เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 6 ตระกูลโจวมาขอแต่งงาน
บทที่ 6 ตระกูลโจวมาขอแต่งงาน
สวี่ชิงไม่เคยคิดว่าโจวจินหนานจะพาครอบครัวของเขามาที่ประตูหน้าบ้านเธอเพื่อขอแต่งงานเร็วขนาดนี้
ครั้นสวี่จื้อกั๋วที่มีใบหน้ามืดครึ้มเห็นโจวเฉิงเหวิน เขาก็ยิ้มออกมา “ศาสตราจารย์โจว คุณมาแล้ว เร็วเข้า ๆ เข้ามานั่งข้างในก่อนเถอะครับ”
ห้องนั่งเล่นมีขนาดเล็ก นอกจากโซฟาไม้สามที่นั่งแล้ว ยังมีเพียงตัวม้านั่งเท่านั้นที่สามารถใช้ได้
โจวลี่หงช่วยประคองโจวจินหนานให้นั่งลงที่โซฟา หล่อนมองดูพื้นที่แคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยสิ่งของและอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว …สงสัยว่าทำไมโจวจินหนานหลานชายของหล่อนถึงชอบผู้หญิงคนนี้
หลังจากโจวจินหนานนั่งลง โจวเฉิงเหวินและโจวลี่หงก็นั่งลงขนาบทั้งสองข้าง และพูดกับสวี่จื้อกั๋วอย่างสุภาพ
เมื่อฟางหลานซินได้ยินว่าตระกูลโจวมาที่นี่ หล่อนก็รีบให้สวี่หรูเยว่กลับเข้าไปพักผ่อนในห้องนอน ใบหน้าของเด็กสาวในตอนนี้ไม่เหมาะที่จะพบปะกับผู้คนจริง ๆ
ส่วนตัวหล่อนกำลังยุ่งอยู่กับการค้นหาใบชาที่ดีที่สุด เพื่อชงชาให้ตระกูลโจว
การหมั้นหมายของสวี่หรูเยว่กับโจวจินเซวี่ยนเป็นเรื่องน่าพึงพอใจและมีความสุขที่สุดสำหรับหล่อน การได้เป็นสะใภ้ของตระกูลโจว ทำให้หล่อนได้เชิดหน้าชูตาไม่น้อย
โจวลี่หงเหลือบมองสวี่ชิงที่ยืนอยู่ด้านหลังสวี่จื้อกั๋วและเลิกคิ้วขึ้น เด็กสาวคนนี้หน้าตาดีจริง ต่างจากพ่อของหล่อนที่มีใบหน้าแบนกว้างและร่างกายสูงใหญ่
หญิงสาวมีรูปร่างสูงเพรียวระหงขาเรียวยาว แววตาดูมีเสน่ห์ไม่เสแสร้ง หล่อนยืนอยู่ตรงนั้นราวหญิงสาวที่เดินออกมาจากภาพวาด
แต่น่าเสียดายที่หล่อนไม่บริสุทธิ์!
สวี่ชิงไม่ได้เพิกเฉยต่อความรังเกียจของโจวลี่หง หลังจากที่เธอกับโจวจินหนานแต่งงานกันในชีวิตที่แล้ว โจวลี่หงก็มาที่บ้านเธอเป็นครั้งคราว หล่อนทั้งจู้จี้จุกจิกและยังใช้คำพูดน่ารังเกียจ
ราวกับว่าอากาศที่หล่อนเดินผ่านนั้นมีกลิ่นอายความสกปรกอยู่
โจวเฉิงเหวินรอฟางหลานซินยกชามาให้แล้วยืนข้างสวี่จื้อกั๋ว ก่อนจะเปิดปากเอ่ยอย่างช้า ๆ “ผมมาที่นี่วันนี้เพื่อเห็นแก่การแต่งงานของจินหนานและชิงชิงน่ะ”
สวี่จื้อกั๋วหัวเราะ “ไม่มีปัญหาครับ ไม่มีปัญหา… ศาสตราจารย์โจวเป็นคนที่งานยุ่งมาก แค่คุณเดินทางมาที่นี่ก็ถือว่าทำให้ครอบครัวของเราเจริญรุ่งเรืองแล้วครับ”
เขาไม่รู้ว่าตนเองใช้คำพูดถูกต้องหรือไม่ แต่มักจะได้ยินคนในโรงงานพูดแบบนี้บ่อย ๆ
โจวเฉิงเหวินยิ้ม “ผมไม่คิดเลยว่าสองครอบครัวของเราจะมีโชคชะตาสมพงศ์ต่อกันขนาดนี้ ก่อนหน้านี้จินซวนเพิ่งหมั้นกับหรูเยว่ไป มาตอนนี้ก็เป็นเรื่องของจินหนานกับชิงชิง แต่ปีนี้จินหนานอายุยี่สิบเจ็ดปีแล้ว แถมเขายังเป็นพี่ใหญ่อีก เราเลยอยากให้จัดงานแต่งงานทันทีน่ะครับ”
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ ลูกชายคนโตถึงขอแต่งงาน และยิ่งเร็วยิ่งดี
เขาเพิ่งส่งคำร้องขอแต่งงานไปที่หน่วยงานเมื่อบ่ายนี้เอง
ต่อให้ไม่พอใจกับลูกสะใภ้คนนี้มากเท่าใด แต่ลูกชายคนโตก็ยังยืนกรานเช่นนั้น ทำให้เขาไม่อาจทำอะไรกับเรื่องนี้ได้
สวี่จื้อกั๋วพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า “ได้ครับ เราไม่มีปัญหา ชิงชิงเองก็เหมือนกัน หล่อนได้เวลาสมควรแต่งงานแล้ว”
ฟางหลานซินไม่มีข้อแก้ตัวที่จะหยุดยั้งการแต่งงานนี้ จึงทำได้แค่หัวเราะอยู่ข้าง ๆ ขณะคิดหาทางออกอยู่ในใจ
กล่าวง่าย ๆ คือ สวี่ชิงต้องไม่ได้รับอนุญาตให้แต่งงานเข้าตระกูลโจว
โจวลี่หงมองสวี่จื้อกั๋วด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ในใจนึกดูถูกมากขึ้นที่สวะไร้ค่าไร้คนต้องถูกยัดเข้ามาในบ้านของหล่อน หล่อนเอ่ยขึ้นเสียงเบา “ในเมื่อไม่มีปัญหาแล้ว ฉันก็จะพูดถึงสินสอดทองหมั้น สินสอดของเรามีจักรเย็บผ้า จักรยานเอ้อร์ลิ่วเฟยเกอ บวกกับเงินอีกห้าร้อยหยวน สร้อยทอง แหวนทอง และสร้อยข้อมือทอง”
นี่มันมากเกินไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะโจวจินหนานเอ่ยเตือนก่อนที่จะออกมา หล่อนก็รู้สึกว่าสวี่ชิงไม่คุ้มกับราคาที่จ่ายไปเลย!
สวี่จื้อกั๋วไม่คิดว่าตระกูลโจวจะใจกว้างขนาดนี้ สินสอดนี้รวม ๆ แล้วอาจมีมูลค่าถึงสองพันหยวนเลยก็ได้ เขาตื่นเต้นมากจนไม่รู้จะพูดอะไร
สวี่ชิงประหลาดใจเล็กน้อย ตอนที่เธอแต่งงานในชาติที่แล้ว ตระกูลโจวให้เงินเพียงห้าร้อยหยวนและไม่มีอะไรอย่างอื่น
ฟางหลานซินรู้สึกอึดอัด เมื่อตอนที่สวี่หรูเยว่หมั้น หล่อนได้เงินเพียงหนึ่งร้อยหยวนและแหวนเงินเท่านั้น
โจวลี่หงเห็นสวี่จื้อกั๋วกับคนที่เหลือไม่ได้พูดอะไร โดยเฉพาะรอยยิ้มบนใบหน้าของสวี่จื้อกั๋วที่หยีลงจนแทบเป็นขีดเดียว มุมปากของหล่อนก็กระตุก “คุณสามารถขออย่างอื่นได้นะคะ แต่ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เราจะกำหนดวันแต่งงานเป็น 1 พฤศจิกายน ตกลงไหมคะ?”
โจวจินหนานที่ไม่ได้พูดอะไรมานานก็ขมวดคิ้ว “ยังมีเรื่องเสื้อผ้าอีก”
โจวลี่หงเหลือบมองโจวจินหนานอย่างไม่พอใจ แล้วกล่าวว่า “ใช่ เรื่องเสื้อผ้า ทางฝั่งของชิงชิง เราจะทำเสื้อผ้าสองชุดสำหรับทั้งสี่ฤดูกาลด้วย ทั้งครอบครัวจะตัดชุดผ้าขนสัตว์ให้ชุดหนึ่งด้วยค่ะ”
สวี่จื้อกั๋วถูมือเข้าด้วยกัน “พวกคุณจัดการได้เต็มที่เลยครับ ดีทั้งนั้น”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ไม่ได้ปริปากพูดถึงสินเดิมของฝั่งตัวเองเลย
สวี่ชิงเหลือบมองคนพวกนี้ ทันใดนั้นก็มองไปที่ฟางหลานซิน “แม่คะ เมื่อตอนที่กินข้าวอยู่ แม่ไม่ได้บอกว่าจะให้เงินเดือนในตลอดหลายปีที่ผ่านมากับฉันไว้ให้ซื้อสินเดิมของตัวเองเหรอคะ? แม่พูดว่าจะให้ฉันห้าร้อยหยวนด้วยใช่ไหมคะ?”
ฟางหลานซินโกรธจนเกือบพลัดตกจากเก้าอี้ ในเวลานี้หล่อนสามารถปฏิเสธได้เหรอ?
หล่อนพยายามฝืนยิ้มออกมา “ใช่ มีเรื่องแบบนั้นด้วย”
สวี่ชิงไม่รู้สึกละอายเลย เมื่อเทียบกับอดีตของเธอแล้ว สิ่งที่เธอทำในตอนนี้ก็ถือว่าไม่น่าละอาย “ถ้าอย่างนั้นแม่ให้ฉันตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ ฉันจะได้ไปซื้อของกับพี่โจวพรุ่งนี้ ซื้อพวกไหมพรมมาถักเสื้อกันหนาวให้พี่เขา”
ฟางหลานซินตื่นตระหนก หล่อนจะมีเงินให้สวี่ชิงได้อย่างไร? แต่ถ้าหล่อนไม่ให้ พรุ่งนี้ตระกูลโจวก็จะรู้เรื่องแน่!
ในอนาคตสวี่หรูเยว่จะอาศัยอยู่ในบ้านของตระกูลโจวอย่างไร
ฟางหลานซินมองโจวจินหนาน ซึ่งพันผ้าก๊อซทับดวงตาไว้ ทันใดนั้นหล่อนก็นึกการตอบโต้ออกและยิ้มเยาะ “ลูกนี่มันโง่จริง ๆ จินหนานจะออกไปซื้อของได้อย่างไร?”
สวี่ชิงไม่ให้โอกาสหล่อนได้เปลี่ยนเรื่อง “พี่โจวมองไม่เห็นก็จริง แต่ฉันช่วยพาพี่เขาเดินได้ และถามความเห็นของเขาได้ ถามเขาว่าชอบสีอะไร และให้เขาเลือกสีที่ชอบได้นะคะ”
จากนั้นเธอก็มองไปที่โจวจินหนาน “พี่โจวคะ พี่เห็นด้วยไหมคะ?”
แม้ว่าโจวจินหนานจะมองไม่เห็น แต่หูของเขาไวมาก เขารีบเงยหน้าขึ้น ‘มอง’ ไปในทิศทางที่สวี่ชิงยืนอยู่และพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ตกลง”
นั่นเป็นผลให้ฟางหลานซินไม่มีเหตุผลที่จะไม่ให้เงินเธอเลย และจำต้องยิ้มอย่างไม่เต็มใจมากขึ้น “ตกลง แม่จะให้พรุ่งนี้เช้านะ”
โจวลี่หงรู้สึกว่าทุกอย่างเท่าเทียมมากขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้ยินว่าตระกูลสวี่ยินดีจ่ายสินสอดห้าร้อยหยวน
ในเวลาเดียวกัน หล่อนก็รู้สึกประหลาดใจที่โจวจินหนานเต็มใจจะออกไปข้างนอก!
สองเดือนหลังจากเกิดอุบัติเหตุ โจวจินหนานไม่คิดแม้แต่จะออกจากลานบ้านด้วยซ้ำ
โจวเฉิงเหวินเห็นว่าทุกคนเริ่มพูดคุยกันบ้างแล้ว จึงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าอย่างนั้นการแต่งงานของเด็กทั้งสองก็เป็นตามนี้นะครับ?”
สวี่จื้อกั๋วพยักหน้า “ครับ อนาคตของเด็กสาวทั้งสองต้องรบกวนพวกคุณแล้ว”
โจวเฉิงเหวินโบกมือ “ไม่เป็นไรครับ ยังไม่สายเกินไปหรอก เราไม่รบกวนแล้วนะครับ”
เขาพูดและช่วยพยุงโจวจินหนานให้ลุกขึ้น จากนั้นเตรียมจะจากไป
สวี่ชิงก็พูดขึ้นอีกครั้ง “พี่โจวคะ พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปรับพี่ที่บ้านนะคะ ตกลงไหม?”
โจวจินหนานพยักหน้าเงียบ ๆ “ตกลง”
ใบหน้าของฟางหลานซินเปลี่ยนไป เมื่อตระกูลโจวกลับไปแล้วหล่อนก็ปิดประตูทันที ใบหน้าของหญิงสาวพลันมืดครึ้มขณะมองไปที่สวี่ชิง “เธอบังคับฉันให้เอาเงินให้เธอแบบนี้ มันหมายความว่าอย่างไร?”
สวี่ชิงทำท่าทางไร้เดียงสา “ก่อนหน้านี้คุณพูดเองนะคะว่าจะช่วยเรื่องสินเดิม แต่ตอนนี้ฉันกำลังจะแต่งงาน คุณจะไม่ให้เงินเหรอ? ก่อนที่ฉันจะไปในเช้าพรุ่งนี้ คุณช่วยให้เงินด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะไปพูดอะไรกับตระกูลโจวก็ได้!”
ดวงตาของฟางหลานซินยิ่งมืดครึ้มลง “แก!!”
สวี่ชิงกล่าวเสริม “จริงสิ ฉันจะรับของหมั้นทั้งหมดที่ตระกูลโจวมอบให้ด้วย!”
…………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ทำไงล่ะนังแม่เลี้ยง เดดไลน์คือพรุ่งนี้นะ หาเงินมาให้ชิงชิงให้ทันนะ ก่อนที่จะโดนแฉว่าแอบยักยอกเอาของเอาเงินทองไปเลี้ยงบ้านเดิม
ไหหม่า(海馬)