เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 69 พาลโกรธาหาเรื่อง
บทที่ 69 พาลโกรธาหาเรื่อง
โจวจินหนานยืนอยู่ใต้ร่มไม้ แสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านกิ่งไม้และใบไม้ทาบทับเป็นรอยบนใบหน้าและผ้าปิดตาของเขา
ทั้งที่เป็นเวลากลางวันแสกๆ แต่กลับทำให้คนกลัวได้
โจวเฉิงเฉียนไม่ได้พบโจวจินหนานมาเกือบสิบปี ทุกครั้งที่มาเยี่ยมผู้อาวุโสตระกูลโจวที่เมืองหลวงประจำจังหวัด ก็ไม่มีทางได้พบโจวจินหนานที่มักไม่ได้กลับบ้านทางใต้
เขาเกลียดชังโจวจินหนานมาโดยตลอด เด็กคนนี้ไม่น่าเอ็นดูตั้งแต่เยาว์วัย ทั้งหัวแข็งและไม่พูดไม่จา ช่วงหลังยังมองมาทางเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง
มันทำให้เขาเกิดภาพหลอน เหมือนว่าอีกวินาทีต่อมาโจวจินหนานจะหยิบเคียวมาฟันเขา
เมื่อเจอโจวจินหนานอย่างไม่คาดฝันในตอนนี้ เขาก็สร่างเมาขึ้นมาบ้าง เขาจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าขึงขัง คำพูดยังฟังไม่รู้เรื่อง “กลางวันแบบนี้มายืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น ไม่รู้เหรอว่าคนเขาตกใจกลัวกัน”
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา ไป๋หลางก็พุ่งเข้าหาด้วยความไวแสง ท่าทางก้าวร้าวจนโจวเฉิงเฉียนต้องถอยไปหลายก้าว และล้มก้นจ้ำเบ้ากับพื้น
ไม่ทันได้รู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น โจวจินหนานก็มาถึงตัวแล้ว เขาเอื้อมมือไปจับคอเสื้อแน่นจนไม่อาจส่งเสียงออกมาได้ ก่อนต่อยเขาที่หน้าท้อง…
สวี่ชิงนั่งอยู่ในเต็นท์ สายลมพัดเอื่อยมาเป็นระยะ ทำให้ไม่รู้สึกร้อน
มีแขกบางคนที่กลับไปก่อน พวกเขาพูดคุยขณะเดินออกจากงาน “งานเลี้ยงตระกูลโจวจัดอาหารดีที่สุดเท่าที่เคยกินมาเลย มีทั้งไก่ ปลา ลูกชิ้น จานใหญ่ทั้งนั้น รสชาติก็อร่อยมาก”
“ใช่เลย ฉันรู้ว่าต้องต้อนรับเป็นอย่างดี เลยพาลูกจอมตะกละของฉันมาด้วย ดูมีความสุขมากเลย”
“ใช่ แต่มันก็แสดงว่าตระกูลโจวถูกใจสะใภ้คนนี้มาก เธอยังไม่เห็นจักรเย็บผ้า เทปบันทึก แล้วก็เครื่องนอนในรถตอนที่พวกเขามาถึงกันสินะ ไว้หน้าฝั่งเจ้าสาวมากเลย”
“ฉันเองเห็นจินหนานมาตั้งแต่ยังเด็ก ตอนนี้แต่งงานมีภรรยาเป็นตัวเป็นตนซะแล้ว”
“พูดเป็นเล่นไม่ได้เลย ฉันเห็นสะใภ้คนนี้แล้ว เป็นคนดีเชียวละ ทางนั้นสืบมาหมดแล้ว เราจะพูดจาเหลวไหลกันไม่ได้”
คนเราจะมีชีวิตยาวนานสักเท่าไร จะพูดจาอะไรก็ต้องระวังเอาไว้ดีกว่า
สวี่ชิงฟังบทสนทนาผ่านผ้ากั้น มุมปากเธออดยกยิ้มขึ้นไม่ได้ เธอนึกไม่ถึงว่าจะมีจักรเย็บผ้าและเทปบันทึกในรถที่ไปรับเธอด้วย และไม่ได้คาดหวังว่าโจวจินหนานจะเตรียมการมาเป็นอย่างดี
จะว่าไปแล้วมันก็น่าจะเป็นครั้งแรกในเมืองหลวงประจำจังหวัด
การทำเช่นนี้ไม่พ้นการทำให้ทุกคนรู้ว่าโจวจินหนานไม่ได้รังเกียจที่จะแต่งงานกับเธอเพราะสิ่งที่เธอเผชิญมา กลับกันแล้วยังเอาใจใส่เธออีกด้วย
ทำให้เธอยิ่งยิ้มไม่หุบ
“ยังมีหน้ามายิ้มได้อีกนะ!”
หญิงสาวในชุดกระโปรงขาวก้าวเข้ามามองเหยียดหยามสวี่ชิง พร้อมเอ่ยถากถาง
เธอเงยหน้ามองและจำได้ว่าเป็นผู้หญิงที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกับอดีตหัวหน้าของโจวจินหนาน
เมื่อเจียงช่านช่านเห็นสวี่ชิงเพียงมองตนเอง ไม่ได้คิดจะลุกขึ้น เธอก็อดพูดจาค่อนแคะไม่ได้ “พี่โจวเป็นคนดีขนาดนี้ ทำไมถึงได้ตาบอดมาแต่งงานกับเธอได้”
สวี่ชิงตอบกลับไปอย่างไม่ยี่หระ “เขาก็ตาบอดจริงๆ นี่คะ คุณไม่รู้เหรอ”
“เธอ!” เจียงช่านช่านจ้องเธอเขม็ง ก่อนนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามและหรี่ตามองสวี่ชิง “ไม่ต้องมาทำหน้าระรื่น เธอนี่มันไม่รู้จักละอายใจบ้างเลย”
สวี่ชิงสงสัย “คุณชอบโจวจินหนานเหรอคะ”
เจียงช่านช่านหน้าแดงขึ้นมาทันที ก่อนบอกปัดด้วยท่าทางเกรี้ยวกราดและลนลาน “จะเป็นไปได้ยังไง ฉันจะชอบพี่โจวได้ยังไง อย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ”
สวี่ชิงเลิกคิ้ว “ในเมื่อไม่ได้ชอบ จะสนใจว่าเขาแต่งงานกับใครทำไมคะ เห็นว่าคุณโกรธ เลยคิดว่าคุณชอบโจวจินหนาน ไม่อย่างนั้นคงไม่พาลโกรธาหาเรื่องกันหรอกค่ะ”
เจียงช่านช่านไม่พอใจเต็มที “เธอพูดจาไร้สาระ! ฉันเห็นว่าพี่โจวเป็นพี่ชายคนสนิท พูดแบบนั้นจะทำลายชื่อเสียงฉันสินะ”
สวี่ชิงหัวเราะ “งั้นคุณก็ใส่ใจเกินไปแล้วล่ะ คุณไม่ชอบฉัน แล้วฉันก็ไม่ชอบคุณเหมือนกัน ดังนั้นไม่ต้องมาหาฉันเพื่อแสดงตัวตนหรอกค่ะ”
เจียงช่านช่านว่าเย้ย “หน้าชื่นตาบานไปทำไมกัน ถ้าเธอรู้ว่าทำไมพี่โจวถึงได้แต่งงานกับตัวเอง ฉันจะคอยดูว่าจะผยองได้อยู่ไหม!”
สวี่ชิงมองหน้าอีกฝ่ายโดยไม่ตอบโต้ ทว่าในใจยังสงสัยที่ซูฮุ่ยหรูบอกเรื่องนี้ ตอนนี้เจียงช่านช่านยังมาพูดแบบเดิมอีก
ดูเหมือนว่าโจวจินหนานจะแต่งงานกับเธอ เพราะต้องการผลประโยชน์บางอย่างจากเธอ
แต่เธอไม่ได้ร่ำรวยหรือมีอำนาจ ไม่มีแม้กระทั่งความสามารถพิเศษ
สิ่งเดียวที่มีคือการที่เฟิงซูฮวาสามารถรักษาพิษได้ เธอคิดว่าต่อให้โจวจินหนานไม่ได้แต่งงานกับเธอ ผู้เป็นย่าก็คงยอมรักษาตาของเขาให้
แล้วโจวจินหนานจะอยากแต่งงานกับเธอทำไมกัน?
เมื่อเห็นสวี่ชิงไม่ตอบ เจียงช่านช่านก็คิดว่าแทงใจดำถูกจุด ทำให้นึกสะใจขึ้นมา “พี่โจวเป็นคนเก่งมาก จะไปแต่งงานกับเธอได้ยังไง ยังเร็วเกินไปที่เธอจะภูมิใจ”
สวี่ชิงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร เพื่อไม่ทำให้โจวจินหนานต้องเดือดร้อน เธอจึงเลือกจะไม่ใส่ใจเรื่องกวนใจที่เกิดขึ้น
เจียงช่านช่านเห็นสวี่ชิงไม่ตอกกลับคำพูดของตน ก็เข้าใจผิดคิดว่าสวี่ชิงเป็นคนหัวอ่อนที่รังแกได้โดยง่าย
ทันใดนั้นเกิดเสียงอึกทึกครึกโครมด้านนอก ใครบางคนตะโกนโหวกเหวกเหมือนมีคนบาดเจ็บ
เพราะเธออยู่ในสถานะสะใภ้หมาดๆ สวี่ชิงจึงไม่อยากวิ่งออกไปชมเรื่องสนุกด้านนอก
ในขณะที่เจียงช่านช่านวิ่งออกไปด้วยความสงสัยแล้ว
แขกเหรื่อส่วนใหญ่ที่งานกลับไปกันแล้ว อาหารบนโต๊ะที่กินไม่หมดถูกห่อใส่กล่องนำกลับบ้าน เหลือเพียงสองโต๊ะฝ่ายโจวจินหนาน โต๊ะหนึ่งของเพื่อนร่วมงานโจวจินหนาน โต๊ะหนึ่งของญาติตระกูลโจว ส่วนอีกโต๊ะหนึ่งคือของเฟิงซูฮวา
เกิดเหตุอลหม่านขึ้นเพราะมีคนไปเข้าห้องน้ำ และเห็นโจวเฉิงเฉียนเลือดเต็มหน้าสลบอยู่ในป่าละเมาะข้างๆ
จึงรีบมาเรียกตระกูลโจวให้มาช่วยโจวเฉิงเฉียนกลับไป
เหยียนเฉียวอวี้ตกใจเมื่อเห็นสภาพของสามี ก่อนรีบใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดเลือดให้เขา ในขณะที่เจ้าตัวยังพึมพำเหมือนยังไม่ได้สติดี
เฉินหยิงหน้าบูดบึ้ง “ยังน่าอายไม่พออีก ถ้าคออ่อนก็ไม่ต้องดื่มสิ เห็นไหมว่าดื่มแล้วทำร้ายตัวเองจนมีสภาพเป็นยังไง”
แต่เหยียนเฉียวอวี้ยังรู้สึกว่ามีใครสักคนตั้งใจทำร้ายสามี “คุณแม่คะ เฉิงเฉียนชอบดื่ม แต่เขาไม่เคยทำร้ายตัวเองนะคะ น่าจะมีคนทำร้ายเขามากกว่า”
เฉินหยิงมองหน้าเธออย่างไม่สบอารมณ์ “หมายความว่ายังไง! วันนี้มีแต่แขกมาร่วมงานเลี้ยง ใครจะไปทำร้ายเขาได้”
คุณปู่โจวหน้าบึ้งตึงเช่นกัน “เอาเถอะ ช่วยพาเขากลับบ้านก่อนเร็วเข้า อย่าให้เสียหน้า!”
เหยียนเฉียวอวี้จับแขนสามีและหยิกเต็มแรง ทำให้โจวเฉิงเฉียนโอดครวญด้วยความเจ็บ และพยายามลืมตาขึ้นมองคนตรงหน้า ก่อนเอ่ยเสียงอ้อแอ้ “ทำไม งานยังไม่จบนี่ ดื่มกันต่อสิ!”
“บอกมานะคะว่าที่เป็นแบบนี้ทำร้ายตัวเองหรือถูกคนอื่นทำร้าย” หล่อนถามเสียงดัง พลางมองสามีที่ไม่เคยทำตัวได้ดั่งใจตน
โจวเฉิงเฉียนส่ายหน้า และผลักมือภรรยาออก เขาลุกขึ้นยืนก่อนเรอเสียงดัง “ใครจะกล้ามาทำร้ายผม! ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเหรอ มาๆ ดื่มกันต่อ!”
เสียงเตือนของโจวจินหนานยังดังก้องในหู ทำเอาเขายังหวาดกลัวไม่หาย
……………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
สาวชุดขาวนี่ใครอีกเนี่ย มาหาเรื่องชิงชิงระวังจะจบไม่สวยนะคะ
พี่หนานไปขู่อะไรลุงตัวเองไว้กันนะ
ไหหม่า(海馬)