานนั่ง “วันนี้พวกเธอกลับมาเป็นแขก จะต้องไม่ให้ชิงชิงทำกับข้าว ย่าก็เลยเชิญเอ้อร์ซีมาช่วยน่ะ”
สวี่จื้ออิงรีบพูดต่อว่า “คุณแม่คะ หนูเชือดไก่จัดการให้เรียบร้อยแล้วค่ะ เดี๋ยวอีกสักพักฉันจะช่วยจุดไฟให้เองค่ะ”
เฟิงซูฮวาพยักหน้า “ก็ได้ เธอไปจุดไฟเถอะ”
ผางเจิ้งหัวถอนใจล้มเลิกความคิดที่จะแย้งคำพูดของเฟิงซูฮวาแล้ว เขาพับแขนเสื้อแล้วเริ่มเข้าไปทำกับข้าวในครัว
เฟิงซูฮวาหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแล้วรินชาให้สวี่ชิงกับโจวจินหนาน ทั้งยังบอกให้เอ้อร์หยาที่ยืนชิดกำแพงให้เดินมาหา “มานั่งเถอะ เป็นเด็กผู้หญิงก็ต้องมีกิริยามารยาทด้วย”
จนกระทั่งเอ้อร์หยานั่งลง เฟิงซูฮวาก็ยัดผลไม้ให้เธอหนึ่งลูก แล้วถึงพูดกับสวี่ชิง “ฉันไม่ได้บอกให้พวกหล่อนอยู่หรอกนะ แต่อารองของเธออยากจะเอาเอ้อร์หยามาฝากย่าเลี้ยงดู ย่ารู้ว่าหล่อนตั้งใจจะทำอะไร คงอยากกลับไปคลอดลูกชายสักคนล่ะสิไม่ว่า”
สวี่ชิงมองผมสั้นๆ ของเอ้อร์หยาก็รู้สึกจนปัญญาเช่นกัน สวี่จื้ออิงเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ยังถือคติผู้ชายเป็นใหญ่ผู้หญิงเป็นรองอยู่อีก
เฟิงซูฮวาส่ายหน้า “ฉันเคยเห็นแล้ว ชะตาชีวิตของหล่อนไม่มีลูกชายหรอก ถ้ายังหมกมุ่นวุ่นวายเรื่องพวกนี้อยู่ รอแก่ไปชีวิตหล่อนจะยิ่งลำบาก”
สวี่ชิงไม่แสดงความคิดเห็น ชะโงกหน้ามองไปทางประตูห้องครัว ในมือของผางเจิ้งหัวกำลังถือมีดแล่ไก่อย่างคล่องแคล่ว
เฟิงซูฮวามองตามสายตาของสวี่ชิง ก็นึกว่าเธอแปลกใจต่อฝีมือการทำอาหารของผางเจิ้งหัว ยิ้มแล้วพูดว่า “ฝีมือเอ้อร์ซีถือว่าดีเชียวล่ะ เป็นเพราะบรรพบุรุษของเขา ได้ยินว่าตาทวดของเอ้อร์ซียังเป็นถึงพ่อครัวในวังด้วยนะ”
สวี่ชิงตะลึง “เก่งถึงขนาดนี้เชียวหรือคะ ถ้างั้นอีกเดี๋ยวต้องลองชิมฝีมือของเขาดี ๆ ซะแล้ว”
เฟิงซูฮวามองดวงตาของสวี่ชิงที่ปรากฏแววแห่งความสุข ในนั้นยังมีเสน่ห์ของเด็กสาวที่ฉายออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก็รู้ว่าสองสามีภรรยาช่างไม่รู้จักควบคุมเอาเสียเลย
นางมองโจวจินหนานอีกคน “พวกเธอสองคนมีตรงไหนไม่สบายหรือเปล่า”
โจวจินหนานส่ายหน้า “ตามร่างกายไม่มีครับ มีที่ดวงตานี่แหละครับที่พอตื่นเช้ามาก็รู้สึกคันนิดหน่อย”
เฟิงซูฮวาจับชีพจรของโจวจินหนาน “ยังดี รอให้ของที่ฉันต้องการมาถึงแล้ว ก็น่าจะไม่มีปัญหาแล้ว”
เพราะว่ามีเอ้อร์หยาอยู่ตรงหน้า สวี่ชิงจึงทำเพียงฟังอย่างเงียบ ๆ ไม่ถามอะไรเช่นกัน
พูดคุยกันสักพักก็ได้กลิ่นหอมโชยออกมาจากในห้องครัว แค่ได้กลิ่นก็ทำให้คนรู้สึกอยากอาหารแล้ว
เอ้อร์หยาแอบกลืนน้ำลายอึกๆ ทำให้เฟิงซูฮวายิ้มขึ้นมา “เด็กน้อยท้องร้องแล้ว เดี๋ยวอีกสักพักกินเยอะๆนะ”
แม้นางจะไม่ชอบสวี่จื้ออิง แต่เด็กก็เป็นผู้บริสุทธิ์ อีกทั้งเอ้อร์หยายังเกิดในครอบครัวแบบนั้น นับว่าต้องเผชิญเคราะห์กรรมแล้ว
ผางเจิ้งหัวทำไก่ตุ๋นน้ำแดง และแกะผัดหอมหัวใหญ่ หมูผัดพริกและซุปมะเขือเทศกับไข่
ไก่ที่เลี้ยงในชนบทสองปี ต้องตุ๋นนานกว่าสองชั่วโมงเต็มถึงจะเปื่อย จนมันสุกเต็มหนึ่งหม้อ
การตุ๋นไก่ต้องใช้เวลานิดหน่อย ทำให้มื้อเที่ยงล่าช้าไปเล็กน้อย
กับข้าวถูกวางไว้ใต้ค้างต้นองุ่น ผางเจิ้งหัวยังวิ่งไปยืมเก้าอี้นั่งยองจากเพื่อนบ้านใกล้ ๆ อีกสองตัว ก่อนที่พวกเขาจะล้อมวงกินข้าวหน้าโต๊ะตัวเล็ก
เฟิงซูฮวาเคยบอกผางเจิ่งหัวไปก่อนหน้านี้แล้วว่าให้ทำความรู้จักกับโจวจินหนานดี ๆ
หลังจากผางเจิ้งหัวนั่ง เขาก็เรียกว่าพี่ชายไม่หยุด “พี่โจว ผมได้ยินคุณย่าบอกว่าคุณเป็นวีรบุรุษคนหนึ่ง ผมนับถือที่สุดก็คือวีรบุรุษ เหล้าแก้วนี้ผมขอคารวะพี่ครับ”
เขาพูดพลางส่งแก้วเหล้าในมือให้โจวจินหนานแก้วหนึ่ง ส่วนตัวเองก็ยกอีกแก้ว
โจวจินหนานไม่ได้ปฏิเสธเช่นกัน รับแก้วและรอให้ผางเจิ้งหัวชนแก้วกับเขา จากนั้นก็ยกดื่มขึ้นอีกหนึ่งอึก
สวี่ชิงกังวลเล็กน้อย ไม่รู้ว่าร่างกายของโจวจินหนานจะรับเหล้าได้ไหม เพราะในวันแต่งงานวันนั้น เกาจ้านก็ให้เขาดื่มแต่น้ำเปล่า
เห็นเฟิงซูฮวามองยิ้ม ๆ โดยไม่พูดอะไร เธอก็คาดว่าน่าจะไม่มีปัญหา จึงไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน
พอผางเจิ้งหัวดื่มเหล้ามากเขาก็เริ่มพูดมาก สิ่งใดที่แปลกใจก็เอาแต่ถามโจวจินหนานไม่หยุด “นี่ ผมคิดจะเป็นทหารนะ น่าเสียดายที่ตอนวัยรุ่นไม่เข้าใจ คิดออกจากบ้านไปเป็นพระ ใช้ธูปจี้หัวให้เป็นรอย เลยทำให้ต่อมาเป็นทหารไม่ได้เลย”
สวี่ชิงอ้าปากค้างอย่างคาดไม่ถึงว่าคนคนนี้จะอัจฉริยะแบบนี้
เห็นโจวจินหนานตอบสั้น ๆ ทุกคำถาม ก็กลัวว่าเขาจะไม่ชอบพูดเรื่องพวกนี้ จึงรีบเปลี่ยนหัวข้อ “เอ้อร์ซี เธอทำกับข้าวอร่อยขนาดนี้ ไม่คิดจะเปิดร้านอาหารเหรอ”
ผางเจิ้งหัวไม่พอใจเล็กน้อย “ผมชื่อผางเจิ้งหัว คุณเรียกผมว่าเจิ้งหัวก็ได้ ไม่ต้องเรียกผมว่าเอ้อร์ซีแล้ว!”
สวี่ชิงรู้สึกร้องไห้ไม่ได้หัวเราะไม่ออกเล็กน้อย “จ้ะ ๆ เจิ้งหัว ฝีมือเธอดีขนาดนี้ไม่เปิดร้านอาหารคงน่าเสียดายแย่”
ผางเจิ้งหัวส่ายหน้า “แม่ของผมไม่ยอม จะให้ผมไปทำงานในโรงงาน”
เขาพูดแล้วก็ถอนหายใจ “ผมก็คิดเหมือนกันว่าตัวเองเหมาะกับการทำงานในร้านอาหารมากกว่า”
สวี่ชิงคิดว่าสองวันนี้จะไปที่สถานีขนส่งและเจรจาในเรื่องการร่วมกิจการกับผู้อำนวยการ จึงถามผางเจิ้งหัวอีกหนึ่งประโยค “ถ้าเป็นอาหารจานด่วน เธอชอบหรือเปล่า?”
ผางเจิ้งหัวไม่เข้าใจ “อะไรคืออาหารจานด่วนเหรอครับ”
สวี่ชิงคิดจะอธิบาย แต่โจวจินหนานที่อยู่ข้าง ๆ ก็หยิบถ้วยอย่างไม่ทันระวัง ทำให้มือปัดโดนแก้วเหล้าจนหกเต็มโต๊ะ…
…………………………………………
สารจากผู้แปล
ชาตินี้ขอให้ช่วยเจิ้งหัวได้นะชิงชิง
พี่หนานเป็นอะไรไปคะ อยู่ๆ ก็ซุ่มซ่ามกะทันหันขึ้นมานี่ต้องมีอะไรแน่ๆ
ไหหม่า(海馬)