เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 5 คืนเงินมาให้ฉันทุกหยวนอย่าได้ขาด
บทที่ 5 คืนเงินมาให้ฉันทุกหยวนอย่าได้ขาด
สวี่ชิงส่ายศีรษะที่กำลังปวดตุบ ๆ ราวกับระเบิดเวลา และหยุดคิดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น
ตอนนี้เธอกำลังจะตรวจสอบว่าหลี่ต้าหย่งเป็นคนลงมือหรือไม่ และกระติกน้ำนั่น ตอนแรกเธอถามโจวจินเซวี่ยนแล้ว ซึ่งโจวจินเซวี่ยนบอกว่ามันหายไปจากห้องเรียน
สวี่หรูเยว่และโจวจินเซวี่ยนอยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ดังนั้นสวี่หรูเยว่จึงน่าจะเป็นคนโมยกระติกน้ำไป
ตอนนี้หลี่ต้าหย่งจึงเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด!
สวี่ชิงตัดสินใจลาออกจากงานผู้ควบคุมการเดินรถในวันพรุ่งนี้ จากนั้นจึงแอบสืบสวนเรื่องหลี่ต้าหย่ง
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ยุวปัญญาชนจำนวนมากได้กลับมายังเมืองนี้ และเป็นเรื่องยากที่จะได้งานที่ดี
สวี่ชิงได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว เธอจะไปตั้งกิจการของตัวเองหลังออกจากงานนี้
ในชีวิตที่แล้ว เธอสามารถขยายธุรกิจของตระกูลสวี่จากเวิร์คช็อปเล็ก ๆ ได้ ในชีวิตนี้เธอจึงมีประสบการณ์จากชาติก่อนมาแล้ว นับว่าเป็นทางสะดวกอย่างมาก
สถานที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ไม่ห่างจากสถานีมากนัก และเธอสามารถทำอาหารที่ปรุงแล้วขายก่อนได้
เมื่อนโยบายดีขึ้น เธอจะขยายธุรกิจ
แต่สิ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนก็คือ เธอต้องย้ายออกจากที่นี่ก่อน
สวี่ชิงมองห้องเล็ก ๆ ที่ทั้งคุ้นเคยและไม่คุ้นเคย เธอเคยเป็นเด็กสาวที่เรียบง่ายและไร้เดียงสาแท้ ๆ
…
ในอีกด้านหนึ่ง สวี่หรูเยว่ที่มีใบหน้าบวมเหมือนหัวหมูก็ร้องห่มร้องไห้ไม่หยุด ในขณะที่ร้องไห้หล่อนก็เอ่ยวาจาโหดร้ายออกมา “ฉันไม่มีทางจบเรื่องนี้กับสวี่ชิงแน่ หล่อนกล้าทำร้ายฉันขนาดนี้ คอยดูเถอะว่าฉันจะจัดการเอาคืนมันอย่างไร”
ฟางหลานซินรีบปิดปากลูกสาวอย่างรวดเร็ว “เงียบก่อน พ่อของลูกยังอยู่ข้างนอกนะ”
สวี่หรูเยว่พลันลดเสียงลงเป็นร้องไห้กระซิก
สวี่จื้อกั๋วโมโหจนใจเจ็บปวด หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เข้ามา เมื่อเห็นแม่กับลูกสาวกอดคอกันร้องไห้ เขาก็พลันเจ็บจี๊ดที่ขมับขึ้นมา “คุณไปพูดอะไรต่อหน้าหล่อน? สองวันที่ผ่านมาหล่อนดูอารมณ์เสียมาก วันนี้คุณไปยั่วโมโหอะไรหล่อนเข้า?”
ฟางหลานซินแสดงท่าทางเสียใจ “สวี่จื้อกั๋ว ถ้าคุณมีเหตุผลสักหน่อย หล่อนจะอารมณ์ไม่ดีจนทำร้ายหรูเยว่ได้เหรอคะ? ฉันดูแลหล่อนอย่างระมัดระวังมาหลายปีแล้ว กลัวคนอื่นจะว่าฉันทำไม่ดีกับหล่อน แต่สุดท้ายหล่อนก็ทำกับฉันแบบนี้! คุณรู้ไหมว่าถ้าคุณกลับมาช้าอีกนิดเดียว หล่อนคงบีบคอฉันไปแล้ว”
สวี่จื้อกั๋วขมวดคิ้ว “อย่าพูดไร้สาระ ช่วงนี้อย่าไปทำให้หล่อนหงุดหงิดล่ะ แล้วคุณได้พูดอะไรถึงแม่ของหล่อนรึเปล่า?”
ฟางหลานซินส่ายศีรษะทันที “ไม่นะคะ ฉันไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับแม่ของหล่อนเลย คุณเอาแต่พูดว่าอย่ากวนประสาทหล่อนอยู่นั่นแหละ ดูหน้าหรูเยว่สิ พรุ่งนี้จะไปโรงเรียนอย่างไร? หรูเยว่เองก็เป็นลูกสาวของคุณนะ หรือว่าหล่อนไม่ใช่?”
สวี่จื้อกั๋วจ้องมองฟางหลานซิน “ลดเสียงลงซะ เอาล่ะ ๆ ผมจะไปขอยืมไข่สองฟองแล้วนำกลับมาต้มให้หรูเยว่ เพื่อใช้มันกลิ้งบนใบหน้าของเธอ”
เมื่อสวี่จื้อกั๋วออกไป ฟางหลานซินก็เหลือบมองไปที่ประตูและพยักหน้าให้สวี่หรูเยว่ “ลูกนี่ก็โง่จริง ๆ เวลาหล่อนตบมาไม่รู้จะตอบโต้อย่างไรหรือไง ไปคุยกับจินซวนซะ และปล่อยให้เขากลับไปบอกโจวจินหนานว่าสวี่ชิงเป็นคนแบบไหน”
สวี่หรูเยว่ไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงตาของหล่อนกลับฉายแววดุร้าย เมื่อสามารถทำลายสวี่ชิงได้แล้วครั้งหนึ่ง หล่อนก็สามารถทำลายเธอได้อีกแน่นอน
หล่อนไม่เชื่อว่าถ้าสวี่ชิงเป็นแบบนี้แล้วโจวจินหนานจะแต่งงานกับเธอ
เมื่อถึงมื้ออาหารค่ำ ฟางหลานซินยังคงเข้าครัวทำอาหารตามปกติ ต่อหน้าสายตาของเพื่อนบ้านแล้ว หล่อนไม่อาจปล่อยให้ภาพลักษณ์ของแม่เลี้ยงที่ดีถูกทำลายได้!
สิ้นเดือนนี้มีแป้งเหลืออยู่ในบ้านไม่มากนัก และฟางหลานซินก็แอบเอาไปให้ครอบครัวทางแม่ของตัวเองทุกเดือน
ดังนั้นสำหรับอาหารค่ำมื้อนี้ ฟางหลานซินจึงอุ่นหมั่นโถวแป้งผสมสองสามลูก ต้มข้าวต้มเจือจางมีแต่น้ำ และอาหารจานผักอย่างผัดกวางตุ้งฮ่องเต้กับยำแตงกวาเย็น ส่วนน้ำแกงไก่นั้นหล่อนไม่ได้ต้ม
หล่อนลังเลว่าจะแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเรียกสวี่ชิงออกมาทานอาหารเย็นดีหรือไม่
แต่สวี่ชิงกลับเดินออกมาด้วยตัวเอง มองดูคนทั้งสามที่โต๊ะอย่างเย็นชา แล้วเดินตรงไปนั่ง
เธอหยิบหมั่นโถวแป้งผสมขึ้นมากินก่อนโดยไม่พูดอะไรสักคำ เพราะก่อนที่จะกลับมาเกิดใหม่ เธอเคยหมดอาลัยตายอยากจากการฆ่าตัวตาย
ตอนนี้เธอต้องเติมเต็มความแข็งแกร่งของตัวเอง เพื่อต่อสู้กับฟางหลานซินและสวี่หรูเยว่ต่อไปจนจบ
เมื่อเห็นว่าสวี่ชิงแสดงท่าทางเป็นปฏิปักษ์ สวี่จื้อกั๋วก็ขมวดคิ้วด้วยความโกรธ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
ฟางหลานซินและสวี่หรูเยว่นั่งกินอย่างเงียบ ๆ ทั้งที่ไฟสุมเต็มทรวง
สวี่ชิงกินซาลาเปานึ่งสองลูกติดต่อกันแล้วดื่มข้าวต้มหนึ่งชาม และทันใดนั้นก็รู้สึกมีกำลังวังชาเป็นอย่างมาก เธอวางภาชนะบนโต๊ะอาหารแล้วมองไปที่ฟางหลานซิน “เมื่อตอนบ่ายฉันบอกให้คุณเอาเงินเดือนตลอดสามปีของฉันมาให้ แต่ฉันมาคิดคำนวณอย่างละเอียดแล้ว ว่านอกจากส่วนที่ฉันใช้กินและดื่ม คุณต้องให้เงินฉันทั้งหมดสี่ร้อยแปดสิบหยวน”
เงินเดือนในปีที่แล้วก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับแค่ยี่สิบหยวนต่อเดือน
สีหน้าของฟางหลานซินดูน่าเกลียดขึ้นมา หล่อนหันไปมองสวี่จื้อกั๋ว
สวี่จื้อกั๋วขว้างตะเกียบลงอย่างโกรธเคือง “นี่แกคิดจะสร้างปัญหาสินะ? แกจะขอเงินไปเพื่ออะไร!”
สวี่ชิงมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า “ฉันบอกว่าอยากได้เงินเพื่อเตรียมสำหรับเป็นสินเดิม และนั่นเป็นเงินของฉัน ทำไมฉันจะขอไม่ได้?”
สวี่จื้อกั๋วปวดตุบที่ขมับอีกครั้ง เขาไม่เคยเห็นสวี่ชิงต่อต้านแบบนี้มาก่อน “แกจะอยากได้อะไรเป็นสินเดิมกัน ให้แม่แกซื้อให้ก็ได้นี่”
สวี่ชิงยังคงยืนกราน “ฉันต้องการเงิน ถ้าพ่อคิดว่าฉันขอมากไป เราเอากระดาษกับปากกาออกมาคำนวณกันได้นะคะ และนี่ยังไม่รวมเงินที่ฉันตัดเย็บเสื้อผ้าขายด้วย”
ฟางหลานซินลังเลที่จะหยิบเงินออกมาพลางกัดฟันด้วยความโกรธ หล่อนพยายามขัดขืนและนึกสาปแช่งในใจ
นังแพศยาน้อยนี่ฆ่าตัวตายแล้วตื่นขึ้นมาเป็นอีกคนได้อย่างไร
สวี่ชิงมองฟางหลานซินอย่างยั่วยุ “ถ้าคุณไม่ให้เงิน ฉันจะไปหาหัวหน้าโรงงานและบอกสหพันธ์สตรีว่าฉันทำงานมาสามปีแล้ว และยังส่งเงินให้คุณทุกเดือน ตอนนี้ฉันกำลังจะแต่งงาน แต่คุณกลับไม่ให้เงินฉัน มาดูว่าใครจะอับอายมากกว่ากัน”
สวี่จื้อกั๋วตบโต๊ะแล้วผุดลุกขึ้น “สวี่ชิง! แกไม่ต้องการอยู่ในบ้านหลังนี้อีกต่อไปแล้วสินะ!”
สวี่ชิงยืนขึ้นเช่นกัน เหยียดตัวตรงราวกับต้นสน และมองสวี่จื้อกั๋วอย่างเย่อหยิ่ง “ใช่ค่ะ ตราบใดที่พ่อให้เงินฉัน ฉันจะย้ายออกจากบ้านหลังนี้!”
สวี่จื้อกั๋วยกมือขึ้นและง้างมือเตรียมตบสวี่ชิง
ในขณะนั้น เขาก็เห็นแววตาของสวี่ชิงเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความเย็นชา มือที่ยกขึ้นของเขาจึงยังค้างอยู่แบบนั้น
เขาเคยเห็นสายตาแบบนั้นในวันก่อนที่เย่หนานจะตาย เย่หนานเองก็มองมาด้วยสายตาแบบนั้นเช่นกันพร้อมกับคำสาปแช่ง “สักวันหนึ่งคุณกับฟางหลานซินจะต้องตกนรกหมกไหม้!”
สวี่ชิงจ้องมองสวี่จื้อกั๋ว ในชีวิตที่แล้วเธอไม่รู้อะไรเลย แต่รู้เพียงว่าสวี่จื้อกั๋วปฏิบัติต่อเธอค่อนข้างดี
ในชาติที่แล้วก่อนที่เธอจะตาย เธอได้ทิ้งส่วนแบ่งหุ้นไว้ และเธอไม่รู้เรื่องนี้จนกระทั่งตัวเองอยู่ในคุก
แต่สวี่จื้อกั๋วกลับมอบหุ้นที่เธอให้ไว้กับหล่อน ทั้งที่เธอแทบจะขายชีวิตให้ตระกูลสวี่!
เพราะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดคือ ฟางหลานซิน!
“ฉันต้องการเงินเดี๋ยวนี้ ฉันไม่เชื่อว่าพ่อไม่มีเงิน”
สวี่ชิงไม่ต้องการต่อความยาวสาวความยืดอีกต่อไป เธอจึงพูดออกมาตรง ๆ
ฟางหลานซินไม่มีเงินจริง ๆ เพราะครอบครัวทางแม่ของหล่อนไม่มั่นคง และฟางคุนพี่ชายของหล่อนยังเป็นคนขี้โกง เขาแค่อยู่เฉย ๆ และเลี้ยงลูกสามคนไปวัน ๆ
หล่อนจะประหยัดเงินได้ที่ไหนกัน!
แน่นอนว่าสวี่ชิงรู้ เธอไม่สนใจชีวิตที่ผ่านมาของหล่อน เพราะรู้สึกว่าหล่อนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความรักความสำคัญกับคนในครอบครัว
ฟางหลานซินอดไม่ได้ที่จะมองสวี่จื้อกั๋วอีกครั้ง หวังว่าเขาจะสามารถจัดการสวี่ชิงได้
สวี่จื้อกั๋วขมวดคิ้วและกำลังจะพูด แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูดังมาจากห้องนั่งเล่น
โดยไม่คาดคิด โจวจินหนานได้มาที่นี่พร้อมกับโจวเฉิงเหวินผู้เป็นพ่อ และโจวลี่หงที่เป็นอาหญิงของเขา…
……………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ทวงตังค์มาให้หมดแล้วออกจากบ้านนรกนี่ไปตั้งตัวใหม่เลยค่ะชิงชิง ยิ่งอยู่ต่อชีวิตยิ่งเหมือนถูกราหูอมอะ
ไหหม่า(海馬)