เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 74 งานอดิเรกพิเศษของไป๋หลาง
บทที่ 74 งานอดิเรกพิเศษของไป๋หลาง
สวี่ชิงมองสวี่จื้อกั๋ว “ก็อย่างที่คุณเพิ่งได้ยินนั่นแหละค่ะ”
เธอคิดว่าจะไปตรวจสอบด้วยตัวเอง การหาเรื่องใส่ตัวไม่สู้ให้พวกเขาเผยออกมาเอง เธอก็แค่เสียแรงนิดหน่อยทำไมจะไม่ได้?
สีหน้าของสวี่จื้อกั๋วพลันย่ำแย่ไปในทันที หน้าดำยิ่งกว่ากระเพาะหมู เขาถลึงมองสวี่ชิง “แกพูดว่าใครไม่ใช่พ่อ! แม้กระทั่งพ่อแท้ ๆ คนนี้ก็ไม่อยากจะรู้จักแล้วอย่างนั้นหรือ”
อยู่ ๆ สวี่ชิงก็เกิดความรู้สึกหมดแรง ทำไมเมื่อก่อนเธอไม่เคยรู้ว่าสวี่จื้อกั๋วจะมีไอคิวชวนละเหี่ยใจแบบนี้ แค่ความรู้ความเข้าใจทำไมถึงต่ำเตี้ยเรี่ยดินปานนี้
เธอมองเขาด้วยความเห็นใจเล็กน้อย “ทำไมคุณถึงได้มั่นใจนักว่าสวี่หรูเยว่เป็นลูกสาวของคุณ ตอนที่ฟางหลานซินคลอดลูก คุณได้มาเห็นกับตาหรือเปล่า ฉันว่าคุณไปตรวจสอบดี ๆ เถอะเดี๋ยวจะเสียใจภายหลัง”
“แกพูดซี้ซั่วอะไร!” สวี่จื้อกั๋วโกรธมาก ทว่าในใจก็ได้เกิดความสงสัยบางอย่างขึ้นแล้ว ก่อนจะชี้หน้าของสวี่ชิง “นับวันแกยิ่งกลายเป็นอะไรไปแล้ว แม้กระทั่งเรื่องแบบนี้แกยังกล้าพูด”
เขาโมโหจนเวียนหัว จนลืมไปแล้วว่ามาหาโจวจินหนานด้วยเรื่องอะไร หยิบกระเป๋าสีดำจากไปอย่างฉุนเฉียว
ไป๋หลางยืนด้านหน้าของสวี่จื้อกั๋วอยู่ไม่ละจากไปไหน มันจ้องมองอย่างดุร้าย มองกระเป๋าสีดำในมือของสวี่จื้อกั๋วไม่วางตา
แม้ว่าชื่อของไป๋หลางจะเป็นคำว่า “ไป๋”* ทว่าบนลำตัวกลับไม่มีขนสีขาวอยู่เลยสักเส้นเดียว มันเป็นสุนัขสายพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดที่ยอดเยี่ยม ขนสีดำด้านหลังมันวาวเป็นประกาย ขาสี่ข้างเป็นสีน้ำตาลทอง หูตั้งตรงทั้งสง่าและดูดุดัน
*แปลว่า สีขาว
แค่มันจ้องมอง สวี่จื้อกั๋วก็ขาอ่อนยวบทรงตัวไม่อยู่แล้ว หลบไปทางซ้ายอย่างลองเชิง
ไป๋หลางตามไปเช่นเดียวกัน ขวางทางเขาไว้ไม่ไปไหน สายตามองกระเป๋าในมือของเขา
ราวกับกำลังบอกว่าหากเขาไม่ทิ้งของเอาไว้ก็อย่าหวังว่าจะได้ออกไป
สวี่ชิงสงสัยเกี่ยวกับกระเป๋าสีดำในมือของเขา แต่ก็ยินยอมให้สวี่จื้อกั๋วนำกระเป๋ากลับไป พอเห็นท่าทางของไป๋หลางในตอนนี้ เธอก็ยืนมองดูเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ
สวี่จื้อกั๋วหน้าดำคล้ำ “จินหนาน…”
ยังไม่ทันได้พูดประโยคถัดมา ไป๋หลางก็กัดกระเป๋าสีดำใบนั้นในมือเขาแล้ว เสียงขู่ต่ำ ๆ ดังขึ้นในลำคอ ราวกับว่าโกรธที่อีกฝ่ายสู้ไม่ชนะแล้วตะโกนใส่เจ้านายของมัน ซึ่งทำให้มันโมโหอย่างมาก!
สวี่ชิงจับมือของโจวจินหนาน พูดถึงการกระทำของไป๋หลางเบา ๆ “ทำไมไป๋หลางจู่ ๆ ถึงอยากได้กระเป๋าใบนั้นคะ”
โจวจินหนานรู้สึกจนปัญญาเช่นกัน “ไป๋หลางมันก็แค่สงสัยก็เท่านั้น คุณจะมาหรือไปมือเปล่าก็ได้ทั้งนั้น แต่ถ้าในมือของคุณถือของแล้วยังคิดจะเอากลับไปด้วยล่ะก็ มันไม่ยอมแน่”
สวี่ชิงตกใจ “น่ารักขนาดนี้เชียว? แต่ฉันก็อยากได้กระเป๋าสีดำใบนั้นเหมือนกัน”
โจวจินหนานพยักหน้า เขาเพียงหันกลับไป “มอง” ทางไป๋หลางเล็กน้อย แล้วออกคำสั่ง
ไป๋หลางคล้ายกับรับคำสั่ง มันส่ายหางและกัดกระเป๋าใบนั้นไม่ปล่อย สายตาดุร้ายยิ่งกว่าเดิม ราวกับอีกอีกวินาทีเดียวมันก็จะพุ่งกัดคนได้ในทันที
สวี่จื้อกั๋วตกใจจนเผลอปล่อยมือ ส่วนไป๋หลางคาบกระเป๋าใบนั้นวิ่งไปที่มุมห้อง
สวี่จื้อกั๋วหันกลับไปมองโจวจินหนานและสวี่ชิงที่ยืนเรียงกัน ท่าทางคล้ายกับมองเรื่องสนุกอยู่ เขาชี้นิ้วไปที่สวี่ชิง “แก พวกแกทำเกินไปแล้ว!”
ใบหน้าของสวี่ชิงไร้ความรู้สึก “คุณไม่ได้บอกว่าคุณจะให้ของเหล่านั้นกับฉันอยู่แล้วหรอกเหรอ อีกอย่างคุณรีบไปตรวจสอบเถอะว่าสวี่หรูเยว่เป็นลูกสาวของคุณจริง ๆ หรือเปล่า”
สวี่จื้อกั๋วไม่อยากจะพูดกับสวี่ชิงแม้แต่คำเดียว สาวน้อยคนนี้ทำเขาโมโหจนจะบ้าตายแล้ว จึงได้แต่หมุนกายจากไปอย่างฉุนเฉียว
ถ้าสวี่ชิงไม่ได้ยืนอยู่ข้าง ๆ โจวจินหนาน ป่านนี้เธอคงหัวเราะออกมาแล้ว แค่คิดว่าตอนนี้ฟางหลานซินกับสวี่หรูเยว่กำลังมีชีวิตวุ่นวายขนาดไหน เธอก็รู้สึกมีความสุขจนแทบจะล้นอกแล้ว!
เธอยิ้มแล้วจับมือของโจวจินหนานอย่างอดใจไม่อยู่ “คุณกินบะหมี่เสร็จแล้วเหรอคะ”
โจวจินหนาน “ยัง พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ”
สวี่ชิงเองก็หาได้สนใจกระเป๋าใบนั้นที่ไป๋หลางคาบไป ค่อย ๆ ดึงตัวโจวจินหนานไปในห้องครัว “ตายล่ะ บะหมี่อืดหมดแล้ว”
เดิมทีบะหมี่สองชามยังคงมีน้ำซุปอยู่ แต่ว่าตอนนี้มันเต็มไปด้วยเส้นอืด ๆ พันรวมกันหมดแล้ว
สวี่ชิงเดินไปแล้วใช้ตะเกียบของโจวจินหนานกวนให้เขา “แบบนี้คงได้แค่กินแก้ขัดไปก่อนแล้วล่ะค่ะ กินคู่กับผักดองเป็นบะหมี่ก้อนแป้งไปแล้วกันค่ะ”
โจวจินหนานไม่ว่าอะไร ตอนที่เขาเข้าร่วมกองทัพ แม้แต่หญ้าก็เคยกินมาแล้ว อีกอย่างนี้ก็เป็นกับข้าวฝีมือสวี่ชิง จู่ ๆ เขาก็คิดถึงความอ่อนนุ่มราวกับหญ้าในน้ำของเธอขึ้นมา สายตาก็พลันเปลี่ยนเป็นแพรวพราว
จู่ ๆ ก็รู้สึกร่างกายร้อนผ่าว จนต้องรีบก้มหน้าก้มตากินข้าว
สองคนนั่งกินข้าวด้วยกันเงียบ ๆ ไป๋หลางชื่นชอบความหนาของกระเป๋าสีดำใบนั้นอย่างมาก มันใช้ปากงับแล้วสะบัดไปมา พอมองเห็นซิปสีเงิน มันก็ใช้ปากงับแล้วรูดเปิดออก
เสียกำลังไม่นานก็สามารถเปิดออกได้จริง ๆ เจ้าสุนัขแสนรู้สะบัดศีรษะดึงสิ่งของที่อยู่ภายในออกมา
ในนั้นมีกระดาษสองสามแผ่นรวมทั้งรูปอีกสองใบ ยังมีแหวนเพชรเม็ดใหญ่วงหนึ่งหล่นอยู่ที่พื้นเป็นประกายแสบตา
ไป๋หลางตกใจจนกระโดดโหยง มองแหวนวงนั้นอย่างประหลาดใจ ใช้ขาหน้าเขี่ยอย่างระมัดระวัง เมื่อรู้สึกว่าไม่มีอันตราย ก็คาบขึ้นมาแล้วหาที่ขุดหลุมฝัง
สวี่ชิงกินข้าวเสร็จก็เก็บทำความสะอาดห้องครัว แล้วเตรียมตัวไปซักผ้า ก่อนจะมองเห็นกระเป๋าสีดำที่วางทิ้งอยู่มุมห้องกับกระดาษสีขาว เธอถึงนึกขึ้นมาได้ว่าลืมเรื่องนี้ไป
เมื่อมองไป๋หลางที่นั่งอยู่มุมห้องครัว มันก็ผงกหัวแลบลิ้นทำหน้าตาน่ารักให้เธออยู่ตรงนั้น
“ไป๋หลาง เธอเปิดมันแล้วงั้นเหรอ หรือว่าเธอไม่ชอบกัน”
สวี่ชิงพูดยิ้ม ๆ แล้วเดินไปหยิบกระดาษที่กลายเป็นสีเหลืองกับรูปขึ้นมาจากพื้น
รูปภาพขาวดำนั้นเลือนรางไปบ้างแล้ว ตรงมุมยังปรากฎคราบสีเหลือง แค่เห็นก็รู้ว่าไม่ได้ถูกเก็บรักษาไว้ดีเท่าไร และน่าจะถูกทิ้งขว้างวางเอาไว้ตรงไหนก็ได้อย่างส่งๆ
คนในรูปพอจะดูออกว่าตอนวัยรุ่นนั้นเป็นคนสวยมากคนหนึ่ง ข้างรูปเขียนไว้แถวหนึ่งว่า ‘เก็บไว้เป็นที่ระลึก เย่หนานอายุยี่สิบ’
นี้เป็นครั้งแรกที่สวี่ชิงได้เห็นรูปแม่ของตัวเอง กล่าวได้ว่าเธอมีหน้าเหมือนผู้เป็นแม่อย่างมาก อาจเพราะรูปภาพเลือนรางมากเกินไปทำให้เธอไม่รู้สึกว่าพวกเธอสองคนมีอะไรเหมือนกันบ้าง
กลับกันเธอกลับมีความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่าง รู้สึกว่าคนในรูปนี้คล้ายกับคนที่เธอเคยเจอในโลกที่แล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นผลกระทบจากการได้ชีวิตใหม่หรือเปล่า ทำให้เรื่องราวในโลกที่แล้วเปลี่ยนไปอย่างมาก สวี่ชิงมุ่นคิ้วครุ่นคิดพักหนึ่ง ก็ยังคิดไม่ออกว่าเป็นใครเช่นเดิม จนเธอไม่อยากจะคิดอีกแล้ว หยิบรูปไปทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง
แล้วก็มองกระดาษบนพื้นสองสามแผ่นพวกนั้น ทั้งหมดเป็นกลอนโบราณ มีเพียงแผ่นสุดท้ายแผ่นเดียวที่มีเพียงกลอนประโยคหนึ่ง ‘ลิขิตสวรรค์ บุปผาทองโปรยปราย แก่เฒ่าไปด้วยกัน’ (天恩后,金花屡锡,携老共卿卿)
โดยเฉพาะ “ชิงชิง (卿卿)” สองคำนี้เป็นการเขียนที่ทรงพลังมาก
สวี่ชิงมองอย่างตกตะลึง คาดเดาว่าชื่อของเธอคงไม่ได้มาจากกลอนบทนี้หรอกนะ?
กลอนบทหนึ่งที่ลึกซึ้งอย่างมากบทนี้ น่าจะไม่ใช่บันทึกที่เย่หนานเขียนแสดงความรักให้กับสวี่จื้อกั๋วหรอกใช่ไหม
สวี่ชิงนำกลอนทุกแผ่นขึ้นมาอ่านรอบหนึ่ง กลอนในวรรคก่อนหน้าดูไม่เหมือนกับวรรคสุดท้ายที่กล่าวว่า “แก่เฒ่าไปด้วยกัน” เลย มันให้กลิ่นอายค่อนข้างโศกเศร้า เป็นความรู้สึกอดกลั้นและขมขื่น
ถ้านี้เป็นของที่เย่หนานแม่ของเธอทิ้งไว้ ก็ดูออกว่าหล่อนเป็นผู้หญิงที่มีความรู้ความสามารถคนหนึ่ง
สวี่ชิงถอนหายใจ พับเก็บกระดาษเหล่านี้แล้วสอดรูปภาพเอาไว้ภายใน คิดแล้วก็รู้ได้ว่า การที่สวี่จื้อกั๋วให้ของสิ่งนี้กับเธอก็น่าจะผ่านการคัดกรองมาอย่างดีแล้ว ให้เธอนั้นหาอะไรไม่เจอเลย
หมุนตัวกลับไปเธอก็ไม่รู้ว่าโจวจินหนานออกมาตอนไหน กำลังนั่งซักผ้าอยู่หน้าอ่างซักผ้าแล้ว
เธอจึงรีบเก็บรูปภาพและกระดาษเอาไว้ในกระเป๋าแล้ววิ่งไปหาเขา “ให้ฉันซักก็ได้ค่ะ คุณไปคิดเถอะว่าพรุ่งนี้เราเอาของอะไรไปให้ที่บ้านคุณย่า”
เธอไม่มีบ้านแม่ให้กลับ ถ้ากลับก็คงเป็นบ้านเฟิงซูฮวานั่นแหละ
นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเฟิงซูฮวายังไม่ย้ายมาในตอนนี้
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เอ็นดูไป๋หลางจังเลย อย่าซนจนทำหลักฐานชิ้นสำคัญหายนะน้อง
ดูแล้วความรักรุ่นแม่ก็คงจะเจ็บปวดไม่น้อยเลยนะคะ
ไหหม่า(海馬)