เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 49 สวี่ชิงจ้องมองดวงตาสีแดงของเขาอย่างว่างเปล่า
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80
- บทที่ 49 สวี่ชิงจ้องมองดวงตาสีแดงของเขาอย่างว่างเปล่า
บทที่ 49 สวี่ชิงจ้องมองดวงตาสีแดงของเขาอย่างว่างเปล่า
สวี่ชิงมองไป๋หลางด้วยความประหลาดใจ ซึ่งใกล้ๆ กันนั้นก็มีโจวจินหนานอยู่ด้วย
ไป๋หลางมีท่าทางดุร้ายอย่างยิ่ง การเคลื่อนไหวของมันก็แข็งแรงและยืดหยุ่นมากเช่นกัน หลังจากกัดชายร่างสูงผอมคนนั้นจนกลิ้งลงไปบนพื้นแล้วก็กระโจนเข้าหาชายอีกสองคน
นัยน์ตาที่มืดครึ้มอยู่แล้วของมันทวีโหดร้ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังส่งเสียงคำรามแผ่วเบา
ด้วยความหวาดกลัว ชายทั้งสองจึงวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปที่ปลายสะพานอีกฝั่ง ทั้งยังร้องไห้หาพ่อหาหาแม่ โดยไม่สนใจชายร่างผอมสูงที่กำลังล้มกลิ้งอยู่บนพื้น
ผ่านไปเพียงครึ่งทาง คนทั้งคู่กลับยืนนิ่งไม่กล้าขยับ จ้องมองไปด้านหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่ชายสวมเสื้อเชิ๊ตสีขาวกางเกงสีดำและมีผ้าก๊อซสีขาวพันรอบดวงตายืนอยู่บนสะพาน
ร่างสูงยืนตัวตรง แผ่รังสีเย็นชาที่ไม่อาจบรรยายได้
ถนนภายในสายหมอกยามเช้าด้านหลังของเขาดูเลือนรางราวกับเป็นภาพลวงตา
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเพียงชายตาบอดคนหนึ่ง ทว่าในใจของหลานชิวอีพลันบังเกิดคลื่นแห่งความกลัว
เมื่อเอื้อมมือออกไปคว้าแขนของสหาย ฟันของเขาก็สั่นกระทบกันอย่างช่วยไม่ได้ “บ้าเอ๊ย นี่มันคนหรือผีกันวะ”
ด้านสหายของเขาก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันมากนัก ขาทั้งสองของเขาสั่นเทา ไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนคนหนึ่งจะน่ากลัวได้ขนาดนี้เพียงแค่ยืนอยู่เฉย ๆ
ก่อนที่ทั้งสองจะตัดสินใจได้ว่าจะวิ่งต่อหรือหันหลังกลับ ไป๋หลางก็กระโจนมาจากด้านหลังแล้ว มันกดหลานชิวอีลงไปบนพื้น ก่อนจะเปิดปากฝังเขี้ยวอันแหลมคมลงไปที่คอของเขา
สวี่ชิงตกตะลึง การกัดแบบนี้อาจทำให้หลานชิวอีถึงตายได้!
ขณะที่กำลังจะร้องตะโกน ก็เห็นว่าไป๋หลางแลบลิ้นออกมาเลียคอของหลานชิวอีและยกอุ้งเท้าออก ก่อนมองที่ไปชายอีกคน
หลานชิวอีตกใจจนปัสสาวะรดกางเกง ไม่อาจแม้แต่จะตะโกนออกมา
ในขณะนี้สายตาของไป๋หลางจับจ้องไปที่ชายอีกคน เขาจึงทรุดเข่าลงอย่างฉับพลัน “ลูกพี่หมา ไว้ชีวิตด้วย! ลูกพี่หมา พวกเราไม่กล้าอีกแล้ว”
ไป๋หลางคำรามเสียงต่ำในลำคอ ลุกขึ้นเดินกระดิกหางไปหาโจวจินหนาน ก่อนจะหมอบลงข้าง ๆ แล้วอ้าปากแลบลิ้นยาวออกมา มองดูคนขี้ขลาดทั้งสองที่อยู่ข้างหน้า
สวี่ชิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางเตะชายร่างผอมสูงที่นอนห่อไหล่ร้องโอดโอยอยู่บนพื้น ก่อนจะคว้าจักรยานขึ้นมาแล้วเดินไปทางโจวจินหนาน
“พี่จินหนาน มาได้ยังไงคะ?”
โจวจินหนานหันศีรษะเล็กน้อย “มอง” ไปที่สวี่ชิง “ไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหมครับ?”
สวี่ชิงส่ายหน้า “ไม่ค่ะ เพียงแต่ว่ากล่องโซ่จักรยานหลุดและเสียรูป”
นี่คือสิ่งที่ทำให้เธอปวดใจที่สุด
โจวจินหนานรู้สึกขบขันกับคำพูดนี้ มุมปากยกเป็นรอยยิ้ม รังสีความเย็นชาจากตัวจางหายไปไม่น้อย “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ผมกับเกาจ้านเพิ่งไปที่ซอยฮวยซู่ คุณย่าบอกว่าคุณมาซื้อปูนขาว พวกเราเลยรีบมาดูว่ามีอะไรให้ช่วยไหม”
ขณะที่พูด เกาจ้านก็จอดรถและเดินไปดูสามคนบนพื้น พลางส่งเสียงจุ๊ ๆ และเตะหลานชิวอีให้พ้นทาง “ยังไม่รีบไสหัวไปอีก!”
พวกหลานชิวอีรีบวิ่งหนีไปทันทีราวกับได้รับคำสั่งนิรโทษกรรม
เกาจ้านมองสวี่ชิงด้วยรอยยิ้ม “เธอกับยมฑูตเย็นชานี่เข้ากันได้ดีเลยนะ”
เมื่อมองจากไกล ๆ และเห็นสวี่ชิงหยิบก้อนอิฐจากกระเป๋าทุบหัวชายร่างผอมสูงคนนั้น เขาก็รู้สึกประหลาดใจมาก ใครจะรู้ว่าหญิงสาวพกอิฐไว้ในกระเป๋า แถมยังลงมือกับคนโดยปราศจากคำพูดที่รุนแรง
ในเวลาเดียวกัน โจวจินหนานก็ได้เปิดประตูรถแล้วปล่อยให้ไป๋หลางวิ่งออกไป
สวี่ชิงสงสัย “ยมฑูตเย็นชา?”
เกาจ้าพยักหน้า “ใช่แล้ว ไม่มีใครที่ไม่กลัว หน่วยของเราเป็นที่รู้จักในนามหมัดเหล็ก คนเลวพวกนั้นแค่ได้ชื่อก็กลัวจนหัวหดกันไปหมด”
สวี่ชิงมองโจวจินหนานด้วยความชื่นชม “น่าทึ่งเกินไปแล้ว ฉันเพิ่งรู้ว่าพี่จินหนานเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่”
คำชมและความชื่นชอบที่แสดงออกมา ทำให้ดวงตาของเธอเป็นประกายราวกับเต็มไปด้วยดวงดาวนับล้าน
โจวจินหนานรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเล็กน้อยเมื่อถูกกล่าวชม “จะซื้อปูนขาวไม่ใช่เหรอ? ไปกันเถอะ เอาจักรยานใส่ท้ายรถสิ”
สวี่ชิงจูงจักรยานอย่างเชื่อฟัง เกาจ้านจึงยกมันขึ้นไปเก็บไว้ในท้ายรถ
เมื่อคิดว่าครั้งล่าสุดที่เกาจ้านไปรับโจวจินหนาน ดูเหมือนว่าเขากับไป๋หลางจะนั่งอยู่ที่เบาะด้านหลัง เธอจึงเดินไปเปิดประตูผู้โดยสารด้านหน้า โดยไม่รอให้เธอยกขาขึ้น ไป๋หลางก็พุ่งพรวดและกระโดดขึ้นไปบนที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมกับหมอบลงอย่างเรียบร้อย
นัยน์ตาเย็นชารูปสามเหลี่ยมหรี่ลงอย่างน่ารักน่าชัง
เกาจ้านเห็นแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “ไป๋หลางกำลังจะกลายเป็นชนชั้นสูง แถมยังมีวิสัยทัศน์ที่ดีแล้ว”
สวี่ชิงเหลือบมองโจวจินหนานซึ่งยืนอยู่ที่ประตูรถ จึงเดินไปจับมือเขาอย่างเอื้อเฟื้อ “งั้นเราไปนั่งแถวหลังกันเถอะค่ะ”
เนื่องจากมีโรงงานปูนขาวอยู่ติดกับมลฑลหนานเฉิง จึงสามารถซื้อปูนขาวดี ๆ ราคาถูกได้ที่นี่ อีกทั้งตลาดเช้ายังคึกคักและมีของขายมากมาย
สวี่ชิงขอให้เกาจ้านกับโจวจินหนานนั่งรอในรถ โดยที่เธอจะไปเอง
เกาจ้านตกลงอย่างไม่เกรงใจ ถึงอย่างไรโจวจินหนานก็มองไม่เห็น อีกทั้งไป๋หลางยังดุร้าย หากพวกเขาทั้งหมดลงจากรถไปที่ตลาด เกรงว่าผู้คนได้เห็นพวกเขาแล้วจะเกิดความโกลาหลเปล่าๆ
เมื่อสวี่ชิงลงจากรถและปะปนไปกับฝูงชน เกาจ้านจึงหยิบบุหรี่ออกมาจุดไฟแล้วพูดอย่างเกียจคร้าน “ดูไม่ออกจริง ๆ ว่าบุคลิกของสวี่ชิงจะค่อนข้างดื้อรั้น แถมยังพกอิฐไว้ในกระเป๋า ดูเหมือนว่าหล่อนจะถูกรังควานอยู่บ่อย ๆ”
โจวจินหนานเงียบไปครู่หนึ่ง “นายเตรียมมีดพกทหารให้ฉันด้ามหนึ่ง”
เกาจ้านประหลาดใจ “นายบ้าไปแล้วเหรอ? สิ่งนั้นฆ่าคนได้นะหากไม่ระวัง นายรู้ไหมว่าตอนนี้ตัวเองเหมือนอะไร? เหมือนกับพ่อแม่ที่ตามใจลูกจนเสียคน โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมาเลย”
โจวจินหนานไม่คิดอย่างนั้น “หล่อนคงไตร่ตรองดีแล้ว ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองโดนทำร้าย”
ขณะที่สนทนากัน ไป๋หลางที่นั่งอยู่ตรงเบาะด้านหน้าก็แสดงท่าทางหงุดหงิด สองเท้าหน้าตะกุยไปมาและมองออกไปด้านนอกอย่างไม่สบายใจ
เกาจ้านมองออกไปข้างนอกด้วยความสงสัย ฝูงชนในตลาดเช้าที่อยู่ไม่ไกลกันดูวุ่นวายราวกับมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
“นายนั่งอยู่ในรถ ฉันจะไปดู”
พูดจบเขาก็ผลักประตูลงจากรถ แล้วเดินไปยังทิศทางที่ผู้คนวุ่นวาย
สวี่ชิงรู้สึกว่าวันนี้ช่างเป็นโชคไม่ดีสำหรับการออกนอกบ้านจริงๆ ตั้งแต่เช้าก็เจอพวกอันธพาลน้อยขวางถนน พอถึงตลาดก็เจอคนโดนขโมยเงินและร้องไห้ตามจับโจร
โจรมักจะก่อเหตุกันเป็นกลุ่ม เมื่อถูกจับได้ก็จะส่งสัญญาณให้ผู้สมรู้ร่วมคิดวิ่งหนี
เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พวกอันธพาลจึงวิ่งไปที่ตลาดขายวัวและแกะตรงหัวมุม แล้วใช้มีดสั้นแทงม้าสีแดงตัวใหญ่
ด้วยความเจ็บปวด ม้าตกใจจนหลุดออกจากบังเหียนและวิ่งเตลิดเข้าไปในฝูงชน
ทันใดนั้นในตลาดก็เกิดความวุ่นวาย ผู้คนแตกตื่นจนบางคนไม่รู้ทิศทาง และบางคนก็ร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว
สวี่ชิงถูกฝูงชนบีบคั้นจนทำได้เพียงวิ่งไปข้างหน้า และยังต้องดูแลเด็ก ๆ และคนชราที่อยู่ข้างหน้าขณะเกิดเหตุชุลมุน
เมื่อเกาจ้านวิ่งไป เห็นว่าผู้คนต่างตื่นตระหนกและไม่รู้ว่าจะวิ่งไปทางไหนทั้งสองฝั่ง จึงวิ่งไปรอบ ๆ และรีบตะโกน “อย่าตกใจ! วิ่งทั้งสองฝั่ง วิ่งทั้งสองฝั่ง!”
มีผู้หญิงที่กำลังอุ้มเด็กคนหนึ่งกลัวมากจนไม่กล้าขยับ เกาจ้านไม่สนใจสิ่งอื่นใดและรีบวิ่งไปดึงผู้หญิงที่อุ้มเด็กออกไปก่อน
ทางด้านสวี่ชิงก็ย่ำแย่มากเช่นกัน ถูกคนข้างหลังผลักเขาด้วยความตื่นตระหนก จนล้มลงเข่ากระแทกกับพื้น คนที่อยู่ข้างหลังก็สะดุดและล้มลงในทันที
ม้าสีแดงตัวใหญ่วิ่งชนสะเปะสะปะใกล้เข้ามา
สวี่ชิงรู้สึกสิ้นหวังและคิดว่ากีบเท้าของม้าจะเหยียบคนกลุ่มนี้ได้ในวินาทีถัดมา
ทันใดนั้นก็เห็นร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาและกระโดดขึ้นไปในอากาศด้วยความว่องไวเป็นพิเศษ ก่อนจะพลิกตัวขึ้นไปบนหลังม้าเพื่อคว้าบังเหียนบังคับม้าที่กำลังห้อตะบึง
ม้ามีอาการบาดเจ็บที่ปาก ยกกีบคู่หน้าขึ้นส่งเสียงร้อง ก่อนจะเหวี่ยงสะบัดตัวไปมาสองสามครั้งและล้มลงอย่างแรง มันหมุนตัวไปมาอย่างเหนื่อยหอบราวกับว่ากำลังหาโอกาสที่จะกำจัดคนที่อยู่บนหลังของมัน
สวี่ชิงไม่สนใจความเจ็บปวด ลุกขึ้นและถอยกลับไปพร้อมกับฝูงชน แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องไปยังชายที่ขี่ม้า
ไม่รู้ว่าผ้าก๊อซที่ตาของเขาหายไปตั้งแต่เมื่อใด ทำให้ดวงตาคู่นั้นของเขาเป็นสีแดงก่ำราวกับชุ่มไปเลือด!
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ไป๋หลางทำดีมาก อยากกินอะไรคะจะซื้อให้เป็นรางวัลเลย
พี่จินหนานได้โชว์สกิลพระเอกอีกแล้ว
ไหหม่า(海馬)