เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 65 ห้ามใจอ่อน
บทที่ 65 ห้ามใจอ่อน
เมื่อเห็นสวี่ชิงกับเฟิงซูฮวา เฉินหยิงก็ยกยิ้มละอายใจ “ครอบครัวสะใภ้ ชิงชิง ขอโทษที่ต้องรบกวนในวันนี้ด้วยนะ”
เนื่องจากคู่แต่งงานใหม่ไม่สามารถพบหน้ากันได้ก่อนวันงาน สวี่ชิงจึงไม่ได้เจอโจวจินหนานสองวัน
เมื่อเจอเฉินหยิงตอนนี้จึงอดเป็นห่วงไม่ได้ “คุณย่าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
เฉินหยิงโบกมือปฏิเสธ “ไม่ใช่ๆ นี่ป้าสะใภ้ใหญ่ของจินหนานน่ะ คราวนี้มาจากจี้เฉิงกับลุงเขาเพื่อร่วมงานแต่งของจินหนาน วันนี้มาหาเพื่อนเลยแวะมาเจอน่ะ”
เฟิงซูฮวายิ้มและเชิญให้พวกหล่อนทั้งสองนั่งลง “เราต่างหากต้องยินดีที่อุตส่าห์แวะมาหากัน จะเป็นการรบกวนได้ยังไง นั่งลงก่อนค่ะ ชิงชิง รีบไปเตรียมชาแล้วหั่นแตงโมมาเร็วเข้า”
สวี่ชิงรับคำและไปหยิบกามาชงชา พร้อมกับสงสัยอยู่ในใจเต็มประดา
ป้าสะใภ้ใหญ่ของโจวจินหนานดูเป็นคนใจดี แต่เธอกลับไม่เคยเห็นในชีวิตก่อน บางทีอาจมาร่วมงานด้วยแต่เธอไม่ได้ใส่ใจมองเท่านั้น
เฉินหยิงเอ่ยชมลานบ้านที่เป็นระเบียบเรียบร้อยไม่หยุดปาก และผักที่ปลูกเอาไว้ก็งามน่าทาน
เฟิงซูฮวากล่าวอย่างอารมณ์ดีด้วยความถ่อมตัว “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่พอกินได้เท่านั้นเอง”
เฉินหยิงส่งสายตาจริงใจมาให้ “งามจริงๆ นะคะ อย่างที่ว่ากันว่าคนมุมานะย่อมไม่เกียจคร้าน หมายความว่าคุณเป็นคนขยันน่ะค่ะ”
หลังเอ่ยจบก็หันไปคุยกับสะใภ้ใหญ่ของตน “เฉียวอวี้ เธอคิดว่าไง”
เหยียนเฉียวอวี้พยักหน้ารับอย่างเป็นมิตรพร้อมรอบยิ้มบนใบหน้า “คุณน้าปลูกผักได้งามจริงๆ ค่ะ ฉันว่าหลานสะใภ้ก็คงปลูกได้ดีเหมือนกัน โชคดีของจินหนานแล้วละค่ะ”
เฉินหยิงพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่แล้ว ครั้งแรกที่เจอชิงชิง ฉันก็ชอบเด็กคนนี้มากตั้งแต่แวบแรก หล่อนเป็นเด็กดี ทั้งจิตใจดีและขยันขันแข็ง”
เฟิงซูฮวาทำเพียงยกยิ้ม รู้สึกว่าที่เฉินหยิงเอ่ยชมขึ้นมาแบบนี้ ต้องมีเรื่องบอกในภายหลังแน่
สวี่ชิงชงชาและยกชุดน้ำชาดอกไม้ออกมาทันได้ยินเฉินหยิงชมตนเองพอดี เธอรู้สึกเช่นเดียวกันเฟิงซูฮวา
อีกฝ่ายแวะมาหาคราวนี้ เกรงว่าจะไม่ได้เป็นการมาเยี่ยมธรรมดา
เธอรินชาให้ทั้งสอง ไปหั่นแตงโมลงจานให้ ก่อนนั่งลงข้างเฟิงซูฮวาเงียบๆ
เฟิงซูฮวากล่าวชวนทั้งคู่ให้กิน “กินแตงโมสิคะ ทั้งฉ่ำน้ำ เย็น แล้วก็หวานอร่อยมากเลยค่ะ”
เฉินหยิงยิ้มและกินแตงโมไปได้ชิ้นหนึ่ง นางก็ไม่อ้อมค้อมอีก “ชิงชิง ย่ามาที่นี่เพราะอยากถามบางอย่าง ถ้าเธอไม่สบายใจก็คิดเสียว่าย่าไม่ได้พูดแล้วกันนะ”
สวี่ชิงเงียบ เห็นได้ชัดว่าเธอต้องยอมรับความอึดอัดใจ
เฟิงซูฮวาที่อยู่ข้างๆ เอ่ยยิ้มแย้ม “จะสบายใจหรือเปล่าก็พูดออกมาก่อนเถอะ”
เฉินหยิงถอนหายใจ “จินหนานบอกเราวันนั้นว่าแต่งงานแล้วจะไม่กลับไปอยู่ด้วยกัน ฉันรู้ว่าคนสมัยใหม่มีความคิดแบบนี้กัน คงไม่อยากอยู่กับคนเฒ่าคนแก่แน่นอน แต่ว่านะชิงชิง คืนวันแต่งงานพอจะอยู่บ้านได้ไหม”
สวี่ชิงนิ่งเงียบ คำขอของเฉินหยิงไม่ได้มากเกินไป เพียงแต่เธอไม่รู้ว่าโจวจินหนานไปพูดอย่างไรกับเฉินหยิง
เมื่อเหยียนเฉียวอวี้เห็นสวี่ชิงไม่ตอบจึงคิดว่าเจ้าตัวไม่ยอม และพูดโน้มน้าว “ใช่แล้ว อยู่ที่บ้านคืนวันแต่งงานก่อน ไม่อย่างนั้นชาวบ้านชาวช่องจะคิดว่าเข้ากับที่บ้านไม่ได้ ฉันจะไม่อยู่บ้านในคืนวันแต่งงาน ย่าจินหนานหวังว่าเธอกับจินหนานจะมีความสุขกัน อยู่ที่บ้านสักคืนหนึ่งคงไม่ล่าช้าไปหรอกใช่ไหมล่ะ”
ในจังหวะที่สวี่ชิงกำลังจะตอบ เฟิงซูฮวาก็เอ่ยขึ้นก่อน “ฉันว่าย้ายออกวันรุ่งขึ้นดูแย่กว่าอีกนะคะ คนไม่รู้จะคิดเอาได้ว่าสะใภ้หมาดๆ เพิ่งแต่งเข้าบ้าน วันต่อมาก็แตกหักกับญาติซะแล้ว ในเมื่อพวกเขาอยากแยกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ก็ให้แยกออกไปเลยดีกว่าค่ะ”
เฉินหยิงหน้าเสียทันที อีกฝ่ายพูดถูก แต่เมื่อนึกถึงงานมงคลสมรสถูกจัดขึ้นที่บ้าน แต่คู่บ่าวสาวดันกลับไปหลังงานเลิก นางก็นึกไม่สบายใจขึ้นมา
เหยียนเฉียวอวี้ไม่อาจปฏิเสธคำของเฟิงซูฮวาได้ หล่อนทำเพียงมองหน้าสวี่ชิง “ที่จริงแล้วเธอกับจินหนานอยู่กับเราทุกคนก็ได้ ครอบครัวจะได้ช่วยเธอดูแลจินหนานได้”
สวี่ชิงยิ้ม “โจวจินหนานไม่ต้องให้ใครมาดูแลเขาหรอกค่ะ มีฉันอยู่ด้วย ดูแลเขาได้อยู่แล้วค่ะ”
เฉินหยิงรู้ว่าคงมาเสียเที่ยวแล้ว แต่นางก็ไม่อยากให้ผิดใจกัน จึงยิ้มตอบและเอ่ยกับสวี่ชิง “เราผลีผลามกันเกินไป แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก โชคดีที่เรายังอยู่เมืองเดียวกัน มาเยี่ยมเธอได้บ่อยๆ ชิงชิง ว่าแต่เธอเตรียมพร้อมสำหรับการแต่งงานหรือยังล่ะ”
สวี่ชิงพยักหน้า “ทุกอย่างเกือบพร้อมแล้วค่ะ เหลือแค่เชิญเพื่อนบ้านมาเลี้ยงอาหารเย็นพรุ่งนี้”
เฉินหยิงพูดคุยอย่างเป็นกันเอง ก่อนกลับไปพร้อมเหยียนเฉียวอวี้
เฟิงซูฮวาถอนหายใจเมื่ออีกฝ่ายจากไป “ย่าของโจวจินหนานเป็นคนดี พออายุมากขึ้นก็อยากให้ลูกหลานอยู่ด้วยเป็นธรรมดา เรื่องนี้เข้าใจได้อยู่ แต่ว่านะ ชิงชิง จะตัดสินใจทำเรื่องที่ไม่สบายใจเพราะใจอ่อนไม่ได้หรอก”
สวี่ชิงเกาะแขนผู้เป็นย่าอย่างออดอ้อน “คุณย่า ฉันไม่ยอมใจอ่อนหรอกค่ะ”
หากเป็นในชีวิตก่อน ตามนิสัยของเธออาจยอมแต่งงานและอยู่บ้านเดียวกับเฉินหยิงไปแล้ว เพราะเธอรู้สึกเห็นใจอีกฝ่าย
ทว่าไม่ใช่ในชีวิตนี้ ตอนนี้เธอต้องการปกป้องคนที่ตนรักและหลีกเลี่ยงเรื่องเดือดร้อนวุ่นวาย
……
สวี่ชิงกับเฟิงซูฮวาปรึกษากันเรื่องเชิญเพื่อนบ้านมาเลี้ยงอาหารในวันพรุ่งนี้ ก่อนไปซื้อของในช่วงบ่าย และชวนพี่ป้าน้าอาที่ทำอาหารได้มาช่วยทำอาหาร รวมถึงจัดเตรียมป้ายมงคล
ทั้งยังต้องหาคุณน้าที่มีลูกหลานมาถือผ้านวมส่งตัวเจ้าสาว
ในขณะที่สวี่ชิงกำลังวุ่นกับการเตรียมงานแต่ง ด้านฟางหลานซินกลับไม่สู้ดีนัก
ตอนนี้หล่อนตัดสินใจให้สวี่หรูเยว่แต่งงานกับหลี่ต้าหย่งแล้ว ฉินกุ้ยจือผู้เป็นมารดาของหลี่ต้าหยงพร้อมหลี่เฟิงป้ารองของเขามาเยือนถึงหน้าประตูอีกครั้งเพื่อสู่ขอ
พวกหล่อนมีท่าทางต่างจากคราวก่อนอย่างเห็นได้ชัด ร่างอวบนั่งลงขณะมองเหยียดใส่ฟางหลานซิน “ครอบครัวเราตกลงใจกันแล้ว เราจะแต่งหรูเยว่เข้าบ้าน ฉันกับป้ารองของเขาเลยต้องแบกหน้ามาที่นี่อีกครั้ง”
หลี่เฟิงกล่าวสำทับ “ใช่ ที่ผ่านมาต้าหยงไปดูตัวมาหลายคน ทั้งหมอที่โรงพยาบาล พนักงานในบริษัทใหญ่โต เป็นผู้หญิงดีๆ ทั้งนั้น แต่หัวเด็ดตีนขาดยังไงเขาก็ไม่ยอมตกลงแต่งงานด้วย ชอบแค่หรูเยว่ของคุณคนเดียว”
ฟางหลานซินหน้าเสียทันที ที่บอกว่าเป็นผู้หญิงดีๆ ทั้งนั้นหมายความว่าอะไรกัน?
ไม่ใช่เป็นการลากสวี่หรูเยว่ไปเหยียบย่ำหรอกหรือ?
ทว่าหล่อนจะทำให้เกิดเรื่องบาดหมางกันไม่ได้ ทำได้เพียงยิ้มเจื่อนให้ “เด็กสองคนเติบโตมาด้วยกัน พวกเขาคงมีความรู้สึกต่อกันน่ะค่ะ”
ฉินกุ้ยจือชำเลืองมองหลี่เฟิงและขยิบตาให้ หลี่เฟิงจึงเอ่ยต่อพร้อมรอยยิ้มทันที “ใช่ไหมล่ะคะ เด็กสองคนโตมาด้วยกัน รู้พื้นเพกันดี แต่งหรูเยว่เข้าตระกูลหลี่ของเราก็ไม่ต่างจากลูกสาวคนหนึ่ง เพียงแต่ว่า…”
หล่อนเงียบไปครู่หนึ่งขณะเผยสีหน้าลำบากใจ “เรื่องสินสอด… ครอบครัวเราวางแผนจะสร้างบ้านช่วงใบไม้ร่วงนี้ แล้วต้าหลง น้องชายของต้าหยงก็ยังไม่ได้แต่งงาน”
ฟางหลานซินได้ฟังก็รู้ว่าครอบครัวนี้ต้องการแต่งสะใภ้เข้าบ้านโดยไม่จ่ายสินสอด
ฉินกุ้ยจือเหมือนจงใจแทงใจดำฟางหลานซิน “แน่นอนว่าคงเทียบกับสินสอดของสวี่ชิงไม่ได้ ได้ยินว่าตระกูลโจวให้สินสอดก้อนโตเลยนี่คะ”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
อะไรที่ปล่อยไว้ทีหลังแล้วจะวุ่นวายก็อย่าใจอ่อนเลยค่ะ เจ็บแต่จบครั้งเดียวดีกว่า
โชคดีกับงานแต่งของลูกสาวแท้ๆ นะนังแม่เลี้ยง
ไหหม่า(海馬)