เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 54 ผู้ชายขี้หึงนี่ก็น่ารักดีนะ
บทที่ 54 ผู้ชายขี้หึงนี่ก็น่ารักดีนะ
สวี่ชิงไม่ปริปากพูดไปตลอดทาง ในใจคิดว่าทำไมหลุมศพถึงว่างเปล่า? มารดาผู้ให้กำเนิดของเธอยังไม่ตายจริงๆ เหรอ? ไปตลอดทางจนรถแล่นถึงถนนสายหลักและกลับมาจอดที่ซอยฮวยซู
หลังจากเข้าไปในลานบ้าน เฟิงซูฮวาก็กล่าวขึ้น “แปลกจริง ๆ ตอนนั้นที่ฝังศพย่าก็อยู่ที่นั่น มันจะว่างเปล่าได้ยังไง?”
สวี่ชิงลังเล “คุณย่าคะ เป็นไปได้ไหมคะที่ตอนนั้นแม่ของฉันจะยังไม่ตาย และได้รับการช่วยเหลือในที่สุด?”
เฟิงซูฮวาส่ายศีรษะ “คงไม่หรอก ตอนนั้นย่าก็มองอยู่ หล่อนมีรอยจ้ำหลังตายบนใบหน้า”
โจวจินหนานกลัวว่าสวี่ชิงจะรู้สึกไม่สบายใจ ดังนั้นเขาจึงแนะนำ “ผมจะขอให้ใครสักคนช่วยตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนั้นดีไหม?”
สวี่ชิงไม่ต้องการรบกวนคนอื่น หากแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ บางทีก็เป็นเพราะไม่ต้องการถูกคนอื่นรบกวนก็ได้ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ผ่านมาตั้งสิบแปดปีแล้ว การหาใครซักคนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
เฟิงซูฮวาถอนหายใจ “บาปกรรมจริง ๆ!”
สวี่ชิงไม่ได้เศร้าและโกรธมากแล้วในตอนนี้ เธอจับแขนเฟิงซูฮวาแล้วยิ้ม “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณย่า พอเป็นแบบนี้พวกเราเลยได้ค้นพบความลับ จะว่าไปแล้ว ไม่ใช่ว่าฉันแทงฟางคุนไปตั้งหนึ่งทีเหรอคะ เสียใจแค่เรื่องเดียวคือเราต้องเสียมีดทำครัวไปเล่มหนึ่ง”
ตอนที่อยู่บนภูเขา เธอขยะแขยงมีดทำครัวที่เปื้อนเลือดของฟางคุน จึงโยนมันทิ้งไป
เมื่อเห็นสวี่ชิงยิ้มแต้ เฟิงซูฮวาก็ดูเหมือนจะไม่เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจอีกต่อไป “ช่างเถอะ มีดทำครัวนั่นใช้งานไม่ได้แล้ว เดี๋ยวย่าจะซื้อใหม่”
สวี่ชิงยิ้มและมองไปที่โจวจินหนานอีกครั้ง “พี่จินหนาน ขอโทษนะคะที่ให้พี่เห็นเรื่องตลกแล้ว”
เธอเปิดเผยด้านดุร้ายของตนต่อหน้าโจวจินหนานครั้งแล้วครั้งเล่า และวันนี้มันก็ดูรุนแรงมากขึ้นไปอีก ถึงกับขั้นแทงคนเลยทีเดียว
โจวจินหนานยิ้ม น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาและผ่อนคลาย “คุณทำได้ดีมาก ต่อไปคุณต้องใส่ใจกับความปลอดภัยของตัวเองด้วย”
สวี่ชิงหน้าแดง “ต่อไปฉันจะควบคุมอารมณ์ตัวเองค่ะ ใช่แล้ว ฉันขอไปแช่ปูนขาวก่อนนะคะ เมื่อกี้มีเรื่องมาขัดจนลืมไปเลย แช่เสร็จแล้ว พรุ่งนี้เช้าไปทาสีบ้านกันค่ะ”
ขณะที่พูดก็รีบหยิบปูนขาวมาแช่ในถังเพื่อเลี่ยงประเด็นเมื่อครู่ ในใจแอบรู้สึกดีใจที่โจวจินหนานมองไม่เห็น
ไม่เช่นนั้น การเห็นเธอใช้มีดแทงคนคงจะน่าเกลียดน่าดู อีกทั้งท่าทางของเธอคงจะดูน่าเกลียดมาก
เกาจ้านส่งฟางคุนไปโรงพยาบาล หลังจากทำแผลเสร็จก็กลับมารับโจวจินหนาน เมื่อมาถึงก็บ่นออกมาอย่างทนไม่ได้ “ไม่เคยเห็นคนไร้ยางอายขนาดนี้มาก่อนจริง ๆ แถมยังคิดข่มขู่เอาเงินอีก”
สวี่ชิงไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เธอยกน้ำปูนขาวที่ผสมแล้วไว้บนกำแพง ก่อนจะล้างมือเพื่อรินชาแล้วยื่นให้เกาจ้าน “เขาเป็นแบบนี้มาตลอดแหละค่ะ ตะกละและขี้เกียจตัวเป็นขน ทั้งชีวิตนี้พึ่งพาแต่ฟางหลานซิน”
เกาจ้านดื่มน้ำในอึกเดียว วางแก้วน้ำลงแล้วมองสวี่ชิง “ถ้าตอนนั้นเธออยู่ห่างไปอีกไม่กี่เซนติเมตร ก็คงแทงโดนเส้นเลือดใหญ่ตรงคอของเขาแล้ว เป็นแบบนั้นน่าจะตื่นเต้นไม่น้อย”
ในยุคนี้หากเป็นการทะเลาะวิวาททั่วไป ตราบใดที่ไม่ทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต ก็ไม่ได้ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด
หากเขาตายจริง ๆ สวี่ชิงคงลำบากมาก
สวี่ชิงยิ้ม “ตอนที่แทงเขา ฉันกะระยะอยู่ ไม่ให้เขาถึงตายหรอกค่ะ”
ชาติที่แล้วเธอตายเพราะฟางหลานซินกับสวี่หรูเยว่ แม้ชีวิตนี้เธอจะมีจิตใจโหดเหี้ยม แต่จะไม่ยอมสูญเสียชีวิตตัวเองไปอีก
เกาจ้านมองสวี่ชิงด้วยความประหลาดใจ “เธอบอกว่าตอนนั้นเธอกะระยะแล้ว?”
สวี่ชิงพยักหน้า “ใช่ค่ะ ไม่งั้นฉันคงแทงคอเขาแน่ ไม่คุ้มเลยถ้าฉันต้องถูกจับเพราะคนแบบนี้”
เกาจ้านถอนหายใจด้วยความโล่งอก ระหว่างทางกลับคิดว่าต้องคุยกับโจวจินหนาน ขอให้เขาเกลี้ยกล่อมสวี่ชิงไม่ให้หุนหันพลันแล่น ไม่อย่างนั้นอาจจะเสี่ยงถึงชีวิตโดยง่าย
แต่คาดไม่ถึงว่าสวี่ชิงจะบอกว่าเธอกะระยะเอาไว้แล้ว
ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างซ่อนอยู่ในตัวของผู้หยิงคนนี้ เธอดูหุนหันพลันแล่น แต่มีกลยุทธ์ พลังของเธอน่าตกใจ แต่ก็สามารถดึงตัวเองกลับมาให้ปลอดภัยได้เช่นกัน
เขาลอบถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ สวี่ชิงกับโจวจินหนานเป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ!
โจวจินหนานเพียงแค่นั่งฟังเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ เขาเองก็แปลกใจเล็กน้อย ในสถานการณ์ที่โกรธแค้นเช่นนี้ เป็นเรื่องยากมากที่จะสามารถรักษาสติเอาไว้ได้
เพียงแต่เมื่อเกาจ้านกับสวี่ชิงพูดคุยกันอย่างเข้าขา ทำให้ในใจเขารู้สึกหึงหวงอยู่เล็กน้อย จู่ ๆ จึงพูดขึ้น “เกาจ้าน พวกเรากลับก่อนเถอะ”
เกาจ้านเหลือบมองเขา แล้วหันกลับมาคุยกับสวี่ชิงต่อ “ฟางคุนยังบอกอีกว่าเขาจะโทรแจ้งตำรวจ เขายังคิดไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรลงไป! หลังจากห้ามเขาเอาไว้ เขาก็ไม่กล้าโทรหาตำรวจ แต่บอกว่าจะมาหาเธอเพื่อเรียกเงินค่ารักาพยาบาล”
สวี่ชิงไม่เก็บมาใส่ใจแม้แต่น้อย “ไม่เป็นไรค่ะ ขอให้เขามาหาฉันอีกสักหลาย ๆ ครั้งจะได้รู้ว่าความน่ากลัวเป็นยังไง”
เกาจ้านหัวเราะ “ผู้ชายคนนั้นเป็นแค่ไอ้ขี้ขลาด ไม่มีความสามารถอะไรเลย กลัวว่าหลังจากนี้ถ้าเห็นเธอถือมีดทำครัว ขาเขาคงจะอ่อนแรง”
โจวจินหนานขมวดคิ้วและพูดอีกครั้ง “เกาจ้าน พวกเราควรกลับแล้ว”
สวี่ชิงคิดยังคิดว่าโจวจินหนานรีบกลับไปเพราะมีธุระ จึงรีบลุกขึ้น “พวกคุณต้องไปแล้ว พี่ใหญ่เกา ยังมีเกี๊ยวของตอนเที่ยงอยู่ ฉันจะห่อใส่กล่องอาหารให้พี่เอากลับไปอุ่นกินตอนเย็นได้นะคะ”
ขณะที่พูดคุยกันระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน เธอก็ได้ยินว่าพ่อแม่ของเกาจ้านไม่อยู่บ้าน และตอนนี้อยู่คนเดียว จึงคิดที่จะเอาเกี๊ยวที่เหลือห่อกลับไป เมื่อหิวก็อุ่นกิน
เกาจ้านไม่เกรงใจ “ได้ ไม่ต้องทำอาหารเย็นก็ดีเหมือนกัน”
สีหน้าของโจวจินหนานที่อยู่ด้านข้างเริ่มดำทะมึนขึ้น ราวกับไหน้ำส้มสายชูแตก ในใจรู้สึกหึงหวงอย่างทนไม่ได้
สวี่ชิงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เธอเดินไปที่ตู้ในครัวและหยิบกล่องใส่อาหารอลูมิเนียมออกมา ก่อนจะใส่เกี๊ยวจานใหญ่ลงไปในกล่องอาหารกลางวัน และวางพริกดองน้ำส้มสายชูที่เฟิงซูฮวาทำไว้ด้านบน
เมื่อออกมาจากห้องครัว ก็นำกล่องข้าวใส่ในถุงตาข่ายแล้วพูด “พี่ใหญ่เกา ฉันเอาพริกดองน้ำส้มสายชูมาให้ด้วยสองอัน ฉันเห็นว่าตอนมื้อเที่ยงพี่ชอบมันมาก พริกพวกนี้อร่อยมากเลย”
เกาจ้านยิ้มและขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า “ถ้าอย่างนั้นฉันไม่เกรงใจแล้ว พริกดองน้ำส้มสายชูของคุณย่าอร่อยมาก ดีกว่าที่ฉันกินในชั้นเรียนทำอาหารด้วยซ้ำ”
จู่ ๆ โจวจินหนานก็พูดขึ้นมาทื่อ ๆ จากด้านข้าง “มันอร่อยจริงๆ ผมเองก็ชอบกินมาก”
สวี่ชิงตกตะลึงครู่หนึ่ง ที่บ้านตระกูลโจวมีคนทำอาหาร และอาหารก็อร่อยอยู่เสมอ ดังนั้นเธอจึงไม่ได้คิดที่จะให้ผักดองไร้ค่าแก่โจวจินหนาน
ตอนที่ได้ยินเขาพูดแบบนี้ ทำไมรู้สึกว่าเหมือนแฝงความน้อยใจอยู่ด้วยล่ะ?
เธอจึงรีบพูดขึ้น “ถ้างั้นฉันจะห่อให้พี่ด้วยนะคะ คุณย่าดองไว้เยอะมาก”
หลังจากพูดจบก็รีบไปที่ห้องครัว โชคดีที่มีกล่องอาหารอะลูมิเนียมแบบแบนขนาดเล็กอยู่ที่บ้าน สวี่ชิงหยิบพริกดองน้ำส้มสายชูขึ้นมา เมื่อคิดได้ก็หามีดด้ามหนึ่ง หั่นพริกเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วราดด้วยน้ำมันงา
ด้วยวิธีนี้จะทำให้รสชาติดีขึ้น กินกับซาลาเปาหรือโจ๊กก็อร่อย
เกาจ้านได้ยินสวี่ชิงหั่นผักในครัว ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองโจวจินหนานด้วยความดูถูก และพูดด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันอยู่สองคน “นายนี่มันไร้ยางอายจริง ๆ”
โจวจินหนานเยาะเย้ยเบา ๆ “ไม่ได้หนังหนาเหมือนนาย ให้นาย นายก็เอา? ไม่รู้เหรอว่าแป้งหมี่ขาวกับเนื้อราคาแพงแค่ไหน?”
เกาจ้านแทบอยากจะปาเกี๊ยวในกล่องอาหารใส่หน้าโจวจินหนาน “นายยังมีมโนธรรมอยู่ไหม ฉันไปรับส่งนายทุกวันอย่างกับคนขับรถ ไม่ลำบากรึไง?”
น้ำเสียงของโจวจินหนานเบามาก “ทั้งหมดนี้หน่วยเป็นคนจัดการ นอกจากนี้ ฉันยังดูแลเรื่องอาหารการกินของนาย”
เกาจ้านเงื้อมือขึ้นหมายจะฟาดไหล่โจวจินหนานด้วยความโมโห ยังดีที่บังเอิญเห็นสวี่ชิงออกมาพร้อมกล่องอาหารและมองเขาด้วยความสงสัย “พี่ใหญ่เกา กำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ?”
ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนเกาจ้านกำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่?
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
สมชื่อเรื่องว่าภรรยาโหดจริงๆ มีการวางแผนไม่ให้แทงจุดตายด้วย
กลิ่นน้ำส้มคลุ้งทั่วลานบ้านแล้วค่ะ ผู้แปลขอปลีกตัวไปก่อนนะคะ
ไหหม่า(海馬)