เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 62 ของขวัญลึกลับ
บทที่ 62 ของขวัญลึกลับ
ฟ่านเจี๋ยโมโหสวี่ชิงแทบตาย แต่หล่อนก็ไม่อาจโต้กลับได้
ตอนที่คุยกับหล่อนในคราวแรก ทัศนคติของโจวจินหนานไม่ได้เป็นอย่างนี้เลยสักนิด ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นแบบนี้ได้?
เมื่อเห็นใบหน้าและดวงตาแดงก่ำของฟ่านเจี๋ยที่ทำท่าจะร้องไห้อยู่รอมร่อ สวี่ชิงก็ ‘แทง’ หล่อนด้วยความปรานีอีกหนึ่งแผล “เธอควรกลับไปตรวจสอบให้ดีนะว่าใครเป็นคนเขียนจดหมายตอบเธอ นั่นไม่ใช่โจวจินหนานหรอก อย่าทำตัวเหมือนคนงี่เง่านักเลย เขียนตอบจดหมายกันมาตั้งนาน กลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเป็นใคร”
ฟานเจี๋ยตะลึง “เธอหมายความว่ายังไง?”
สวี่ชิงหัวเราะ “เธอก็ไม่น่าจะโง่นะ ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?”
หญิงสาวคร้านเกินกว่าจะคุยกับฟ่านเจี๋ย เธอจึงเดินเตร็ดเตร่ไปพร้อมกับสิ่งของ
การปรากฏตัวของฟ่านเจี๋ยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสภาพอารมณ์ของสวี่ชิงเลยแม้แต่น้อย เธอกลับบ้านพร้อมกับสิ่งของมากมายที่จะเริ่มทำเสื้อผ้าในวันนี้
เธอยังต้องเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับเฟิงซูฮวา ดังนั้นเวลาจึงกระชั้นชิดมาก
แต่ไม่คิดเลยว่าตอนมาถึงหน้าบ้าน เธอก็เห็นโจวจินซวนยืนอยู่ข้างประตู ราวกับว่าเขารออยู่เป็นเวลานานแล้ว
สวี่ชิงรู้สึกปวดหัวขึ้นมา วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย เธอเพิ่งพบฟ่านเจี๋ยมาหมาด ๆ มาคราวนี้กลับเจอโจวจินซวนอีก
โจวจินซวนเห็นสวี่ชิงแล้วก็เดินเข้าไปหาเธอ “สวี่ชิง ผมรอคุณมานานแล้ว ขอคุยกับคุณหน่อยได้ไหม?”
เขายืนขวางถนนอยู่ ทำให้สวี่ชิงต้องลงจากรถและตอบด้วยสีหน้าเย็นชา “ไม่!”
โจวจินซวนลังเล “สวี่ชิง นี่มันไม่ใช่เรื่องสมควรเลยนะที่คุณจะแต่งงานกับพี่ใหญ่ของผมแบบนี้ คุณยังไม่รู้จักเขาดีเลย รีบร้อนแต่งงานกันแบบนี้ คุณจะเสียใจภายหลังนะ”
เขารู้สึกประหลาดใจมากหลังได้ยินครอบครัวของเขาคุยกันว่าโจวจินหนานกับสวี่ชิงจะแต่งงานกันในวันที่ 30
ริ้วความไม่เต็มใจผุดขึ้นในใจของเขา และรู้สึกว่าสวี่ชิงไม่ควรแต่งงานกับโจวจินหนาน
สวี่ชิงเยาะเย้ย “คุณคิดผิดแล้วค่ะ ฉันไม่เสียใจที่จะแต่งงานกับใครทั้งนั้น แต่จะเสียใจที่แต่งงานกับคุณมากกว่า! ถ้าคุณสบายดีก็รีบถอยไปเถอะค่ะ ฉันเบื่อที่จะเจอคุณแล้ว”
ใบหน้าของโจวจินซวนกลายเป็นน่าเกลียด “สวี่ชิง คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง ผมอุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดีนะ คุณจำเป็นต้องพูดแบบนั้นเหรอ? ผมแค่ไม่อยากเห็นคุณเดินพลาด คุณยังไม่รู้จักพี่ใหญ่ของผม จิตใจของเขาน่ะเย็นชาจนไม่มีใครสามารถละลายมันได้เลย”
สวี่ชิงมองเขาอย่างเย็นชา “คุณยังปกติดีอยู่ไหม? รีบถอยไปค่ะ อย่าให้ฉันต้องดุด่าคุณ และหวังว่าในอนาคตที่เจอหน้ากัน คุณจะเรียกฉันว่าพี่สะใภ้นะคะ จะว่าไปแล้วพี่ชายของคุณกับฉันก็จดทะเบียนสมรสกันแล้วล่ะค่ะ”
ใบหน้าของโจวจินซวนดูน่าเกลียด แต่เขาก็ไม่เต็มใจที่จะจากไป
แต่เมื่อดูจากท่าทางของสวี่ชิงแล้ว ก็ดูเหมือนอีกฝ่ายพร้อมจะเปิดปากด่าได้ทุกเมื่อ
ขณะที่เขากำลังลังเล ไป๋หลางก็กระโจนมาจากไหนไม่อาจทราบได้ มันขู่คำรามใส่โจวจินซวนอย่างเกรี้ยวกราดพร้อมกับแสยะเขี้ยวอย่างดุร้าย
สวี่ชิงประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นไป๋หลางปรากฏตัว “ไป๋หลาง!”
เธอรีบหันศีรษะกลับไปมอง และเห็นโจวจินหนานยืนอยู่ไกลออกไป ทำให้มองเห็นรูปลักษณ์และสภาพอารมณ์ของเขาได้ไม่ชัดเจน
โจวจินซวนไม่ได้คาดหวังว่าพี่ใหญ่จะมา และไม่คิดว่าไป๋หลางจะปฏิบัติตัวกับเขาราวกับเห็นเป็นศัตรู จึงรีบผละจากไปด้วยความอับอาย
ตอนที่เดินไปถึงตรงหน้าโจวจินหนาน เขาก็กระซิบ “พี่ใหญ่”
โจวจินหนานมีสีหน้าไม่แยแส และน้ำเสียงของเขาก็เบามากเช่นกัน “ฉันเพิ่งบอกให้นายใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี! โจวจินซวน นายเห็นคำพูดของฉันเป็นอากาศอย่างนั้นเหรอ?”
โจวจินซวนยิ่งมีสีหน้าอับอาย “พี่ใหญ่ ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
น้ำเสียงของโจวจินหนานช่างแผ่วเบา แต่แผ่แรงกดดันเยือกเย็นที่ไม่อาจเลี่ยงได้ออกมา “ฉันให้โอกาสนายสามครั้ง นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว หากฉันพบว่ามีครั้งที่สามล่ะก็! อย่าโทษว่าฉันหยาบคายกับนายแล้วกัน”
โดยไม่รอคำอธิบายของโจวจินซวน โจวจินหนานก็ออกปากไล่เสียงดังฟังชัด “ไป!”
โจวจินซวนผละจากไปในทันที ไม่กล้าเอ่ยอะไรกับโจวจินหนานอีกแม้แต่คำเดียว
สวี่ชิงมองโจวจินหนานกับโจวจินซวนคุยกัน เป็นเพราะพวกเขาอยู่ห่างเกินไป เธอจึงไม่ได้ยินว่าทั้งสองพูดคุยอะไร แต่อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ สวรรค์ช่างยุติธรรมนัก
บุพเพอาละวาดระหว่างเธอกับโจวจินซวนเกิดขึ้นครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว
หลังมองดูโจวจินซวนจากไปแล้ว เธอก็จอดจักรยานและเดินไปจับมือของโจวจินหนาน ก่อนเอ่ยเบาๆ “วันนี้ฉันไปเดินห้างซื้อผ้านวมกับผ้าปูเตียงมาแล้วนะคะ แล้วยังมีผ้าอีกตั้งเยอะที่ตั้งใจจะเอามาตัดชุดแต่งงาน พี่เตรียมตัวพร้อมหรือยังคะ? ต้องให้ฉันตัดชุดใหม่ให้พี่สักชุดไหม?”
โจวจินหนานเขย่ามือนุ่มของสวี่ชิง พลางเอ่ยเสียงอ่อนโยน “ไม่ต้องหรอก ครอบครัวผมจะเป็นคนเตรียมให้เอง โจวจินซวนมักจะมาหาคุณบ่อย ๆ เหรอ?”
ด้วยกลัวว่าโจวจินหนานจะเข้าใจผิด สวี่ชิงจึงรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกค่ะ วันนี้ฉันบังเอิญเจอเขาแบบไม่คาดคิดเท่านั้น แต่ฉันจะพยายามเมินเขานะคะ”
โจวจินหนานหยิบปากกาด้ามหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนยื่นให้กับสวี่ชิง “อันนี้ให้คุณ สำหรับพกไว้ป้องกันตัวน่ะ”
สวี่ชิงรับมันไว้ด้วยความใคร่รู้ ปากกาสีเงินยวงในมือของเธอมีน้ำหนักอย่างรู้สึกได้ “นี่มันปากกาอะไรเหรอคะ?”
โจวจินหนานบอกให้เธอเปิดดู พลางอธิบาย “เกาจ้านเป็นคนประดิษฐ์มัน ทั้งสองด้านมีปลอกปากกาสวมทับอยู่ ด้านหนึ่งเป็นใบมีดคมๆ ส่วนอีกด้านเป็นเข็มฉีดยาที่บรรจุยาสลบแรงพอจะล้มชายฉกรรจ์สองคนได้”
สวี่ชิงได้ยินแล้วก็ขบขันเล็กน้อย เมื่อลองหมุนปลอกปากกาด้านหนึ่งออก ก็เผยให้เห็นใบมีดคมกริบที่บางราวปีกจักจั่นสะท้อนแสงเย็นเยือก ครั้นหมุนปลอกปากกาอีกด้านก็พบว่าเป็นกระบอกเข็มฉีดยาขนาดพกพา
“ไม่ใช่ว่านี่เป็นลูกรักของเกาจ้านหรอกเหรอคะ คุณเอามาให้แบบนี้ เขาไม่ว่าอะไรเหรอ?”
โจวจินหนานพูดเบา ๆ “เขาเป็นคนทำเอง มันไม่ได้ใช้ความพยายามมากหรอก เดี๋ยวเขาก็กลับไปทำอีกอันได้”
สวี่ชิงเก็บปากกาด้ามนั้นเข้ากระเป๋าอย่างสบายใจ “ถ้าอย่างนั้นฉันก็ยินดีรับไว้ค่ะ คุณกลับไปขอบคุณพี่ใหญ่เกาให้ฉันทีนะคะ จะว่าไปแล้วคุณกับไป๋หลางก็มาเพราะคำสั่งของพี่ใหญ่เกาด้วยใช่ไหม?”
โจวจินหนานส่งเสียงอืม “ผมมาเพราะเอานี่มาให้คุณ แล้วก็เอาเงินมาให้น่ะ”
จากนั้นเขาก็หยิบเงินปึกหนึ่งยื่นให้สวี่ชิง “คุณรับเงินนี้ไว้เถอะ ผู้ชายควรจะออกค่าใช้จ่ายสำหรับบ้านใหม่ด้วย”
สวี่ชิงรักษาศักดิ์ศรีชายชาตรีของโจวจินหนานไว้ด้วยการยิ้มและรับเงินจากเขา “ตกลงค่ะ ฉันจะรับเงินนี้ไว้ คุณกลับบ้านไปพร้อมฉันสิคะ แล้วฉันจะทำเจียนปิ่งให้กินเป็นมื้อเที่ยง”
เธอนำทางโจวจินหนานเข้ามาในบ้าน แล้วจึงเข็นจักรยานตามมา
เฟิงซูฮวามองดูโจวจินหนานและสวี่ชิงเข้ามาในลานบ้านแล้วก็ยิ้มอย่างร่าเริง “พวกเธอออกไปซื้อของด้วยกันเหรอ?”
นางมองกระติกน้ำร้อนสีแดงที่สวี่ชิงแขวนไว้กับคันบังคับจักรยาน สีแดงสดของมันดูแล้วมีชีวิตชีวิตยิ่งนัก “กระติกน้ำร้อนนี่สวยดีนะ ถ้าหลานอยากซื้อก็ซื้อมาสองใบเลยสิ”
ขณะพูด นางก็เอื้อมมือไปแตะกระติกน้ำร้อน ทันใดนั้นก็ย่นจมูกฟุดฟิด ก่อนมองสวี่ชิงกับโจวจินหนาน “ตอนที่พวกเธอกลับมาได้เจอใครสักคนบ้างไหม?”
สวี่ชิงไม่แสดงท่าทางอะไร “ไม่นี่คะ เจอแค่โจวจินซวนตรงหน้าประตูเท่านั้น”
เฟิงซูฮวามองไปที่โจวจินหนาน “เธอล่ะรู้สึกไม่สบายเนื้อตัวหรืออะไรบ้างไหม?”
โจวจินหนานส่ายศีรษะ “ไม่นะครับ? มีปัญหาอะไรเหรอ?”
เฟิงซูฮวาไม่ตอบ แต่หันไปสั่งสวี่ชิง “เร็ว รีบพาจินหนานเข้าห้อง อย่าเพิ่งพูดอะไร เข้าห้องไปก่อนเร็ว”
นางได้กลิ่นหอมประหลาดอย่างหนึ่ง เป็นกลิ่นหอมที่กระตุ้นพิษในกายของโจวจินหนานให้กำเริบขึ้นได้
โจวจินหนานก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกันนั้นความรู้สึกแห้งผากอันคุ้นเคยก็กลับมา และรับรู้ได้เลือนรางว่าทุกครั้งที่ตนป่วยนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีใครบางคนจงใจทำ!
…………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
ชิงชิงไม่มีใจให้แล้ว จินซวนก็เลิกตอแยได้แล้วนะ
ชอบปากกานี่จังเลยค่ะ เป็นอาวุธลับที่โหดมาก
ใครเป็นคนวางยาพี่หนานกัน?
ไหหม่า(海馬)