เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 76 สองสามีภรรยากลับบ้านแม่
บทที่ 76 สองสามีภรรยากลับบ้านแม่
สวี่ชิงเดินไปล้างมือเปลี่ยนชุดเป็นกระโปรงตัวใหม่ เดินจูงมือโจวจินหนานออกจากบ้าน
เมื่อมีเธออยู่ก็ไม่ได้พาไป๋หลางไปด้วย หากนำไป๋หลางไปซื้อของด้วยเกรงว่าจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก
ตอนนี้เป็นเวลาก่อนบ่ายโมงพอดี แม่บ้านบางกลุ่มชอบมาเลือกซื้อผักและพูดคุยกัน เห็นคนเดินผ่านก็หยุดคุยเสียครึ่งวัน
สวี่ชิงจูงมือโจวจินหนานเดินไปด้วยกัน สัมผัสได้ถึงสายตาที่คนเหล่านั้นมองมา แล้วยังทำท่าทำทางซุบซิบอะไรบางอย่างด้วย
พอเห็นพวกเขาซุบซิบกัน เธอก็ไม่คิดจะเก็บมาใส่ใจ และจูงมือโจวจินหนานเดินไปข้างหน้าอย่างเปิดเผย
เหล่าแม่บ้านซุบซิบเสียงเบาว่า “บ้านนั้นซื้อบ้านของเหล่าหวังเมื่อก่อน เมื่อวานเพิ่งจะแต่งงาน ยังเชิญฉันไปกินเลี้ยงด้วยนะ อาหารนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย เป็นของกินที่ดีที่สุดที่ฉันเคยกินมาเลยในบรรดางานเสี้ยงที่ฉันเคยไป”
“บ้านพวกฉันไม่ได้รับเชิญหรอก แต่ฉันก็ไม่แปลกใจเลย เธอคงจะไม่รู้สินะแม่หญิงคนนั้นตอนแต่งงานก็ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แล้ว”
“หมายความว่ายังไง”
คนอื่น ๆ ถามหล่อนด้วยความแปลกใจทันที
“ผู้หญิงคนนั้นถูกคนย่ำยีที่แม่น้ำหวงเหอ ได้ยินว่าหล่อนอยู่กับผู้ชายสองสามคน หึ ๆ พวกเธอลองคิดดูนะนอกจากคนตาบอดที่แต่งงานกับหล่อนได้แล้ว คนปกติที่ไหนจะกล้าแต่งกับหล่อนบ้าง”
“นี่ไม่น่าจะจริงมั้ง ผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งชะตาชีวิตจะเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรือ”
“ฉันว่าไม่ใช่เพราะชะตาชีวิตไม่ดีหรอก เธอว่าหญิงสาวดี ๆ ที่ไหนจะไปทำอะไรที่แม่น้ำหวงเหอ สถานที่รกร้างแบบนั้น หล่อนแอบไปทำเรื่องอย่างว่าน่ะสิไม่ว่า”
พูดถึงตรงนี้แล้วคนอื่น ๆ ก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที “ไม่รู้ว่าวัยรุ่นสมัยนี้คิดอะไรกันอยู่ คบกันตามใจชอบ แปบๆ ก็พากันเข้าป่าเข้าดง จะทำเรื่องดีงามอะไรได้อีกล่ะ”
“ก็ว่าแล้วว่าทำไมฉันถึงคิดว่าหญิงสาวคนนั้นไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไรเลย ต่อไปพวกเธอต้องดูลูกชายที่บ้านของตัวเองดี ๆ ล่ะ”
หวังไก๋ฮวาหยิบแตงกวากำหนึ่งที่แผงข้าง ๆ ได้ยินคนพวกนี้คุยกัน แล้วก็มองแผ่นหลังของสวี่ชิงที่เดินไปไกลแล้ว เอวคอดกิ่ว เปียผมสีดำยาวระแผ่นหลังส่ายไปมาตามจังหวะก้าวเดิน
ดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลอย่างบอกไม่ถูก
หล่อนเห็นแล้วก็ลอบถ่มน้ำลายในใจอย่างอดไม่ได้ ทั้งยังด่าหน้าไม่อายอีกด้วย
จู่ ๆ ก็คิดถึงเรื่องติงชางเหวินกับนักเรียนสาวคนนั้น แม้ว่าเรื่องจะเกิดไปแล้วหลายวัน สุดท้ายพวกเขาก็แสดงความบริสุทธิ์ใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ แต่ว่าหล่อนก็ยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่ดี
ไม่ได้การ ต้องไปถามแถวใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยเสียแล้ว หล่อนไม่เชื่อว่าตนจะจับไต๋ของติงชางเหวินและนังจิ้งจอกนั่นไม่ได้
อยู่ดี ๆ ก็มีแรงอยากนั่งกินเมล็ดแตงโม*ขึ้นมา หล่อนปัดมือแล้วมุ่งหน้าไปหาติงชางเหวินในเมืองอย่างรวดเร็ว
*หมายถึง รอดูเรื่องสนุก อุปมาเหมือนนั่งกินเมล็ดแตงโมรอดูคนตีกัน
……………..
สวี่ชิงพาโจวจินหนานไปร้านสหกรณ์ ซื้อผลไม้กระป๋องสองกระป๋องและเค้กไข่หนึ่งกล่อง ทั้งยังซื้อบิสกิตอีกหนึ่งกล่อง
กล่องบรรจุบิสกิตเป็นกล่องดีบุกสี่เหลี่ยม ด้านนอกเป็นสีแดง ตัวกล่องประดับลายดอกโบตั๋นสีชมพู ดูสวยงามเป็นอย่างมาก
อีกทั้งรสชาติของบิสกิตที่อยู่ข้างในยังอร่อยมาก เมื่อกัดลงไปก็ได้กลิ่นหอมของเนยเต็มเปี่ยม
สวี่ชิงรับหน้าที่จ่ายเงิน โจวจินหนานเป็นคนถือของ
พอออกมาจากสหกรณ์ โจวจินหนานก็เอ่ยปากพูดว่า “เงินเดือนผมจะออกทุกวันที่หนึ่งของเดือน เดี๋ยวพอกลับไปคุณไปรับจดหมายปิดผนึกที่ไปรษณีย์ก็พอ”
สวี่ชิงดีใจขึ้นมา “งั้นหมายความว่าต่อไปฉันจะเป็นคนดูแลเงินทั้งหมดเหรอคะ”
“ใช่” โจวจินหนานพยักหน้าโดยไม่ต้องคิด
สวี่ชิงถามอย่างดีใจ “คุณสูบบุหรี่ไหมคะ”
โจวจินหนานส่ายหน้า “ไม่สูบ”
สวี่ชิงกุมเขาพร้อมกับชื่นชม “ไม่สูบก็ดีค่ะ ทุกเดือนจะได้เหลือเงินเยอะ ๆ ต่อไปจะได้เพียงพอกับค่านมของลูกพวกเราด้วย”
โจวจินหนานได้ยินสวี่ชิงพูดถึงลูกของเรา ในใจก็รู้สึกหวานล้ำ ใบหูแดงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
สวี่ชิงยิ้มจับมือโจวจินหนานเดินไปด้วยกัน “ฉันพักสองสามวันก็ต้องไปตั้งแผงลอยขายของแล้ว ถึงตอนนั้นถ้าคุณเหงาก็ไปขายของกับฉันได้นะ”
โจวจินหนานพยักหน้า “ได้”
สวี่ชิงพูดอย่างนุ่มนวล “ฉันขอลองทำดูก่อน ไว้หลังจากนี้ค่อยขยายกิจการให้ใหญ่โตขึ้น”
โจวจินหนานไม่เข้าใจเลยสักนิด แต่ก็ไม่เก็บมาใส่ใจเช่นเดียวกัน “คุณไม่ต้องกดดันตัวเองนะ แค่เงินเดือนของผมก็พอที่จะใช้ชีวิตได้แล้ว”
สวี่ชิงยิ้มโดยไม่ได้พูดอะไร เธอรู้ว่าโจวจินหนานได้เงินเดือนมากกว่าคนทั่วไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่เกินหนึ่งร้อยหยวนเช่นกัน
ที่งานเลี้ยงแต่งงานจ่ายเงินไปมากขนาดนั้น โจวจินหนานก็น่าจะติดหนี้ข้างนอกไม่น้อย เธอต้องนำเงินเหล่านี้ไปคืนให้ได้
ทั้งสองเดินกลับบ้านช้า ๆ สวี่ชิงก็พบว่าไป๋หลางยังคงนั่งอยู่ที่ทางเดินเล็ก ๆ ของห้องครัว ราวกับกำลังปกป้องของล้ำค่าอยู่ เธอจึงถามอย่างแปลกใจ “ทำไมไป๋หลางถึงชอบอยู่ตรงโถงทางเดินห้องครัวนักล่ะคะ”
โจวจินหนานมองไม่เห็น แต่เขาเข้าใจไป๋หลางเป็นอย่างดี “คาดว่ามันจะเจอของเล่นสนุก ๆ อะไรบางอย่าง น่าจะซ่อนไว้แถว ๆ นั้น ดังนั้นมันจึงนั่งเฝ้าตรงนั้นตลอด”
ไป๋หลางราวกับฟังเข้าใจ ผมเงยหน้าขึ้นมาครางเสียงต่ำราวกับพอใจ แล้วมองโจวจินหนานอย่างเศร้าสร้อย
สวี่ชิงรู้สึกว่าท่าทางนั้นของไป๋หลางน่ารักมาก “เหมือนไป๋หลางจะไม่พอใจที่คุณพูดถึงมันแบบนั้นนะคะ”
โจวจินหนานยิ้ม “ไป๋หลางฉลาดมาก ไอคิวมันเท่ากับเด็กเจ็ดแปดขวบคนหนึ่ง พ่อของมันเป็นสุนัขที่ดีที่สุดแต่มันเกษียณไปแล้ว”
สวี่ชิงถึงได้เข้าใจ อย่ามองว่าไป๋หลางเป็นแค่สุนัข แต่มันก็ได้ปันส่วนจากทหารมากินด้วย
เธอถอนหายใจ “คิดไม่ถึงว่าไป๋หลางของเรายังทำคุณประโยชน์เพื่อประเทศชาติด้วย”
ไป๋หลางเห่าใส่โจวจินหนานอย่างไม่พอใจ แล้วหมุนตัวนอนหมอบต่อไป
วันถัดมาหลังจากกินข้าวเสร็จ สวี่ชิงก็ขี่จักรยานมากับโจวจินหนานเพื่อไปบ้านคุณย่าของเธอ
แต่เป็นตายร้ายดีอย่างไรโจวจินหนานก็ไม่ยอม “ให้ไป๋หลางเฝ้าบ้านเถอะ พวกเรานั่งรถสาธารณะไปกัน”
สวี่ชิงมองหน้าของโจวจินหนานแล้วรู้สึกว่าเขานิสัยเหมือนเด็ก ๆ นิดหน่อย เดาว่าเขาคงไม่ยอมให้ตัวเขาที่มีส่วนสูงขนาดนี้ซ้อนหลัง จนทำให้เธอต้องลำบาก
เธอยิ้มแล้วกอดแขนเขา “คุณไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ ตอนกลางคืนคุณแค่ไม่ต้องรบกวนฉัน เพราะเมื่อคืนคุณกัดฉันจนเจ็บไปหมดแล้ว”
โจวจินหนานหน้าแดงฉาน เรื่องพวกนี้สามารถพูดออกมาได้ด้วยเหรอ
สวี่ชิงหัวเราะหึ ๆ มองหน้ามองหูโจวจินหนานที่แดงไปทั้งแถบ แล้วจึงยื่นตะกร้ายกให้โจวจินหนานถือ “ไปเถอะค่ะ พวกเรานั่งรถสาธารณะกันไป”
จากตรงนี้แค่นั่งรถไปถึงใกล้ ๆ ซอยฮวยซู่ พอนั่งรถก็ต้องเดินอีกประมาณยี่สิบนาที
พอดีกับเส้นทางที่ผ่านมีแผงขายเนื้ออยู่ สวี่ชิงจึงซื้อเนื้อแพะอีกสองชั่ง
อากาศร้อนเกินไป ซื้อเยอะก็เก็บไม่ได้นาน
ตอนที่พาโจวจินหนานมาถึงบ้านเฟิงซูฮวา คิดไม่ถึงว่าสวี่จื้ออิงกับเอ้อร์ยาจะยังไม่ไป สองคนนั่งอยู่ใต้ค้างต้นองุ่นเด็ดผักกุยช่าย
เมื่อเห็นสวี่ชิงกับโจวจินหนานเดินเข้าประตูมา สวี่จื้ออิงก็ลุกขึ้นยิ้มอย่างยินดี “คุณย่าพูดอยู่แล้วว่าพวกเธอต้องกลับมา ยังให้ฉันเก็บไข่กับเอาไก่ไปเชือดอยู่เลยเชียว”
สวี่ชิงเรียกอย่างเกรงใจว่าอารอง จากนั้นก็ถามขึ้นว่า “คุณย่าของฉันล่ะคะ”
“ออกไปเอาอะไรไม่รู้แต่เช้า เดี๋ยวก็กลับมาแล้วล่ะจ้ะ เอ้อร์ยา ไปเอาเก้าอี้นั่งให้พี่สาวเธอกับพี่เขยได้แล้ว เร็วเข้า”
สวี่จื้ออิงทำท่าเหมือนเป็นเจ้าบ้าน ทักทายสวี่ชิงกับโจวจินหนาน
เรื่องนี้ทำให้สวี่ชิงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อหยิบเก้าอี้นั่งเตี้ย ๆ มาให้เธอกับโจวจินหนาน ทั้งสองก็นั่งลง ส่วนสวี่จื้ออิงเรียกลูกสาวตัวเองอีก “เอ้อร์ยา นี้มันอะไร ทำไมยังไม่รินชาให้พี่สาวเธอกับพี่เขยอีก ช่างไม่รู้จักสังเกตเลยจริง ๆ”
สิ้นเสียงนั้น เฟิงซูฮวาก็จูงชายหนุ่มในชุดลายดอกเข้ามาด้วยกัน พอเห็นสวี่จื้ออิงกับเอ้อร์ยา ใบหน้าก็เปลี่ยนไป “ทำไมพวกเธอยังไม่ไปอีก!”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ชิงชิงเป็นเหยื่อเด้อ พวกป้าอย่าทับถมเหยื่อแบบนี้สิ ส่วนหนึ่งที่ความคิดเรื่องผู้หญิงไม่บริสุทธิ์ก่อนแต่งงานเป็นผู้หญิงไม่ดีก็เพราะผู้หญิงด้วยกันนี่แหละที่ทับถมเหยื่อ โทษผู้ชายฝ่ายเดียวไม่ได้เลย
คุณย่าพาใครมานี่
ไหหม่า(海馬)