เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 41 ทำทุกอย่างเต็มที่เพื่อให้เธอมีความสุข
- Home
- All Mangas
- เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80
- บทที่ 41 ทำทุกอย่างเต็มที่เพื่อให้เธอมีความสุข
บทที่ 41 ทำทุกอย่างเต็มที่เพื่อให้เธอมีความสุข
เกาจ้านมองโจวจินหนานด้วยความตื่นตระหนก “จัดงานแต่งงานงั้นเหรอ? อีกตั้งเดือนสิบเอ็ดไม่ใช่หรือไง? ทำไมถึงรีบร้อนนักเล่า นอกจากนี้ต่อให้ต้องการจัดงานเลี้ยงพร้อมกับซื้อบ้านด้วย มันก็ไม่มีหรอกนะราคาแค่สามพันหยวนน่ะ”
หากซื้อที่ดินพร้อมบ้านทำเลดีๆ หน่อยก็ใช้เงินสักพันสองพันหยวน และอีกหนึ่งพันหยวนสำหรับจัดงานเลี้ยง นี่มันไม่ฟุ่มเฟือยไปหน่อยเหรอ?
โจวจินหนานขบกรามเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ไม่ดีนัก “นายเตรียมเงินให้ฉันสามพันหยวน ซื้อที่ตรงสถานีรถไฟใกล้บ้านของติงชางเหวินให้เร็วที่สุด สวี่ชิงชอบที่นั่น อีกอย่าง ถ้าถึงเวลาจัดงานเลี้ยงเมื่อไหร่ก็ให้จัดที่เต้นท์หน้าบ้านพักบุคลากรมหาวิทยาลัยประจำมณฑล”
เกาจ้านดึงตัวโจวจินหนานนั่งลง “นายไม่ใช่คนที่จะทำตัวโดดเด่นขนาดนั้นนี่ ตอนที่พวกเราในหน่วยแต่งงาน ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่ประกาศงานแต่งใหญ่โตแล้วเชิญทุกคนมากินขนมถั่วตัดและเมล็ดแตงโม มันไม่จำเป็นต้องจัดใหญ่โตอะไรเลย”
โจวจินหนานเงียบไปครู่หนึ่ง “แบบนั้นผิดต่อสวี่ชิงเกินไป แต่งงานกับผู้ชายตาบอดอย่างฉัน ถ้ายังต้องแต่งเงียบ ๆ อีก ก็ไม่รู้ว่าลับหลังคนจะพูดถึงยังไง”
เกาจ้านรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย “ไม่ว่านายจะทำอะไรก็ไม่สามารถห้ามปากคนอื่นได้หรอก ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีกับสวี่ชิง นายควรกำจัดความรู้สึกผิดเหล่านี้ทิ้งไปซะ นายแค่สูญเสียการมองเห็นชั่วคราวเท่านั้น หลังจากนี้ต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน อนาคตก็จะดีเช่นกัน สวี่ชิงแต่งกับนายไม่ขาดทุนแน่”
“เป็นฉันที่ติดค้างหล่อน!”
“นั่นก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้านายเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ ชีวิตนี้นายก็จะไม่สามารถก้าวผ่านมันไปได้” เกาจ้านปลุกเร้าเล็กน้อย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแล้ว และยังเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผู้คนมากมาย
นอกจากนี้ โจวจินหนานยังเป็นเหยื่ออีกด้วย
โจวจินหนานกับเกาจ้านมีความคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง “หล่อนเป็นผู้หญิงที่ดีมาก ควรจะมีชีวิตที่มีความสุขเป็นของตัวเอง แต่เป็นเพราะฉัน ตอนนี้หล่อนจึงถูกผู้คนพูดนินทาลับหลัง ทั้งชีวิตนี้ต้องถูกตราหน้าว่าไม่บริสุทธิ์ นายต้องรู้ว่าความยากลำบากไม่สามารถโค่นล้มใครได้ แต่น้ำลายพวกนั้นทำได้”
“ดังนั้นฉันจะทำให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้หล่อนถูกคนติฉิน”
เกาจ้านถอนหายใจ “ได้เลย ฉันจัดการเอง แต่นายต้องคิดให้ถี่ถ้วน สามพันหยวนไม่ใช่เงินน้อย ๆ ด้วยเงินเดือนปัจจุบันของนาย ต้องใช้เวลาสามปีไม่กินไม่ดื่มถึงจะสามารถจ่ายคืนได้ หลังจากแต่งงานแล้วพวกนายจะไม่ใช้ชีวิตเลยรึไง?”
โจวจินหนานเงียบไปครู่หนึ่ง “ฉันมีวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง”
เกาจ้านไม่ต้องเดาก็รู้ว่าวิธีการของโจวจินหนานคืออะไร นั่นคือการทำภารกิจที่อันตรายที่สุดเพื่อรับโบนัสสูงสุดหรือแม้แต่เงินบำนาญ
ในใจพลันรู้สึกย่ำแย่ขึ้นมา สวี่ชิงได้รับความไม่เป็นธรรมก็จริง แต่โจวจินหนานล่ะได้รับความเป็นธรรมหรือ?
…
ด้านสวี่ชิงไม่ได้รับรู้ว่าโจวจินหนานกำลังทำอะไร เธอพาเฟิงซูฮวาไปขึ้นรถที่สถานีรถบัส ก่อนจะไปที่โรงงานซ่อมรถยนต์เพื่อคืนสมุดทะเบียนบ้าน แล้วจึงกลับบ้าน
เมื่ออยู่กันตามลำพังสองคน เฟิงซูฮวาจับมือของสวี่ชิงแล้วกระซิบ “ครอบครัวสามีของหลาน ปู่ย่าของจินหนานดูตรงไปตรงมา ส่วนคนอื่นนั้นไม่ง่ายเลยที่จะรับมือ อาสามีคนนั้นดูน่าทึ่งแต่ไร้สมอง ที่ร้ายกาจที่สุดคือแม่สามีของหลาน”
สวี่ชิงมองเฟิงซูฮวาด้วยความประหลาดใจ “ฉันว่าแม่ของโจวจินหนานค่อนข้างจริงใจนะคะ”
ความจริงก็คือในชีวิตที่แล้ว ซูฮุ่ยหรูกับเธอไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ยามทั้งสองพบหน้ากันก็สุภาพต่อกันมาก
เฟิงซูฮวาแค่นลมหายใจอย่างเย็นชา “เป็นคนจริงใจที่ร้ายกาจที่สุด เมื่อเกิดเรื่องขึ้นหล่อนก็ไม่แสดงตัวออกมา แต่ยุแยงให้คนอื่นออกหน้าแทน หลานก็เห็นนี่ว่าวันนี้อาของจินหนานไร้มารยาทมาก ตั้งแต่ต้นจนจบหล่อนพูดอะไรบ้าง? ที่หล่อนไม่พูดอะไรเพราะในใจก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ก็ยิ่งโกรธ “หากว่าพวกเธอยังไม่ได้ทะเบียนสมรส ครอบครัวแบบนี้ไม่ว่าจะพูดอะไรก็คงให้แต่งด้วยไม่ได้”
สวี่ชิงมีความคิดของตัวเอง “ถึงยังไงพวกเราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันนี่คะ ใครที่ดีกับฉัน ฉันย่อมทำดีกลับ ส่วนใครที่ทำไม่ดีกับฉัน ฉันรับรองว่าจะไม่นิ่งเงียบแน่นอนค่ะ”
เฟิงซูฮวายิ้ม “ใช่ นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น แต่ก่อนสาวน้อยคนนี้ดูเรียบร้อยและอารมณ์เย็น ตอนนี้กลายเป็นคนดื้อรั้นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
ทั้งสองพูดคุยกันและค่อย ๆ เดินกลับบ้านตระกูลสวี่หลังลงจากรถบัส
นับตั้งแต่เกิดเรื่องกับสวี่หรูเยว่ เธอก็ขอออกจากบ้าน ส่วนฟางหลานซินก็สูญสิ้นท่าทางที่เคยหยิ่งผยอง เอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านไม่ออกไปไหน
อีกทั้งยังทะเลาะกับสวี่จื้อกั๋ว จนทำให้สวี่จื้อกั๋วอาศัยอยู่ที่หอพักของแผนกรักษาความปลอดภัยและไม่กลับมา
สวี่ชิงกับเฟิงซูฮวามาถึงประตู ในบ้านมีเพียงฟางหลานซินและสวี่หรูเยว่ เมื่อทั้งคู่เห็นสวี่ชิงก็แสดงสีหน้าไม่ดีนัก
สวี่ชิงไม่กล่าวอะไรมาก เพียงแต่ยื่นสมุดทะเบียนบ้านให้
ฟางหลานซินคว้าสมุดทะเบียนบ้านจากมือสวี่ชิง และกัดฟันพูดเสียงเบา “สวี่ชิง ฉันจะคอยดูว่าเธอจะภูมิใจได้นานสักเท่าไหร่!”
สวี่ชิงยิ้มด้วยดวงตาที่เยือกเย็น “คุณมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน ฉันก็จะภูมิใจได้นานเท่านั้นค่ะ!”
กล่าวจบก็คว้าแขนของเฟิงซูฮวาลงไปชั้นล่าง โดยไม่สนใจฟางหลานซิน
ฟางหลานซินโกรธจนเกือบหัวใจวาย ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะปล่อยให้เฟิงซูฮวานั่งอยู่ในห้อง จ้องมองตามหลังของพวกเธอที่กำลังลงไปยังชั้นล่าง
หากการฆ่าคนตายไม่ผิดกฎหมาย หล่อนก็แทบรอไม่ไหวที่จะกระหน่ำแทงสวี่ชิงด้วยมีดนับพันเล่ม!
ตอนนี้ทั้งบริเวณรอบ ๆ พื้นที่โรงงาน และแม้แต่คนที่ไม่คุ้นเคยบนท้องถนต่างก็รู้ว่าสวี่หรูเยว่กับหลี่ต้าหย่งพัวพันกันด้วยเรื่องชู้สาว ถึงกับกล่าวว่าสวี่หรูเยว่ช่างไร้ยางอายนักที่ติดต่อกับนักศึกษามหาวิทยาลัยขณะมีความสัมพันธ์คลุมเครือกับหลี่ต้าหย่ง
แม้ตอนนี้จะเป็นความสัมพันธ์ที่จริงจัง ทว่าหากมีความสัมพันธ์กันโดยที่ยังไม่แต่งงาน ย่อมถูกคนวิพากษ์วิจารณ์ลับหลัง
ไม่ต้องพูดถึงพฤติกรรมมั่วโลกีย์ของสวี่หรูเยว่เลย คำพูดที่แพร่กระจายออกไปข้างนอกนั้นล้วนไม่น่าฟังยิ่งนัก
เมื่อเดินไปตามถนน เธอก็สามารถสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังซุบซิบนินทากัน
สวี่ชิงดึงเฟิงซูฮวาลงไปชั้นล่าง อดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำถามในใจออกมา “คุณย่าคะ คุณย่าเคยเจอแม่ของหนูไหมคะ? เธอเป็นคนแบบไหน?”
เฟิงซูฮวาหยุดครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หลานเหมือนแม่มาก หล่อนเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน ส่วนเรื่องอื่น ๆ ย่าก็ไม่รู้อะไรมาก พ่อของหลานไปชนบททางใต้ได้ไม่นาน เขาก็พาหล่อนกลับมาในเมือง หลังจากคลอดหลานก็เสียชีวิต”
นางไม่ค่อยใกล้ชิดกับลูกชายมากนัก และไม่ชอบความเจ้าเล่ห์เพทุบายของสวี่จื้อกั๋ว
ดังนั้น สิ่งที่สวี่จื้อกั๋วทำเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ นางจึงไม่เคยแยแส และอาศัยอยู่แต่ในเรือนเล็ก ๆ ของตัวเอง
ด้วยประการนี้ ในท้ายที่สุดสวี่จื้อกั๋วก็ได้จัดการกับญาติพี่น้องที่กระทำผิดกฎหมายเพื่อปกป้องความเป็นธรรมของสังคม และถูกลากออกมาวิพากษ์วิจารณ์
มันทำให้หัวใจของหญิงชราชืดชาลงอย่างถึงที่สุด
สวี่ชิงรู้จากคำพูดของเฟิงซูฮวาว่าแม่ของเธอไม่ใช่คนท้องถิ่น จึงสงสัยว่าสวี่จื้อกั๋วหลอกลวงเย่หนานแม่ของเธอด้วยวิธีการบางอย่างหรือไม่?
เมื่อเธอคลี่คลายสถานการณ์ในปัจจุบันได้ จะต้องค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นในปีนั้น
ตกเย็น เฟิงซูฮวายังคงผัดผักใบเขียวรสขมให้สวี่ชิงหนึ่งจาน จากนั้นก็ต้มสมุนไพรสีเข้มให้สวี่ชิงแช่เท้า
สวี่ชิงไม่ถาม เฟิงซูฮวาให้เธอทำอะไรก็ทำ
ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่กลัวซากหนอนแมลงที่น่าเกลียดน่ากลัวในกล่องสีดำอีกต่อไป และยังสามารถหยิบมันออกมาเรียนรู้จากเฟิงซูฮวาว่าหนอนแมลงชนิดใดมีพิษมากที่สุดอีกด้วย
เฟิงซูฮวาเริ่มให้สวี่ชิงฝึกการฝังเข็ม และใช้เข็มทองปักที่จุดฝังเข็มบนมือของตัวเอง
แม้สวี่ชิงจะกลัว แต่ก็อดทนกับมัน หลังจากครั้งแรกที่กลัวจนมือสั่น ใช้เวลาเพียงสามวันก็สามารถทำได้อย่างคล่องแคล่ว
สามวันมานี้เฟิงซูฮวาไม่ปล่อยให้สวี่ชิงออกไปไหน นางให้เธอกินอาหารที่ตนทำ แช่เท้าในถังยา และยังให้กินยาเม็ดสีดำที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
กระทั่งวันที่สี่ สวี่ชิงจึงสามารถออกไปข้างนอกได้ สิ่งแรกที่ทำคือไปหาคุณป้าขายไอติม เพื่อดูว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้นางเจออะไรบ้างหรือไม่
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
เป็นรักที่หวานอมขมมากค่ะ พี่คือพยายามเต็มที่ในการชดใช้ความผิดให้น้อง
คุณป้าไอติมเจอเรื่องอะไรใหม่ๆ ไหมคะ
ไหหม่า(海馬)