เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 52 ไปขุดหลุมฝังศพเย่หนานให้ฉันสิ
บทที่ 52 ไปขุดหลุมฝังศพเย่หนานให้ฉันสิ
สวี่จื้อกั๋วประหลาดใจ เขาพูดคุยเรื่องการแต่งงานกับตระกูลโจวอย่างชัดเจนแล้วว่างานแต่งงานจะจัดขึ้นในวันที่ 11 เหตุใดถึงจัดเร็วกว่ากำหนด?
สิ่งที่ทำให้เขาโกรธคือการที่สวี่ชิงไม่ได้แจ้งเขาด้วยซ้ำว่าจะเลื่อนวันให้เร็วขึ้น
หากเขาไม่มาในวันนี้ พวกเขาคงไม่รู้เรื่องที่สวี่ชิงจะแต่งงานตอนปลายเดือน ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหจนเส้นเลือดข้างขมับแทบจะระเบิดออกมา “สวี่ชิง! แกนี่ช่างกล้าหาญขึ้นทุกวันจริง ๆ เลยนะ ในสายตาของแกยังเห็นฉันเป็นพ่ออยู่ไหม?”
สวี่ชิงยิ้มเย็นชาน้อยๆ “ฉันไม่เคยจดจำพวกคุณ แล้วทำไมฉันยังต้องเห็นพวกคุณอยู่ในสายตาด้วย?”
“นังเดรัจฉาน! ตอนนี้แกปีกกล้าขาแข็งแล้ว คิดว่าฉันจะไม่กล้าลงโทษแกเหรอ!”
สวี่จื้อกั๋วโกรธจนพูดออกมาโดยไม่คิดและเงื้อมือไปทางสวี่ชิง
ทว่าก่อนที่มือของเขาจะได้ฟาดลงมา ไป๋หลางก็พุ่งเข้ามาใช้ศีรษะชนสวี่จื้อกั๋วออกไปจนเขาล้มกระแทกพื้น แอปเปิ้ลในถุงตาข่ายหล่นกระจัดกระจายไปทั่ว
ไป๋หลางหันกลับมายืนอยู่ข้างหน้าสวี่ชิง ก่อนจะหมอบลงและมองสวี่จื้อกั๋วด้วยท่วงท่าสง่างาม
โจวจินหนานค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและ “มอง” ไปในทิศทางที่สวี่จื้อกั๋วอยู่
สวี่จื้อกั๋วกำลังโกรธจัด เขาลุกขึ้นด้วยความอับอาย ระบายความโกรธใส่ทันทีโดยไม่คำนึงถึงตัวตนของโจวจินหนาน “โจวจินหนาน เห็นสวี่ชิงไม่รู้ความแบบนี้ คุณก็ทำตัวไม่รู้เรื่องรู้ราวไปกับหล่อนด้วยเหรอ? การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่นะ พวกคุณตัดสินใจกันเองโดยไม่ปรึกษาพ่อแม่ก่อนได้เหรอ?”
โจวจินหนานขมวดคิ้วเล็กน้อย “คนที่ผมแต่งงานด้วยคือสวี่ชิง ตราบใดที่หล่อนมีความสุข อะไรก็ได้ทั้งนั้นครับ”
สวี่จื้อกั๋วแทบกระอัก ขณะกำลังจะพูด เฟิงซูฮวาก็รีบไล่ด้วยสีหน้าเย็นชา “ออกไปซะ! เก็บของของแกและออกไปจากที่นี่!”
”แม่!”
“อย่าเรียกฉันว่าแม่ ฉันพูดไปนานแล้ว ฉันไม่มีลูกชายอย่างแก! ตั้งแต่ที่แกประณามฉันและลากฉันไปตามถนน แกก็ไม่ใช่ลูกของฉันแล้ว! ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”
เฟิงซูฮวาพูดอย่างไร้ความปราณีด้วยสีหน้าเย็นชา
สวี่จื้อกั๋วเป็นถึงหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยของโรงงานขนาดใหญ่ เขาเคยถูกทำให้โกรธขนาดนี้เสียเมื่อไหร่ ก่อนจะชี้นิ้วไปที่สวี่ชิง “ดี แกนี่มันดีจริง ๆ!”
พูดจบก็กัดฟันเดินออกไป
ทว่าสวี่ชิงกลับทำตัวเหมือนไม่มีเรื่องอะไร และเข้าไปปลอบเฟิงซูฮวา “คุณย่าอย่าโกรธเลยนะคะ อีกเดี๋ยวเกี๊ยวของพวกเราก็จะห่อเสร็จแล้วค่ะ”
เฟิงซูฮวาถอนหายใจยาว “ย่าไม่ได้โกรธ ถ้าไม่อย่างนั้นคงถูกเขาทำให้โกรธจนตายไปนานแล้ว แต่ถึงเวลาแต่งงานของหลานเมื่อไหร่ หลานต้องระวังพวกเขาไปสร้างปัญหาด้วยนะ”
สวี่ชิงเอ่ยอย่างมั่นใจมาก “พวกเขาไม่กล้าหรอกค่ะ และก็ไม่สนใจด้วย”
แค่ปัญหาของสวี่หรูเยว่ ฟางหลานซินก็วุ่นวายมากพอแล้ว
จากการคาดเดาของสวี่ชิง ฟางหลานซินน่าจะติดต่อกับสวี่หรู่เยว่และไปหาที่พักด้านนอกกันสักคืน จากนั้นก็พาหล่อนไปอาคารผู้เชี่ยวชาญเพื่อไปหาติงชางเหวินในเช้าวันรุ่งขึ้น
ติงชางเหวินเองก็ได้ยินข่าวลือจากมหาวิทยาลัย แต่ไม่คิดว่าเรื่องของสวี่หรูเยว่จะถูกเปิดเผยอย่างรวดเร็ว
ความเป็นจริงคือ ก่อนที่ฟางหลานซินจะมาถึง เขาได้เริ่มคิดหาวิธีเอาไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม หากเรื่องของสวี่หรูเยว่ถูกสอบสวน ไม่เพียงแต่สวี่หรูเยว่จะถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยเท่านั้น เขาเองก็จะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
แต่ไม่คิดว่าฟางหลานซินจะพาสวี่หรูเยว่มาถึงหน้าประตู
ติงชางเหวินตกใจมากจนปล่อยให้ทั้งสองคนเข้าไปในห้องและปิดประตูอย่างรวดเร็ว เขามองไปที่ฟางหลานซินพลางบ่น “ทำไมคุณถึงพาหล่อนมาที่นี่?”
ฟางหลานซินก็โมโหเช่นกัน “เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ คุณไม่รู้เหรอคะ? ต้องเป็นนังโสเภณีน้อยสวี่ชิงแน่ที่ป่าวประกาศเรื่องของหรูเยว่ คุณต้องรีบคิดหาวิธีนะคะ”
ติงชางเหวินเหลือบมองสวี่หรูเยว่ “ผมกำลังคิดหาทางอยู่ ตอนนี้พวกคุณไปขอลาหยุดที่มหาวิทยาลัยก่อน รอให้เรื่องวุ่นวายนี้สงบลงแล้วค่อยคุยกัน”
สวี่หรูเยว่ไม่ยินยอม “ถ้าฉันขอลาตอนนี้ นั่นไม่เท่ากับว่าฉันยอมรับโดยไม่มีคำอธิบายเหรอคะ? ฉันลาหยุดไม่ได้หรอก”
ฟางหลานซินพยักหน้า “ใช่ นอกจากนี้จะต้องให้โจวจินซวนกับหรูเยว่ได้รับทะเบียนสมรสโดยเร็ว ถึงเวลานั้นบ้านตระกูลโจวก็จะคิดหาวิธีเอง”
ติงชางเหวินขมวดคิ้ว “ตอนนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น คุณยังคิดว่าตระกูลโจวเป็นคนโง่เหรอ?”
ฟางหลานซินไม่มีความสุขนัก “ติงชางเหวิน คุณหมายความว่ายังไง คุณจะไม่จัดการงั้นเหรอ? ถ้าคุณจะไม่รับผิดชอบก็พูดออกมา!”
สวี่หรูเยว่เฝ้าดูการสนทนาของฟางหลานซินกับติงชางเหวินอย่างสงสัย และมักจะรู้สึกว่าการวางตัวระหว่างผู้เป็นมารดาและลุงติงดูใกล้ชิดกันเกินไป แม้กระทั่งน้ำเสียงนั้นก็ไม่ใช่การขอความช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อย
ติงชางเหวินก็โมโหเช่นกัน “ตอนนี้เรื่องต่าง ๆ มันแพร่ออกไปแล้ว ผมกำลังคิดหาทางออกอย่างหนักอยู่ พวกคุณอย่าสร้างปัญหาได้ไหม ตอนนี้ลองคิดดูว่ามีอะไรที่อาจเกี่ยวข้องอีกหรือเปล่า”
จิตใจของฟางหลานซินว้าวุ่นไม่น้อย “ยังจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก? คุณรีบหาวิธีเถอะ ถ้าหรูเยว่ถูกไล่ออกเพราะเรื่องนี้ ฉันจะไม่จบกับคุณแน่!”
สีหน้าของติงชางเหวินมืดลงทันที “คุณกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร!”
สวี่หรูเยว่ไม่ใช่คนโง่ ตอนนี้หล่อนมั่นใจได้ว่าระหว่างแม่ของตนกับติงชางเหวินมีบางอย่างผิดปกติ!
ด้วยความงี่เง่าและสภาพจิตใจที่ยุ่งเหยิง หล่อนจึงไม่กล้าคิดลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฟางหลานซินกับติงชางเหวิน
จนกระทั่งฟางหลานซิงถูกติงชางเหวินไล่ออกมา สวี่หรูเยว่ซึ่งยังไม่หายจากอาการตกใจจึงมองฟางหลานซินอย่างว่างเปล่า “แม่คะ แม่กับลุงติงมีความสัมพันธ์อะไรกันคะ?”
ฟางหลานซินจ้องหล่อนอย่างโกรธเคือง “แกจะถามอะไรมากมาย? ฉันขอให้แกตั้งใจอ่านหนังสือในชนบท ถ้าขยันกว่านี้ จะได้คะแนนสอบมากแค่ไหนกัน? ตอนนี้จะต้องมาถูกนังแพศยาน้อยสวี่ชิงทำร้ายแบบนี้เหรอ?”
ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไรหล่อนก็ยิ่งโมโหมากขึ้นเท่านั้น “นังสวี่ชิง! มาดูกันว่าฉันจะจัดการกับแกยังไง”
พูดอย่างนั้นแล้วหล่อนก็เดินไปที่บ้านแม่ด้วยความโกรธ ส่วนสวี่หรูเยว่เองก็มีสภาพจิตใจยุ่งเหยิงไม่น้อย จึงเดินตามฟางหลานซินไปอย่างโง่เง่า
ฟางหลานซินรีบเข้าไปในบ้านพ่อแม่ของหล่อนและเรียกฟางคุน “พี่ชาย พี่ชาย! ออกมาเร็ว”
ฟางคุนวิ่งออกไปพร้อมกับชามข้าวในมือ “เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกี้สวี่จื้อกั๋วเพิ่งมาตามหาพวกแก ทะเลาะกันเหรอ? นังสวี่ชิงสร้างปัญหาอีกแล้วเหรอ?”
ฟางหลานซินกัดฟันพูด “เอาจอบไปขุดหลุมฝังศพของเย่หนานให้ฉัน!”
ฟางคุนตกตะลึง การฆ่าคนปล้นทรัพย์เป็นเรื่องปกติ แต่การขุดหลุมฝังศพถือเป็นการหมิ่นเกียรติและกระทบต่อศีลธรรม อาจจะทำให้คนทั้งตระกูลไม่พอใจได้
“แกพูดบ้าอะไร!”
ฟางหลานซินพูดอย่างเย็นชา “ไปขุดหลุมฝังศพของเย่หยานมาให้ฉัน! ฉันอยากจะเห็นนักว่านังสวี่ชิงมันจะเย่อหยิ่งไปได้อีกสักแค่ไหน! เย่หนานก็แค่นังโสเภณีที่ให้กำเนิดนังแพศยาน้อยนั่น ฉันไม่เชื่อว่าฉันจะไม่สามารถควบคุมหล่อนได้!”
ฟางคุนลังเล “มันจะเป็นการรบกวนคนตาย”
ฟางหลานซินจ้องไปที่เขา “พี่ไม่อยากได้งานหรือ? ถ้าพี่ขุดฉันจะจัดการเรื่องงานให้”
สวี่หรูเยว่ตกตะลึงเมื่อได้ยิน คิดไม่ถึงว่าฟางหลานซินจะกระทำถึงขั้นขุดหลุมฝังศพแม่ของสวี่ชิง!
แม้จะรู้สึกตงิดใจ แต่ก็โล่งใจมาก!
เมื่อเห็นฟางคุนถือจอบออกมา ฟางหลานซินกับสวี่หรูเยว่ก็เดินตามไปด้วย
ขุดหลุมฝังศพคนอื่นตอนกลางวันแสก ๆ เช่นนี้ จิตใจต้องเต็มไปด้วยความเกลียดชังเท่านั้นถึงจะสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้!
ชายคนหนึ่งในซอยฮวยซู่กำลังเก็บสมุนไพรบนเนินเขา จากระยะไกลเขาก็เห็นหนึ่งชายสองหญิงกำลังขุดหลุมศพภายใต้แสงอาทิตย์เจิดจ้า จึงเดินเข้าไปดูอย่างกล้าหาญ ดูเหมือนว่าตรงนั้นจะเป็นหลุมฝังศพของเย่หนาน ลูกสะใภ้ของเฟิงซูฮวา
ในปีนั้นตอนที่ฝังศพ เขาเองก็ช่วยขุดหลุมศพด้วย
ด้วยความตกใจจึงรีบวิ่งลงจากภูเขา ขี่จักรยานที่จอดทิ้งไว้บนพื้นหญ้าใต้เนินเขา และปั่นไปทางซอยฮวยซู่
เมื่อมาถึงบ้านของเฟิงซูฮวา เขาก็ไม่สนใจจะจอดรถให้ดีด้วยซ้ำ รีบตะโกนร้องเรียกทันที “ป้าเฟิง แย่แล้ว! มีคนมาขุดหลุมฝังศพของแม่ชิงชิง!”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
แรงมาก ถึงกับขุดหลุมฝังศพกันเลยทีเดียว ระวังผีแม่ชิงชิงมาหลอกหลอนจนจับไข้หัวโกร๋นแล้วกันนะ
ไหหม่า(海馬)