เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 228 เขาเป็นคนดีแต่แค่คนอื่นไม่รู้
บทที่ 228 เขาเป็นคนดีแต่แค่คนอื่นไม่รู้
หม่าเสวี่ยหลานมองเหยียนป๋อชวนที่อยู่ด้านข้างสวี่ชิง แล้วก็รีบดึงแขนสวี่ชิงและจงใจทำท่าทางลับๆ ล่อๆ “นี่ใคร? ทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อน? ญาติเธอเหรอ?”
จากประสบการณ์ซุบซิบที่สั่งสมมาหลายปี ชายคนนี้ดูมีความสัมพันธ์สนิทชิดเชื้อกับสวี่ชิงมาก นอกจากนี้หล่อนยังได้ยินมาว่าสวี่ชิงไม่ใช่ลูกสาวของสวี่จื้อกั๋ว
เรื่องราวของบ้านสกุลสวี่กลับตาลปัตรไปมาอย่างไม่คาดคิด ครั้งก่อนสวี่หรูเยวไม่ใช่ลูกสาวของสวี่จื้อกั๋ว ครั้งนี้สวี่ชิงก็ยังจะไม่ใช่ลูกสาวของเขาอีก
สวี่จื้อกั๋วมีภรรยาสองคนและถูกสวมเขาทั้งสองครั้ง อีกทั้งช่วยเลี้ยงดูลูกสาวของคนอื่นด้วยจิตใจที่งดงามมาตลอดหลายปี
สวี่ชิงตระหนักได้ถึงความคิดอันรอบคอบของหม่าเสวี่ยหลาน และมองไปที่เธอ “นี่คือพ่อแท้ ๆ ของฉันเองค่ะ”
ดวงตาของหม่าเสวี่ยหลานเบิกกว้างขึ้นทันใด ปากอ้าสลับหุบอย่างรวดเร็ว หล่อนดูตกใจมากจนใช้เวลานานกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ “ไอหยาๆ พ่อเธอเองเหรอ ถึงว่าทำไมดูคล้ายกันนัก ฉันคิดว่าเป็นญาติเธอซะอีก”
สวี่ชิงมองดูหม่าเสวี่ยหลานที่ลืมตาขึ้นได้และเริ่มพูดไร้สาระ จริงๆ แล้วเธอกับเหยียนป๋อชวนดูไม่เหมือนกันเท่าไร กว่าจะจำได้ว่าเป็นญาติกันก็ต้องใช้เวลาสักพัก
หม่าเสวี่ยหลานพยักหน้าและส่งยิ้มให้เหยียนป๋อชวนครั้งแล้วครั้งเล่า “สวัสดีค่ะๆ คุณโชคดีมากเลยที่มีลูกสาวแสนดีอย่างชิงชิง ทั้งที่ญาติพี่น้องเป็นใครบ้างก็ไม่รู้ แต่ชิงชิงก็เป็นเด็กที่เชื่อฟังและคอยช่วยเหลือครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก ทั้งดูดีฉลาดหลักแหลมแล้วก็ยังเป็นเด็กดีด้วยค่ะ”
หลังจากพูดชมเชย หล่อนก็ดึงตัวสวี่ชิงออกมา ถามคำถามด้วยน้ำเสียงกระซิบ “พ่อเธอทำงานอะไร? ดูเหมือนจะรับข้าราชการนะ คงจะมีอำนาจมากใช่ไหม?”
สวี่ชิงส่ายหน้า “ไม่หรอกค่ะ แค่ทำงานในหน่วยงาน ฉันเองก็ยังไม่ได้ถามรายละเอียดนัก”
หม่าเสวี่ยหลานขมวดคิ้วพลางส่ายศีรษะขณะเหลือบมองเหยียนป๋อชวนอีกครั้ง “เธออย่ามาโกหกเลย พ่อเธอคงไม่ใช่คนธรรมดาหรอก ดูลักษณะท่าทางเขาสิ เหมือนกับเลขาซุนในโรงงานของเรา แค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ดูน่าเกรงขามแล้ว”
ผู้บริหารระดับสูงที่หล่อนเคยเห็นมาตลอดคือเลขานุการซุนในโรงงาน เมื่อใดก็ตามที่เขาไล่พูดตวาดตามลานบ้าน หล่อนจะต้องหวาดกลัวจนพูดไม่ออกทุกครั้งที่เห็นเขา
สวี่ชิงยิ้มตอบอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ปล่อยให้หม่าเสวี่ยหลานคิดเอาเอง
“ป้าคะ ฉันคงยังคุยกับป้านานไม่ได้ ฉันกับพ่อมีธุระต้องทำต่อค่ะ”
หม่าเสวี่ยหลานรีบโบกมือลาทันทีที่ได้ยินดังนั้น “ได้ ๆ พวกคุณไปทำธุระกันก่อนเถอะ เอาไว้กลับมาอีกทีเมื่อไหร่ค่อยไปกินข้าวที่บ้านกัน”
เหยียนป๋อชวนพยักหน้าให้หม่าเสวี่ยหลานเล็กน้อยและตามสวี่ชิงออกไป ทว่าภายในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินสวี่ชิงแทนตนเองว่าฉันกับพ่อขณะพูดคุยกับหม่าเสวี่ยหลาน
ถึงแม้เธอจะยังไม่เคยเรียกเขาว่าพ่อ แต่นั่นก็ทำให้เขาใจเต้นแรง
หม่าเสวี่ยหลานเหลือบมองสวี่ชิงกับพ่อที่กำลังเดินออกนอกประตูไป แล้วก็ไม่สนใจจะกลับบ้านไปทำอาหาร แต่เริ่มป่าวประกาศข่าวซุบซิบให้สมาชิกในครัวเรือนแทน ว่าสวี่ชิงไม่ใช่ลูกสาวของสวี่จื้อกั๋ว แถมวันนี้พ่อของเธอก็มาที่นี่
เขาเป็นถึงข้าราชการระดับสูง ดูสง่างามและมีบารมี
หม่าเสวี่ยหลานพูดใส่สีตีไข่เหมือนเช่นเคย และในไม่ช้าทุกคนที่อยู่ในบริเวณลานบ้านก็รับรู้ว่าพ่อของสวี่ชิงเป็นข้าราชการระดับสูง และเป็นผู้ที่มีอำนาจมากคนหนึ่ง
เมื่อฟางหลานซินเดินเอาขยะลงมาทิ้งด้านล่าง หล่อนก็ถูกลากตัวไปถามว่าพ่อของสวี่ชิงเป็นข้าราชการระดับสูงจริงหรือไม่?
ปกติทุกครั้งที่พบหน้ากันพวกหล่อนจะไม่คุยกัน แต่ด้วยความอยากรู้ในตอนนี้ พวกหล่อนจึงลากฟางหลานซินมาถามคำถามไม่จบสิ้น
ฟางหลานซินกลับมาที่บ้านด้วยสีหน้าดำคร่ำเครียด ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายที่ดูมีสง่าราศีคนนั้นจะเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดของสวี่ชิง!
ในใจเริ่มทุรนทุรายยิ่งกว่าเก่า ทำไมสวี่ชิงถึงได้รับแต่สิ่งดี ๆ ไปหมด!!
เมื่อกลับมาถึงบ้านและเห็นสวี่หรูเยว่นอนอ่านหนังสือนิตยสารอยู่บนโซฟา ไฟที่สุมทรวงก็ยิ่งปะทุขึ้น “เกิดอะไรขึ้นกับหลี่ต้าหย่ง? รีบไปบอกเขาให้จัดงานแต่งให้เร็วที่สุดซะ พอลูกแต่งงานไปแล้ว แม่จะไปใช้ชีวิตที่บ้านเก่า”
หากมัวแต่รีรออยู่ที่บ้านหลังนี้ หล่อนคงจะอกแตกตายในไม่ช้า
สวี่หรูเยว่เหลือบมอง “ก็แม่บอกให้หลี่ต้าหย่งไปพูดโน้วน้าวใจฉินกุ้ยจือหนึ่งสัปดาห์ไม่ใช่เหรอคะ ถ้าเขายังไม่มาก็หมายความว่าเขายังเกลี้ยกล่อมไม่ได้ อีกอย่างฉันก็ไม่อยากไปอยู่กับฉินกุ้ยจือด้วย”
ฟางหลานซินไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพรรค์นี้มากนัก เมื่อคิดว่าพ่อผู้ให้กำเนิดของสวี่ชิงเป็นผู้มีอำนาจ หนังศีรษะของหล่อนก็แทบจะระเบิดออกมา “ลูกก็พยายามเพื่อแม่บ้างสิ ไปมีชีวิตดี ๆ กับหลี่ต้าหย่ง แม่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสวี่ชิงที่หัวเดียวกระเทียมลีบจะมีชีวิตที่ดีได้ แต่ลูกกลับไม่มีงั้นเหรอ? แล้วไหนมันจะมีพ่อมากความสามารถอีก?”
สวี่หรูเยว่ลุกขึ้นด้วยความประหลาดใจ “แม่ หมายความว่ายังไง? สวี่ชิงเจอพ่อแท้ ๆ แล้วเหรอ? ใครคือพ่อแท้ ๆ ของมัน?”
ฟางหลานซินถอนหายใจ “ก็ผู้ชายที่มากับมันนั่นแหละ ได้ยินมาว่าเป็นข้าราชการ มีหน้าที่การงานใหญ่โต แม่ถึงได้บอกไงว่านังเย่หนานมันเป็นปีศาจจิ้งจอก จะมาชอบสวี่จื้อกั๋วได้ยังไง?”
สวี่จื้อกั๋วเป็นคนไร้ประโยชน์ที่พาทุกคนเข้ามาในบ้าน แต่กลับไม่เคยบรรลุเป้าหมาย
ไม่เช่นนั้นคงไม่เป็นแบบนี้ จุดเริ่มต้นมาจากการที่หล่อนสัมผัสมือสวี่จื้อกั๋วสองครั้ง และทั้งสองก็ได้มุดเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่ม
หล่อนคิดว่าตัวเองชนะเย่หนานมาตลอด แต่เมื่อคิดดูอีกครั้ง เย่หนานกลับไม่แม้แต่จะมองมาที่สวี่จื้อกั๋วด้วยซ้ำ
หัวใจของสวี่หรูเยว่บีบรัดแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความอิจฉาริษยา เพราะเมื่อไม่นานมานี้สวี่ชิงกลับได้รับสิ่งดี ๆ ไปจนหมด
…………
สวี่ชิงกับเหยียนป๋อชวนกลับออกมา และไปตั้งหลักที่บ้านก่อน
เป่ยต้าเหยาไม่ใช่พื้นที่ขนาดใหญ่ก็จริง แต่การหาใครบางคนกลับเป็นเรื่องยาก ดังนั้นพวกเขาจึงไปคิดหาหนทางที่บ้าน
เหยียนป๋อชวนที่เดินเคียงข้างสวี่ชิงอยู่สักพักพูดขึ้นว่า “นอกจากคุณปู่คุณย่าจะอยู่ที่เมืองหลวงแล้ว อาหญิงทั้งสองก็อยู่ที่นั่นด้วย รอพ่อกลับไปก่อนแล้วจะจัดเวลาให้พวกเขามาเจอลูกนะ”
สวี่ชิงรีบส่ายหน้า “เดี๋ยวก่อนค่ะ รอให้ฉันว่างแล้ว ฉันจะไปพาพวกเขาที่เมืองหลวงเอง พวกผู้ใหญ่ไม่จำเป็นต้องมาหาฉันหรอกค่ะ”
เหยียนป๋อชวนขมวดคิ้ว “ถึงตอนนั้นค่อยว่ากัน คุณปู่คุณย่านิสัยดี อาหญิงใหญ่แต่งงานมีลูกสองคนอยู่ที่เมืองหลวง ลูกชายหล่อนอายุมากกว่าลูกหน่อย ส่วนลูกสาวอายุเท่ากับลูก ส่วนอาหญิงเล็กไม่เคยแต่งงาน อาศัยอยู่กับคุณปู่คุณย่า”
สวี่ชิงอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น ไม่ว่าคุณอาเล็กจะเด็กมากเท่าใด แต่หล่อนก็น่าจะอายุสามสิบกว่าได้แล้ว และคนอายุเท่านี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังไม่แต่งงาน “อาหญิงเล็กอายุเท่าไหร่คะ? ทำไมถึงยังไม่แต่งงานล่ะคะ?”
เหยียนป๋อชวนเงียบไปครู่หนึ่ง “สี่สิบ หล่อนไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของบ้านสกุลเหยียนน่ะ เป็นลูกบุญธรรมของคุณปู่คุณย่า นิสัยเย็นชาและไม่ชอบพูดจามากนัก”
สวี่ชิงรู้สึกว่าคุณอาหญิงที่ถูกรับมาเลี้ยงคงจะสื่อสารกันได้ยาก แต่โชคดีที่แยกกันอยู่ห่างไกลหลายภูเขา ดังนั้นจึงไม่แน่ใจว่าเมื่อใดจะได้พบกัน
เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลไป
เหยียนป๋อชวนเล่าเรื่องของทุกคนในครอบครัวอย่างละเอียด และต้องการให้สวี่ชิงกลับไปรวมตัวกับครอบครัวให้เร็วที่สุด
ก่อนจะกล่าวถึงเหยียนจี้ชวนเป็นอันดับสุดท้าย “ส่วนคุณอาเล็กอายุสามสิบสอง ยังไม่ได้แต่งงานเพราะหมกมุ่นอยู่กับงาน ช่วงนี้เขาจะอยู่ในจังหวัด ถ้าลูกมีอะไรก็ไปหาเขาได้”
และเงียบไปพักหนึ่ง “พ่อรู้ว่าการแต่งงานของลูกกับโจวจินหนานมันเริ่มต้นขึ้นยังไง และรู้ด้วยว่าลูกชอบเขา แต่เขาไม่ใช่สามีที่ดีหรอก”
สวี่ชิงไม่คิดว่าเหยียนป๋อชวนจะพูดถึงการแต่งงานของเธอกับโจวจินหนานแบบนี้ ราวกับพูดคุยเรื่องงานทั่วไปเท่านั้น
เธออึ้งไปครู่หนึ่ง ขมวดคิ้วและยิ้ม “ทำไมคุณถึงคิดว่าเขาไม่ใช่สามีที่ดีล่ะคะ? เขาดีกับฉันมากเลย”
เหยียนป๋อชวนไม่เชื่อ “เขาหัวรั้น ไม่เคยพูดอะไรดี ๆ สักครั้ง”
สวี่ชิงคิดว่าโจวจินหนานไม่ใช่คนที่สามารถพูดจาดี ๆ ได้ แต่เขามักจะทำอะไรงุ่มง่ามให้คนพึงพอใจเสมอ “เขาเป็นคนดีค่ะ เป็นคนดีแต่แค่คนอื่นไม่รู้”
…………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
อยากได้ข่าวลือให้มาหาหม่าเสวี่ยหลานค่ะ ข่าวไวยิ่งกว่าในทวิตเตอร์อีก
อย่างน้อยชิงชิงก็เห็นความดีของพี่หนานนะคะ
ไหหม่า(海馬)