เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 43 ชายแก่ผู้กำลังตกหลุมรัก
บทที่ 43 ชายแก่ผู้กำลังตกหลุมรัก
สวี่ชิงไม่คาดคิดว่าไป๋หลางจะเข้ามาประสมวงในตอนนี้ด้วย ร่างกายแข็งแรงของมันพุ่งตรงไปเข้าหาเธอ ก่อนชนเธอจนเซไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ด้วยสัญชาตญาณ เธอจึงเอื้อมมือไปกอดเอวโจวจินหนานเอาไว้ แล้วดึงชายหนุ่มที่ไม่ทันตั้งตัวให้ล้มลงกับพื้นไปด้วยกัน
ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขาทั้งตัว
โจวจินหนานยังไม่ทันจะตอบสนอง ก่อนกอดสวี่ชิงไว้ในอ้อมกอด เนื่องจากเขามองไม่เห็นอะไรเลย ดังนั้นเขาจึงยื่นมือไปปกป้องท้ายทอยและเอวของเธออย่างไม่รู้ตัว
ด้วยวิธีนี้ ทั้งสองคนจึงโอบกอดกันอย่างใกล้ชิด
โจวจินหนานลงไปนอนอยู่บนพื้น เพื่อปกป้องสวี่ชิงที่กำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา
เฟิงซูฮวาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นการกระทำเล็กน้อยของโจวจินหนานในการปกป้องสวี่ชิง นางก็ลอบอมยิ้มอย่างเงียบ ๆ เขาสามารถปกป้องอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ นี่แสดงว่าเขาคิดถึงอีกฝ่ายเสมอจริง ๆ สินะ
สวี่ชิงเพิกเฉยต่อความอับอายและความขวยเขิน “พี่เป็นอะไรไหม? เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
อย่างไรก็ตามเธอรู้สึกสับสนอย่างมากว่าตอนที่ฉากเมื่อครู่เกิดขึ้นในละครทีวี พระเอกและนางเอกจะต้องจูบกันอย่างไม่ต้องคาดเดา
แต่ทำไมเมื่อมันเกิดขึ้นกับเธอ เธอกลับไม่ได้จูบเขาล่ะ หรือว่าโจวจินหนานจะอดกลั้นเอาไว้?
โจวจินหนานไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในกระเป๋าของสวี่ชิง เพราะเมื่อตอนที่สวี่ชิงล้มทับเขา กระเป๋าใบนั้นอยู่ต่ำกว่าเอวเพียงแค่สามนิ้ว ดังนั้นเขาจึงเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก
เขาพยายามทำตัวเป็นปกติ “ไม่เป็นไร”
สวี่ชิงรีบใช้มือและเท้ายันกายลุกยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนยื่นมือออกไปดึงโจวจินหนานให้ลุกยืนขึ้น จากนั้นเธอก็สังเกตได้ว่าร่างกายของโจวจินหนานคู้ลงเล็กน้อยเหมือนกับกำลังกัดฟันทนต่อความเจ็บปวด
จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าก้อนอิฐที่อยู่ในกระเป๋าคงไม่ไปกระแทกเข้ากับจุดลับของโจวจินหนานหรอกใช่ไหม?
มันน่าอายจนไม่รู้จะถามเขาว่าอย่างไรดี
เฟิงซูฮวามองหลานสาวอย่างพิจารณาพลางพูดด้วยรอยยิ้ม “ชิงชิงอายุเท่าไรแล้ว ทำไมถึงยังทำเรื่องเหลวไหลอย่างนี้อีก ไปล้างมือแล้วมาเตรียมอาหารเถอะ”
สวี่ชิงวิ่งเข้าไปในห้องครัวพร้อมหัวเราะคิกคัก ก่อนบังเอิญเห็นเนื้อแกะหนึ่งถาดและถุงแป้งธัญพืชสูตร 75 วางอยู่บนเขียง
ไม่ต้องคิดให้เสียเวลาก็รู้ว่าโจวจินหนานเป็นคนซื้อมันมา ปัจจุบันผู้คนมักบริโภคแป้งธัญพืชสูตร 80 หรือ 85 และมีเพียงเหล่าก้านปู้*และผู้นำมากความสามารถเท่านั้นที่เท่านั้นที่ที่สามารถกินแป้งธัญพืชสูตร 75 ได้
*เหล่าก้านปู้ หมายถึงผู้ชายที่มีหน้าที่การงานระดับหนึ่ง ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องมีอายุมากเสมอไป
ยิ่งตัวเลขน้อย ส่วนผสมของข้าวสาลีหยาบก็ยิ่งลดลงจากเดิมถึงหนึ่งร้อยชั่ง และผงแป้งยิ่งละเอียดมากเท่าไรก็ยิ่งอร่อยมากขึ้นเท่านั้น
ทำให้หมั่นโถวนึ่งดูขาวกว่าปกติเช่นกัน
ส่วนหมั่นโถวที่ทำจากแป้งสูตร 85 จะมีสีเหลืองคล้ำ
ตั้งแต่เกิดใหม่ สวี่ชิงก็ไม่เคยกินแป้งคุณภาพดีอย่างนี้มาก่อนเลย หลังจากคิดอยู่พักหนึ่ง เธอก็ตัดสินใจทำบะหมี่เนื้อแกะให้เฟิงซูฮวาและโจวจินหนานกิน
คนเหนือชอบกินอาหารประเภทเส้น ดังนั้นพวกเขาก็น่าจะชอบมันเช่นกัน
เธอถอดกระเป๋าสะพายออกแล้วล้างมือให้สะอาด ก่อนลงมือทำบะหมี่
เธอได้ยินเสียงเฟิงชูฮวาและโจวจินหนานสรรหาคำพูดมาพูดคุยกันเพื่อแก้เขินอยู่ใต้เถาองุ่น ซึ่งส่วนมากจะเป็นเฟิงชูฮวาที่เป็นฝ่ายถามโจวจินหนานเกี่ยวกับงานที่เขากำลังทำอยู่ทางภาคใต้ ก่อนที่โจวจินหนานจะอธิบายให้อีกฝ่ายฟังอย่างละเอียด
ขณะเงี่ยหูฟังอยู่นั้น สวี่ชิงก็นวดแป้งบะหมี่ให้เป็นเส้นเล็กและยาว ก่อนแล่เนื้อแกะเป็นชิ้นบางแล้วหมักด้วยต้นหอมและซอสขิง
ก่อนเติมน้ำลงไปในหม้อเพื่อนำไปตั้งไฟ
หลังจากน้ำในหม้อเดือดก็นำเส้นบะหมี่ใส่ลงไปเป็นลำดับแรก จากนั้นใส่เนื้อแกะหมักและตามด้วยผักใบเขียว ก่อนต้มด้วยไฟแรงภายในเวลาไม่กี่วินาที
รอจนเนื้อแกะชุ่มเลือดสีแดงถูกลวกจนสุก จากนั้นจึงโรยด้วยต้นหอมและผักชี
เฟิงชูฮวาได้กลิ่นหอมของบะหมี่ขณะนั่งอยู่ในลานบ้าน จึงพูดกับโจวจินหนานพร้อมรอยยิ้มว่า “ชิงชิงหลานรักของฉันทำอาหารอร่อยมาก ในอนาคตเธอจะได้กินแต่อาหารอร่อย ๆ แน่นอน”
สวี่ชิงยกโต๊ะสี่เหลี่ยมออกมา จากนั้นกลับเข้าไปแล้วยกถ้วยบะหมี่ออกมา
เฟิงชูฮวาอดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นว่าชามทั้งสามใบตรงหน้าของเธอและโจวจินหนานมีปริมาณเนื้อเพิ่มมากขึ้น
สวี่ชิงวางอ่างล้างมือลงตรงหน้าโจวจินหนาน “พี่จินหนาน ล้างมือแล้วค่อยกินนะคะ”
เธอมองดูโจวจินหนานล้างมือ ก่อนยื่นผ้าเช็ดมือสีขาวให้เขาแล้วรอให้อีกฝ่ายเช็ดมือจนแห้ง จากนั้นจึงยื่นชามอาหารให้เขา
เส้นบะหมี่สีขาว ผักสีเขียว เนื้อแกะสดใหม่และเปื่อยนุ่ม นอกจากนี้กลิ่นของต้นหอมซอยยังทำให้ผู้ที่ได้กลิ่นรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากอีกด้วย
สวี่ชิงรู้สึกดีอย่างมาก เธอส่งยิ้มให้กับโจวจินหนานและเฟิงชูฮวา “ในหม้อยังเหลือเนื้อแกะอยู่อีกเยอะแยะ ถ้ามันอร่อย พรุ่งนี้ฉันจะทำบะหมี่เนื้อแกะตุ๋นให้คุณย่ากับพี่จินหนานกินนะคะ”
เฟิงชูฮวาปรายตามองหลานสาวพลางแสยะยิ้ม “ได้สิ บะหมี่ชามนี้อร่อยมาก รสชาติเหมือนกับที่ย่าเคยกินตอนเด็ก ๆ เลย”
สวี่ชิงคิดในใจว่าคนรุ่นหลังมีอาหารอร่อยให้กินมากมาย ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพอย่างเช่นธัญพืชที่ไม่ขัดสี ผักที่หาได้จากป่า ซึ่งทำให้ธัญพืชขัดสีและแป้งกลายเป็นอาหารราคาแพงในปัจจุบัน “คุณย่า ฉันจะทำงานหนักเพื่อหาเงินมาทำบะหมี่อร่อย ๆ แบบนี้ให้คุณย่ากินทุกวันเลยค่ะ”
เฟิงชูฮวาคีบบะหมี่เข้าปากอย่างมีความสุข
โจวจินหนานฟังบทสนทนาของพวกเธอขณะคีบบะหมี่เข้าปาก เนื้อแกะหมักมีรสชาติอร่อย เปื่อยนุ่ม และเค็มเล็กน้อย ส่วนเส้นบะหมี่นั้นบาง แต่กลับเหนียวอร่อย
เขารู้สึกประหลาดใจมากที่สวี่ชิงมีฝีมือการทำอาหารดีเยี่ยมอย่างนี้
ขณะเดียวกันเขาก็พบว่าในชามของตนมีเนื้อและเส้นบะหมี่มากมายที่สวี่ชิงแอบแบ่งให้เขา
ความดีที่เธอแอบทำให้เขา ส่งผลให้โจวจินหนานรู้สึกเหมือนกับหัวใจของเขาถูกฉาบด้วยน้ำผึ้งอันหอมหวานและอบอุ่น
เขาวางชามและตะเกียบลง ก่อน ‘มอง’ สวี่ชิง “ผมมาหาคุณเพราะอยากขอให้เกาจ้านช่วยซื้อที่ดินน่ะ แล้วผมก็มีเรื่องอยากจะบอกคุณด้วย”
สวี่ชิงมองโจวจินหนานด้วยความประหลาดใจ “พี่ซื้อที่ดินผืนใหม่เหรอคะ?”
โจวจินหนานพยักหน้า “อืม ทำเลรอบข้างดีมาก อีกอย่างบ้านศาสตราจารย์ติงก็อยู่ห่างออกไปแค่สองหลังเอง แถมยังอยู่ติดถนนด้วย”
หลังจากได้ยินอย่างนั้น แวบแรกสวี่ชิงคิดว่ามันจะต้องราคาแพงมากแน่นอน “มันราคาเท่าไรเหรอคะ?”
โจวจินหนานเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตอบว่า “ไม่แพงเท่าไรหรอก หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จแล้ว ผมจะพาคุณไปดู”
จากนั้นก็หันไป ‘มอง’ เฟิงชูฮวา “คุณย่าครับ ผมกับชิงชิงจะแต่งงานกันสิ้นเดือนนี้ คุณย่าต้องมาร่วมงานในวันสำคัญของเรานะครับ ผมจะเตรียมของทุกอย่างให้พร้อมและจะส่งสินสอดมาที่นี่ในวันพรุ่งนี้ แล้วหล่อนจะต้องไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ด้วย”
สวี่ชิงอ้าปากค้าง ไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้ราวกับว่ามีก้อนเนื้อจุกอยู่ที่ลำคอ
เธอรู้ว่าสาเหตุที่โจวจินหนานรีบร้อนแต่งงานเร็วขนาดนี้คือเขาไม่อยากให้คนนอกซุบซิบนินทาเธอ
และไม่อยากให้เธอต้องทนทุกข์กับความอยุติธรรม
เฟิงชูฮวาพยักหน้าอย่างมีความสุข “ได้สิ ย่าจะไปดูหลังมื้อเย็นวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน”
โจวจินหนานพยักหน้าแล้วกล่าว “เมื่อถึงวันนั้น พวกเราจะตั้งเต็นท์ที่บ้านพักบุคลากรของมหาวิทยาลัยประจำมณฑลเพื่อจัดงานเลี้ยงสำหรับคนในครอบครัว คุณว่าเราตั้งโต๊ะอาหารสิบโต๊ะจะพอไหม?”
สวี่ชิงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “พอค่ะ พี่จินหนาน ความจริงแล้วเราจัดงานในโรงอาหารของสหภาพสักหนึ่งโต๊ะหรือสองโต๊ะก็ได้นี่คะ”
โจวจินหนานส่ายหน้า “แขกเหรื่อเยอะเกินไป เพื่อนร่วมงานของผมก็จะมางานเลี้ยงด้วย แล้วก็ยังมีคนจากหาวิทยาลัยแล้วก็คนจากสำนักงานเขตอีก นี่ยังไม่รวมคนจากสหพันธ์สตรีอีกนะ”
จู่ ๆ สวี่ชิงก็ระเบิดหัวเราะ ขณะที่น้ำตาเริ่มคลอเบ้า
โจวจินหนานต้องการประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่าสวี่ชิงคือภรรยาที่ถูกกฎหมายของโจวจินหนานและไม่อนุญาตให้ใครพูดถึงเรื่องนั้น
เฟิงชูฮวารู้สึกพึงพอใจอย่างมาก “ดี ๆๆๆ จินหนานมีความตั้งใจแน่วแน่จริง ๆ”
โจวจินหนานแตะชามบะหมี่อีกครั้ง ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกอึดอัดที่ได้รับคำชม “มันคือสิ่งที่ผมต้องทำครับ”
เขาก้มลงกินบะหมี่เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
สวี่ชิงมองดูโจวจินหนานกินบะหมี่ เขากินอาหารคำใหญ่ แถมยังกินรวดเร็ว แต่กลับดูไม่หยาบคาย กล้ามเนื้อต่างๆ ล้วนขึ้นเป็นมัด ด้วยความแข็งแกร่งเช่นนี้ เขาก็ดูเป็นคนมีเสน่ห์อย่างมาก
เฟิงชูฮวามองสายตาหลานสาว ก่อนอดไม่ได้ที่จะพูดติดตลกว่า “กินข้าวเร็วเข้า ยังดูเขาไม่หนำใจอีกเหรอ”
สวี่ชิงหน้าแดงทันควัน ขณะที่โจวจินหนานกินอาหารช้าลงอย่างช่วยไม่ได้
เฟิงชูฮวามองดูจุดเริ่มต้นของความรักของเด็กทั้งสองคนแล้วหัวเราะ เป็นเด็กนี่ดีจริง ๆ!
……………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
ประกาศจัดงานแต่งแบบสายฟ้าแลบมากเลยพี่จินหนาน ทุ่มเทสุดๆ
ไหหม่า(海馬)