เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 60 ต้องแต่งงานทั้งที่ไม่อยากแต่ง
บทที่ 60 ต้องแต่งงานทั้งที่ไม่อยากแต่ง
เมื่อหวังไก๋ฮวาคว้าตัวสวี่หรูเยว่ได้ หล่อนก็ไม่แสดงความเมตตาอีกต่อไป กระชากผมและข่วนหน้าอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
ติงชางเหวินดึงหวังไก๋ฮวาออกมาด้วยความตื่นตระหนก “ทำบ้าอะไรของคุณ? ปล่อย!”
ปัญหาเรื่องชู้สาวระหว่างสามีภรรยาถือเป็นปัญหาใหญ่ หากเรื่องนี้แพร่สะพัดออกไป แน่นอนว่าเขาคงละอายเกินกว่าจะเผชิญหน้าผู้คน
หวังไก๋ฮวายังคงไม่ยอมปล่อยมือ ข่วนหน้าสวี่หรูเยว่ด้วยความโมโห “ฉันจะทำให้หล่อนต้องอับอาย อายุยังน้อย ยังเรียนหนังสือไม่จบด้วยซ้ำ แต่ริจะยั่วผู้ชาย วันนี้ฉันจะถลกหนังหล่อน ถอดเสื้อผ้าแล้วโยนลงบนถนน ประจานให้คนได้รู้กันทั่ว”
หล่อนกล่าวพลางดึงชุดกระโปรงผ้าฝ้ายเบาบางออกจากร่างกายของอีกฝ่าย
สวี่หรูเยว่ร่ำไห้ระงมขณะถูกหวังไก๋ฮวาฉีกทึ้งเสื้อผ้า จนเผยให้เห็นชุดชั้นในและเนื้อหนัง หล่อนไม่สนใจต่อความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น พยายามปกปิดร่างกายของตัวเองพลางกรีดร้อง
เนื่องจากห้องของพวกเขาไม่ได้เก็บเสียง ประตูก็ถูกถีบจนผุพัง ดังนั้นผู้คนมากมายจึงมามุงดูสิ่งที่เกิดขึ้น
ติงชางเหวินทั้งอับอาย หงุดหงิด และวิตกกังวล เขากระชากผมของหวังไก๋ฮวาแล้วดึงกลับก่อนจะบีบคอหล่อน “จะเอะอะโวยวายทำไม! พูดเรื่องไร้สาระอะไรของคุณ จะทำอะไรก็ช่วยไตร่ตรองหน่อย!”
หวังไก๋ฮวาไม่คิดว่าติงชางเหวินจะทำเช่นนี้ หล่อนไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้เนื่องจากถูกเขาบีบคออยู่ แต่ไม่ว่าอย่างไรหล่อนก็จะไม่มีวันปล่อยสวี่หรูเยว่ไป ยิ่งสามีทำเช่นนี้หล่อนก็ยิ่งมั่นใจว่าติงชางเหวินต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับหญิงสาวไร้ยางอายคนนี้อย่างแน่นอน
ท่ามกลางผู้คนที่มุงดู สองคนในพวกเขาเดินออกมาเพื่อช่วยพยุงสวี่หรูเยว่ ขณะที่หญิงสูงวัยร่างท้วมคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมดึงผ้าคลุมโต๊ะห่อหุ้มร่างกายให้หล่อน
แม้หวังไก๋ฮวาจะถูกดึงตัวไว้ แต่หล่อนยังคงไม่ยอมแพ้ต่อการสั่งสอนสวี่หรูเยว่ หล่อนตะโกนทันทีด้วยความโกรธ “ทุกคนดูหน้านังปีศาจจิ้งจอก*(1)ไร้ยางอายคนนี้สิ มาหาผู้ชายถึงที่พักตอนกลางวันแสก ๆ สงสัยจะระงับความคันของตัวเองไว้ไม่ได้”
ติงชานเหวินโกรธจนควันออกหู “หุบปาก! ทุกอย่างไม่ใช่อย่างที่คุณคิด เสี่ยวสวี่และผมต่างบริสุทธิ์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเชิงชู้สาว คุณใส่ร้ายนักศึกษาที่ไร้เดียงสา และยังดูถูกผมด้วย”
เขากล่าวอย่างเคร่งขรึมด้วยความโกรธ
สวี่หรูเยว่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าคลุมโต๊ะ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนพลางร่ำไห้
เมื่อผู้คนรอบข้างเห็นดังนั้นก็คิดว่ามีเรื่องเข้าใจผิด “พี่สะใภ้เข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า?”
“นั่นสิ คุณควรถามให้ดีก่อนว่าแท้จริงแล้วหล่อนมาที่นี่เพื่ออะไร หล่อนอาจมาถามเรื่องการเรียนก็ได้”
หวังไก๋ฮวาตอบกลับ “หากจะมาเพื่อถามเกี่ยวกับการเรียน ทำไมไม่ไปถามที่ห้องทำงานหรือมหาวิทยาลัยล่ะ? ดูสิ แต่งตัวยั่วยวนขนาดนี้ มาถามเรื่องเรียนหรือมาอ่อยผู้ชายกันแน่”
ขณะที่หวังไก๋ฮวากล่าว หล่อนก็หลุดของจากมือของสามีพลันรีบวิ่งไปจัดการสวี่หรูเยว่
เมื่อหญิงสูงวัยร่างท่วมเห็นดังนั้นก็รีบลากสวี่หรูเยว่ออกไป ไม่ว่านี่จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็น่าเกลียดเกินไปที่จะก่อความวุ่นวายในอาคาร
เมื่อหวังไก๋ฮวาเห็นสวี่หรูเยว่ถูกพาตัวไป หล่อนก็ชี้หน้าติงชางเหวินพลางตำหนิ “ติงชางเหวิน คุณควรรู้จักละอายใจบ้าง หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่แม่ที่ชราภาพและพ่อที่เป็นอัมพาตของคุณ หากไม่ใช่เพราะเพื่อให้คุณได้ทำงานในสถานศึกษาที่ดี ฉันคงไม่อยู่ดูแลท่านพร้อมเก็บสะสมคูปองปันส่วนอาหารทุกอันส่งให้คุณ แล้วดูสิ่งที่คุณทำกับฉันสิ กำลังเอาเยี่ยงอย่างเฉินซื่อเหม่ย*(2)สินะ!”
หล่อนไม่สามารถทำร้ายร่างกายหรือทุบตีสวี่หรูเยว่และติงชางเหวินได้ แต่สามารถทำลายข้าวของได้
หลังหลุดจากพันธนาการของสามี หวังไก๋ฮวาก็กวาดขวดและเหยือกทั้งหมดบนโต๊ะลงพื้น ทำลายรางวัลแห่งเกียรติยศทั้งหมดที่แขวนบนผนัง “นังแพศยา จำใส่กะโหลกไว้ด้วยว่าอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไม่งั้นฉันถลกหนังแกแน่!”
ติงชางเหวินยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความลำบากใจ เขากำลังครุ่นคิดว่าควรจะอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นต่อผู้อื่นอย่างไร
ปัญหาชีวิตคือปัญหาใหญ่
เมื่อฝูงชนที่มุงดูเห็นก็รู้สึกว่าควรปล่อยให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพังเพื่อจัดการปัญหาส่วนตัว ทันทีที่คิดได้ดังนั้นพวกเขาก็เกลี้ยกล่อมติงชางเหวินและหวังไก๋ฮวาอย่างสุภาพก่อนจะจากไป
ทันทีที่ประตูปิดลง ติงชางเหวินก็จ้องมองไปยังหวังไก๋ฮวาด้วยความเสียใจ “เรื่องที่คุณก่อในวันนี้อาจทำให้ผมตกงานได้ หลังจากนี้ครอบครัวเราคงต้องอยู่กันแบบอดอยาก คุณคงมีความสุขมากสินะ”
หวังไก๋ฮวาตกใจกับแววตาของติงชางเหวินที่จ้องมองมา แต่ยังคงพูดอย่างแข็งกร้าว “แล้วคุณให้นังเด็กแพศยาคนนั้นมาทำอะไรที่นี่? หากคนอื่นรู้เรื่องนี้จะทำยังไง?”
ติงชางเหวินโกรธมากจึงเอื้อมมือบีบคอหวังไก๋ฮวา เนื่องจากเขาเป็นชายที่มีพละกำลัง หล่อนจึงใบหน้าแดงก่ำพลันรู้สึกหายใจไม่ออก
“คุณเก่งมาก! ในเมื่อวันนี้คุณคิดทำลายผม ผมก็จะฆ่าคุณ เราทั้งคู่ก็จะมีความสุข”
ดวงตาของหวังไก๋ฮวาเบิกกว้างทันทีที่ได้ยิน พยายามดึงมือเขาออกด้วยความตกใจ
ท้ายที่สุดติงชางเหวินก็ไม่ได้บีบคอหวังไก๋ฮวาให้ตายอย่างที่พูด แต่เขาเหวี่ยงมืออย่างรุนแรงจนหล่อนล้มลงกับพื้น
หวังไก๋ฮวาจับคอของตัวเอง นั่งบนพื้นพลางหอบหายใจด้วยความหวาดกลัว
เมื่อเพื่อนร่วมชั้นได้ยินเรื่องที่สวี่หรูเยว่ไปหาติงชางเหวินก็ต่างงุนงง เพราะติงชางเหวินเป็นอาจารย์รายวิชาฟิสิกส์ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิชาเอกของสวี่หรูเยว่
หากจะบอกว่าไปที่นั่นเพื่อถามเกี่ยวกับการเรียนก็คงไม่มีใครเชื่อ
แน่นอนว่าผู้คนต่างคิดในทางที่ไม่ดี
แม้แต่ป้าขายไอติมที่ได้ยินเรื่องราวก็ถอนหายใจ หล่อนไม่คิดเลยว่านอกจากติงชางเหวินจะคบชู้กับหญิงมีอายุอย่างฟางหลานซินแล้ว ยังลอบมีสัมพันธ์กับหญิงสาววัยแรกแย้มอย่างสวี่หรูเยว่ด้วย
แน่นอนว่าเรื่องซุบซิบนินทามักสร้างความพึงพอใจและตื่นเต้นให้แก่ผู้ที่ได้ยิน แม้แต่เพื่อนร่วมงานของติงชางเหวินเองก็พูดคุยถึงเรื่องนี้
ทุกคนพูดถึงเรื่องนี้กันเป็นตุเป็นตะ
ข่าวลือก็เป็นเหมือนใบไม้ในฤดูใบไม้ผลิ เมื่อเผชิญกับลมก็แพร่กระจายทั่วท้องฟ้าทันที
เย็นวันนั้น สวี่ชิงดื่มสมุนไพรรสขมก่อนจะปักเข็มทองคำไว้ตามจุดฝังเข็มในแบบที่เฟิงซูฮวาเคยสอน จากนั้นไม่นานฉินเสวี่ยเหมยก็มาหาเธอที่บ้าน
หลังเข้ามาในบ้าน ฉินเสวี่ยเหมยก็กล่าวทักทายเฟิงซูฮวาก่อนจะซุบซิบสวี่ชิง “เธอรู้เรื่องที่หวังไก๋ฮวาก่อจราจลในอาคารผู้เชี่ยวชาญเมื่อตอนบ่ายหรือยัง? หล่อนทั้งทำร้ายและด่าทอสวี่หรูเยว่”
สวี่ชิงกล่าวด้วยความประหลาดใจ “สวี่หรูเยว่?”
ในความคิดของเธอควรเป็นฟางหลานซินที่ไปหาติงชางเหวินและถูกทำร้าย แต่อีกฝ่ายกลับกลายเป็นสวี่หรูเยว่
ฉินเสวี่ยเหมยพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า “ฉันไม่คิดเลยว่าเรื่องราวมันจะเป็นแบบนี้ ฉันตกใจและสงสัยมากว่าเป็นสวี่หรูเยว่ได้ยังไง ฉันได้ยินมาว่าหวังไก๋ฮวาฉีกชุดกระโปรงของสวี่หรูเยว่ หลายคนได้เห็นร่างกายที่เปลือยเปล่าของหล่อนด้วย”
สวี่ชิงรับรู้ได้ทันทีว่าเรื่องราวเลวร้ายว่าที่เธอคิดไว้ ไม่น่าเชื่อว่าหวังไก๋ฮวาจะจัดการทั้งฟางหลานซินและสวี่หรูเยว่โดยที่เธอไม่ต้องทำอะไรเลย
เธอหัวเราะทันที “ไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะแพร่กระจายรวดเร็วขนาดนี้”
ฉินเสวี่ยเหมยถอนหายใจ “เธอไม่รู้หรอกว่าเรื่องซุบซิบนินทาเป็นที่นิยมสำหรับซอยนี้ขนาดไหน ขนาดฉันมีนัดบอดในตอนเช้า ยังไม่ถึงเที่ยงวันคนก็รู้กันทั่วแล้วว่าฉันไปนัดบอด และยังรู้ด้วยว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ถ้าเธออยากรู้เรื่องของคนอื่นนะ ปั่นจักรยานไปหาหม่าเสวี่ยหลานก็รู้เรื่องแล้ว”
สวี่ชิงตระหนักได้ทันทีว่าข่าวลือแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไม่ต่างอะไรจากในโลกอินเทอร์เน็ตของยุคหลัง
ฉินเสวี่ยเหมยยังคงรู้สึกสงสัย “เธอเคยบอกว่าสวี่หรูเยว่ไม่มีทางชอบผู้ชายมีอายุใช่ไหม? แต่ในเมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงขนาดนี้แล้ว หล่อนก็ต้องยินยอมแต่งงานกับหลี่ต้าหยงสิ”
สวี่ชิงพึมพำ “แล้วทำไมหล่อนต้องยินยอมแต่งงานกับหลี่ต้าหยง?! ต้องแต่งงานทั้งที่ไม่อยากแต่งนี่นะ”
…………………………………………………………………………………………………………………………
(1) แสลง หมายถึง หญิงใจแตก ไร้ยางอาย ชอบอ่อยผู้ชาย
(2) คำเปรียบเปรย ใช้เรียกแทนผู้ชายเลวทรามซึ่งมีพฤติกรรมทรยศต่อภรรยาของตน
สารจากผู้แปล
ต่อให้ไม่ได้จัดการนังแม่เลี้ยงโดยตรง แต่ก็เท่ากับว่าได้จัดการทั้งนังแม่เลี้ยงทั้งนังหรูเยว่ในแพคเดียวแล้วล่ะค่ะ
เรื่องราวตอนต่อไปจะเผ็ดร้อนมันหยดขนาดไหน เชิญติดตามในวันพรุ่งนี้นะคะ แล้วก็อย่าลืมเติมเหรียญไว้ด้วยนะคะ เพราะต่อไปน่าจะติดเหรียญแล้ว
ไหหม่า(海馬)