เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 50 โจวจินหนานสามารถสละชีวิตให้เธอได้
บทที่ 50 โจวจินหนานสามารถสละชีวิตให้เธอได้
สวี่ชิงจ้องมองดวงตาสีแดงเลือดอย่างว่างเปล่า ดวงตาหงส์ที่แต่เดิมเคยงดงามกลายเป็นมืดมนน่ากลัวจนขนลุก ซึ่งทำให้คนยิ่งดูน่ากลัวไปหมด
ไม่รู้ว่าใครในฝูงชนอุทานขึ้นมา “ผี!”
สวี่ชิงหันศีรษะจ้องไปยังทิศทางที่มาของเสียง “หุบปากซะ! ถ้าไม่ใช่เพราะเขา คุณคงถูกม้าเหยียบตายไปแล้ว!
ม้าที่ตกใจกลัวถูกควบคุมไว้ชั่วคราว แต่พยายามดิ้นรนอย่างไม่เต็มใจ
โจวจินหนานตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในชั่วขณะ ใช่ฝ่ามือฟาดไปยังส่วนที่อ่อนแอที่สุดของคอม้า
ทันทีที่ม้าล้มลงเขาก็ลงจากหลังม้าอย่างยืดหยุ่นและกระโดดไปด้านข้าง
เกาจ้านเองก็รีบวิ่งเข้ามา หยิบมีดสั้นที่ถือมาแทงเข้าที่คอม้า
เมื่อพ้นวิกฤติ ผู้คนรอบ ๆ ตัวก็เปลี่ยนจากการวิ่งหนีเป็นดูเรื่องสนุกแทน โดยพากันชี้ชวนดูดวงตาของโจวจินหนานแล้วซุบซิบ
“ทำไมตาถึงเป็นแบบนี้ล่ะ มีแต่ตาแดง ไม่มีตาดำเหรอ?”
“เหมือนคนที่ฝึกวรยุทธในนิยายกำลังภายในเลย”
“น่ากลัวเกินไปแล้ว ดูแล้วเหมือนปีศาจเลย”
“ถ้าออกมาตอนกลางคืน จะไม่ทำให้คนตกใจกลัวเหรอ?”
“ใช่ ๆ น่ากลัวขนาดนี้อย่าออกมานอกบ้านเลย”
นอกจากนี้ยังมีเสียงที่แตกต่างไป “พวกคุณอย่าพูดจาไร้สาระ ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ตอนนี้คงจะอันตรายมาก”
“ใช่แล้ว พวกคุณพูดแบบนี้ได้ยังไงกัน”
สวี่ชิงได้ยินก็โมโหจนปอดแทบระเบิด มีคนแบบนี้มากเกินไปในสังคมแล้ว ไม่ต่างจากพวกนักเลงคีย์บอร์ดไร้สำนึกเลย
ไม่แยแสและเห็นแก่ตัว!
เธอผลักฝูงชนออกไป รีบวิ่งไปยืนข้างหน้าโจวจินหนาน และตะโกนตอบกลับคนที่พ่นถ้อยคำเหลวไหล “ตอนที่แม่คุณคลอดคุณออกมา หล่อนลืมให้สมองมาด้วยหรือไง? ทำไมถึงไม่ให้ม้าเหยียบให้ตายซะเดี๋ยวนี้กันนะ! คนอย่างคุณไม่น่ามีชีวิตรอดเลย! รีบ ๆ ตายไปซะก่อนจะสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น!”
“บอกว่าคนน่ากลัว! นี่ไม่ได้มองหน้าตัวเองเลยเหรอในตอนที่วิ่งหนีหางจุกตูดไม่ใช่แค่น่ากลัวแต่ยังน่าขยะแขยง! คุณลองกลับไปคิดดูให้ดี เป็นคนแต่เลวร้ายกว่าเดรัจฉาน ยังจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร!”
เสียงของเธอไม่เพียงดัง แต่ยังคมชัดอีกด้วย
แม้แต่เกาจ้านยังตกใจกับพลังของสวี่ชิง โจวจินหนานซึ่งเดิมทีกําลังจะดึงเกาจ้านออกไปก็หยุดการเคลื่อนไหวและ “มอง” ที่สวี่ชิง
อันที่จริงเขาไม่สนใจความคิดเห็นของคนพวกนี้เลย เขาทำงานมาหลายปีแล้ว และถูกเข้าใจผิดอยู่หลายครั้ง
ตราบใดที่ไม่เก็บมาใส่ใจ แน่นอนว่าย่อมไม่ถือสา
เดิมทีคิดว่าสวี่ชิงจะกลัว แต่คาดไม่ถึงว่าเธอจะออกมาแก้ต่างและปกป้องเขา
สวี่ชิงแผดเสียงและกวัดแกว่งมีดใส่หน้าของคนที่ปากพล่อยทั้งหลาย เมื่อเห็นพวกเขาก้มศีรษะลงทีละคน ความโกรธในใจก็ลดลงเล็กน้อย
เกาจ้านตบไหล่สวี่ชิง “เอาล่ะ ไปซื้อของก่อนเถอะ พวกเราจะรอคุณอยู่ในรถ”
สวี่ชิงหันไปมองโจวจินหนาน เห็นว่าเขาดูเป็นปกติ เมื่อนึกถึงปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตอนเช้า หากไม่ออกมาซื้อปูนขาวก็คงไม่เกิดอะไรแบบนี้
ก่อนจะเดินไปหาโจวจินหนานและเอื้อมไปจับมือเขา “พี่กับพี่ใหญ่เกาไปที่รถก่อนเถอะค่ะ ฉันจะรีบกลับไป”
น้ำเสียงนุ่มนวลราวกับกำลังกล่าวหยอกย้อ
โจวจินหนานกลืนน้ำลายอย่างไม่สบายใจ “งั้นคุณระวังหน่อยนะ”
ทันทีที่เกาจ้านและโจวจินหนานออกไป เจ้าของม้าก็เข้ามาร้องไห้และเก็บซากร่างของม้ากลับไป เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ม้าถึงเกิดพยศขึ้นมา ยังดีที่มันไม่ได้ทำร้ายใคร ไม่อย่างนั้นคงต้องขายมันเพื่อเอาเงินมาชดใช้
ฝูงชนเฝ้าดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแยกย้ายกันไป
สวี่ชิงเดินตรงไปที่แผงขายปูนขาวและซื้อปูนสามสิบชั่ง และยังซื้อสีสำหรับทาบ้านอีกสองสามกล่อง โดยขอให้เจ้าของร้านช่วยส่งไปที่รถ
หลังจากจ่ายเงินก็ปัดไม้ปัดมือ เปิดประตูด้านรถหลังขึ้นไปนั่งข้างโจวจินหนาน
จากนั้นก็พูดกับเกาจ้านเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น “พี่ใหญ่เกา พวกเราไปกันเถอะ ไปที่บ้านฉันหน่อย ฉันจะทำเกี๊ยวให้กินไล่โชคร้ายที่เจอในวันนี้”
จากนั้นก็หันไปทางโจวจินหนานที่ปิดตาด้วยผ้าก๊อซแล้ว “พี่จินหนาน พวกเรากินเกี๊ยวไส้เนื้อแกะและหัวไชเท้ากันเถอะ ฉันเห็นว่าหัวไชเท้าที่สวนของคุณย่าหัวใหญ่มาก ต้องกินได้แล้วแน่นอน”
โจวจินหนานเองก็หันไป “คุณไม่กลัวเหรอ?”
เขายิ่งกังวลมากขึ้นไปอีกว่าสวี่ชิงจะกลัวเมื่อเห็นดวงตาของเขา ดวงตาสีแดงที่ทำให้คนดูเหมือนปีศาจ
สวี่ชิงยิ้ม “ไม่กลัวค่ะ อาการบาดเจ็บที่ดวงตาของพี่ก็คือตราเกียรติยศ ฉันเห็นแล้วรู้สึกภูมิใจ”
เกาจ้านที่อยู่ข้างหน้าอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อได้ยิน ด้วยปากเดียวของหญิงสาวคนนี้ สามารถด่าคน ชื่นชมคน หรือแม้แต่เกลี้ยกล่อมคนได้
เขารู้สึกขนลุกเมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านี้
โจวจินหนานก็มีความสุขมากเช่นกัน และพูดกับเกาจ้าน “ไปเถอะ กลับไปกินเกี๊ยวกัน”
อันที่จริงสวี่ชิงยังคงสงสัยว่าอาการบาดเจ็บแบบไหนที่จะทำให้ดวงตาของเขาเป็นแบบนี้ และในชีวิตที่แล้วดวงตาของโจวจินหนานดีแค่ไหน?
เกาจ้านมองกระจกหลังและเห็นท่าทางหดหู่ของสวี่ชิง จึงพูดขึ้น “คุณอยากถามอะไรก็ถามเถอะ”
สวี่ชิงรู้สึกอายเล็กน้อย “ฉันแค่อยากรู้ว่าตาของพี่จินหนานได้รับบาดเจ็บอย่างไรน่ะค่ะ?”
“โดนพิษ”
สวี่ชิงประหลาดใจ “โดนพิษ? แล้วมียาแก้พิษไหมคะ?”
เกาจ้านส่ายหัว “มันยุ่งยากนิดหน่อย เขาโดนพิษกู่ เลยไม่สามารถถอนพิษได้ง่าย”
โจวจินหนานหยุดเกาจ้านไม่ทันแล้ว คิ้วจึงขมวดมุ่นเล็กน้อย
สวี่ชิงประหลาดใจยิ่งกว่า…พิษกู่?
เมื่อเร็ว ๆ นี้เพิ่งได้ยินเฟิงซูฮวาพูดถึงความรู้เกี่ยวกับพิษกู่ แต่คาดไม่ถึงว่าโจวจินหนานจะโดนพิษกู่
จู่ ๆ ก็เกิดความคิดขึ้นมา ไม่ใช่ว่าพวกโจวจินหนานรู้ว่าคุณย่าสามารถเลี้ยงกู่เพื่อถอนพิษ?
ถ้าเป็นแบบนี้ นี่ก็คือสิ่งที่ซูฮุ่ยหรูพยายามจะพูดเรื่องเหตุผลที่โจวจินหนานแต่งงานกับเธอน่ะสิ?
เมื่อความคิดนี้แวบขึ้นมา เธอจึงมองไปที่โจวจินหนานอย่างจริงจัง “คุณย่าของฉันก็ทำได้ แต่ไม่รู้ว่าเธอจะถอนพิษได้ไหม ถ้าทำไม่ได้ พวกเราก็ไปตามหาคนที่สามารถถอนพิษได้”
โจวจินหนานกลัวจริง ๆ ว่าสวี่ชิงจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาแต่งงานกับเธอเพื่อจุดประสงค์ในการถอนพิษ
เมื่อได้ฟังคำถามของเธอแล้ว ก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง “แล้วถ้ามันรักษาไม่หายตลอดไปล่ะ?”
สวี่ชิงยิ้มและพูด “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะเป็นดวงตาให้พี่ตลอดไป”
ขณะขับรถอยู่ข้างหน้า เกาจ้านก็อดไม่ได้ที่จะขนลุก กลัวว่าในอนาคต หญิงสาวคนนี้จะสามารถเกลี้ยกล่อมจนโจวจินหนานสละชีวิตให้เธอได้
เมื่อมาถึงซอยฮวยซู่ สวี่ชิงก็ลงจากรถเพื่อซื้อเนื้อแกะสองชั่งกลับไปทำเกี๊ยว
หลังจากกลับถึงบ้านก็ปล่อยให้โจวจินหนานและเกาจ้านนั่งที่ซุ้มองุ่น จากนั้นก็นำแตงโมลูกใหญ่ที่แช่ไว้ในบ่อน้ำเย็นตลอดเวลามาให้
สวี่ชิงพูดกับโจวจินหนานขณะหั่นแตงโม “เนื้อแกะที่พี่เอามาเมื่อวันก่อน ฉันกลัวว่ามันจะเน่าเสีย ฉันเลยใส่เกลือลงไปนิดหน่อยตอนทำอาหาร แตงโมลูกใหญ่นี้เพิ่งซื้อมาเมื่อวานแล้วแช่ไว้ในบ่อน้ำ มันจะต้องเย็นและอร่อยมากแน่ ๆ ค่ะ”
“ตอนนี้แตงโมราคาถูกมาก ชั่งละสี่เฟิน”
ขณะที่หั่นแตงโมก็พูดคุยเรื่องราวทั่วไป
เกาจ้านอดไม่ได้ที่จะเตะเท้าของโจวจินหนาน อีกฝ่ายช่างโชคดีจริง ๆ ที่สามารถเก็บภรรยาดี ๆ แบบนี้กลับบ้านได้
สวี่ชิงหั่นแตงโมเสร็จก็นั่งกินกับพวกเขาสองชิ้น จากนั้นก็รีบพับแขนเสื้อแล้วไปที่ห้องครัวเพื่อสับไส้เกี๊ยว ส่วนเฟิงซูฮวามองโจวจินหนานกินแตงโมอย่างมีความสุข “ชิงชิงบอกเธอหรือยัง? วันที่สามสิบของเดือนนี้ และวันที่สิบหก เดือนพฤษภาคมเป็นวันที่ดี”
โจวจินหนานพยักหน้า “ได้ครับ ผมจะกลับไปเตรียมตัว”
เฟิงซูฮวามองไปที่ดวงตาของโจวจินหนานอีกครั้ง “ช่วงนี้มีอาการไม่สบายตาบ้างไหม? ร่างกายล่ะ รู้สึกว่าหลอดเลือดบวมหรือไม่?”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ฝีปากชิงชิงช่างร้ายกาจ ช่วงนี้ได้แปลแต่เรื่องที่มีนางเอกปากแจ๋วระดับพริกกระเหรี่ยงสิบเม็ดทั้งนั้นเลย รู้สึกดีจริงๆ ค่ะ
พิษกู่? ใครเป็นฝ่ายทำพิษใส่พี่จินหนานกันนะ?
ไหหม่า(海馬)