เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 227 เรียกว่าพ่อได้เต็มปากเต็มคำ
บทที่ 227 เรียกว่าพ่อได้เต็มปากเต็มคำ
จู่ ๆ สวี่ชิงก็หยุดร้องไห้ และประหลาดใจแทนเมื่อได้ยินคำพูดของเหยียนป๋อชวน ทำไมถึงพูดเรื่องจะไปเมืองหลวง?
เหยียนป๋อชวนพูดซ้ำอีกครั้ง “งานที่พ่อทำอยู่ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองหลวง ลูกอยากจะไปเมืองหลวงกับพ่อไหม? ลูกยังเด็กอยู่ ยังเรียนต่ออีกได้”
สวี่ชิงตกตะลึง “แต่หนูแต่งงานแล้ว และกำลังท้องอยู่ด้วย จะไปเรียนได้ยังไงคะ”
ทันทีที่เธอพูดจบ โจวจินหนานก็เดินเข้ามา เดินเอาถุงซาลาเปาในมือไปวางไว้บนโต๊ะสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ และมองไปที่เหยียนป๋อชวนด้วยสีหน้าดุดัน “ไม่ ชิงชิงจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!”
เหยียนป๋อชวนจ้องเขม็งที่โจวจินหนาน “ฉันถามชิงชิง ไม่ได้ถามแก”
โจวจินหนานหันหน้าไปมองสวี่ชิง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มชวนลุ่มหลง แต่เผยซึ่งร่องรอยของความกังวล
สวี่ชิงมองดูแววตาที่น่าสงสารของโจวจินหนาน ไม่อย่างจะเชื่อเลยว่าดวงตาคู่นี้จะดูน่ารักเกินกว่าจะอดทนไหว “ฉันจะไม่ไปเมืองหลวงค่ะ เอาไว้มีเวลาว่างฉันจะขึ้นไปหาคุณแทนนะคะ”
เหยียนป๋อชวนหันไปตะคอกพลางมองโจวจินหนาน “แกไม่ต้องมาแสดงกลยุทธ์ทุกข์กายกับฉันที่นี่ หลังจากนี้ถ้าแกดูแลชิงชิงไม่ดี ฉันจะมาพาลูกไป”
โจวจินหนานเม้มปาก “พ่อครับ ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะไม่วันให้พ่อมีโอกาสนั้นแน่นอน”
สวี่ชิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ โจวจินหนานเรียกเขาว่าพ่อได้เต็มปากเต็มคำมาก
ซาลาเปากับไก่ย่างกลายมาเป็นอาหารกลางวันสำหรับวันนี้ สวี่ชิงหั่นแตงโมและเอาไปผสมกับหัวไชเท้าที่ออกรสเปรี้ยว
เหยียนป๋อชวนเฝ้าดูสวี่ชิงวิ่งเข้าวิ่งออก ทั้งมือและเท้าทำงานอย่างขยันขันแข็ง เมื่อนึกถึงลูกสาวจากครอบครัวของน้องสาวคนเล็กที่อยู่ในเมืองหลวงซึ่งที่มีอายุไล่เลี่ยกับสวี่ชิง แค่อ้าปากอาหารก็ถูกป้อนใส่ โตขึ้นมาจะต้องกลายเป็นเด็กนิสัยเสียอย่างแน่นอน
สวี่ชิงไม่ได้ทำงานบ้านได้ดีอย่างเดียว เธอยังสามารถเปิดร้านอาหารขนาดย่อมในสถานีรถไฟได้อีกด้วย นอกจากนี้เธอยังดูดุดันมากเมื่อเขาเจอเธอที่สถานีตำรวจ
ทุกอย่างแสดงให้เห็นว่าเธอไม่มีที่พึ่งพาใด ๆ เธอจึงต้องทำงานหนักและยืนหยัดเพียงลำพัง
เมื่อนึกถึงเรื่องดังกล่าว เหยียนป๋อชวนรู้สึกว่าซาลาเปาในปากของเขาช่างขมเหลือเกิน จึงหลับตาลงเพื่อข่มซ่อนอารมณ์
เดินทีเขาตั้งใจจะไปหาสวี่จื้อกั๋วหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ทว่าเมื่อมองดูรอบ ๆ กลับไม่พบใคร เขาจึงตัดสินใจจะมาใหม่ในเช้าวันพรุ่งนี้
เหยียนป๋อชวนกับเหยียนจี้ชวนมีธุระที่ต้องทำต่อ จึงไปส่งโจวจินหนานกับสวี่ชิงที่บ้านก่อน
เมื่อเห็นว่าคู่รักหนุ่มสาวเข้าไปในบ้าน เหยียนจี้ชวนก็สตาร์ทรถออกไป ระหว่างทางเขาเอ่ยถามเหยียนป๋อชวนว่า “การแสดงความรักของพวกนายมันน่าเบื่อชะมัด ฉันนึกว่าพ่อลูกจะกอดคอกันร้องห่มร้องไห้แล้วซะอีก”
เขาพูดต่อเมื่อเห็นว่าเหยียนป๋อชวนไม่พูดอะไร “แต่นายก็โหดเหี้ยมจริง ๆ ไม่ใช่แค่โหดเหี้ยมแต่ยังร้ายกาจ โจวจินหนานเจ็บท้องมาสองสามวันนั่นก็พอแล้วมั้ย ถึงจะไม่มีบาดแผลภายนอกก็เถอะ ยังไงซะความเข้าใจผิดระหว่างพวกเขาก็ได้รับคำอธิบายแล้ว นายก็อย่าไปแยกคู่สามีภรรยาเขาออกจากกันเลย”
หลังจากพูดพร่ำอยู่นาน เหยียนป๋อชวนก็ยังไม่ยอมส่งเสียง เขาจึงหันหน้าไปมอง แต่แล้วก็ต้องตกใจและรีบเหยียบเบรคโดยไว
คาดไม่ถึงว่าผู้ชายที่แข็งกระด้างอย่างเหยียนป๋อชวนจะเอนกายลงบนเบาะและร้องไห้สะอื้นเงียบ ๆ ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงช้ำ เหยียนจี้ชวนถึงกับทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ “ไม่… ก็เจอลูกแล้วไม่ใช่เหรอ พ่อลูกจำกันได้ เกิดอะไรขึ้นอีก?”
เหยียนป๋อชวนสูดลมหายใจเข้าลึกและเช็ดน้ำตา “ไปเถอะ กลับไปที่โรงแรมก่อน หลังจากนี้ฉันต้องเจอใครบางคน”
อีกด้านหนึ่ง สวี่ชิงกับโจวจินหนานกลับมาถึงบ้าน ในขณะที่เฟิงซูฮวายังคงงีบหลับอยู่
ทั้งสองค่อย ๆ ย่องกลับเข้าไปในห้อง สวี่ชิงรีบดึงให้โจวจินหนานนั่งลงข้างเตียง มองดูมุมปากที่ฟกช้ำอย่างใกล้ชิด “เจ็บไหมคะ?”
เธอพูดและยื่นมือออกไปสัมผัสเบา ๆ โจวจินหนานสูดลมหายใจและเปล่งเสียงออกมาว่า “ไม่เจ็บ”
ยิ่งเขาบอกว่าไม่เจ็บ สวี่ชิงก็ยิ่งไม่เชื่อ ก่อนจะเลิกเสื้อผ้าของเขาขึ้น “ฉันเห็นว่าถูกชกที่ท้องด้วย ฟกช้ำหรือเปล่า?”
โจวจินหนานเอื้อมมือออกไปดึงเสื้อลง “ไม่เป็นไร ไม่เจ็บหรอก”
แม้ว่าเหยียนป๋อชวนจะโหดเหี้ยมและทุบตีอย่างหนัก แต่ความจริงแล้วกลับไม่พบบาดแผลภายนอกเลย ต่อให้เลิกเสื้อขึ้นก็ไม่เห็นบาดแผลอยู่ดี
สวี่ชิงยืนกราน “ขอฉันดูหน่อย ฉันได้ยินมาว่าครั้งนี้โดนทุบตีแรงเลย ทำไมคุณซื่อบื้อจัง ไม่รู้วิธีหลบหลีกเลยหรือไง?”
โจวจินหนานไม่พูดอะไร หากเขาหลบหลีก เหยียนป๋อชวนจะต้องพาสวี่ชิงไปด้วย ไม่ว่าเขาจะใช้วิธีการใดก็ตาม
สวี่ชิงเลิกเสื้อของเขาขึ้นและเห็นว่าไม่มีร่องรอยบาดแผล เธอจึงเอื้อมมือออกไปสัมผัส “เจ็บไหมคะ?”
ปลายนิ้วอุ่น ๆ ที่ลูบไล้ไปทั่วหน้าท้อง ทำให้โจวจินหนานสั่นสะท้านอย่างไม่สามารถควบคุมตนเองได้ และเสียงครวญครางอู้อี้ก็เล็ดลอดออกมาจากลำคอของเขา
สวี่ชิงคุ้นเคยกับน้ำเสียงนี้เป็นอย่างดี เพราะมันก้องอยู่ในหูของเธอมาหลายคืนแล้ว เธอหน้าแดงก่ำและรีบดึงมือออก “ข้างนอกดูไม่เป็นอะไร แต่ข้างในน่าจะฟกช้ำ พี่ก็ควรจะนอนพักสักหน่อย ฉันไปซื้อน้ำมันดอกคำฝอยมานวดตัวให้เอาไหม?”
ทันทีที่เธอยืนตัวตรง โจวจินหนานก็โอบกอดเธอไว้แน่น แขนของเขาตวัดรอบเอวเธอราวกับแขนเหล็ก ใบหน้าฝังอยู่ในอ้อมแขนของเธอ
น้ำเสียงอู้ออี้ดังขึ้น “คุณจะไม่ไปเมืองหลวงจริงเหรอ?”
สวี่ชิงไม่เข้าใจว่าโจวจินหนานได้รับความรู้สึกที่ไม่มั่นคงนี้มาจากไหน ก่อนจะลูบผมสั้นแข็งของเขา “ไม่ไปหรอก โจวจินหนาน! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะไม่หย่า และจะไม่มีวันแยกออกจากกัน ในกรณีที่ได้รับการอนุญาต เราทั้งสามคนก็ควรจะได้อยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยไม่ใช่เหรอ?”
“ถึงฉันจะเจอพ่อแล้ว แต่ฉันก็ไม่จำเป็นจะต้องกลับไปหาพ่อ ความหวังเดียวในตอนนี้คือการตามหาแม่ให้เจอ เขาทั้งสองจะได้กลับมาเจอกันอีก อันที่จริงฉันคิดว่าพ่อจะอยากจะเจอแม่มากกว่าเจอฉันด้วยซ้ำ”
ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดเมื่อนึกถึงความรักของพ่อแม่ และหวังว่าช่วงชีวิตของพวกเขาจะปราศจากความเสียใจ
ทุกคนต่างประหลาดใจที่สวี่จื้อกั๋วหายตัวไป!
เช้าวันรุ่งขึ้น สวี่ชิงตามติดเหยียนป๋อชวนไปที่โรงงานซ่อมรถยนต์ของบ้านสกุลสวี่ ทั้งฟางหลานซินกับสวี่หรูเยว่อยู่ที่นี่ แต่กับไม่เห็นสวี่จื้อกั๋ว
ฟางหลานซินมองดูสวี่ชิงด้วยสายตาเย็นชา และมองไปที่เหยียนป๋อชวนที่อยู่ถัดจากสวี่ชิง กล้ำกลืนคำพูดถูกถากถางลงไปทันทีที่รับรู้ได้ถึงรัศมีที่น่ากดดันของเหยียนป๋อชวน หล่อนไม่กล้าพูดจาไร้สาระ จึงทำได้เพียงตะคอกใส่ “สวี่จื้อกั๋วไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้ว ไม่รู้ว่าไปโผล่หัวอยู่ที่ไหน”
สวี่ชิงไม่ต้องการถกเถียงกับหล่อน รีบพาเหยียนป๋อชวนไปที่แผนกรักษาความปลอดภัย ตอนนี้แผลกรักษาความปลอดภัยแต่งตั้งหัวหน้าคนใหม่ขึ้นมา และบอกกับสวี่ชิงว่าสวี่จื้อกั๋วไม่ได้มาทำงานนานแล้ว
อีกทั้งยังบอกสวี่ชิงว่าสวี่จื้อกั๋วค้างเงินโรงงานอยู่ และถ้าเขายังไม่ยอมกลับมาทำงาน เกรงว่าเขาจะถูกไล่ออก
สวี่ชิงงุนงง สวี่จื้อกั๋วไม่ได้อยู่ที่บ้านและหอพัก เขาจะไปอยู่ที่ไหนได้?
ขณะที่เดินตามเหยียนป๋อชวนออกมาจากลานบ้าน บังเอิญพบเข้ากับหม่าเสวี่ยหลานที่ไปจ่ายตลาดกลับมาพร้อมกับตะกร้าผัก ดวงตาของเธอเปล่งประกายไปด้วยเรื่องซุบซิบทันทีที่เห็นสวี่ชิง ยิ้มกว้างราวกับดอกไม้บานและรีบหยุดสวี่ชิงเอาไว้ “ชิงชิงกลับมาแล้วเหรอ? ทำไมไม่รอกินข้าวเที่ยงที่บ้านก่อนแล้วค่อยกลับล่ะ?”
สวี่ชิงยิ้มตอบอย่างสุภาพ “ฉันมีธุระต้องทำน่ะค่ะ คุณป้า ถ้าไม่มีอะไรเราไปก่อนนะคะ”
ดวงตาของหม่าเสวี่ยหลานกลอกไปรอบ ๆ เหยียนป๋อชวน ก่อนจะจ้องมองสวี่ชิงอีกครั้ง “งั้นเหรอ? พวกเธอกลับมาหาพ่อกันหรือไง? สองสามวันที่ผ่านมานี้ฉันได้ยินมาว่าพ่อเธอรวยขึ้นมากโขเชียวนะ ออกไปเที่ยวเล่นกับผู้คนในเป่ยต้าเหยา”
เป่ยต้าเหยาเป็นสถานที่แบบไหน เป็นสถานที่ที่กลุ่มคนโง่เขลาร่วมตัวกันมาเล่นการพนัน แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปหลายปีที่แหล่งนั้นก็ยังชุลมุนวุ่นวายอยู่เสมอ
หลังจากหม่าเสวี่ยหลานพูดจบ หล่อนก็ขยิบตา และแสร้งทำเป็นเรื่องลึกลับโดยการลดน้ำเสียงลง “ฉันได้ยินมาว่าเขาอยู่กับสาวสวยคนหนึ่ง พ่อเธอโชคดีมากเลยนะ ผู้หญิงคนนี้สวยกว่าทุกคนที่เคยเจอมาอีก”
ใบหน้าของเหยียนป๋อชวนที่ยืนอยู่ด้านข้างเปลี่ยนเป็นมืดหม่นลง
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เอาใจช่วยพี่หนานในการพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าพ่อตานะคะ
ผญ. ของจื้อกั๋วที่ว่านั่นเย่เหม่ยหรือเปล่า
ไหหม่า(海馬)