เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 73 สรุปว่าแม่ของฉันตายยังไง
บทที่ 73 สรุปว่าแม่ของฉันตายยังไง
สวี่ชิงพลันไม่กล้าขยับเลยแม้แต่นิดเดียว หันมองโจวจิงหนานที่นอนอยู่ ผ้าก๊อซที่ปิดตรงดวงตาของเขาถูกเธอดึงออกไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืนนี้
ในตอนนี้อีกฝ่ายกำลังหลับตาครึ้ม หางตาเรียวยาวเหมือนหางนกนางแอ่น แพขนตางอนยาวดำสนิทราวกับขนนกกา
สวี่ชิงตกตะลึง ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมีขนตาสวยขนาดนี้
เธอพลิกตัวและยื่นมือไปสัมผัสขนตาของเขาอย่างอดใจไม่อยู่
ทว่าเพียงยื่นมือออกไป โจวจินหนานก็พลันจับข้อมือของเธออย่างรวดเร็ว ลืมตาจนเผยให้เห็นสีแดงเลือดที่อยู่ภายใน
แม้สวี่ชิงจะเคยเห็นและรู้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ได้มาเห็นอย่างไม่ทันตั้งตัว ก็ทำให้เธออดที่จะตัวสั่นไม่ได้
โจวจินหนานเหมือนจะเพิ่งนึกได้ จึงลุกขึ้นแล้วคลายแรงที่มือลง สีหน้าฉายแววอ่อนโยนลง “ผมทำให้คุณตกใจแล้วใช่ไหม”
พูดจบก็พลิกตัวและคลำหาผ้าปิดตา
สวี่ชิงรีบลุกขึ้นกอดเขา “ไม่ได้กลัวค่ะ ๆ แค่ยังไม่ชิน เมื่อครู่ฉันเห็นขนตาของคุณสวยดี เลยอดใจไม่ไหว คุณจะให้ฉันจับหรือเปล่าคะ”
น้ำเสียงของเธอทั้งอ่อนโยนทั้งออดอ้อน
โจวจินหนานตัวแข็งไปแล้ว เขานอนหงายอย่างไม่เป็นตัวเองนัก เพื่อให้สวี่ชิงปีนขึ้นมาสัมผัสได้ง่าย ๆ
สวี่ชิงเกาะอยู่บนอกของโจวจินหนาน ลูบขนตาแล้วไล่ลงมาลูบจมูกและปาก ราวกับแมวน้อยจอมซนที่โดนของเล่นล่อลวง
ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือการที่เธอถูกโจวจินหนานลากกลับไปบนเตียงและเติมเต็มอย่างหนักหน่วง
กว่าจะได้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็เกือบจะเที่ยงตรงแล้ว
สวี่ชิงไม่กล้าหาเรื่องอีก รีบสวมเสื้อผ้าแล้วปีนลงจากเตียงโดยไว “ฉันไปทำกับข้าวก่อน เสื้อคุณวางอยู่ข้างหมอนนั่น คุณค่อย ๆ สวมเสื้อผ้าแล้วกันนะคะ”
พูดแล้วก็สวมรองเท้าก้าวออกไปข้างนอก ขาอ่อนแรงจะเกือบจะล้ม หักห้ามใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อไม่ได้เลย พวกเขาบ้าคลั่งเกินไปแล้ว
เมื่อออกจากประตูก็เห็นไป๋หลางนอนหอบลิ้นห้อยอยู่หน้าประตูห้องนอน สายตาจ้องประตูไม่วางตา พอเห็นสวี่ชิงออกมาก็เหมือนกับมันจะวางใจอะไรได้ เห่าเสียงหนึ่งแล้วเดินส่ายหางจากไป
สวี่ชิงคิดว่าไป๋หลางคงหิว ตอนนี้มันก็น่าจะยังไม่ได้กินข้าวเหมือนกัน จึงไม่อาจไม่สนใจมันได้ เดินไปล้างหน้าในห้องครัวและเตรียมตัวทำกับข้าว จุดไฟแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า นำเสื้อที่ใส่เมื่อคืนกับผ้าปูที่นอนนำไปแช่ไว้ในอ่าง จากนั้นก็เตรียมตัวทำกับข้าว
ข้าวมื้อเช้านั้นเรียบง่าย เธอสับต้นหอมเจียวในกระทะ แล้วนำเส้นหมี่ขาวไปต้ม ครั้นนำออกจากหม้อก็โรยผักและน้ำมันงาออกไปเล็กน้อย
โจวจินหนานจัดการธุระเสร็จพอดี ทั้งสองจึงนั่งบนโต๊ะกินข้าวเล็ก ๆ เตรียมกินข้าว แต่ก็ถูกเสียงทุบประตูดังมาจากข้างนอกเสียก่อน
สวี่ชิงตกใจเล็กน้อย ใคร ๆ ก็รู้ว่าวันนี้เป็นวันแรกของคู่สามีภรรยา จึงไม่มีใครมารบกวนอยู่แล้ว เธอวางถ้วยลง “ฉันจะไปดูเสียหน่อย คุณกินก่อนเถอะ เส้นหมี่ยิ่งเล็กยิ่งอืดง่าย”
พูดแล้วก็เดินออกไป ส่วนไป๋หลางยืนด้านหน้าประตู สายตาจ้องมองที่ประตูบานใหญ่อย่างไม่ละสายตา
ไป๋หลางไม่เหมือนกับสุนัขทั่วไป เมื่อได้ยินหรือเห็นอะไรมันจะไม่เห่าเสียงดัง แต่ก็ค่อยรอสังเกตการณ์
สวี่ชิงลูบศีรษะไป๋หลางแล้วเดินไปเปิดประตู กลับคิดไม่ถึงว่าจะเป็นสวี่จื้อกั๋ว!
สวี่จื้อกั๋วใบหน้าซีดเซียว พอเห็นสวี่ชิงก็ยิ้ม “ชิงชิง พ่ออยากจะคุยกับลูกหน่อย”
สวี่ชิงไม่อยากจะคุยกับสวี่จื้อกั๋วสักคำเดียว สายตามองหนังสีดำในมือเขา ครุ่นคิดแล้วยอมให้เขาเข้าบ้าน “เข้ามาเถอะค่ะ”
ตรงมุมห้องมีโต๊ะสี่เหลี่ยมกับเก้าอี้ที่ยังไม่ได้คืนตั้งอยู่ สวี่ชิงเชิญให้สวี่จื้อกั๋วนั่ง “คุณต้องการจะพูดอะไรคะ”
สวี่จื้อกั๋วมองรอบบ้านหลังเล็กช้า ๆ ผนังสีเหลืองอ่อนติดอักษร “ซี” สีแดง หน้าต่างเองก็ติดอักษร “ซี” ตัวเดียวกัน ทุกที่ยังคงมีร่องรอยของงานวิวาห์
ในใจพลันรู้สึกขมขื่นขึ้นมา เลยหน้ามองสวี่ชิง “ชิงชิง พ่ออยากรู้ว่าทำไมจู่ ๆ ลูกถึงเปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ มีตรงไหนที่พวกเราทำได้ไม่ดีพอหรือ ถึงทำให้ลูกเกลียดเราขนาดนี้”
สวี่ชิงปรายตามองสวี่จื้อกั๋ว เขาไม่ได้ร่วมมือกับฟางหลานซินและสวี่หรูเยว่ในการทำร้ายตนก็จริง
แต่เขากลับนิ่งนอนใจมองฟางหลานซินทำร้ายเธอทุกครั้ง!
เธอไม่เชื่อว่าสวี่จื้อกั๋วจะไม่รู้ว่าในปีนั้นเธอสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ และก็ไม่เชื่อเช่นกันว่าทุกครั้งที่ฟางหลานซินทำเป็นดีกับตนจะเป็นแค่การเสแสร้งแล้วเขาจะไม่รู้
ไม่อย่างนั้นสวี่จื้อกั๋วก็คงไม่เอาความสัมพันธ์ของเธอมาอ้างจนตาย ให้ฟางหลานซินกับสวี่หรูเยว่จูงจมูกใช้เธอเหมือนวัวเหมือนม้า!
คิดถึงตอนนี้สวี่ชิงก็ยิ้มเย็น “งั้นคุณเชื่อหรือไม่ว่าทุกครั้งที่ฉันสอบ ฉันก็ป่วยทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะว่าคะแนนฉันไม่ดีหรือกลัวการสอบ แต่เป็นเพราะคน”
สวี่จื้อกั๋วตะลึง “คนหรือ”
ดวงตาสวี่ชิงเยาะเย้ยและยิ่งแข็งกร้าว “แล้วก็ เรื่องสอบเข้ามหาวิทยาลัย เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าฉันสอบผ่าน พวกคุณให้ฉันไปทำงานแทนคนอื่น แล้วให้สวี่หรูเยว่มีรายชื่อได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย เรื่องนี้คุณก็รู้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ”
สวี่จื้อกั๋วเม้มปาก “พ่อคิดว่าพี่สาวของลูกเรียนได้ดีกว่า”
สวี่ชิงแค่นหัวเราะเสียงเย็น “เรื่องนี้ที่จริงแล้วฉันไม่ได้จะว่าอะไรหรอกนะ เพราะว่าน้อยมากที่จะมีคนตักน้ำให้เท่ากันได้* งั้นฉันขอถามคุณหน่อย แม่แท้ ๆ ของฉันที่ตายไปหล่อนตายยังไง แล้วทำไมสวี่หรูเยว่ถึงเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของคุณ”
*เป็นสำนวนหมายถึง การให้ความรักอย่างเท่าเทียม
สวี่จื้อกั๋วตะลึง “เธอรู้ได้ยังไง”
สวี่ชิงพลันรู้สึกเข้าใจสวี่จื้อกั๋ว คิดว่าเป็นลูกสาวแท้ ๆ แต่แท้จริงแล้วกลับกำลังถูกฟางหลานซินสวมหมวกเขียว*ให้อยู่
*สวมหมวกเขียว แปลว่า มีชู้
สวี่จื้อกั๋วอธิบายอย่างลนลาน “ชิงชิง ไม่ใช่อย่างที่ลูกคิดนะ ตอนนี้เรื่องราวมันวุ่นวายมาก พ่อพูดอธิบายให้ลูกฟังประโยคสองประโยคก็คงจะไม่เข้าใจ”
สวี่ชิงหัวเราะ “คุณไม่รู้จะอธิบายยังไง หรือว่าเดิมทีไม่อาจอธิบายได้กันแน่ สวี่หรูเยว่อายุเยอะว่าฉันครึ่งปี ก็หมายความว่าตอนที่คุณเพิ่งแต่งงานกับแม่ของฉัน คุณก็มีความสัมพันธ์กับฟางหลานซินแล้ว ถ้าฉันเดาไม่ผิด แม่ของฉันคงกลัวว่าจะถูกพวกคุณทำให้โมโหจนตายล่ะสิไม่ว่า!”
สวี่จื้อกั๋วลุกขึ้นยืนอย่างล้นลาน “ลูกอย่าพูดจาซี้ซั้วนะ! แม่ของลูกตายเพราะคลอดลูกยาก ป่วยตายต่างหาก!”
“แล้วคุณจะลนลานอะไรไม่ทราบ” สวี่ชิงมองสวี่จื้อกั๋วด้วยสายตาเย็นยะเยือก
สวี่จื้อกั๋วยิ่งหวาดผวา กำถุงสีดำในมือแน่น “พ่ออยากให้ของสิ่งนี้กับลูก นี้เป็นของที่แม่ของลูกทิ้งไว้ให้ สวี่ชิง พ่อรู้สึกผิดกับแม่ของลูกมาโดยตลอด!”
สวี่ชิงขี้เกียจจะฟังเขาอธิบาย ยื่นมิอไปรับกระเป๋าสีดำใบนั้น “ในเมื่อเป็นของที่แม่ฉันเหลือไว้ให้ งั้นก็ให้ฉันเสียเถอะ”
สวี่จื้อกั๋วกลับไม่ยอมปล่อยมือ “พ่ออยากเจอจินหนาน พ่อมีเรื่องจะพูดกับเขาเหมือนกัน”
สวี่ชิงพลันปล่อยมือ “ในเมื่อคุณไม่อยากให้ งั้นก็เก็บเอาไว้เถอะค่ะ! ระหว่างฉันกับคุณ นับตั้งแต่ที่ฟางหลานซินขุดสุสานของแม่ฉันขึ้นมา ฉันก็ตัดสินใจแล้วว่ามีแค่ความตายเท่านั้นที่ฉันจะให้ได้!“
สวี่จื้อกั๋วไม่รู้จะพูดอะไรกะทันหัน ช่วงนี้สวี่ชิงทำเหมือนเขาเป็นคนแปลกหน้าเกินไปแล้ว!
แปลกหน้าจนเขาสงสัยว่าหล่อนเป็นสวี่ชิงจริงหรือเปล่า
โจวจินหนานค่อย ๆ เดินออกมา ไป๋หลางส่ายหางเดินตามไป
สวี่จื้อกั๋วเห็นโจวจินหนานออกมาก็ผละจากสวี่ชิงทันที หันเดินตามเขาไป “จินหนาน เธออยู่ที่นี่สบายดีไหม ฉันว่าให้พวกเธอสองคนไปอยู่บ้านใหญ่ดีกว่าไหม”
โจวจินหนานไม่ได้ตอบรับ ถามกลับไปว่า “คุณมาหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”
สวี่จื้อกั๋วถอนหายใจ “ฉันก็แค่มาหาพวกเธอ จินหนานอายุมากกว่าชิงชิง เห็นโลกมาก็มากกว่า ตอนนี้เธอช่วยตักเตือนหล่อนหน่อย ครอบครัวเดียวกันจะแค้นเคืองกันไปทำไม”
สวี่ชิงพูดโพล่งขึ้นมาทันที “คนที่คุณคิดว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน น่ากลัวว่าจะไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันนะคะ! และคนที่คุณคิดว่าเป็นลูกสาวแท้ ๆ ก็ไม่แน่ว่าใช่ลูกสาวของคุณจริง ๆ”
สวี่จื้อกั๋วหันไปหาสวี่ชิงอย่างโมโห “แก! แกหมายความว่าอะไร!”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
พี่หนานกินโหดมาก กินจนแข้งขาชิงชิงอ่อนแรงเลย
มาที่นี่มีธุระอะไรไม่ทราบคะ พ่อเฮงซวย
ไหหม่า(海馬)