เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 29 จดทะเบียนสมรสก่อน
บทที่ 29 จดทะเบียนสมรสก่อน
โจวจินหนานยืนตัวตรงอยู่ที่ประตู บดบังแสงข้างหลังที่เล็ดลอด ผ้าก๊อซบนใบหน้าทำให้สีหน้าของชายหนุ่มยิ่งเคร่งขรึมมากขึ้น
กลิ่นอายความเยือกเย็นและความโกรธ แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาอย่างไม่อาจปิดบัง
มือของสวี่จื้อกั๋วไม่อาจฟาดลงได้ และยังมีความกลัวอยู่ในใจ เขากำลังกลัวโจวจินหนาน ผู้ซึ่งกล่าวกันว่าได้ฆ่าศัตรูนับไม่ถ้วนในสนามรบ!
เขาสงบอารมณ์ลง ลดมือด้วยความอับอาย ส่งเสียงกระแอมกระไอและเอ่ยอธิบายอย่างไม่เป็นธรรมชาติ “จินหนาน มาที่นี่ได้อย่างไรน่ะ เข้ามานั่งก่อนสิ”
เกาจ้านผลักโจวจินหนานจากด้านหลัง และช่วยให้เขาเข้าไปในห้องอย่างราบรื่น
สวี่ชิงรู้สึกประหลาดใจที่เห็นโจวจินหนานมาที่นี่ เธอยืนขึ้นและมองดูชายหนุ่มด้วยความสงสัยพลางมองไปที่เกาจ้าน
เมื่อเห็นว่าโจวจินหนานเข้าประตูมา สวี่จื้อกั๋วก็ยังไม่พูดอะไร เขาไอสองครั้งแล้วอธิบาย “จินหนาน ทำให้เธอหัวเราะซะแล้ว ชิงชิงเด็กคนนี้ดื้อมากน่ะ ทำให้ฉันโกรธจนอดไม่ได้ที่จะลงมือ”
”เธอเก่งมาก”
น้ำเสียงของโจวจินหนานราบเรียบและหนักแน่น
เกาจ้านยืนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกหูหนวกเล็กน้อย เขาบอกว่า ‘เธอเก่งมาก’ ปกป้องภรรยาแบบนี้เนี่ยนะ?
อย่างไรเสีย อารมณ์ของโจวจินหนานก็เป็นเช่นนี้อยู่เสมอ และเขายังเป็นผู้ปกครองลูกวัว*(1) ที่รู้จักกันดีที่กองทัพ นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครสามารถพูดหรือดุทหารของเขาได้
สวี่ชิงอดไม่ได้ที่จะหน้าแดง เมื่อโจวจินหนานพูดแบบนี้ เธอไม่ต้องการให้เขาเห็นด้านที่ฉุนเฉียวของเธอจริง ๆ
แต่ดูเหมือนเขาจะมองเห็นทุกครั้งไป…
ฟางหลานซินอยู่ในสภาพที่เฉื่อยชา ขณะที่เธอเห็นโจวจินหนานเดินเข้ามา ตอนนี้ แค่คิดว่าโรงพยาบาลของครอบครัวทั้งหมดและพื้นที่โรงงานรู้เรื่องหลี่ต้าหย่งกับสวี่หรูเยว่ หล่อนก็ปวดหัวราวกับว่ามันจะระเบิดแล้ว!
หล่อนไม่รู้ว่าจะมีทางใดที่ติงชางเหวินจะทำให้โจวจินเซวี่ยนกับสวี่หรูเยว่แต่งงานกันได้อย่างรวดเร็วได้เลย
สำหรับโจวจินหนาน แม้หล่อนไม่ต้องการทำอะไรเพื่อเอาใจเขาอีกต่อไป แต่หล่อนก็ต้องทำ
หลังจากกัดฟันเป็นเวลานาน ในที่สุดหล่อนก็พูดออกมา “ช่วงนี้ที่บ้านมีปัญหามากเกินไปหน่อยน่ะ ทำให้เธอต้องขบขันเสียแล้ว จินหนานรีบนั่งลงก่อนเถอะ”
โจวจินหนานส่ายหัว “ไม่เป็นไรครับ ลุงสวี่ช่วยเอาทะเบียนบ้านของสวี่ชิงออกมาให้หน่อยนะครับ เราจะจดทะเบียนสมรสกันก่อนน่ะครับ”
สวี่ชิงรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็ยากที่จะเปิดเผยต่อหน้าสวี่จื้อกั๋ว
สวี่จื้อกั๋วประหลาดใจมากยิ่งกว่า และใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ไม่ใช่ว่าตุลาคมนี้ก็แต่งงานแล้วเหรอ?”
“จดทะเบียนสมรสก่อนดีกว่าน่ะครับ แล้วค่อยแต่งงานในเดือนตุลาคม หล่อนรู้ว่าดวงตาของผมไม่ดีนัก เวลาออกไปข้างนอกกับสวี่ชิง มันเป็นเรื่องง่ายที่จะถูกเข้าใจผิด การมีทะเบียนสมรสจึงเป็นเรื่องดีที่จะหยุดปากคนพวกนั้น”
โจวจินหนานพูดอย่างจริงจัง
ฟางหลานซินตื่นตระหนก ถ้าโจวจินหนานกับสวี่ชิงได้รับทะเบียนสมรส หล่อนก็ไม่มีทางที่จะหยุดสวี่ชิงจากการแต่งงานเข้าตระกูลโจวได้แล้ว
ท้ายที่สุดการแต่งงานของพวกเขาก็ได้รับการคุ้มครอง
ฟางหลานซินรีบพูดออกมาด้วยความกังวล “จินหนาน คิดดูอีกครั้งเถอะ เธอสองคนควรจะใช้เวลาร่วมกันมากกว่านี้ เพราะการแต่งงานเป็นการตัดสินใจที่ต้องใช้เวลาไปด้วยกันตลอดชีวิต เธอไม่ต้องรีบร้อนหรอก”
สวี่ชิงกล่าวจากด้านข้าง “ตอนคุณแต่งงานกับพ่อของฉัน มีคนบอกว่าพวกคุณรู้จักกันแค่ครึ่งเดือนเอง นี่ก็ผ่านมาสิบแปดปีแล้วนะ”
ใบหน้าของฟางหลานซินมืดลงในทันที และมองสวี่ชิงอย่างเกลียดชัง
โจวจินหนานหมดความอดทนอย่างเห็นได้ชัด “ลุงสวี่เสียใจกับการแต่งงานครั้งนี้เหรอครับ?”
สวี่จื้อกั๋วส่ายหัวอย่างรวดเร็ว “ไม่ ๆ ฉันจะไปเอาทะเบียนบ้านมาให้นะ”
ต่อให้สวี่จื้อกั๋วจะมีความสุขแค่ไหน เขาก็ต้องกลับไปที่ห้องนอนและนำทะเบียนบ้านออกมาให้สวี่ชิง “พอได้ทะเบียนสมรสแล้วก็รีบเอากลับมาล่ะ”
สวี่ชิงต้องการย้ายที่อยู่ให้เสร็จเรียบร้อย ไม่มีประโยชน์ที่จะให้ทะเบียนบ้านกับเธอ
โจวจินหนานฟังอย่างตั้งใจ เมื่อรู้ว่าสวี่ชิงได้รับทะเบียนบ้านแล้ว เขาก็พูดกับสวี่จื้อกั๋วว่า “ลุงสวี่ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เราขอตัวก่อนนะครับ นอกจากนี้ คราวหน้าช่วยสุภาพกับสวี่ชิงมากกว่านี้ด้วยนะครับ”
เมื่อชายหนุ่มหันไปหาสวี่ชิง น้ำเสียงของเขาก็อ่อนลงทันที “ไปกันเถอะ ไป๋หลางรออยู่ด้านล่าง”
สวี่ชิงเหลือบมองสวี่จื้อกั๋วและฟางหลานซินด้วยแววตาเย็นชา เธอหันหลังและตามโจวจินหนานกับเกาจ้านไปที่ชั้นล่าง
ฟางหลานซินฟื้นคืนสติได้ตอนที่ได้ยินเสียงปิดประตู และหันไปมองสวี่จื้อกั๋ว “คุณปล่อยหล่อนไปแบบนี้น่ะเหรอ?”
ใบหน้าของสวี่จื้อกั๋วยิ่งน่าเกลียดมากขึ้น “โจวจินหนานอยู่ที่นี่ แล้วผมควรทำอย่างไร? ทำไมจู่ ๆ สวี่ชิงถึงกลายเป็นแบบนี้?”
นี่เป็นสิ่งที่เขาคิดไม่ออก แต่ก่อนเด็กคนนี้เคยเชื่อฟังมากกว่านี้มาก
แม้ว่าเธอจะดื้อรั้นแค่ไหน แต่ก็ไม่กล้าที่จะโต้เถียงกับผู้อาวุโส
แล้วตอนนี้ละ? ไม่เพียงแต่เธอจะเพิกเฉยเท่านั้น แต่ยังกล้าที่จะหยิบขวานมาสับพวกเขาด้วย
ฟางหลานซินเองก็ยังสงสัยว่าทำไมสวี่ชิงถึงกลายเป็นแบบนี้?
ทันใดนั้นหล่อนก็มองไปที่สวี่จื้อกั๋วอย่างสงสัย “เป็นไปได้ไหมที่หล่อนรู้ว่าเย่หนานเสียชีวิตอย่างไร?”
สวี่จื้อกั๋วส่ายศีรษะ “ไม่ เป็นไปไม่ได้”
แต่แล้วฟางหลานซินก็เดาอย่างกล้าหาญ “สวี่ชิงรู้ไหมว่าหล่อนไม่ใช่ลูกสาวของคุณ?”
สวี่จื้อกั๋วโกรธทันที “หุบปาก! คุณพูดถึงเรื่องไร้สาระอะไร?”
หัวใจของฟางหลานซินถูกปิดกั้นอยู่เสมอ เมื่อเห็นว่าสวี่จื้อกั๋วกล้าที่จะโกรธหล่อน หล่อนก็โกรธเช่นกัน “คุณมาตะคอกอะไรใส่ฉัน? จะมีผู้ชายสักกี่คนที่ไร้ประโยชน์อย่างคุณ สวี่ชิงเป็นลูกของเย่หนานกับคนป่านั่นอย่างเห็นได้ชัด คุณถึงยังคงปฏิบัติต่อหล่อนเหมือนเด็ก ๆ”
สวี่จื้อกั๋วกล่าวด้วยสีหน้าเข้ม “ถ้าคุณไม่อยากสร้างปัญหา ก็หุบปากไปซะ”
พูดจบสวี่จื้อกั๋วก็ปิดประตูแล้วเดินออกไป
เมื่อไหร่กัน ที่ฟางหลานซินต้องทนทุกข์ทรมานจากความโกรธแบบนี้ เมื่อเห็นว่าสวี่จื้อกั๋วกล้าที่จะปิดประตูและออกไป หล่อนก็ก้มลงกวาดขวดกับกระติกน้ำร้อนทั้งหมดบนโต๊ะอาหารลงไปที่พื้น
หลังคาเพื่อนบ้านชั้นล่างต่างสั่นสะเทือน
หม่าเสวี่ยหลาน คุณป้าร่างอ้วนปากลำโพงอยู่ที่ชั้นล่าง ต่อให้จะไม่ได้ยินเนื้อหาการทะเลาะวิวาทที่ชั้นบน แต่จากการสอบถามของหล่อนในช่วงสองวันที่ผ่านมา มันก็ถือว่ารู้เกือบทั้งหมดแล้ว และโครงเรื่องที่เหลือขึ้นอยู่กับสมองของหล่อน
ขณะแทะเมล็ดแตงโม ก็พูดกับผู้หญิงสองสามคนที่กำลังถักเสื้อไหมพรมว่า “เธอรู้ไหมว่าทำไมทุกวันนี้ชั้นบนดูมีชีวิตชีวากันนัก?”
“ฉันได้ยินมาว่าสวี่ชิงเป็นคนสร้างปัญหา”
หม่าเสวี่ยหลานถ่มน้ำลายออกมาพร้อมเปลือกเมล็ดแตงโม “ไม่ คราวนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับสวี่ชิง พวกเขาแค่ดึงสวี่ชิงมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ อันที่จริงมันเพราะหลี่ต้าหย่งที่เป็นนักเลงนอนกับสวี่หรูเยว่ต่างหาก!”
”จริงเหรอ? เราเคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้ว แต่เราไม่อยากเชื่อเลย”
”ใช่ ๆ ไม่นานก่อนเกิดอุบัติเหตุของสวี่ชิง หรูเยว่ก็ประสบอุบัติเหตุด้วย แต่ฉันไม่รู้ว่าหรูเยว่จะเต็มใจหรือเปล่า”
หม่าเสวี่ยหลานภูมิใจกับข้อมูลมือหนึ่งอย่างหล่อน “แน่นอนว่าหล่อนทำด้วยความสมัครใจ เฒ่าหลิวเจียที่ขายแป้งทอด สะใภ้หกของเฒ่าหลิวเจียยังบอกอีกว่า ทั้งสองคนทำเรื่องแบบนั้นที่บ้านของฟางฟาง และผ้าปูที่นอนก็เปื้อนเปรอะไปหมดด้วย”
“จริงเหรอ? ดูเหมือนสิ่งที่ข้างนอกพูดจะเป็นเรื่องจริงสินะ”
หม่าเสวี่ยหลานภาคภูมิใจ สิ่งที่พูดข้างนอกนั่นไม่ใช่ความจริงทั้งหมด!
เพราะทั้งหมดมาจากหล่อน
หม่าเสวี่ยหลานแทะเมล็ดทานตะวันสองสามเมล็ดแล้วพูดต่อว่า “ยังมีบางอย่างที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นอีก ตอนที่สองคนกำลังทำเช่นนั้น พวกเขาก็ถูกคู่หมั้นของหรูเยว่จับได้”
หม่าเสวี่ยหลานอดไม่ได้ที่จะขบขัน และมีความสุขเมื่อพูดออกไป ตอนนี้มาดูกันว่าฟางหลานซินจะเป็นอย่างไร …จะทนอยู่แต่ในบ้านได้นานแค่ไหน
ลูกสาวเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย และต้องการแต่งงานกับลูกชายของอาจารย์มหาวิทยาลัย
ตอนนี้เรามาดูกันว่าหล่อนจะให้ลูกสาวแต่งงานออกไปได้อย่างไร! ดูสิว่าฟางหลานซินจะสามารถมองคนอย่างหล่อนได้อย่างไร
ยิ่งคิดและยิ่งพูดก็ยิ่งมีความสุข!
…
สวี่ชิงเดินตามโจวจินหนานกับเกาจ้านลงไปที่ชั้นล่าง เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม “พี่ใหญ่โจว ขอบคุณที่มาช่วยฉันเกลี้ยกล่อมนะคะ”
เมื่อมีโจวจินหนานอยู่ที่นั่นด้วย มันง่ายกว่ามากที่จะได้ทะเบียนบ้านมา
“ที่ฉันพูดเมื่อครู่เป็นความจริง ไปจดทะเบียนสมรสกันก่อนเถอะ”
…………………………………………………………………………………..
(1) ผู้ปกครองลูกวัว 护犊子 เป็นคำภาษาจีนที่มีพินอินคือ hù dú zi ให้ความหมายคือคนที่ทำหน้าที่เป็นจ่าฝูงคอยดูแลคนอื่น ๆ ในกลุ่ม
สารจากผู้แปล
สวี่ชิงตอนนี้ไม่ใช่ลูกพลับนิ่มแล้วน้า จะทำอะไรก็คิดเยอะ ๆ ก่อนน้า
ข่าวแพร่ไปไกลขนาดนี้ นังแม่เลี้ยงกับลูกของมันจะอกแตกตายไหมเนี่ย
ไหหม่า(海馬)