เกิดใหม่เป็นภรรยาสุดโหดยุค 80 - บทที่ 224 เหยียนป๋อชวนปะทะโจวจินหนาน
บทที่ 224 เหยียนป๋อชวนปะทะโจวจินหนาน
ถึงอย่างนั้นโจวจินหนานกลับไม่สบายใจ “ถ้าเป็นแม่คุณจริง แล้วท่านจะแอบช่วยคุณอยู่ข้างหลังโดยไม่เปิดเผยตัวทำไม?”
สวี่ชิงเองก็คิดเช่นนั้น เธอถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะโอบกอดเอวของโจวจินหนาน “ฉันเปล่าทะเยอทะยานนะคะ แค่หวังอยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่นและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย”
น่าเสียดาย ที่เหมือนว่าทุกสิ่งที่หวังจะไม่สามารถเป็นจริงได้ ครอบครัวแม่ของเธอเต็มไปด้วยปัญหามากมายนัก รวมถึงครอบครัวสามีเธอก็เช่นกัน
โจวจินหนานลูบหลังเป็นเชิงปลอบใจ “ผมจะทำให้มันเป็นแบบนั้นในอนาคตข้างหน้า”
ครอบครัวเล็ก ๆ ของพวกเขาจะต้องเรียบง่ายและมีความสุขแน่นอน
พวกเขาพักที่บ้านตระกูลโจวเป็นเวลาหนึ่งคืน หลังอาหารมื้อเย็นโจวคังอันได้เรียกโจวเฉิงเหวินและโจวจินหนานไปอบรม ไม่ทราบว่าพวกเขาพูดคุยกันเรื่องอะไร
สวี่ชิงกลับรู้สึกว่าพวกผู้ชายสามารถอดกลั้นอารมณ์ของตนเองได้เก่งมากพอควรหรือบางทีพวกเขาแค่เก็บมันไว้และไม่ยอมปล่อยมันออกมา
เนื่องจากเธอไม่เห็นสีหน้าที่แสดงอาการโศกเศร้าหรือแม้แต่อารมณ์โกรธ ของทั้งโจวเฉิงเหวินและโจวคังอันเลยแม้แต่น้อย
มีแค่ช่วงรับประทานอาหาร ที่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ค่อยขยับตะเกียบมากเท่าที่ควร
โจวจินหนานกลับออกมาก่อนจะเล่าเรื่องที่โจวคังอันตัดสินใจให้เธอได้ฟัง พ่อเฒ่าโจวตัดสินใจจะไปอยู่ยังแถบชนบท นอกจากนี้โจวเฉิงเหวินก็ได้วางแผนเกษียณก่อนกำหนดเพื่อตามโจวคังอันไปด้วย
ด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว และพวกท่านทั้งสองเคร่งกับรักษาเกียรติของตัวเองมากนัก ดังนั้นเขาจำเป็นต้องไปเพื่อรักษาหน้าของตัวเองเอาไว้
หากอยู่ในเมืองก็อาจโดนผู้อื่นติฉินนินทา สู้ไปใช้ชีวิตอยู่ในชนบทให้ชีวิตไม่หม่นหมองยังดีเสียกว่า
สวี่ชิงค่อนข้างแปลกใจเมื่อเธอไม่พบโจวจินซวนในเหตุการณ์ความโกลาหลครั้งใหญ่เช่นนี้
อย่างน้อยครอบครัวนี้ก็เคยคุ้มกะลาหัวของเขาให้อยู่สุขสบาย แต่ตอนนี้มันกำลังจะพังทลายลง!
สวี่ชิงไม่ได้เอ่ยปากพูดสิ่งใดต่อเมื่อโจวจินหนานพูดจบลง เธอเอื้อมตัวไปสวมกอดเขา ด้วยความรู้ตัวว่าเขาอาจรู้สึกไม่ดี
เพื่อเบี่ยงเบนอารมณ์ที่ขุ่นมัวของเขา เธอจึงเปลี่ยนเรื่อง “พี่บอกว่าหลังจากกลับมาบ้านแล้วจะพาฉันไปที่ไหนสักที่ไม่ใช่เหรอคะ?”
โจวจินหนานเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกไป “เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณก็รู้”
ยิ่งเขาพูดเช่นนี้สวี่ชิงก็ยิ่งอยากรู้มากขึ้นกว่าเดิม
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากรับประทานอาหารเช้าในบรรยากาศที่เงียบสงบ โจวเฉิงเหวินก็ได้ขอร้องให้ โจวจินหนานพาสวี่ชิงกลับไปก่อน: “แกกลับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะพาปู่แกกลับเองหลังจากเสร็จพิธีอีกสองวัน กลับถึงแล้วจะบอก”
โจวจินหนานพยักหน้าเล็กน้อย “ถ้ามีปัญหาก็บอกผมนะครับ เดี๋ยวจะมารับกลับเอง”
โจวเฉิงเหวินทำท่าทีเคร่งขรึมด้วยการดันแว่นขึ้นเล็กน้อย “ไม่ต้องหรอก ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เดี๋ยวจะไปกินข้าวกันแล้ว”
โจวจินหนานไม่ได้พูดอะไรอีก มีเพียงสวี่ชิงที่หันกลับไปพูดกับโจวคังอันและโจวเฉิงเหวินให้พวกเขารักษาสุขภาพของตน และให้ไปหาพวกเธอหากพวกเขามีปัญหากับการอยู่ที่ชนบท
ทั้งคู่เดินออกตรงลานหลังบ้านทันทีที่เดินไปถึงประตูบ้านก็พบเข้ากับหู่จือที่ปั่นจักรยานมาอย่างร้อนรน เขาเหงื่อท่วมตัวและคอยไล่ถามหาว่าบ้านตระกูลโจวอยู่ทางไหน
สวี่ชิงรู้สึกแปลกใจ ทำไมหู่จือต้องรีบมาอย่างกับมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น?
เธอจึงเดินไปหาหู่จืออย่างรวดเร็ว “หู่จือ นายมาทำอะไรที่นี่?”
เมื่อหู่จือเห็นสวี่ชิง เขาก็เอ่ยละล่ำละลักอย่างร้อนรน “พี่ชิงชิง พี่เจิ้งหัวทะเลาะกับใครบางคน ตอนนี้ตำรวจมาจับตัวพี่เขาไปแล้ว”
สวี่ชิงรู้สึกประหลาดใจ “ทะเลาะกับใคร คนในร้านเหรอ?”
หู่จือส่ายศีรษะ “ไม่ใช่ มันอยู่ในซอยฮวยซู่ ตอนเราเดินออกมามีคนพูดจาไม่ดีใส่ พี่เจิ้งหัวทนไม่ไหวจึงวิ่งไปต่อยตีกับพวกมัน จากนั้นตำรวจก็มาจับตัวพวกเขาทั้งหมดออกไป”
สวี่ชิงรู้ดีว่าผางเจิ้งหัวไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่น เว้นแต่คนอื่นจะพูดจารุนแรงเกินไปจริง ๆ
เธอจึงไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดมากนัก ก่อนจะรีบบอกโจวจินหนาน “ไปดูกันเถอะค่ะ”
หู่จือยกแขนขึ้นปาดเม็ดเหงื่อ “แม่ของผมกับป้าซิ่วเจินช่วยดูแลร้านให้อยู่ พี่ไม่ต้องเป็นห่วง”
สวี่ชิงใช้ความคิดอยู่สักครู่ก่อนจะเอ่ยบอกหู่จือ “ถ้าอย่างนั้น นายไปช่วยที่ร้านก่อนเถอะ เดี๋ยวพวกฉันจะไปที่สถานีตำรวจฮวยซู่เอง วางใจเถอะเจิ้งหัวจะไม่เป็นไรแน่นอน”
หู่จือพยักหน้า “ได้สิ ถ้าอย่างนั้นผมไปที่ร้านก่อนนะ แต่ว่าไอ้คนพวกนั้นมันน่ารำคาญจริง ๆ”
สวี่ชิงและโจวจินหนานไม่ได้สนใจสิ่งใด พวกเขามุ่งหน้าตรงไปยังซอยฮวยซู่ทันที
หลังจากมาถึงสถานีตำรวจ สวี่ชิงก็ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดว่าสาเหตุที่ทำให้เรื่องเป็นเช่นนี้เป็นเพราะพวกกลุ่มอันธพาลข้างถนนเห็นว่าเจิ้งหัวเพิ่งหาเงินได้เมื่อเร็ว ๆ อีกทั้งความเป็นอยู่ก็ค่อนข้างดี พ่อแม่ของเขามาซื้อไวน์ราคาสองตำลึงทุกครั้งแถมยังซื้อถั่วกลับไปทานได้
ภายในใจจึงเกิดความริษยาขึ้นมา
เมื่อผางเจิ้งหัวถูกปล่อยตัวออกมาในยามเช้า เขาอดไม่ได้ที่จะต่อว่าพวกมันที่พูดราวกับว่าเขาเกาะผู้หญิงเพื่อหาเงิน
นอกจากนี้พวกมันยังกล่าวว่าชิงชิงว่าเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น จะให้ผางเจิ้งหัวสามารถทนต่อคำพูดเหล่านี้ได้อย่างไร อีกทั้งยังพูดเรื่องลามกว่าสวี่ชิงอาจทำให้พวกมันรู้สึกสบายได้เมื่ออยู่บนเตียง
คำพูดที่น่ารังเกียจถูกพ่นออกมามากมาย
แต่ในสายตาของเจิ้งหัวตอนนี้ สวี่ชิงเป็นดั่งแสงสว่าง มันจะไม่เกิดเรื่องขึ้นเลยหากพวกมันดูถูกเพียงผางเจิ้งหัว แต่การมาต่อว่าสวี่ชิงแบบนี้มันทำให้เขาเหลืออด
เขาไม่สนใจว่าพวกมันจะมีกี่คน กระโดดลงจากจักรยานแล้วหยิบก้อนอิฐไปทุบตีกับอีกฝ่ายทันที
แม้ตนเองจะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ยังสู้จนถึงที่สุด
เมื่อสวี่ชิงได้ยินเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เธอหันมองไปยังชายผมหยักศกที่กำลังนั่งยองอยู่บนพื้นข้างกำแพง ศีรษะของเขามีเลือดซึม นอกจากนี้ยังมีชายหนุ่มอีกสามคนอยู่ข้างกาย
เธอมองไปรอบ ๆ ไม่รีรอให้คนพวกนั้นได้ทันตั้งตัว
ก่อนจะยกเก้าอี้ม้านั่งขึ้นมาหนึ่งตัว แล้วขว้างใส่คนผมหยักศก
พวกมันไม่ทันตั้งตัว จึงโดนแรงกระแทกจากเก้าอี้เข้าอย่างแรง
สวี่ชิงยกเก้าอี้แล้วขว้างใส่อีกครั้ง ก่อนที่โจวจินหนานจะเข้ามาคว้าแขนเธอไว้ เนื่องจากเกรงว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บเอง
คนผมหยักศกกุมศีรษะตนเองอยู่บนเก้าอี้ “เธอป่วยไปแล้วหรือไง”
สวี่ชิงจ้องไปยังแก๊งอันธพาลทุกคน “เออใช่ฉันป่วย! ขืนยังพูดจาไร้สาระให้ได้ยินอีกละก็ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมด! ถ้าอยากรู้ว่าฉันพูดจริงไหมก็ลองดูสิ”
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความดุดันและเหี้ยมโหด
โจวจินหนานเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง แม้ว่าเรื่องเข้าใจผิดระหว่างเขากับสวี่ชิงจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ความเสียหายทั้งหมดเป็นสวี่ชิงได้รับมันแต่เพียงผู้เดียวและมันยากที่จะกำจัดออกไป
ดังนั้นเขาจึงอยากติดตามเธออยู่ข้างกายไปตลอดชั่วชีวิต
เนื่องจากผู้คนที่ไม่รู้ความจริงจะใช้ประเด็นปัญหานี้พูดถึงเธอไปตลอด
เขาจะต้องทวงคืนความบริสุทธิ์ให้สวี่ชิงโดยเร็วที่สุด!
ชายหนุ่มซึ่งอยู่ถัดจากผู้ชายผมหยักศกเริ่มทำตัวไม่ถูก “เดิมที ที่เธอไม่ให้พูดถึงเรื่องนั้น เพราะมันเป็นความผิดตราบาปตัวเธอใช่ไหมล่ะ”
สวี่ชิงยกขาเตะเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่าย สถานการณ์ตรงหน้าทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตกตะลึง
เคยพบเจอแต่เพียงผู้หญิงที่ตบตีจิกเสื้อผ้าหน้าผมเพียงเท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบเห็นอะไรแบบนี้
โจวจินหนานยืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อปกป้องเธอเท่านั้น ขอแค่เพียงตราบใดที่เธอไม่ได้รับบาดเจ็บ
สวี่ชิงชี้เข้าที่ใบหน้าของชายหนุ่ม “ไม่เข้าใจที่ฉันพูดเหรอ? อยากโดนอีกใช่ไหม!”
น้ำเสียงของเธอดุดันฉุนเฉียวเล็กน้อย
เมื่อเหยียนป๋อชวนก้าวเข้ามา สถานการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้นก็ได้อยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด
สวี่ชิงช่างดูคล้ายกับเย่หนานเหลือเกิน เมื่อเห็นบุคคลตรงหน้า เขาจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา
แต่ท่าทางของผู้ชายที่อยู่ข้างกายสวี่ชิงราวกับว่าเขาสามารถกินคนได้ ผู้ชายพวกนั้นจึงไม่กล้าแม้แต่ขยับตัว
ตำรวจทำอะไรไม่ถูก การต่อสู้ไม่ได้รุนแรงมากมายนัก เขาจึงอบรมสั่งสอนคนพวกนั้นก่อนจะปล่อยให้กลับบ้านไป
สวี่ชิงจ้องมองไปยังกลุ่มคนพวกนั้นที่เดินก้าวผ่านออกไป สายตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธก่อนที่สายตาจะพลันพบเข้ากับเหยียนป๋อชวนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้า ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มแต่ดวงตาของเขากลับเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
เธอยืนค้างไปสักพัก ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะเรียกเขาว่าอะไร สิ่งที่เหนือความคาดหมายกว่าสิ่งอื่นใดคือเหยียนป๋อชวนพุ่งเข้าไปหาโจวจินหนานโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว หลังจากนั้นหมัดของเหยียนป๋อชวนก็ประทับลงบนใบหน้าของเขา!
…………………………………………
สารจากผู้แปล
แก๊งอันธพาลพวกนี้มีใครจ้างมาไหมนะ ดูเหมือนโดนจ้างมาเลย
สวัสดีลูกเขยด้วยหมัดเข้าหน้ากันเลยนะพ่อตา
ไหหม่า(海馬)