เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 53 โลงศพที่ว่างเปล่าคืออะไร
บทที่ 53 โลงศพที่ว่างเปล่าคืออะไร?
สวี่ชิงและคนอื่น ๆ เพิ่งรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ขณะที่สวี่ชิงกำลังทำความสะอาดโต๊ะเพื่อเตรียมหั่นแตงโมนั่นเอง เธอก็ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นที่หน้าประตู จึงรีบวิ่งออกมาพร้อมมีดในมือ รวดเร็วจนเกาจ้านไม่ทันได้ตอบสนอง
ครั้นสวี่ชิงวิ่งออกมาก็พบกับจางฉางอันเพื่อนบ้านของคุณย่า เนื่องจากเธอไม่ได้ยินว่าก่อนหน้านี้อีกฝ่ายพูดอะไรจึงถามอีกครั้ง “คุณลุงฉางอันว่ายังไงนะคะ?”
จางฉางอันหอบหายใจ “ดูเหมือนมีคนกำลังขุดหลุมฝังศพของแม่เธออยู่ รีบไปดูสิ”
ทันทีที่สวี่ชิงได้ยินดังนั้น เธอก็หันศีรษะเตรียมจะวิ่งออกไป แต่เกาจ้านก็วิ่งออกไปหยุดไว้ “ผมจะขับรถไปส่ง ผมรู้จักที่นั่น”
เขาเคยพาโจวจินหนานไปไหว้แม่ของสวี่ชิง จึงรู้จักสถานที่แห่งนั้น
เฟิงซูฮวาถือไม้เท้าเดินออกมาอย่างเร่งรีบ “ฉางอัน ที่เธอพูดเป็นเรื่องจริงเหรอ?”
จางฉางอันส่ายศีรษะ “ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจครับ รีบไปดูกันก่อนดีกว่า ขุดศพขึ้นมากลางวันแสก ๆ แบบนี้ ใครคิดจะทำก็ได้เหรอครับ?”
สวี่ชิงเดินตามเกาจ้านมาด้วยสีหน้าเย็นชา จากนั้นเฟิงซูฮวา โจวจินหนาน และไป๋หลางก็ขึ้นรถไปกับพวกเขา
เกาจ้านขับรถมาจนถึงเนินเขาหนานซาน
ขณะที่รถของเกาจ้านหยุดลง สวี่ชิงก็รีบวิ่งลงไปพร้อมมีดทำครัวในมือ จากนั้นเกาจ้านก็สังเกตเห็นว่า สวี่ชิงกำลังถือมีดในมือ จึงบอกกับเฟิงซูฮวาและโจวจินหนาน “พวกคุณค่อย ๆ เดินลงไปนะครับ ผมจะไล่ตามสวี่ชิงเอง เพื่อความปลอดภัยของหล่อน”
บนเนินเขา ฟางคุนและฟางหลานซินกำลังขุดหลุมฝังศพ กระทั่งเผยให้เห็นโลงศพที่ผุพังอยู่ข้างใน
ฟางคุนตกตะลึง “ยังจะขุดขึ้นมาอีกเหรอ?”
ฟางหลานซินจ้องมองโลงไม้ที่ผุพัง ดวงตาแดงก่ำด้วยความเกลียดชังเต็มอก “ขุดสิ! ฉันอยากจะให้เย่หนาน ภรรยาผู้น่าสงสารคนนี้ได้อาบแดดสักหน่อย เผื่อชาติหน้าหล่อนจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”
ฟางคุนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ตามความเชื่อในบ้านเกิดของเขา หากกระดูกของผู้ตายโดนแสงแดด ไม่เพียงวิญญาณจะถูกทำลาย แต่คนตายก็จะสลายหายไปโดยไม่มีโอกาสได้กลับชาติมาเกิดอีก
เมื่อเห็นเห็นพี่ชายลังเล ฟางหลานซินก็ตะโกนลั่น “ขุดสิ! มัวคิดบ้าอะไรอยู่!”
ฟางคุนคว้าจอบ หายใจเข้าลึกพลางยกจอบขึ้นฟันไปบนโลงศพ
ขณะที่สวี่ชิงกำลังวิ่งไปยังหลุมศพ เธอก็เห็นฟางคุนสับจอบลงไปในหลุมของผู้เป็นแม่จนขี้เถ้าลอยคลุ้ง ชัดเจนว่าโลงศพถูกทุบทำลายจนแตกแล้ว
ฟางหลานซิน สวี่หรูเยว่ และฟางคุนต่างจดจ่ออยู่กับโลงศพ จึงไม่ได้สังเกตเห็นการมาถึงของสวี่ชิง เมื่อพวกเขาได้ยินการเคลื่อนไหวก็หันหลังกลับ พร้อมกับมีดของสวี่ชิงที่แทงไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
แสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันตกกระทบใบมีด สะท้อนแสงเป็นประกายเย็นเยือก
ฟางคุนตกใจจนลืมหลบหลีก
มีดในมือสวี่ชิงจึงแทงลงบนไหล่ของเขาด้วยความลึกราวสามถึงสี่เซนติเมตร
หากไม่ใช่เพราะมีดไม่คม มันก็อาจตัดแขนข้างหนึ่งของฟางคุนได้
สวี่ชิงกัดฟันพลางกระชากมีดออกมา ขณะที่กำลังจะแทงเขาเป็นครั้งที่สอง เกาจ้านก็มาหยุดเธอไว้ก่อนจะถีบฟางคุนลงไปในหลุมศพ
ฟางคุนกลิ้งลงไปในหลุมศพพร้อมไหล่ที่เปื้อนเลือด ทำให้ฟางหลานซินและสวี่หรูเยว่ตกตะลึงอย่างมาก
การเคลื่อนไหวของสวี่ชิงนั้นรวดเร็วจนทุกคนไม่ทันเห็นว่าเธอโจมตีเขาอย่างไร
ฟางหลานซินจ้องเขม็งไปยังสวี่ชิงพลางกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ “แก! บ้าไปแล้วรึไง เกือบจะฆ่าเขาแล้วรู้ตัวไหม!”
มือข้างที่ถือมีดของสวี่ชิงถูกเกาจ้านจับไว้แน่น ขณะที่เธอพยายามกระชากมือออกเป็นพัลวัน “พี่เกา ปล่อยฉัน! ฉันจะฆ่าพวกมันให้ตาย!”
ดวงตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความโทสะ ไม่ต้องการโต้เถียงเรื่องไร้สาระอะไรอีก
แม้สวี่ชิงจะไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อเย่หนานมารดาผู้ให้กำเนิด แต่ฟางหลานซินก็ไม่มีสิทธิ์ขุดศพของหล่อนขึ้นมาได้ตามอำเภอใจ!
เกาจ้านยังคงจับมือสวี่ชิงไว้แน่นพลางกล่าว “สวี่ชิง ใจเย็นก่อน มันไม่คุ้มเลยที่จะสละชีวิตของเธอเพื่อคนพวกนี้”
เนื่องจากสวี่ชิงถูกเกาจ้านจับไว้แน่น ฟางหลานซินจึงเอ่ยด้วยความกล้าหาญ “สวี่ชิง เธอเป็นคนทำร้ายผู้อื่นก่อน เธอฆ่าลูกสาวของฉันทั้งเป็น เธอสร้างเรื่องไร้สาระจนทำให้หรูเยว่ต้องตกเป็นขี้ปากคนอื่น ฉันขุดหลุมฝังศพแม่เธอขึ้นมาในวันนี้เพื่อเตือนว่า หากเธอยังยุ่งกับลูกสาวของฉันอีก ฉันจะเอาศพของเย่หนานไปโยนลงแม่น้ำหวง และเธอจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต!”
ขาของสวี่หรูเยว่อ่อนแรงด้วยความตกใจ หล่อนจ้องมองสวี่ชิงและฟางคุนที่กระเสือกกระสนอยู่ในหลุมพลางกล่าว “แม่ ไม่มีอะไรในโลงศพเลย”
ฟางคุนยังตะโกนจากด้านล่าง “ช่วยดึงฉันขึ้นก่อนได้ไหม เจ็บจะตายอยู่แล้ว รู้สึกเหมือนแขนจะขาดเลย”
ฟางหลานซินตกตะลึงครู่หนึ่ง ก่อนจะมองลงไปยังหลุมฝังศพอย่างรวดเร็ว และพบเพียงร่างกายของฟางคุนที่ปกคลุมไปด้วยเศษไม้หัก แต่ไม่มีแม้กระทั่งกระดูกหรือผ้าห่อศพในนั้นเลย
เมื่อสวี่ชิงได้ยินคำพูดของสวี่หรูเยว่ เธอก็หยุดจ้องมอง และพบว่านี่คือสุสานที่ว่างเปล่า
ในตอนนี้เฟิงซูฮวา โจวจินหนานและไป๋หลางก็มาถึงพอดี
เฟิงซูฮวาเหลือบมองฟางหลานซินอย่างเย็นชา จากนั้นจึงหันมองฟางคุน “เกาจ้าน พาตัวเขาขึ้นมาก่อนเถอะ เพื่อไม่ให้แปดเปื้อนสุสานอันงดงามของผู้ตาย”
เมื่อได้ยินดังนั้น เกาจ้านก็เอื้อมมือดึงฟางคุนขึ้นมา สวี่ชิงเดินไปข้างๆ เฟิงซูฮวาพลางถามด้วยความสงสัย “คุณย่าคะ ทำไมโลงศพถึงว่างเปล่าล่ะคะ?”
เฟิงซูฮวาเองก็ไม่รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น นางขมวดคิ้วจ้องมองเกาจ้านที่ดึงฟางคุนขึ้น ฟางคุนปัดเศษไม้ออกจากร่างกาย และทุกคนก็พบว่าโลงศพด้านล่างสะอาดเอี่ยม
อธิบายได้ว่านี่เป็นหลุมฝังศพที่ว่างเปล่า
ฟางหลานซินจ้องมองหลุมศพที่ว่างเปล่าอย่างเหลือเชื่อ ย้อนเวลากลับไปในวันนั้น หล่อนเห็นกับตาว่าศพของเย่หนานถูกบรรจุในโลงศพและได้รับการตอกตะปูปิดตายไว้เรียบร้อยแล้ว จะเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?
เฟิงซูฮวาจ้องมองฟางหลานซินอีกครั้ง “ฟางหลานซิน หล่อนทำผิดจารีตของเรา ขุดศพขึ้นมากลางวันแสก ๆ เช่นนี้ ไม่กลัวการถูกลงโทษเหรอ?”
ฟางหลานซินยังคงคิดถึงเหตุผลที่ศพหายไป เป็นไปได้หรือไม่ว่าเย่หนานยังไม่ตาย เมื่อได้ยินคำถามของเฟิงซูฮวา หล่อนจึงตอบโดยไม่ทันคิด “ถ้าไม่ใช่เพราะสวี่ชิง ฉันจะทำแบบนี้เหรอคะ? ทั้งหมดก็เป็นเพราะหล่อนบังคับให้ฉันทำ”
โจวจินหนานได้ยินเรื่องที่ฟางคุนได้รับบาดเจ็บ ดูเหมือนอาการบาดเจ็บของเขาจะรุนแรงมาก
เขากลัวว่าสวี่ชิงจะถูกแจ้งจับในข้อหาร้ายแรง จึงตะโกนบอกเกาจ้าน “พาเขาไปส่งโรงพยาบาลก่อน”
หลังสวี่ชิงเห็นว่าในหลุมเป็นโลงศพว่างเปล่า เธอก็ไม่รู้สึกโมโหอีกต่อไป แต่จ้องมองฟางหลานซินและสวี่หรูเยว่ด้วยแววตาเย็นชา รับรู้ได้ในทันทีว่าตนยังประเมินความชั่วร้ายของฟางหลานซินต่ำเกินไป
สวี่จื้อกั๋วก็ได้รับรู้เรื่องนี้แล้วเช่นกัน เมื่อมาถึงแล้วพบว่าหลุมฟังศพถูกขุดขึ้น เขาก็เดินเข้าไปตบหน้าฟางหลานซินด้วยความโกรธ “บ้าไปแล้วรึไง!”
เขาทำเช่นนี้ไม่ใช่เพราะยังรักเย่หนาน แต่เป็นเพราะห่วงชื่อเสียงของตัวเอง
หากมีใครเอาเรื่องนี้ไปเล่าสู่กันฟัง เขาจะสู้หน้าคนในโรงงานได้อย่างไร
เมื่อฟางหลานซินโดนตบหน้า หล่อนก็โมโหเป็นอย่างมาก ตอบโต้กลับสวี่จื้อกั๋วทันที “สวี่จื้อกั๋ว คุณกล้าตบฉันได้ยังไง ฉันจะไม่ยอมคุณอีกต่อไปแล้ว!”
หล่อนตบหน้าสวี่จื้อกั๋วอย่างรุนแรง
ใบหน้าของสวี่จื้อกั๋วพลันเกิดรอยแดง ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือกระชากผมของฟางหลานซินแล้วตบหล่อนอีกครั้ง
ฟางหลานซินกรีดร้องอย่างโมโหร้าย สวี่หรูเยว่ตกใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก หล่อนร้องไห้พลางเข้าห้ามผู้เป็นพ่อ
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้เต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรง
สวี่ชิงจ้องมองทั้งสองทะเลาะกันราวกับตัวตลก จากนั้นจึงเหลือบมองไปยังหลุมศพที่ว่างเปล่า เธอจับแขนเฟิงซูฮวาและโจวจินหนานพลางกล่าว “กลับกันเถอะค่ะ”
เนื่องจากหลุมฝังศพว่างเปล่า พวกเขาจึงไม่สนใจที่จะเฝ้าดูการต่อสู้ของทั้งสองอีกต่อไป
สวี่ชิงนำโจวจินหนานและเฟิงซูฮวาไป ตลอดทางลงเนินเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องแหลมแสบหูของฟางหลานซิน “สวี่จื้อกั๋ว การให้เกียรติภรรยาตลอดชีวิตเป็นสิ่งที่สามีพึงกระทำ!!”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
เอ๋ ไม่มีศพ หรือว่าจะเกิดการสลับโลงศพกันนะ?
แต่เป็นอย่างนั้นก็ดีแล้วค่ะ ทุกคนจะได้เห็นความร้ายกาจของนังแม่เลี้ยงเสียที
ไหหม่า(海馬)