เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 72 ให้ตายหล่อนก็ไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากสวี่ชิง
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80
- บทที่ 72 ให้ตายหล่อนก็ไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากสวี่ชิง
บทที่ 72 ให้ตายหล่อนก็ไม่ยอมขอความช่วยเหลือจากสวี่ชิง
สวี่ชิงกับโจวจินหนานผ่านคืนเข้าหออย่างหวานชื่น
ขณะที่ฟางหลานซินกับสวี่หรูเยว่กลับนอนไม่หลับ ส่วนสวี่จื้อกั๋วนั่งอยู่ในห้องรับแขกตลอดทั้งคืน
แม้แต่คนในโรงงานก็ยังรับรู้เรื่องงานแต่งงานของสวี่ชิงและกับข้าวที่ไว้เลี้ยงแขกทั้งงาน และพวกเขาย่อมรู้ด้วยว่าสวี่จื้อกั๋วและภรรยาไม่ได้ไปร่วมงานแต่งงานของสวี่ชิง
บางคนพูดว่าสวี่ชิงช่างร้ายกาจ บางคนก็พูดว่าเธออกตัญญู ไม่ว่าจะโกรธแค้นเพียงใด ก็ไม่ควรแค้นจนลืมบุญคุณพ่อแม่
แต่หลายคนกลับคิดว่าสวี่จื้อกั๋วและภรรยาคงทำเรื่องอะไรไม่ดีกับสวี่ชิงเป็นแน่ น่าจะยิ่งกว่าโทษปล้นสุสานโบราณก็เป็นได้ ไม่อย่างนั้นสวี่ชิงที่นิสัยอ่อนโยนใจดีคนนั้นจะทำเรื่องแบบนี้ได้หรือ
เสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายลอยมาเข้าหูของสวี่จื้อกั๋วและฟางหลานซิน
ฟางหลานซินโกรธจนพลิกตัวไปมา นอนอย่างไรก็นอนไม่หลับ ได้ยินเสียงถอนหายใจของสวี่จื้อกั๋วดังแว่วมาจากห้องนั่งเล่น ในใจก็ยิ่งหงุดหงิด ทำไมตอนแรกหล่อนถึงคิดว่าสวี่จื้อกั๋วที่เป็นแรงงานจะมีอนาคตได้กันนะ
ดูสิว่าตอนนี้ต้องชีวิตลำบากขนาดไหน!
เมื่อไม่ได้นอนทั้งคืน พอลุกขึ้นมาตอนเช้าก็เวียนศีรษะจนปวดหนึบ มองก้นบุหรี่ที่ยังมีควันบุหรี่ลอยอยู่ แต่ร่างของสวี่จื้อกั๋วกลับไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว
ฟางหลานซินกัดฟันกรอดด้วยความโมโหจนเจ็บ หล่อนยังไม่ทันจะเก็บกวาด ฉินกุ้ยจือก็พาหลี่เฟิงเข้าประตูมา
ทั้งสองหอบขนมกันมาคนละอย่างสองอย่าง ยังมีเหล้าขาวราคาถูกขวดหนึ่งกับผักดองสองโหลมาด้วย
ฟางหลานซินกวาดสายตามองของในมือของทั้งสองก็โมโหจนเกือบหายใจไม่ทัน ของที่พวกเขาเอามานั่นคิดว่าหล่อนเป็นขอทานหรืออย่างไร แต่หล่อนก็ทำได้เพียงแสร้งยิ้มแย้มเชื้อเชิญให้พวกหล่อนเข้ามา
ฉินกุ้ยจือไม่ใช่คนรักสะอาดเป็นทุนเดิม จึงมองเศษก้นบุหรี่ที่ยังมีควันโดยไม่คิดอะไร เข้ามาในบ้านแล้วหย่อนตัวลงนั่ง “ที่จริงแล้วพวกเราว่าจะมาหาเมื่อวาน แต่กลัวว่าพวกเธอจะไปกินเลี้ยงกันแล้วไม่อยู่บ้าน พวกฉันเลยมาหาเช้านี้”
ประโยคนั้นแทงเข้ามากลางใจของฟางหลานซินโดยตรง หล่อนไม่เชื่อว่าฉินกุ้ยจือจะไม่รู้ว่าเมื่อวานพวกเขาไม่ได้ไปงานแต่งงานของสวี่ชิง
จึงพูดขอไปทีสองประโยคแล้วยกน้ำชามาให้พวกหล่อน
หลี่เฟิงหวาดตามองรอบ ๆ “ทำไมถึงไม่เห็นหรูเยว่เลยล่ะ กี่โมงกี่ยามแล้วยังไม่ตื่นอีกหรือ ห้องนี้ก็ไม่คิดจะทำความสะอาดสักนิด ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ”
ฟางหลานซินมุ่นคิ้ว “คุณอาของต้าหยง เด็กคนนี้ไม่ได้พักมาสองสามวันแล้ว ตื่นสายหน่อยจะเป็นไรไปคะ”
หลี่เฟิงคิดจะตอบโต้ฟางหลานซิน แต่เมื่อคิดได้ว่ามีเรื่องจะให้ฟางหลานซินช่วยเหลือ ก็ข่มความไม่พอใจลง ยกยิ้มแล้วพูดว่า “งั้นก็ควรต้องพักผ่อนเยอะ ๆ หน่อย”
ฟางหลานซินยกน้ำชาสองแก้วมาวางไว้ตรงหน้าของทั้งสองคน แล้วนั่งตรงข้ามกับฉินกุ้ยจือ “พวกคุณมาแต่เช้านี่มีเรื่องอะไรหรือคะ”
ฉินกุ้ยจือหัวเราะ “พวกฉันคิดขึ้นได้ว่าเดี๋ยวพวกเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ในยามปกติก็ควรไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ หน่อย”
ฟางหลานซินเชื่อว่าหล่อนต้องมีอะไรในใจแน่ ครั้งก่อนก็มามือเปล่า รอบนี้เอามาทั้งขนมทั้งเหล้า ไม่แน่ว่าในใจจะมีแผนการร้ายกาจอะไรอยู่ หล่อนหยิบแก้วชาขึ้นมาจิบโดยไม่พูดอะไร
ฉินกุ้ยจือมองหลี่เฟิง เข้าประเด็นโดยไม่ปิดบัง “ต้าหย่งกลับไปโวยวายกับฉัน บอกว่าไม่มีของหมั้นทำให้หรูเยว่ขายหน้าคนอื่นแล้ว เธอก็รู้ว่าต้าหย่งของเราจิตใจอ่อนโยนมีเมตตา ในเมื่อเป็นแบบนี้พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องให้เงินแล้วล่ะนะ ทีวีสิบสองนิ้วหนึ่งเครื่อง จักรเย็บผ้าหนึ่งเครื่อง แล้วก็เครื่องซักผ้าหนึ่งเครื่อง! ถ้าถึงตอนนั้นเราจะให้รถลากมาลากไป บ้านก็สว่างปลอดโปร่ง มองแล้วมีตรงไหนไม่น่าอิจฉากัน”
ฟางหลานซินมีดวงตาเป็นประกาย เครื่องซักผ้ากับทีวี ทั่วทั้งหมู่บ้านมีไม่กี่บ้านเท่านั้นที่มี
ทว่าหล่อนยังคงสงสัยว่าฉินกุ้ยจือจะใจกว้างขนาดนั้นเชียวหรือ “คุณพูดจริง ๆ หรือคะ”
ฉินกุ้ยจือตบหน้าอกเป็นการยืนยัน “ฉันพูดจริงเสียยิ่งกว่าจริง ถึงตอนนั้นฉันจะให้หรูเยว่ไปเลือกที่ห้างเองเลย ให้หล่อนไปเลือกซื้อด้วยตัวเองเลย แบบนี้เธอวางใจแล้วใช่ไหม”
ฟางหลานซินคำนวณในใจ สามอย่างนี้ก็ราคาหนึ่งพันหยวนแล้ว อะไรกันที่ทำให้ฉินกุ้ยจือใจกว้างได้ขนาดนี้
ฉินกุ้ยจือยกชาขึ้นจิบอึกหนึ่ง เช็ดคราบน้ำชาที่ติดบนปากแล้วพูดว่า “แต่ว่าพวกเรามีเรื่องจะให้เธอช่วยเหมือนกัน ครอบครัวของคุณอาต้าหย่งมีลูกชายคนหนึ่ง ปีนี้อายุสิบเจ็ดแล้ว อยากจะส่งไปเป็นทหาร เธอก็รู้อยู่ว่าทหารน่ะถ้าไม่มีคนหนุนหลัง ถึงเวลาแบ่งพื้นที่แล้วต้องถูกย้ายไปประจำในพื้นที่ลำบากแน่”
ฟางหลานซินไม่ทันได้มีปฏิกิริยาตอบรับ “เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเราเหมือนกัน”
ฉินกุ้ยจือตบเข่า “เธอจะไม่มีวิธีได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าสวี่ชิงแต่งงานกับทหารหรือ ไม่ใช่ว่ามีความสัมพันธ์กับตระกูลโจวหรอกหรือ ถึงตอนนั้นเธอก็ไปหาพวกเขา แล้วให้เสี่ยวเชาได้ประจำในเมืองสิ”
หลี่เฟิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พูดเสริม “ใช่แล้ว โจวจินหนานตอนนี้เป็นวีรบุรุษ เขาพูดประโยคเดียวต้องทำได้แน่ ต่อไปถ้าเสี่ยวเชาของเราได้ดิบได้ดีแล้ว จะต้องไม่ลืมเธออย่างแน่นอน”
ฟางหลานซินลูบใบหน้าตัวเอง ตอนนี้สวี่ชิงกลายเป็นอะไรไปแล้ว หล่อนจะมีหน้าไปขอความช่วยเหลือจากเธอได้อีกหรือ
หรือต่อให้ไปหาสวี่ชิงยัยผู้หญิงคนนั้น ไม่แน่ว่าฝ่ายนั้นอาจจะไม่รอให้หล่อนได้มีโอกาสพูดเลยด้วยซ้ำ
“ฉันไม่มีวิธีหรอก”
ฉินกุ้ยจือพูดอย่างไม่พอใจเช่นกันว่า “พวกเราแสดงความจริงใจแล้ว ขอแค่ให้เธอช่วยเรื่องเล็กน้อย เธอยังไม่ตอบตกลง เธอเคยคิดหรือเปล่าว่าในท้องของหรูเยว่ไม่แน่ว่าอาจจะมีลูกของต้าหย่งของเราแล้วก็ได้ ถ้าพวกเขาสองคนไม่รีบแต่งงาน รอจนท้องโตก็คงปิดไม่อยู่แล้ว”
คำพูดนั้นแทงใจของฟางหลานซินอีกครั้ง นี่เป็นเรื่องที่หล่อนหวาดกลัวที่สุด จนถึงตอนนี้หล่อนก็ยังไม่แน่ใจว่าสวี่หรูเยว่ตั้งครรภ์จริงหรือไม่
ตอนแรกคิดว่าจะรีบแต่งกับโจวจินซวน ถึงตอนนั้นต่อให้ตั้งครรภ์แล้วใครก็จับไม่ได้ว่าเด็กเป็นลูกของใคร
ใครจะรู้ว่าเรื่องนี้จะถูกสวี่ชิงประจานไปแล้ว ตอนนี้ถ้าไม่แต่งกับต้าหย่ง รอจนมีเด็กอยู่ในท้องจริง ๆ ก็คงกลายเป็นที่ติฉินนินทาชาวบ้านแล้ว
พูดจบหล่อนก็ดึงหลี่เฟิงจากไปด้วยใบหน้าไม่พอใจ โดยไม่แม้แต่จะพูดต่อ
ตอนนี้ฟางหลานซินรู้ซึ้งถึงการถูกคนจูงจมูกแล้ว ความโกรธสุมในอกจนไม่รู้จะไประบายที่ใดได้ จึงเปิดประตูห้องนอนของสวี่หรูเยว่ “ได้ยินแล้วใช่ไหม ตอนนี้แกทำให้ฉันอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว!”
สวี่หรูเยว่ตื่นตอนที่ฉินกุ้ยจือและหลี่เฟิงเข้ามาแล้ว เพียงแค่นั่งฟังคนข้างนอกพูดโดยไม่คิดออกไป ตอนนี้ฟางหลานซินพลักประตูเข้ามาถามหล่อน หล่อนเองก็โมโหเช่นกัน “เป็นความผิดของฉันเหรอ ทั้งหมดมันเป็นเพราะสวี่ชิง ยัยผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น กลับมีชีวิตที่ดีไปแล้ว”
ฟางหลานซินกัดฟันกรอด สวี่ชิง ทั้งหมดเป็นเพราะสวี่ชิง!
สวี่หรูเยว่เห็นฟางหลานซินไม่พูดไม่จา ก็ถามอย่างสงสัย “แม่คะ เราต้องไปขอความช่วยเหลือจากสวี่ชิงจริง ๆ เหรอ”
ฟางหลานซินมองค้อนสวี่หรูเยว่ “ฉันยังอยากรักษาหน้าตัวเองอยู่ เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคิด แกรีบลุกไปหาหลี่ต้าหย่งได้แล้ว ถามเขาว่าที่ฉินกุ้ยจือพูดมันเป็นความจริงหรือเปล่า”
ให้ไปขอความช่วยเหลือจากสวี่ชิงเหรอ ให้หล่อนไปตายเสียยังจะดีกว่า!
…..
ตอนที่สวี่ชิงลืมตาตื่น เธอก็ยังนึกว่าตนเองเห็นภาพหลอน ทั้งหน้าต่างที่มีตัวอักษรมงคลตัวใหญ่ติดอยู่ และเสียงนกร้องแว่วมาจากข้างนอก ทั้งหมดทำให้เธอรู้สึกเหมือนไม่ใช่ความจริง เมื่อขยับแขนก็รู้สึกปวดเอวปวดหลังไปหมด!
เธอร้องโอดครวญในใจ คิดไม่ถึงเลยว่าผู้ชายคนนั้นจะร้ายกาจ และมีพรสวรรค์ในด้านนี้ถึงเพียงนี้ !
เธอคิดจะขยับขา แต่แล้วก็ต้องตะลึงเหมือนว่าเธอกำลังทับอะไรบางอย่างอยู่…
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
นังแม่เลี้ยงโดนจูงจมูกแล้ว โดนมัดมือชกแบบนั้นแล้วจะหาทางหลุดรอดอีกไหม
พี่หนานไม่เบาเหมือนกันนะเนี่ย ทำชิงชิงระบมไปทั้งตัวเลย
ไหหม่า(海馬)