เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 226 โจวจินหนานผู้ซื่อตรง
บทที่ 226 โจวจินหนานผู้ซื่อตรง
เหยียนป๋อชวนยังคงแน่นิ่ง “ชิงชิงตกอยู่ในอันตรายหลายครั้ง ต้องขอบคุณคุณที่คอยช่วยเหลือ”
รอยยิ้มของเฟิงซูฮวาปรากฏขึ้นมาทันใด ทำท่าโบกมือและพูดกับเหยียนป๋อชวนที่อยู่ด้านข้าง “เร็วเข้า ช่วยเขาลุกขึ้นมา ตอนนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ไม่ต้องเกรงใจนักหรอก”
สวี่ชิงรู้สึกว่าภาพลักษณ์ที่เฉยชาไปชั่วขณะหนึ่งของเฟิงซูฮวาเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา มองดูคุณย่าที่กำลังฉีกยิ้มกว้าง และรีบขยับม้านั่งมาให้เหยียนป๋อชวนกับเหยียนจี้ชวนนั่งลง
ก่อนจะไปชงชาให้ทั้งสอง
เฟิงซูฮวายิ้มแย้มอีกครั้ง พูดคุยกับเหยียนป๋อชวนขณะถักเชือกป่าน “คุณบอกว่าวันนั้นคุณไม่ได้พูดมันให้กระจ่าง เกือบจะพลาดไปแล้วสินะ”
เหยียนป๋อชวนรู้สึกผิดเต็มประดา “ขอโทษครับคุณป้า วันนั้นผมไม่ได้สนใจ และคิดว่าอาหนานคงจะแต่งงานไปแล้ว ก็เลยไม่ได้ถามอะไรมากความ”
เฟิงซูฮวาถอนหายใจ “ทั้งหมดเป็นเรื่องของโชคชะตา โชคดีที่พ่อลูกจดจำกันได้”
สวี่ชิงรินชาและย้ายม้านั่งไปนั่งลงข้างเหยียนป๋อชวน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอเห็นรูปของเหยียนป๋อชวนกับเย่หนานหรือเปล่า เธอถึงได้รู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมกับเขาขึ้นมาทันใด
แม้จะยังเขินอายที่จะต้องเรียกเขาว่าพ่อ แต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงความสนิทสนมในด้านของความประพฤติ
เหยียนป๋อชวนจ้องมองไปที่สวี่ชิงด้วยดวงตาอ่อนโยน
เฟิงซูฮวาเอ่ยถามหน้าที่การงานและเรื่องครอบครัวของเหยียนป๋อชวนด้วยรอยยิ้ม “พ่อแม่คุณยังอยู่ไหม?”
เหยียนป๋อชวนพยักหน้า “ยังอยู่ครับ สุภาพแข็งแรงดี”
เฟิงซูฮวายิ้ม “ก็ดีแล้วที่มีพ่อแม่อยู่ที่บ้าน”
เหยียนป๋อชวนเห็นว่าเฟิงซูฮวาอายุเท่ากับพ่อแม่ของเขา “รอให้พ่อแม่ขึ้นมาในเมืองหลวงก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะพามาพบปะกัน”
เฟิงซูฮวาโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องลำบากนักหรอก บ้านยายเฒ่าคนนี้ไม่มีอะไรให้น่าดูสักเท่าไหร่”
สวี่ชิงที่นั่งอยู่ด้านข้างนั่งฟังเงียบ ๆ ยังไม่คุ้นเคยกับการมีสมาชิกในครอบครัวหลายคน
หลังจากนั้นไม่นาน โจวจินหนานก็กลับมาจากข้างนอก ใบหน้าถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยฟกช้ำ หอบลูกแตงโมเข้ามาด้วยท่าทางที่น่าสมเพช
สวี่ชิงไม่อาจทนไหว รีบลุกขึ้นยืนและและวิ่งเข้าไปหา “ทำไมถึงกลับมาช้านักล่ะคะ? บาดเจ็บสาหัสตรงไหนหรือเปล่า ทำไมไม่กลับไปพักที่บ้านก่อน เดี๋ยวพอพวกเขากลับไปแล้ว ฉันเอายามาทาให้ไหม?”
มุมปากของโจวจินหนานกระตุกเล็กน้อยราวกับอดกลั้นเอาไว้ “ไม่เป็นไร แผลแค่นี้ไม่สะทกสะท้านหรอก”
สวี่ชิงมองดูโจวจินหนานที่บาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถเหยียดหลังตรงได้ ก่อนจะวิ่งเข้าไปรับลูกแตงโม “อย่าอวดเก่งนักเลย เอาแตงโมมาให้ฉันเถอะค่ะ”
โจวจินหนานส่ายหน้าและไม่ยอมปล่อยมือ “คุณท้องอยู่ ถือของหนักไม่ได้”
สวี่ชิงคิดแบบนั้นเช่นกัน “งั้นคุณเอาแตงโมไปไว้ในครัวก่อน แล้วค่อยเข้าไปพักในบ้าน”
เธอกลัวว่าเหยียนป๋อชวนจะยังไม่สาแก่ใจและลงไม้ลงมืออีกครั้ง
แม้เธอจะรู้ดีว่าเหยียนป๋อชวนทำไปเพื่อระบายความโกรธเคืองแทนเธอ แต่โจวจินหนานก็ถูกทุบตีมากเกินไปจนหัวใจเธอทุกข์ทรมาน
เหยียนป๋อชวนที่กำลังจิบชาอยู่มองดูคู่รักหนุ่มสาวทั้งสองพูดกระซิบกระซาบอยู่ที่ปากประตูบ้านด้วยสายตาเย็นชา ยิ่งมองดูโจวจินหนานมากเท่าไรก็ยิ่งโกรธเคืองมากเท่านั้น
เหยียนจี้ชวนมองดูโจวจินหนานด้วยสีหน้าแกมหยอกเย้า ไอ้หมอนี่เกิดมียางอายขึ้นมาแล้วหรืออย่างไร? ถึงได้เสแสร้งแบบนั้น
โดนอัดไปแค่สองครั้ง แต่ตอนนี้กลับทำท่าจะเป็นลมกับคำพูดเพียงไม่กี่คำ
โจวจินหนานเอาแตงโมไปเก็บไว้ในห้องครัว และไม่ได้กลับเข้าไปพักผ่อนในบ้านตามคำสั่งการของสวี่ชิง แต่มานั่งบนม้านั่งตัวเดียวกับสวี่ชิงแทน ก่อนจะหันไปหาเหยียนป๋อชวน “คุณพ่อครับ”
เหยียนป๋อชวนสำลักน้ำชาที่กำลังไหลเข้าไปในลำคอ ในขณะที่เหยียนจี้ชวนพ่นน้ำชาที่เพิ่งดื่มเข้าไปออกมา
แม้แต่สวี่ชิงยังชะงัก มองไปที่โจวจินหนานด้วยสายตาเหลือเชื่อ บุคลิกที่ขี้ขลาดช่างไม่เข้ากับภาพลักษณ์ที่เย็นชาและแข็งกระด้างของเขาเลยจริง ๆ!
โจวจินหนานอายตนเองเช่นกัน แต่ระหว่างทางกลับบ้านเขาได้พบกับเกาจ้านที่แนะนำให้เขาเข้ามาหาอีกฝ่ายโดยตรง
โดยบอกเขาว่าเขาจะต้องยืดหยัดและยอมจำนนต่อเหยียนป๋อชวน
ไม่เช่นนั้นเหยียนป๋อชวนที่อยู่ในอารมณ์ฉุนเฉียวจะพาสวี่ชิงกลับไปที่เมืองหลวง หากภรรยาหนีหายไป เขาจะไปตามหาเธอได้จากที่ไหน?
เหยียนป๋อชวนเผยสีหน้าเย็นชา จ้องเขม็งไปทางโจวจินหนาน “ไม่ต้องมาเรียกฉัน ฉันไม่มีลูกชายอายุเท่าแก”
โจวจินหนานกัดฟันฮึดสู้และร้องตะโกนอีกครั้ง “คุณพ่อครับ ต่อจากนี้ผมจะปกป้องสวี่ชิง ไม่ให้หล่อนเจ็บปวดอีก”
เหยียนป๋อชวนถอนหายใจ ไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาจัดการโจวจินหนาน เขารู้ดีว่าสวี่ชิงกับโจวจินหนานมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นต่อกัน และยังรู้อีกด้วยว่าสวี่ชิงเลือกที่จะปกป้องโจวจินหนานทั้งที่รู้ความจริงทุกอย่าง
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถแยกทั้งสองออกจากกันได้เพราะมันจะทำให้สวี่ชิงเกลียดเขา
รอจัดการโจวจินหนานหลังจากนี้ก็ยังไม่สายเกินไป ตอนนี้เขามีสิ่งสำคัญที่ต้องทำมากกว่า เขาจึงหันไปมองทางสวี่ชิงแทนที่จะหันมองไปทางโจวจินหนาน “อีกสักพักพ่อจะไปเจอสวี่จื้อกั๋ว ลูกอยากจะไปด้วยกันไหม?”
สวี่ชิงพยักหน้า “ค่ะ ฉันจะพาคุณไปที่นั่น”
เธออยากจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในปีนั้นกันแน่
บัดนี้เป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว เหยียนจี้ชวนเรียกให้โจวจินหนานออกไปซื้ออาหารกลับมากินด้วยกัน และปล่อยให้เหยียนป๋อชวนได้ใช้เวลาพูดคุยกับสวี่ชิงเป็นส่วนใหญ่
เฟิงซูฮวาลุกขึ้นและหาข้ออ้างออกไปเดินเล่น โดยติดตามเหยียนจี้ชวนกับโจวจินหนานออกไปข้างนอก
เหลือเพียงเหยียนป๋อชวนกับสวี่ชิงสองคนเท่านั้นที่ถูกทิ้งไว้ในลานบ้าน ไม่มีใครกล่าวคำพูด มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านต้นใบไหว*(1)
หลังจากผ่านไปนาน เหยียนป๋อชวนก็ปริปากพูด “ลูกกับแม่หน้าตาเหมือนกันมาก บุคลิกยังคล้ายกันอีก แต่แม่ดื้อรั้นกว่าลูกเยอะเลย”
เขาตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความทรงจำครั้งเมื่อกลั่นกรองคำพูดออกมา พูดเล่าตั้งแต่วินาทีแรกที่พบเจอและวินาทีที่ตกหลุมรักเย่หนานอย่างละเอียด
ภาพลักษณ์ของเย่หนานเริ่มมีชีวิตชีวาในจิตใจของสวี่ชิงเพิ่มมากขึ้น ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าเมื่อครั้งที่แม่ยังเป็นสาวจะเป็นเด็กแก่นที่จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความเอาแต่ใจตนเองและความดื้อรั้น
และไม่อยากเชื่อเลยว่าแม่จะใช้กำลังแย่งตัวพ่อกลับมาอยู่ด้วยกัน
หลังจากที่ได้รับฟังความทรงจำของเหยียนป๋อชวน น้ำเสียงที่เขาเปล่งออกมาเต็มไปด้วยความหลงใหลและความอดกลั้นโดยที่ไม่รู้ตัว จนสามารถจินตนาการได้ว่าตอนนั้นพวกเขาตกหลุมรักกันมากแค่ไหน
เหยียนป๋อชวนที่กำลังเล่าอยู่เกิดสำลักเล็กน้อย “พ่อไม่ดีเอง ที่ทิ้งลูกกับแม่ไป ปล่อยให้ลูกต้องทุกข์ทรมานมาหลายปี”
สวี่ชิงกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล “ฉันไม่ได้ทุกข์หรอกค่ะ”
ถึงแม้ว่าตอนเด็กจะไม่ได้กินดีอยู่ดี แต่เธอก็ไม่เคยต้องหิวโหย นอกจากนี้สภาพทางครอบครัวก็ไม่ได้แย่นัก
สวี่จื้อกั๋วไม่เคยสนใจเรื่องในครอบครัว ฟางหลานซินที่พยายามรักษาภาพลักษณ์แม่เลี้ยงไม่เคยข่มเหงเธอ นอกเสียจากผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับแล้ว เธอก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร
สิ่งเดียวที่เธอเกลียดชังในชาติที่แล้วคือการที่ฟางหลานซินและลูกสาวรวมหัวกันทำให้เธอเสียตัว หนำซ้ำยังทำให้เธอต้องแท้งลูก
ในชาตินี้เธอจึงได้เกลียดฟางหลานซินกับหรูเยว่มาก
เหยียนป๋อชวนอดกลั้นไว้ไม่ไหว เอื้อมมือออกไปสัมผัสใบหน้าของสวี่ชิง ลูบผมเธอทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า “ไม่นึกเลยว่าลูกจะโตขนาดนี้แล้ว”
อาจเป็นเพราะความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่กระตุ้นให้สวี่ชิงร้องไห้สะอื้นขณะใบหน้าฝังอยู่ในฝ่ามือของอีกฝ่าย
น้ำตาที่พรั่งหรูออกมาทำให้เหยียนป๋อชวนเจ็บปวดหัวใจ มือข้างหนึ่งคอยสัมผัสใบหน้าของสวี่ชิง ส่วนมืออีกข้างคอยลูบหลังปลอบประโลม “อย่าร้องไห้เลยลูก ขอแค่แม่ยังมีชีวิตอยู่ พ่อจะต้องตามหาแม่เจอแน่นอน”
สวี่ชิงยังคงร้องไห้ โศกเศร้าให้กับความรักของพ่อแม่ และเสียใจที่แม่หายสาบสูญ
เธอร้องไห้จนเริ่มมึนศีรษะเล็กน้อย นั่งตัวตรงและยังคงสะอื้นเบา ๆ
เหยียนป๋อชวนหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับรอยน้ำตาของสวี่ชิง “ไม่ต้องร้องไห้ หลังจากนี้ถ้ามีอะไรทุกข์ในอีกมาบอกพ่อนะ อีกอย่างลูกอยากจะกลับไปที่เมืองหลวงกับพ่อไหม?”
…………………………………………………………………………………………………………………………
*(1) ต้นใบไหว หรือ 槐叶 เป็นพันธุ์พืชชนิดหนึ่งที่ถูกจัดให้เป็นยาแพทย์แผนจีน มีฤทธิ์ในการล้างพิษในตับและเลือด ใช้รักษาโรคลมชักในเด็ก และขับลมในลำไส้ เป็นต้น
สารจากผู้แปล
โดนพ่อตากีดกันก็ต้องสู้ต่อไปนะพี่หนาน พิสูจน์ตัวเองบ่อยๆ เดี๋ยวพ่อตาก็ใจอ่อนสักวันแหละ
ไหหม่า(海馬)