เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 27 ยืมเงินให้ภรรยา
บทที่ 27 ยืมเงินให้ภรรยา
สวี่ชิงยอมรับว่าเธอไม่ใช่คนขี้กลัวเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังต้องตกใจเมื่อเห็นของที่อยู่ในกล่องดำ
มันยิ่งน่าขยะแขยงมากขึ้น
ข้างในมีสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน และดูน่ากลัว ในหมู่พวกมันมีแมลงสีเขียวที่มีลักษณะน่าขยะแขยงอยู่ด้วย
สวี่ชิงรีบถอยหลังไปสองก้าว รู้สึกว่าอาหารกลางวันที่อยู่ในท้องกำลังทะลักออกมา
การแสดงออกของเฟิงซูฮวาพลันเคร่งขรึมขึ้นมา “แมลงพวกนี้มันตายหมดแล้ว จะน่ากลัวอะไรขนาดนั้น?”
สวี่ชิงระงับอาการคลื่นไส้และยกมือโบกมือไปมา “ไม่นะคะคุณย่า พวกนี้มันน่าเกลียดและน่ากลัวจะตายไป”
เฟิงซูฮวาหยิบสัตว์เลื้อยคลานสีดำที่เหมือนแมงมุมออกมา แล้ววางไว้บนฝ่ามือของหญิงสาว “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปหลานจะต้องวางแมลงนี้ไว้บนร่างกาย และเมื่อไหร่ที่ไม่รังเกียจมันแล้วก็เปลี่ยนตัวใหม่”
สวี่ชิงตะลึง “คุณย่าคะ อย่าบอกนะว่านี่คือสิ่งแรกที่ฉันต้องเรียนรู้ในเรื่องแพทย์?”
เฟิงซูฮวาพยักหน้าอย่างจริงจัง “ใช่”
สวี่ชิงยิ้มเยาะและนึกถึงความรู้บางอย่างจากโทรทัศน์ “คุณย่าคงไม่ได้เลี้ยงกู่*(1) ใช่ไหมคะ?”
หลังจากพูดจบ เธอก็ปิดปากอย่างรวดเร็ว แม้ว่าพิฆาตสี่เก่า*(2) จะแตกสลายไปแล้วก็ตาม แต่ทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ชั่วร้ายในการแสร้งทำเป็นผีร้าย และพวกเขายังถูกรัฐสั่งห้าม
เฟิงซูฮวาไม่สนใจ “ก็เกือบนะ หนูตะเภาบางตัวถูกเลี้ยงมาเพื่อทำร้ายผู้คน แต่เราต้องช่วยชีวิตผู้คน อย่ามองแค่ภายนอก แค่ใช้วิธีพิษล้างพิษ ถึงขั้นตอนจะดูแย่หรือไม่ค่อยน่าเหลือเชื่อ แต่ผลก็ออกมาดี นับว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ”
สวี่ชิงรู้เพียงว่าแพทย์พื้นบ้านแม้วและทิเบตนั้นน่าทึ่ง และเธอก็รู้อยู่เสมอถึงข่าวลือเรื่องการเลี้ยงกู่
แต่ไม่คิดว่าคุณย่าของเธอจะทำได้!
เมื่อเห็นความประหลาดใจของสวี่ชิง เฟิงซูฮวาจึงยื่นมือไปข้างหน้า “แค่ชินกับมันซะ เด็ก ๆ เหล่านี้มีความภักดีและน่ารักกว่ามนุษย์เยอะนะ”
สวี่ชิงต้องการกลับคำพูดของเธอเกี่ยวกับการเรียนแพทย์กับหญิงชรา เธอคิดว่ามันเป็นการฝังเข็มและไม่น่าจะยากเท่าไหร่
หญิงสาวไม่ได้คาดหวังว่าจะถึงระดับที่ต้องใช้จิตวิทยาแบบนี้
คนที่ไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ จะไม่ยอมแพ้ในเวลานี้อย่างแน่นอน เธอกัดฟันเดินไปด้านหน้า เอื้อมมือไปคว้าแมลงที่อยู่ในมือของเฟิงซูฮวา “ค่ะ ฉันทำได้แน่นอน”
สวี่ชิงอดทนกับอาการคลื่นไส้และเหลือบมองกล่องอีกครั้ง หนังศีรษะยังชาหนึบ แต่ก็กล้าพูดว่า “เอามาอีกค่ะ ฉันไม่เป็นไร”
เฟิงซูฮวาไม่ได้ทำให้สวี่ชิงต้องอับอายเช่นกัน และพบด้วงสีดำที่ดูน่ากลัวน้อยหน่อยสำหรับสวี่ชิง “ตัวนี้ดูเหมือนแมลงปีกแข็งก็จริง แต่มันมีพิษสูง แต่ไม่ต้องห่วงนะ ความเป็นพิษจะหายไปหลังจากที่มันตาย”
สวี่ชิงกัดฟันและมองดูแมลงสองตัวในฝ่ามือ และเธอก็ไม่รู้สึกทุกข์เท่าไหร่นัก หลังจากที่พยายามอย่างหนักที่จะยอมรับ
โดยไม่สนใจสัมผัสแปลก ๆ จากฝ่ามือ หญิงสาวมองดูชั่วขณะหนึ่งแล้วใส่มันลงในกระเป๋ากางเกง
เฟิงซูฮวาเหลือบมองและยิ้ม “หลานกล้าหาญกว่าคุณปู่ของหลานมากนะ ดังนั้นระวังอย่าทำลายมันเสียล่ะ”
สวี่ชิงปัดมือ แสร้งทำเป็นไม่สนใจ “ฉันจะระวังอย่างดีเลยค่ะ แล้วฉันต้องเรียนอะไรอีกคะ?”
เฟิงซูฮวาหยิบหนังสืออีกเล่มออกมา ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วเป็นแผนที่ของจุดฝังเข็มและอาการที่เกี่ยวข้อง “ก่อนหน้านี้หลานไม่ได้อ่านมาก่อน หลานควรมองหาจุดฝังเข็มบนร่างกายตามไปด้วย พออ่านแล้วย่าจะเล่าให้ฟัง แล้วจะเข้าใจเอง”
สวี่ชิงมองไปที่สมุดหน้าเหลือง หลังจากหลายปีผ่านไปมันก็ยังอยู่ และดูเหมือนว่าหญิงชราจะคิดบางอย่างด้วย
ในตอนบ่ายไม่ได้มีอะไรให้ทำมากนั้น หญิงสาวเพียงนอนบนเตียงเตาและอ่านหนังสือ ลักษณะอักษรด้านบนจำนวนมากยังคงเป็นแบบดั้งเดิม อีกทั้งคำก็คลุมเครือและเข้าใจยากยิ่งขึ้น แต่โชคดีที่สวี่ชิงชอบอ่านหนังสือ
…
โจวจินหนานงีบหลับ ทำให้ความเจ็บปวดในร่างกายเริ่มจางหายไป
เกาจ้านอยู่ข้าง ๆ และพูดเมื่อเห็นโจวจินหนานลุกขึ้น “นายหลับไปสามชั่วโมงแล้ว ค่อนข้างดีเลยนะ”
โจวจินหนานลูบที่หลังคอ “นายไปรับไป๋หลางกลับมาหรือยัง?”
เกาจ้านพูดอีกครั้ง “ไป๋หลางไม่รู้จักใครนอกจากนาย ถึงฉันไปมันก็ไม่มากับฉันอยู่ดี อีกเดี๋ยวฉันพานายไปรับไป๋หลางแล้วกัน”
หลังจากพูดจบเขาก็หยุด “อ่อ นายมีแขกที่บ้านด้วย”
“ใคร?”
เกาจ้านเองก็รู้สึกแปลก ๆ เช่นกัน “ผู้เชี่ยวชาญติงจากอาคารผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ถัดจากนายน่ะ”
โจวจินหนานรู้จักผู้เชี่ยวชาญติง เขามีชื่อว่าติงชางเหวิน เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสะพานเชื่อม ช่วงปีแรก ๆ เขาถูกส่งลงมาเพราะไปเรียนต่างประเทศ
ว่ากันว่าเมื่อเขาได้รับการกระจายอำนาจ เขาไม่ได้ละเลยงานวิจัยของเขา และเขียนรายงานมากมายเกี่ยวกับคุณภาพดินในท้องถิ่นและการสร้างสะพาน
สิ่งเดียวที่โจวจินหนานมั่นใจคือคนผู้นี้นิสัยไม่ดี และเป็นพวกเจ้าชู้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ชายหนุ่มได้ยินมาว่าหลังจากสงคราม เขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนกับหญิงม่ายในหมู่บ้านด้วย
เหตุผลที่โจวจินหนานรู้จักเขา ก็เพราะว่าตอนที่อยู่ในกองทัพสถานที่นั้นอยู่ใกล้กับสถานที่ที่ติงชางเหวินได้รับมอบหมาย พวกเขาจึงรู้จักกันในระหว่างการก่อสร้างทางทหารและพลเรือนร่วมกัน
เขาติดต่อกับติงชางเหวินมาหลายครั้งแล้ว และรู้สึกว่าคนนี้ไม่เหมือนคนที่หมกมุ่นอยู่กับการค้นคว้าหรือวิจัยอะไรมาทั้งวันเลย
เรียกได้ว่าช่างน่าประทับใจสุด ๆ ไปเลย!
แล้วติงชางเหวินมาที่นี่ได้อย่างไร?
เมื่อเห็นว่าโจวจินหนานไม่พูดอะไร เกาจ้านก็เดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ “ฉันเพิ่งเห็นพ่อของนายต้อนรับเขาเข้าบ้านมา เขาดูสุภาพมาก”
โจวจินหนานใจเย็นลงรวบรวมความคิด ลุกจากเตียงพลางคลำหาทิศทางของตู้เสื้อผ้าอย่างแม่นยำมาก เปิดตู้ออกหยิบเสื้อแล้วหันไปมองทางเกาจ้าน “ออกไปก่อน ฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้า”
เกาจ้านประหลาดใจ “คิก ๆ ๆ นายกับฉันเป็นผู้ชายทั้งคู่ และไม่มีใครยาวไปกว่าใครหรอก นอกจากนี้ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยเห็นซะหน่อย?”
โจวจินหนาน ‘เหลือบมอง’ เมื่อตอนที่ตื่นขึ้น เขาก็ไม่มีผ้าก๊อซปิดอยู่ที่ดวงตาแล้ว ซึ่งดวงตาที่เปื้อนเลือดเต็มไปด้วยความเย็นชา
เกาจ้านรู้สึกผิดอย่างอธิบายไม่ได้และยกมือขึ้น “เอาล่ะ ๆ ฉันจะออกไปแล้ว คนแบบนายนี่ยังจะแต่งเมียได้อีกนะ”
เขายืนที่ประตู รอให้โจวจินหนานเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกมา
เสื้อเชิ้ตสีเทาและกางเกงขายาวสีดำนั้นธรรมดาเรียบง่าย แต่เมื่อถูกสวมใส่บนร่างกายของโจวจินหนานแล้ว มันก็ยังคงเหมือนเครื่องแบบทหาร แข็งทื่อ ตรงไปตรงมา และเข้มงวด
เกาจ้านอดไม่ได้ที่จะบ่นอุบในใจ เขาดูเหมือนสุนัข*(3) เลย ทำไมถึงอารมณ์เสียได้ขนาดนี้
เขาเอื้อมมือไปพยุงข้อศอกของโจวจินหนาน “ฉันขับรถมาที่นี่ นายจะไปไหนละ ฉันจะพานายไปที่นั่นเอง”
โจวจินหนานคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไปที่สถานีรถไฟก่อน”
”นายจะไปทำอะไรสถานีรถไฟเหรอ?”
โจวจินหนานไม่สนใจเกาจ้านและเดินหน้าต่อไป
เมื่อออกจากประตูไป เขาเห็นโจวจินเซวี่ยนยืนอยู่ที่ประตูด้วยใบหน้ามืดมน
เกาจ้านทักทายอย่างสุภาพ “เกิดอะไรขึ้นเหรอจินเซวี่ยน?”
โจวจินเซวี่ยนกัดฟัน เพื่อระงับความโกรธในใจและพูดเสียงอู้อี้ “ไม่มีอะไร”
…แต่ในใจเขาเกลียดมันแทบตาย ผู้เชี่ยวชาญติงคนนั้นมาที่นี่เพื่อเร่งให้แต่งงาน เร่งเร้าเขาและสวี่หรูเยว่ให้แต่งงานกันโดยเร็ว!
สวี่หรูเยว่เป็นแบบนั้น แล้วเขาจะแต่งงานได้อย่างไร?
อย่างไรเสียโจวจินเซวี่ยนก็ยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอยู่ดี เขาจะดูถูกตัวเองโดยไม่สนใจเรื่องที่ภรรยามีชู้ได้อย่างไร!
ทันใดนั้นโจวจินหนานก็หยุดเดินเมื่อผ่านโจวจินเซวี่ยน และพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “มันดีต่อตัวนายเอง!”
หลังจากพูดแบบนั้น เกาจ้านก็ทำได้เพียงเดินตามอย่างสับสนและนำชายหนุ่มเข้าไปในรถ
หลังจากที่โจวจินหนานนั่งอยู่ในรถแล้ว เกาจ้านก็เดินไปรอบนั่งในที่นั่งคนขับ แล้วถามด้วยความสงสัย “อย่างไรซะ นายก็เป็นพี่ชายอยู่ดี ประโยคเมื่อครู่ นายหมายความว่าอย่างไร?”
เขารู้จักโจวจินหนานมานาน และยังรู้ด้วยว่าโจวจินหนานปฏิบัติต่อสมาชิกในครอบครัวของตนอย่างไม่ค่อยสนิทนัก
ชายหนุ่มไม่ค่อยพูดถึงผู้คนและสิ่งต่าง ๆ ในครอบครัว รวมทั้งอุบัติเหตุครั้งนี้ และจนถึงตอนนี้เขายังปฏิเสธที่จะบอกเหตุผลที่แท้จริงให้ครอบครัวฟัง
ก่อนที่โจวจินหนานจะตอบคำถามของเพื่อนสนิทได้ ชายหนุ่มก็เอ่ยถามก่อนว่า “นายมีเงินไหม? ฉันต้องการซื้อบ้านหน่อย”
…………………………………………………………………………………..
(1) กู่ 蛊 หรือ จินฉาน 金蚕 เป็นพิษซึ่งได้มาจากสัตว์พิษตามความเชื่อทางภาคใต้ของประเทศจีนโดยเฉพาะแถบหนานเยฺว่ ทำขึ้นโดยนำสัตว์พิษชนิดต่าง ๆ (เช่น ตะขาบ งู แมงป่อง) ใส่ลงในภาชนะ แล้วปิดผนึก ปล่อยให้สัตว์เหล่านั้นบริโภคกันเอง ตัวสุดท้ายที่รอดมาเพียงหนึ่งเดียวเชื่อว่า มีพิษร้ายแรงที่สุด มักนำมาใช้ในกิจกรรมทางไสยศาสตร์ เช่น ฆ่าคน ทำร้ายคน หรือก่อโรคภัยไข้เจ็บ คติชนจีนยังเชื่อว่า วิญญาณของกู่สามารถกลายร่างเป็นสัตว์หลายชนิด เช่น หนอน บุ้ง ตะขาบ งู กบ สุนัข หรือสุกร
(2) พิฆาตสี่เก่า 破四旧 ในปี 1966 นี่เป็นสโลแกนในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ที่ปลุกเร้าให้บรรดายุวชนเรดการ์ดหรือยุวชนแดงลุกฮือขึ้นมาพิฆาตสี่เก่า ได้แก่
ประเพณีเก่า 旧风俗 วัฒนธรรมเก่า 旧文化 นิสัยเก่า 旧习惯 และความคิดเก่า 旧思想
ทำให้เกิดความคลุ้มคลั่งไปทั้งแผ่นดินมังกร เหมาเจ๋อตงที่เคยพลาดในยุคก้าวกระโดดไปข้างหน้ากลับมาผงาดอีกครั้ง
คราวนี้เขาเป็นเสมือนสมมติเทพอันล่วงละเมิดมิได้ นโยบายพิฆาตสี่เก่าของเหมาเจ๋อตง เป็นเสมือนใบอนุญาต ‘ฆ่า’ ให้กับพวกเรดการ์ด
พวกเขาไม่เพียงพิฆาตสิ่งของ สถานที่ ทว่ายังทำร้ายผู้คน จนว่ากันว่าตลอดทศวรรษแห่งความคลั่งเหมานี้ มีคนตายเป็นล้าน ๆ
(3) เหมือนสุนัข 人模狗样 หมายถึง อัตลักษณ์เป็นมนุษย์ แต่พฤติกรรมมีลักษณะเหมือนสุนัข ถึงบุคคลที่ประพฤติมิชอบและแสร้งทำเป็นจริงจัง (ด้วยถ้อยคำถากถางหรือมีไหวพริบ)
การตีความ: ตัวตนเป็นมนุษย์ แต่พฤติกรรมอธิบายว่าเป็นสุนัข ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เพื่อเยาะเย้ย