เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 37 อสูรภูมิในโลกมนุษย์(1)
บทที่ 37 อสูรภูมิในโลกมนุษย์(1)
สวี่ชิงถูกกระตุ้นโดยคำพูดของหญิงสูงวัยทันที “ทำไมต้องทุกข์ทรมานล่ะคะ?”
หญิงสูงวัยยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมพูดกับสวี่ชิงอย่างมีเลศนัย “เพราะภรรยาของติงชางเหวินไม่ใช่คนธรรมดาน่ะสิ หล่อนเปี่ยมด้วยชื่อเสียงและอำนาจ ก้าวร้าวและไร้เหตุผล อึดถึกบึกบึนราวกับชายหนุ่ม แถมยังเสียงแหลมปรี๊ด ฉันเคยได้ยินมาว่าตอนที่ผู้เชี่ยวชาญติงถูกส่งมาที่นี่ ภรรยาของเขาก็คอยดูแลพ่อแม่สามีอยู่ที่บ้านอย่างกตัญญู”
สวี่ชิงขมวดคิ้วพร้อมครุ่นคิด แสดงว่าภรรยาของติงชางเหวินไม่เพียงทรงพลัง แต่ยังเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์ด้วย
ยิ่งหญิงสูงวัยบอกเล่าเรื่องราวมากเท่าไหร่ หล่อนก็ยิ่งมีความสุขมากจนไม่อาจหยุดได้ “อีกอย่าง ติงชางเหวินก็ไม่ใช่คนดีอะไร เขาคบหาผู้หญิงไปทั่ว ถูกภรรยาจับได้ไม่รู้กี่ครั้ง มีครั้งหนึ่งที่หญิงชู้ถูกจับเปลื้องผ้าประณามอยู่กลางถนนด้วย”
สวี่ชิงนึกภาพฟางหลานซินเปลือยกายล่อนจ้อนพร้อมโดนประณามอยู่กลางถนน เพียงเท่านั้นก็ทำให้เธอมีความสุขอย่างมาก
เธอเผยสีหน้าเป็นกังวลทันที “ฉันจะกลับไปบอกแม่เลี้ยง หวังว่าหล่อนและผู้เชี่ยวชาญติงจะเลิกติดต่อกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา”
คุณป้าเอามือป้องปากก่อนจะเอนตัวกระซิบสวี่ชิง “ตอนนี้ภรรยาของติงชางเหวินกลับมาจากบ้านแม่ของหล่อนแล้ว พวกเขาควรระวังตัวให้ดี”
หลังพูดจบนางก็ถอนหายใจยาว แววตาเปี่ยมด้วยความกังวล กลัวว่าครอบครัวอาจต้องบ้านแตกสาแหรกขาด
คุณป้านึกยกย่องสวี่ชิงว่าเป็นหญิงที่มีจิตใจดีและชอบธรรม
ก่อนจากไป สวี่ชิงก็ย้ำกับคุณป้า “คุณป้าอย่าบอกเรื่องนี้กับใครทั้งนั้นนะคะ”
คุณป้าตบหน้าอกด้วยความมั่นใจ “ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่นำเรื่องนี้ไปพูดกับใครอย่างแน่นอน เธอเชื่อใจป้าได้”
สวี่ชิงยิ้ม รู้ดีว่ายิ่งห้ามมากเท่าใด คุณป้าก็ยิ่งแพร่งพรายเร็วขึ้นเท่านั้น
คนปากหอยปากปูชอบนินทาเช่นนี้ไม่มีทางเก็บความลับไว้คนเดียวได้ แน่นอนว่านางคงอดใจรอที่จะเล่าให้คนอื่นฟังไม่ไหวแล้ว
สวี่ชิงกลับมาถึงซอยฮวยซู่อย่างอารมณ์ดี ระหว่างทางเธอได้ซื้อเค้กพุทราที่ทำสดใหม่มาฝากคุณย่า
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าเฟิงซูฮวากำลังจับหนอนอยู่ในสวนผัก นางใช้ไม้ขนาดเล็กเขี่ยหนอนทั้งหมดบนใบผักลงใส่จานเล็ก ๆ ในมือ
สวี่ชิงจ้องมองอยู่ครู่หนึ่งและรู้สึกสงสัยเล็กน้อย “คุณย่ากำลังทำอะไรกับหนอนพวกนี้เหรอคะ?”
เฟิงซูฮวายิ้ม “ย่ากำลังให้อาหารพวกมัน”
นับตั้งแต่พิฆาตสี่เก่าแตกสลาย นางก็หยุดเลี้ยงกู่ แต่ถ้าจะทำให้ดวงตาของโจวจินหนานดีขึ้น เขาก็ต้องเลี้ยงกู่ที่มีพลังมากกว่าเพื่อให้ดูดกลืนพิษในร่างกายของตัวเอง
เพื่อความสุขในชีวิตของหลานสาว นางจึงเต็มใจที่จะทำมันอีกครั้ง
เมื่อสวี่ชินนึกภาพหนอนที่คลานยั้วเยี้ยไปมาทุกที่ หนังศีรษะก็รู้สึกชาขึ้นมา แต่ก็ยังมีความกล้าที่จะช่วยเฟิงซูฮวาจับมัน
หลังจากสังเกตอย่างถี่ถ้วนก็พบว่าหนอนบนใบผักไม่เหล่านี้ไม่เหมือนกับหนอนที่หล่อนเคยเห็น แม้จะมีสีเขียว แต่กลับโปร่งใสจนมองเห็นของเหลวสีขาวข้างใน
ทุกการเคลื่อนไหวล้วนน่าขยะแขยง
สวี่ชิงไม่เข้าใจแต่ก็ไม่ถาม หลังจากช่วยเฟิงซูฮวาป้อนอาหารหนอนเหล่านี้แล้วก็ล้างมือ เดินไปนั่งบนสนามหญ้า และตบกระเป๋าของตัวเอง “คุณย่าคะ ลองเดาสิคะว่าฉันเอาอะไรกลับมาให้?”
ฟางซูฮวาย่นจมูก “เค้กพุทรา เค้กพุทราที่ครอบครัวหลินขาย!”
สวี่ชิงหัวเราะ “คุณย่านี่น่าทึ่งจังเลยนะคะ แค่ดมก็รู้แล้วเหรอคะว่าเป็นเค้กพุทราของใคร?”
เธอกล่าวพร้อมหยิบเค้กพุทราที่ห่อด้วยกระดาษทาน้ำมันออกจากกระเป๋าก่อนจะยื่นให้เฟิงซูฮวา
เฟิงซูฮวาหยิบเค้กพุทราขึ้นพร้อมกล่าวอย่างร่าเริง “เค้กพุทราที่ครอบครัวหลินทำนั้นอร่อยมาก พุทราสีแดงสด ลูกใหญ่ ไร้รสขม แถมยังใช้แป้งขาวทำอีกด้วย รสชาติอร่อยไร้ที่เปรียบ”
สวี่ชิงยิ้มขณะจ้องมองเฟิงซูฮวาที่ค่อย ๆ ละเลียดกินเค้กพุทรา แม้เวลาจะล่วงเลยไปหลายปี แต่ท่าทางของหญิงชราผู้นี้ยังคงเหมือนเดิม
ท่าทางสง่างามสลักลึกอยู่ในกระดูกของนาง เป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถเรียนรู้ได้
สวี่ชิงเงยหน้ามองดูเฟิงซูฮวาที่กินเค้กพุทราอย่างเพลิดเพลิน
หลังจากที่เฟิงซูฮวากินเค้กพุทราแล้ว สวี่ชิงก็นำทะเบียนสมรสที่ได้รับมาให้นางดู “คุณย่าคะ นี่คือทะเบียนสมรสของฉันและโจวจินหนานค่ะ”
เฟิงซูฮวารีบลุกขึ้นทันที “เดี๋ยวก่อนนะ ย่าขอล้างมือแล้วจะมาดู”
นางล้างมือด้วยสบู่เหลวกลิ่นหอมอย่างประณีตและระมัดระวัง หลังเช็ดมือจนแห้งก็นำเอาทะเบียนสมรสของสวี่ชิงมาชื่นชม “เยี่ยม เยี่ยม ชิงชิงกำลังจะไปเป็นสะใภ้บ้านอื่นแล้วสินะ”
สวี่ชิงรู้สึกเขินอายอย่างอธิบายไม่ถูก “คุณย่าคะ ยังไงเราก็จะยังอยู่ด้วยกันนะคะ”
เฟิงซูฮวาอ่านอย่างระมัดระวังอยู่หลายรอบ จากนั้นจึงหรี่ตาพร้อมยิ้มให้สวี่ชิง “ตอนนี้ทุกอย่างกำลังดีขึ้น อนาคตของหลานก็จะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน”
สวี่ชิงพยักหน้า “ค่ะ มันจะต้องดีขึ้น พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปที่บ้านของคุณโจว คุณย่าอยากไปด้วยกันไหมคะ?”
เฟิงซูฮวารู้สึกเศร้าใจทันที นี่เป็นครั้งแรกที่สวี่ชิงจะไปยังบ้านของชายหนุ่ม แต่กลับไม่มีญาติผู้ใหญ่ไปพร้อมกับเธอเลย
เรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเธอ เพราะแน่นอนว่าสวี่จื้อกั๋วและแม่เลี้ยงของสวี่ชิงไม่ยอมไป
“พรุ่งนี้ย่าจะไปกับหลาน”
สำหรับอาหารเย็น เฟิงซูฮวาขอให้สวี่ชิงก่อไฟเพื่อที่นางจะต้มโจ๊กมันหวานและผักใบเขียว
สวี่ชิงรู้เพียงว่าผักใบเขียวมีรสขมปนหวานเล็กน้อย นี่อาจเป็นรสชาติของผักหลายชนิดที่ผสมปนเปกัน
เฟิงซูฮวาผลักจานไปตรงหน้าสวี่ชิง “กินเยอะ ๆ อาหารจานนี้ล้วนมีประโยชน์และดีต่อหลาน”
สวี่ชิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากอดทนกินให้หมด
ก่อนเข้านอน หญิงสาวก็รู้สึกราวกับมีกระแสน้ำอุ่นไหลเวียนในท้อง ซึ่งทำให้รู้สึกสบายอย่างมาก จนสงสัยว่าคุณย่าแอบใส่อะไรเข้าไปในนั้นหรือไม่?
แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ต้องดีต่อร่างกายอย่างแน่นอน
เธอหลับสนิทโดยไม่ฝันจนถึงรุ่งสาง
เมื่อตื่นนอนตอนเช้า เฟิงซูฮวาก็สวมชุดสีทองอ่อนที่ไม่เคยสวมมาก่อน คอเสื้อถูกปักเป็นลายเมฆาม้วน ปักขอบลายด้วยดิ้นทอง เห็นได้ชัดว่าเป็นวัสดุถักทอที่ยอดเยี่ยมยิ่ง
ในยุคที่สีน้ำเงินและสีเทาเข้มเป็นที่นิยมเช่นนี้ มีคนหนุ่มสาวเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สวมเสื้อผ้าสีสดใส ยิ่งผู้สูงวัยแล้วยิ่งไม่มีใครทำเลย
ผมของนางถูกชโลมด้วยน้ำมันกุ้ยฮวา หวีอย่างเรียบร้อยไว้ด้านหลังศีรษะด้วยหวีซี่ละเอียด เกล้าเป็นมวยปักด้วยปิ่นไม้มะเกลือดูเรียบง่าย
สวี่ชิงโอบกอดเฟิงซูฮวาจากด้านหลังด้วยสองแขน “คุณย่าสวยมากเลยค่ะ ลายของชุดนี้ก็ดูงดงาม นี่คือผ้าอะไรเหรอคะ?”
เฟิงซูฮวาดึงมุมเสื้อของหล่อน “นี่คือผ้าลายเมฆาม้วนที่ย่าเก็บไว้นานแล้ว”
สวี่ชิงหัวเราะ “สวยมากเลยค่ะ ยิ่งคุณย่าใส่ก็ยิ่งดูเหมือนคุณหญิงคุณนายเลย”
เฟิงซูฮวากะพริบตา ระงับความทรงจำในหัวใจพร้อมโบกมือ “พูดจาอะไรไร้สาระจริง ๆ ย่าเตรียมอาหารเช้าไว้ให้แล้ว รีบกินรีบไปกันเถอะ เดี๋ยวจะสายเอา”
หลังรับประทานอาหารเช้าอย่างเร่งรีบ สวี่ชิงก็เปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงสีขาวแถบแดงพาเฟิงซูฮวาขึ้นรถบัสไปยังบ้านตระกูลโจว
เมื่อสวี่ชิงและเฟิงซูฮวามาถึงมหาวิทยาลัยประจำมณฑล ก็พบนักศึกษามากมายที่กำลังเร่งรีบเข้าเรียน
เฟิงซูฮวาหยุดเดิน หรี่ตาลง ถือไม้ค้ำพร้อมกล่าวต่อสวี่ชิง “น่าเสียดาย ถ้ามีโอกาส ย่าก็อยากให้หลานเรียนหนังสือ”
สวี่ชิงจับแขนเฟิงซูฮวาด้วยรอยยิ้ม “ค่ะคุณย่า ฉันจะสมัครเรียนภาคค่ำเพื่อไม่ให้รบกวนเวลาทำงานในตอนกลางวันนะคะ”
เฟิงซูฮวาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “อืม นั่นเป็นความคิดที่ดี”
จากนั้นทั้งสองก็เดินไปที่บ้านของตระกูลโจวอย่างเชื่องช้า
เมื่อไปถึง สวี่ชิงก็ประหลาดใจอย่างมาก เธอไม่คิดว่าทุกคนในตระกูลโจว แม้กระทั่งโจวลี่หงจะอยู่ที่นี่
หล่อนนั่งข้างฟ่านเจี๋ยและหลิวเหวินผิงผู้เป็นลูกสาว
……………………………………………………………………………………………………………………
(1)อสูรภูมิในโลกมนุษย์ (人间修罗场) หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่มีความสลับซับซ้อน มักใช้เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ เช่น หญิงหรือชายที่เกี่ยวข้องในความสัมพันธ์ปรากฏตัวในโอกาสเดียวกัน
สารจากผู้แปล
ชิงชิงหาสายสืบถูกคนแล้วค่ะ ป้าขายไอติมนี่อีกไม่นานก็คงจะเอาไปเล่าจนรู้กันทั่วทั้งบางแน่ แล้วเมียหลวงของชู้ก็คงจะมาเล่นงานนังแม่เลี้ยง
เจออดีตคนรักของจินหนานเสียแล้ว มันต้องมีเรื่องน่าปวดหัวตามมาแน่ๆ
ไหหม่า(海馬)